GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

ทำความรู้จักกับมือถือ"3G" ของเล่นใหม่คนไทย ปี"49

ได้ยินมานานสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G หรือ 3th Generation แต่หลายคนคงยังไม่รู้ว่าแตกต่างยังไงกับโทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน!!

ก่อนอื่นขออธิบายตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่า โทรศัพท์มือถือที่ทุกคนใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจีเอสเอ็ม 1800 และจีเอสเอ็ม 900 บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์จีเอสเอ็ม 1800 และบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอ ทีไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ ในเขตภาคกลาง

ล้วนเป็นโทรศัพท์มือถือในระบบ 2 จี(2th Generation) ทั้งสิ้น โดยพัฒนาขึ้นมาให้มีบริการเสริม มากกว่าเพียงแค่การรับสายเข้าและโทร.ออกเท่านั้น แต่สามารถรับส่งข้อมูลในลักษณะมัลติมีเดียระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ได้ เช่น การดาวน์โหลดเพลง ถ่ายรูป รับส่งข้อมูลและภาพ ได้ในระดับหนึ่ง

แม้ในภายหลังจะพัฒนาเพื่อให้รองรับข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเอดจ์(EDGE) แต่เป็นเพียงการเพิ่มระดับความเร็วของการรับส่งข้อมูลให้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น หรือที่เรียกกันว่า เป็นการพัฒนาโทรศัพท์มือถือจากระบบ 2 จี เป็น 2.5 จี หรือ 2.8 จี

แต่ก็ยังไม่สามารถพัฒนาให้เป็นระบบ 3G ได้ เพราะการที่จะพัฒนาขึ้นเป็นโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G จะต้องได้รับใบอนุญาต และการจัดสรรคลื่นความถี่ จากคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ ประกอบด้วยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) พิจารณาร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสช.)ก่อน จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้ โดยคลื่นความถี่ที่ใช้กันเป็นมาตรฐาน จะอยู่ในย่านความถี่ 2000 เมกะเฮิร์ตซ์ โดยจะมีการจัดแบ่งให้ผู้ประกอบการในแต่ละราย ในลักษณะเดียวกันกับโทรศัพท์จีเอสเอ็ม 1800 ที่มีผู้ประกอบการอยู่หลายรายนั้นเอง ซึ่งการจัดแบ่งย่านความถี่ในแต่ละช่วงก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่จะเป็นผู้กำหนด

ส่วนคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้โทรศัพท์มือถือในระบบ 3G แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คือ เรื่องของการจัดเก็บข้อมูล และความรวดเร็วในการให้บริการ ยกตัวอย่าง การดาวน์โหลดริงโทน หรือเสียงเพลงระหว่างรอรับสาย จะสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งเพลง ไม่ใช่เพียงบางช่วงของเพลงเหมือนในปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ มิวสิควิดีโอ จากผู้ให้บริการข้อมูล(คอนเทนต์)ได้ทันที โดยที่สัญญาณการรับส่งภาพและเสียงคมชัด

นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในเชิงธุรกิจ คือการประชุมผ่านโทรศัพท์มือถือที่สามารถมองเห็นหน้ากันได้ รวมถึงการรับชมรายการโทรทัศน์ หรือการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ในลักษณะคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่โทรศัพท์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ถึงแม้จะสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้ แต่การรับส่งสัญญาณยังไม่ต่อเนื่อง ความคมชัดของภาพยังไม่ละเอียดพอ แต่หากเป็นระบบ 3G จะเหมือนกับการรับชมภาพจากเครื่องรับโทรทัศน์โดยตรง

แต่บริการบางบริการที่โทรศัพท์ 3G ทำได้ ไม่ใช่ว่าจะนำมาให้บริการกับลูกค้าในประเทศไทยแน่นอนเสมอไป เพราะผู้ให้บริการจะต้องมองถึงความคุ้มค่าในการลงทุนและความเหมาะสมในการใช้งาน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือดูทีวี นอกจากค่าใช้จ่ายสูงมากแล้ว ยังเกิดคำถามขึ้นว่าจะมีสักกี่คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีจอขนาดเล็กมาใช้ดูทีวี

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์มือถือจาก 2 จี เป็น 3G ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเราครั้งนี้ จะเป็นในลักษณะเดียวกับการปรับเปลี่ยนการรับส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอลที่ผ่านมา ที่ทำให้การรับส่งสัญญาณคมชัดมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดเครื่องลูกข่ายที่รองรับโทรศัพท์มือถือในระบบอนาล็อกหมดไป เพราะนอกจากจะไม่มีลูกค้าใช้บริการแล้ว ยังไม่มีผู้ผลิตอีกด้วย

แต่สำหรับโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G จะมีความแตกต่างกันตรงที่ว่า ไม่ต้องทิ้งระบบ 2 จี เพราะทั้ง 2 ระบบสามารถใช้ควบคู่กันไปได้ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้บริการในระบบ 2 จี สามารถใช้งานร่วมกับระบบ 3G ได้โดยไม่ต้องสร้างโครงข่ายใหม่ทั้งหมด

ขณะที่การเปิดให้บริการนั้นผู้ประกอบการที่มีโครงข่าย 2 จี ครอบคลุมทั่วประเทศอยู่แล้ว อาจจะติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรองรับระบบ 3G เฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ เพื่อให้บริการกับลูกค้าที่ต้องการใช้งานจริงเท่านั้น ส่วนตามตำบล หรือหมู่บ้าน ก็เป็นระบบ 2 จีเหมือนเดิม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องใช้งบฯลงทุนสูงโดยไม่จำเป็น ในขณะที่เครื่องลูกข่ายรุ่นใหม่ที่ผลิตออกมารองรับโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ก็สามารถให้บริการในระบบ 2 จีได้ด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อรู้จักมือถือ 3G กันมาพอสมควรแล้ว ลองหันมาดูถึงแนวโน้มของบริการกันบ้างว่าประเทศไทยจะมีโอกาสได้ใช้กันเมื่อไหร่

ถ้ามองในแง่ของผู้ให้บริการ เช่น เอไอเอส ดีแทค และทีเอ ออเร้นจ์ ต่างก็ออกมายืนยันแล้วว่าพร้อมที่จะให้บริการในปี 2549 อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเอไอเอสค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ เพื่อเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G และยังวางแผนการลงทุนการดำเนินงานต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน

ส่วนดีแทค ซึ่งเป็นค่ายมือถืออันดับรองลงมา ก็จัดตั้งบริษัทใหม่ไว้รอเช่นเดียวกัน แต่แผนการดำเนินงานต่างๆ ยังไม่ชัดเจนเท่าเอไอเอส ขณะที่ทีเอ ออเร้นจ์ ก็ออกมาประกาศแล้วว่าจะทำมือถือ 3G แน่นอน แต่ก็ยังไม่ได้จัดตั้งบริษัท หรือพูดถึงรายละเอียดที่ชัดเจนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนทั้งในและนอกวงการโทรคมนาคมอีกหลายรายที่เตรียมพร้อมจะเปิดให้บริการมือถือ 3Gเช่นเดียวกัน

หากมองในแง่ของประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการเป็นโทรศัพท์มือถือ 3Gแล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารทั้งในส่วนของเสียง หรือข้อมูลต่างๆ เพราะจะมีการจัดทำข้อมูล(คอนเทนต์)ที่หลากหลาย และสามารถเลือกใช้บริการได้มากยิ่งขึ้นตามความต้องการ ขณะที่ผู้ให้บริการข้อมูลก็จะได้รับประโยชน์จากการให้บริการคอนเทนต์ที่ไม่จำกัดในเรื่องความจุของข้อมูลอีกต่อไป จึงสามารถนำคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามาให้บริการได้แบบไม่จำกัด

ในเมื่อผู้ประกอบการทุกรายพร้อมแล้วที่จะเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G เกิดคำถามขึ้นว่า จะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2549 อย่างที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

ความไม่มั่นใจเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่การสรรหา กสช.ต้องล้มเลิกไป จึงทำให้คลื่นความถี่ใหม่ที่จะออกให้กับบริษัทเอกชนไม่สามารถดำเนินการได้ ลำพังเพียง กทช. ก็ไม่มีอำนาจสิทธิขาดในการจัดสรรคลื่นความถี่ 3G หรือแม้แต่คลื่นความถี่อื่นก็ตาม เพราะพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2543 กำหนดไว้อย่างชัดเจน ในมาตรา 63 ให้กสช.และ กทช.เป็นคณะกรรมการร่วม ทำหน้าที่บริหารคลื่นความถี่

และมาตรา 80 ที่กำหนดว่าในวาระเริ่มแรกที่การคัดเลือกและแต่งตั้ง กสช. หรือ กทช.แล้วเแต่กรณียังไม่แล้วเสร็จ จะพิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ หรืออนุญาตให้ประกอบกิจการเพิ่มเติมไม่ได้

ดังนั้น การที่ กทช.จะจัดสรรคลื่นความถี่ 3G ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งจึงไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ กทช.ก็ยืนยันว่าจะพยายามหาวิธีที่จะออกคลื่นความถี่ 3G ให้บริษัทเอกชนภายในปี 2549 อย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับธุรกิจโทรคมนาคมโดยรวม

ปัญหาดังกล่าวนอกจากจะเกิดกับผู้ประกอบการเอกชนที่ยังไม่มีคลื่นความถี่ 3G แล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงบริษัทที่มีคลื่นความถี่เป็นของตัวเองอยู่แล้ว คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เพราะถึงแม้จะมีการนำอุปกรณ์มาติดตั้งเพื่อพัฒนามือถือซีดีเอ็มเอ จากระบบ 800 เป็นซีดีเอ็มเอ 2000-1x อี-วิดีโอ แล้วกว่า 600 สถานีฐาน

แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการในต้นปี 2549 ตามที่กำหนดหรือไม่ เพราะ กทช.ต้องการให้ กสท รอหลักเกณฑ์จาก กทช.ก่อนเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ โดยอ้างเหตุผลตาม พ..บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ที่ให้ทำได้เฉพาะธุรกิจเดิมเท่านั้น ในขณะที่มือถือ 3G ยังไม่มีผู้ให้บริการรายใดเคยให้บริการมาก่อน จึงเข้าข่ายว่าเป็นธุรกิจใหม่ จึงต้องรอใบอนุญาตจาก กทช.

ส่วนโทรศัพท์มือถือไทยโมบาย ในระบบ 1900 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่สามารถพัฒนาขึ้นไปสู่ระบบ 2000 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นระบบ 3G ของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ก็เข้าข่ายที่จะต้องขอใบอนุญาตจาก กทช.เช่นเดียวกัน เพราะยังไม่เคยเปิดให้บริการมาก่อน เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาหนักให้ทั้ง 2 บริษัท ต้องวางแผนการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวใหม่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ถ้าถามว่า หากโทรศัพท์มือถือ 3G ยังไม่สามารถให้บริการได้ในปี 2549 ใครจะเป็นฝ่ายที่เสียผลประโยชน์มากที่สุด อันดับแรก ก็คงจะเป็นบริษัทที่คาดหวังกับธุรกิจนี้ไว้มาก ที่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานใหม่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกับธุรกิจโดยรวมของตนเอง

หากมองในแง่ของผู้ใช้บริการแล้วก็คงจะยังไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่นัก หากเครือข่ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังสามารถให้บริการโทร.เข้าหรือรับสายได้ เพราะเมื่อพิจารณาจากตัวเลขผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ประมาณ 28 ล้านรายทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ยังใช้โทรศัพท์เพื่อโทร.ออก และรับสายเท่านั้น ส่วนที่จะใช้ดูข้อมูลข่าวสาร หรือทำอะไรที่มากกว่านั้น ยังมีอยู่น้อยมาก

ดังนั้น การที่จะนำโทรศัพท์มือถือ 3G มาใช้งานเพื่อให้บริการด้านข้อมูลต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนจึงยังไม่สามารถคาดเดาได้ แต่สิ่งที่ได้คงเป็นความทันสมัย ประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือกว่า และก็อาจจะเป็นกำไรที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นของกลุ่มทุนบางกลุ่มก็ได้ หากมีคอนเทนต์ที่หลากหลายดึงดูดให้ลูกค้าใช้บริการมากขึ้น เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จในการให้บริการ 3G

*นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กรรมการ กทช.

"เทคโนโลยี 3G มีความทันสมัยมาก สามารถส่งภาพ เสียง และข้อมูลได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ฉะนั้นจึงก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย เช่น นำมาใช้เพื่อการศึกษาทางไกล การประชุมทางไกล การรักษาพยาบาลทางไกล ขณะเดียวกันก็เป็นการกระจายเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่ทันสมัยสู่ชนบท ลดช่องว่างด้านการเรียนรู้ระหว่างชนบทกับเมือง และเมื่อมีการแข่งขันอย่างเสรี ประชาชนย่อมได้รับบริการที่ดีมีประสิทธิภาพ ขณะที่ค่าบริการก็ไม่แพง"

"อย่างไรก็ตาม การดำเนินกิจการโทรคมนาคมที่ครบวงจร ทั้งด้านโทรศัพท์ ดาวเทียม อินเตอร์เน็ต และส่วนเกี่ยวเนื่อง เป็นกิจการที่ต้องใช้ทุนมาก ผู้ประกอบการจึงเป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เมื่อ กทช.ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการ จึงดูเหมือนว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่เท่านั้น ถือเรื่องมุมมองของแต่ละบุคคล แต่ยืนยันว่า กทช.ไม่มีแนวคิดแบบนั้น และพร้อมออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการทุกรายที่ยื่นขอทันที หากมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ และ กทช.มีความพร้อมในเรื่องดังกล่าวแล้ว"

*นายสมชาย ธรรมศิริทรัพย์

ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า

บริษัท โนเกีย(ประเทศไทย) จำกัด

"โทรศัพท์มือถือระบบ 3G เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับประสิทธิภาพสูงในการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งก็มีการพัฒนาขึ้นเป็นระบบ 3G แล้ว เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน เป็นต้น และเชื่อว่าหากมีการเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ในปี 2549 จะมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยผู้ใช้บริการจะได้รับบริการด้านเสียงที่ถูก และคุ้มกว่าปัจจุบัน และสามารถติดต่อสื่อสารโดยไม่มีปัญหาเรื่องของการโทร.ไม่ได้ แต่หากยังไม่สามารถเปิดบริการได้ในปี 2549 ก็จะทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือไม่ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องของเครือข่ายที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ไม่ต้องการที่จะขยายเครือข่าย 2 จี เพิ่มเติมอีก เพราะรอติดตั้งเครือข่าย 3G เท่านั้น"

*นายสมประสงค์ บุญยะชัย

ประธานกรรมการบริหารเอไอเอส

"เอไอเอสเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะสามารถให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ได้หรือไม่ก็ตาม โดยยืนยันว่าหากสามารถเปิดให้บริการมือถือ 3Gได้ จะทำทุกจังหวัด ไม่ใช่บางจังหวัดเท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึง ส่วนการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มองว่าไม่ใช่การแข่งขันกับบริษัทในประเทศเท่านั้น แต่เอไอเอสจะแข่งขันกับผู้ให้บริการทั่วโลกเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์มากที่สุด"

"อย่างไรก็ตาม หากได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่แล้ว เอไอเอสจะสามารถให้บริการได้ หลังจากนั้นประมาณ 3-4 เดือน เพราะมีความพร้อมในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่แล้ว ส่วนภาพการแข่งขันในปีหน้ามองว่าเป็นเรื่องของเครือข่ายที่ครอบคลุม โดยเครือข่าย 3G จะทับซ้อนอยู่บน 2 จี โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องการใช้เทคโนโลยี 3G เช่น ตามหัวเมืองใหญ่ เป็นต้น ขณะที่ผู้ให้บริการด้วยกันก็จะมีการโรมมิ่งเครือข่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บริการครอบคลุมมากที่สุด"

มติชน 3 ม.ค. 49 | ข่าว 3G




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913