เศรษฐกิจโลกป่วนนักลงทุนผวา 3G ไลเซนส์ใหม่ หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย หันไปลงทุนอย่างอื่นแทน เอไอเอสกล่อมต้องทำเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ แต่ต้องทำแบบระมัดระวัง ลงทุนประมาณ 200-300 สถานีฐาน ภายใต้งบ 150 ล้านเหรียญที่วางไว้ ล่าสุดรีแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อยู่เคียงข้างคุณ” หวังเข้าไปนั่งกลางใจลูกค้า ด้วยการพัฒนา 5 แกนหลัก
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวถึงแผนการลงทุนมือถือระบบ 3G ในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ว่า ต้องให้ภาครัฐออกใบอนุญาตหรือไลเซนส์ก่อน แต่จากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สถาบันการเงินที่จะร่วมลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ ต้องถอนเงินไปลงทุนในอุตสาหกรรมอย่างอื่นแทน หรือเห็นว่าน่าจะลงทุนในเรื่องของ 2.5G ดีกว่า เพราะจะทำให้ได้คาปาซิตี้เพิ่มขึ้น
“เราต้องอธิบายให้สถาบันการเงินเข้าใจว่า 3G ต้องทำเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ แต่ทำอย่างระมัดระวัง เพราะรายได้ที่เพิ่มก็จะมาจากการสื่อสารข้อมูลเป็นหลัก”
สำหรับการให้บริการมือถือระบบ 3G เอไอเอสได้ตั้งงบไว้ที่ 150 ล้านหรียญสหรัฐ และมีการลงทุน 3G ในย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ไปแล้ว ที่เชียงใหม่ และคาดว่าจะเปิดให้บริการที่กรุงเทพฯได้ประมาณต้นปีหน้า ส่วนไลเซนส์ 3G ใหม่งบการลงทุนก็จะอยู่ในส่วนนี้ ทั้งนี้ หากได้ไลเซนส์เอไอเอสคาดว่าจะลงทุนประมาณ 200-300 สถานีฐาน เน้นในจุดสำคัญๆ เท่านั้น
ด้านงบประมาณรอบปีนี้ช่วงต้นปีตั้งไว้ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท แต่พอถึงกลางปีเห็นว่าไม่น่าจะใช้ขนาดนี้ จึงลดเหลือ 1.4 หมื่นล้านบาท และได้มีการใช้งบไปแล้วประมาณ 2 ใน 3
ล่าสุดเอไอเอสได้มีการรีแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อยู่เคียงข้างคุณ” เพื่อสร้างความสดใจหวังนั่งกลางใจลูกค้าในฐานะคนรู้ใจ ที่พร้อมอยู่ข้างๆตลอดเวลา สนับสนุนคุณในทุกช่วงจังหวะการใช้ชีวิต ผ่านหัวใจหลักของการทำงาน 5 ด้าน
นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า ช่วงแรกความท้าทายในการแข่งขัน (Challenge)คือ ต้องสร้างสถานีฐานให้ได้มากที่สุด และเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ครอบคลุมมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายต่อมาคือ การเริ่มนำเสนอให้ลูกค้าเห็นประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือในด้านต่างๆ จนถึงยุคของการสร้าง Product Brand ที่ควบคู่ไปกับการทำความรู้จักลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ในลักษณะของ Customer Management ด้วยการสร้างมาตรฐานงานบริการผ่านสำนักงานบริการและ Call Center เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะเชื่อว่าถ้าไม่รู้ใจกันจริง ก็คงไม่สามารถออกแบบบริการให้ตรงใจได้
เอไอเอสจึงได้พัฒนาโครงสร้างด้านนี้มากกว่า 1,000 ล้านบาท จนเชื่อว่าเอไอเอสได้สร้างรากฐานการทำงานที่แข็งแรงใน 5 ด้านอย่างครบถ้วน
“ณ ปัจจุบันเราก็อยู่กับคุณแล้ว และต้องติดกับหูด้วย ฉะนั้นเมื่อมีการสื่อสารต้องคิดถึงเรา”
นายวิกรมกล่าวว่า วันนี้ความท้าทายที่สำคัญคือ ทำอย่างไรเอไอเอสจึงจะเข้าถึงหัวใจของลูกค้ากว่า 26 ล้านรายได้อย่างเป็นมิตร เป็นกันเองและแตกต่างมากยิ่งขึ้น เพราะเอไอเอสต้องการเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างให้ลูกค้านึกถึงเอไอเอสเป็นคนแรกๆ เมื่อมีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือ ในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต รวมถึงต้องการเลือกเอไอเอสให้เป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้าง จึงเป็นที่มาของการเติมพลังและสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์
สำหรับการพัฒนาการทำงานหลัก 5 ด้านที่เป็นทั้งการตอบสนองความต้องการของลูกค้าประกอบด้วย 1.เครือข่ายคุณภาพ ที่พร้อมให้คุณเชื่อมต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยจะขยายไปยังพื้นที่ซึ่งมีความต้องการในเชิงลึก เช่น ในทะเล, ในชุมชนใหม่ๆ รวมถึงความพร้อมในการพัฒนาสู่ 3G 2.บริการลูกค้าที่วางใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทาง AIS Call Center, AIS Shop และทุกช่องทาง เช่น บริการสั่งงานด้วยเสียง, การยกระดับมาตรฐานบริการไปยังร้านเทเลวิซ
3.นวัตกรรมใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตคุณล้ำยิ่งขึ้น เช่น เข้าเว็บบนมือถือแบบ PC View 4.สิทธิพิเศษที่ให้ชีวิตคุณมีสีสันและสะดวกสบายยิ่งกว่า เช่น กิจกรรมสิทธิพิเศษที่ขยายไปทั่วประเทศ, การอำนวยความสะดวกให้ชีวิตประจำวันของคุณสะดวกยิ่งขึ้น 5.การตอบแทนสังคม ที่เชิญชวนลูกค้าและคนไทยให้ร่วมสนับสนุนสถาบันครอบครัวร่วมกัน เพราะคือ รากฐานที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย
ผู้บริหารเอไอเอสย้ำว่า ทั้ง 5 ด้านต้องมีการทำงานไปพร้อมกัน เพื่อยืนยันว่า ตลอดเวลาการใช้ชีวิต บริการจากเอไอเอสจะอยู่รอบตัว เคียงข้างลูกค้าเสมอ การเติมพลังให้แบรนด์เอไอเอสในครั้งนี้ ถือเป็นการผสมผสาน Emotional ควบคู่กับ Functional ที่เชื่อว่าจะเป็นการตอกย้ำในเชิงแบรนดิ้งควบคู่กับประสบการณ์ตรงจากการใช้งานของลูกค้า ที่จะสามารถผูกใจและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวให้อุ่นใจและมั่นใจได้เสมอเมื่อใช้บริการในเครือข่ายเอไอเอส
การรีแบรนด์ครั้งนี้ลูกค้าจะสัมผัสได้ผ่านการทำงานของพนักงานทุกฝ่ายทุกช่องทาง ผ่านรูปแบบของบริการต่างๆ รวมถึงผ่านทาง Communication แคมเปญ ที่เอไอเอสได้ออกแบบ Animation ชื่อ “น้องอุ่นใจ” ให้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ถ่ายทอดถึงการทำงานทั้ง 5 ด้านหลัก เพื่อให้เข้าถึงหัวใจของลูกค้าได้อย่างมีเสน่ห์และมีสีสันยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะเติมพลังให้ Brand เอไอเอสในฐานะ Corporate Brand แล้ว ยังส่งต่อความเชื่อมั่นของคุณภาพไปยัง Product Brand ด้วย ส่วนงบที่ใช้สำหรับการตลาดครั้งนี้ประมาณ 80 กว่าล้านบาท