กสทฯ เผยแผนเจรจาซื้อโครงข่ายฮัทช์หวังพัฒนาโครงข่ายซีดีเอ็มเอแข่ง 3 จีของทีโอที เปิดกว้างเอกชนทำตลาดแทนฮัทช์หลังพัฒนาโครงข่ายแล้วเสร็จ
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การตัดสินใจซื้อโครงข่ายซีดีเอ็มเอคืนจากบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ฮัทชิสัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นั้น เพราะต้องการพัฒนาโครงข่ายซีดีเอ็มเอบริเวณ 25 จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้เป็นระบบอีวีดีโอเหมือนเช่น 51 จังหวัดที่ กสทฯ เป็นผู้ดูแลโครงข่ายอยู่ ซึ่งจากแนวทางดังกล่าวจะทำให้บริการโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ แคท ซีดีเอ็มเอ จะสามารถแข่งขันกับ 3 จีของทีโอที หรือทีโอที โมบาย ได้ไม่ยาก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการพัฒนาโครงข่ายซีดีเอ็มเอใน 25 จังหวัดจาก 2000 1X เป็นอีวีดีโอต้องล่าช้า เนื่องจากฮัทช์ได้ลดเม็ดเงินการลงทุนในต่างประเทศลง กสทฯ จึงเห็นสมควรซื้อโครงข่ายนำมาบริหารเองทั้งหมด ซึ่งหาก กสทฯ ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป จะทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับทีโอทีได้
อย่างไรก็ตาม กสทฯ ได้วางราคาสูงสุดที่จะซื้อโครงข่ายซีดีเอ็มเอคืนกลับมาต้องไม่เกิน 6,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นราคาใกล้เคียงกับที่ใช้ลงทุนโครงข่ายซีดีเอ็มเอ อีวีดีโอ 51 จังหวัด 7,100 ล้านบาท พร้อมยกเลิกการลงนามความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่ได้มีการเซ็นก่อนหน้านี้ ทั้งนี้หลังจาก กสทฯ ซื้อโครงข่ายคืนและพัฒนาเป็นอีวีดีโอทั่วประเทศแล้ว มีแนวคิดที่จะเปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจเข้ามาทำการตลาด ภายใต้แบรนด์ แคท ซีดีเอ็มเอ หรือเช่าใช้โครงข่ายได้ แต่หากไม่มีใครสนใจ กสทฯ พร้อมจะดำเนินการเองในเชิงรุกทุกรูปแบบ