GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

ชิงเค้ก 3G "TOT" 3หมื่นล้านฝุ่นตลบ ซัพพลายเออร์วิ่งสู้ฟัด"แซดทีอี-หัวเว่ย"จีนมาแรง

ฝุ่นตลบขุมทรัพย์ "3G" 3 หมื่นล้าน ยักษ์ผู้ผลิตวิ่งสู้ฟัดอุตลุด ค่ายจีน "หัวเว่ย-แซดทีอี" มาแรง ฟากบอร์ด "ทีโอที" กระทุ้งเดินหน้าลงทุนเต็มสูบ สั่งการฝ่ายบริหารเร่งจัดทำ "ทีโออาร์" หาคนอัพเกรด โครงข่ายเร็วจี๋ แต่เข้าตำราน้ำลดตอผุด "ไทยโมบาย" วุ่นไม่จบ เจอปมสัญญาอัพเกรดโครงข่ายเดิมกับกลุ่มคอนซอร์เตี้ยม "ซีเมนส์-อีริคสัน-มิตซุย" โผล่อีก หวั่นกระทบแผนลงทุน 3 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัญหาหนี้ของกิจการร่วมค้าไทยโมบายยังไม่จบไม่สิ้น แม้จะเคลียร์คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับระบบบิลลิ่งกับ บมจ.สามารถ ไอ-โมบายได้แล้ว โดย ทีโอทีตกลงจ่ายเงินราว 1,500 ล้านบาท ชำระเป็นค่าระบบบิลลิ่งและบริการลูกค้าสัมพันธ์ แลกกับการส่งมอบระบบบิลลิ่งที่รองรับลูกค้าได้ 2 ล้านเลขหมาย และการถอนฟ้อง แต่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าทำตลาดมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท เพราะ ทีโอทียืนยันว่าไอ-โมบายไม่ได้ทำตลาดให้ และได้ยกเลิกสัญญาว่าจ้างในส่วนนี้ไปนานแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ให้ ซึ่งคงต้องยืดเยื้อต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีหนี้ในสัญญาปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 1900 MHz เป็น 3G มูลค่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดของกิจการร่วมค้าไทยโมบายทำสัญญาว่าจ้างกลุ่มคอนซอร์เตี้ยม "ซีเมนส์ อีริคสัน และมิตซุย" ไว้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.2547 และได้จ่ายเงินมัดจำไปแล้วเป็นเงิน 200 ล้านบาทด้วย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ

"ดังนั้น ในระหว่างนี้คงต้องหาทางเจรจากับกลุ่มคอนซอร์เตี้ยมเดิมว่าจะยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ทีโอทีต้องผูกพันการลงทุนปรับปรุงโครงข่ายตามเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งอาจกระทบต่อแผนการลงทุน 3G ใหม่ที่วางไว้" แหล่งข่าวระดับสูงกล่าวและว่า

ทั้งนี้ หากทีโอทีไม่ชำระหนี้สินที่ผูกพันอยู่เดิมอาจกระทบต่อการโอนสิทธิการบริหารคลื่นความถี่ 1900 MHz ได้ จึงจำเป็นต้องปลดหนี้ทั้งหมดก่อน และต้องรอว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะให้คำตอบเรื่องการโอนสิทธิไทยโมบายว่าอย่างไร หลังทำหนังสือแจ้งไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วจึงจะเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงข่าย 3G ตามแผนได้ โดยจะเริ่มจากการปรับปรุงสถานีฐานเดิมของไทยโมบาย เพื่อให้เปิดบริการเฟสแรกในเขตกรุงเทพมหานครได้ก่อนภายในปี 2552

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ทีโอทีกำลังเร่งจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติ (ทีโออาร์) ของผู้เข้ามาติดตั้งโครงข่าย คาดว่าจะเสร็จภายในไม่เกินเดือน พ.ย.นี้ จากเดิมที่คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการจัดทำทีโออาร์ไม่น้อยกว่า 120 วัน ซึ่งอาจช้าเกินไปหากต้องการเปิดบริการให้ได้ภายในปีหน้า

"ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกค่ายต่างสนใจที่จะเข้ามาทำโปรเจ็กต์ 3G ของทีโอที เพราะถ้าดูตัวมูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านแล้วไม่ใช่น้อยเลย ก็มีทั้งค่ายยุโรปและเอเชียแข่งกัน คงไม่ต่างไปจากการเข้าไปเสนอตัวกับมือถือค่ายเอกชน ซึ่งได้ยินว่าสู้กันหนักมากถึงกับเสนอให้ใช้อุปกรณ์ฟรีก็มี และต้องยอมรับว่าค่ายจีนมาแรง ไม่ว่าจะเป็นหัวเว่ยและแซดทีอี โดยจุดเด่นของผู้ผลิตจากจีนก็คือราคาถูก"

ด้านนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า บอร์ดทีโอทีได้เร่งรัดโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เห็นควรให้ทีโอทีตรวจสอบข้อกฎหมาย กรณีการมอบสิทธิการให้บริการโทรศัพท์ 3G แก่บริษัท เอ ซี ที โมบาย จำกัด รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมของแผนการตลาดที่เน้นการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือให้บริการแบบขายส่งเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน การทำตลาด ค้าปลีก และช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้และพิจารณาจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม

หลังจากบอร์ดได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 โดยมีนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธานแล้ว ก็ได้เร่งรัดให้ดำเนินการโอนสิทธิคลื่นความถี่ให้เสร็จก่อนที่จะเริ่มกระบวนการอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการลงทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับ กทช. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการโอนสิทธิและหน้าที่ในคลื่น 1900 MHz จาก บมจ.กสท โทรคมนาคม

ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารได้ร่างข้อกำหนดคุณลักษณะ (ทีโออาร์) ในการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงโครงข่าย เพื่อให้พร้อมเริ่มต้นกระบวนการได้ทันทีเมื่อการโอนสิทธิในคลื่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"แม้ตอนนี้เศรษฐกิจจะมีปัญหา แต่ถ้ารัฐบาลไม่เปลี่ยนนโยบายการลงทุนโครงข่าย 3จี ทีโอทีก็พร้อมลุยตาม นโยบายรัฐบาล"

สำหรับผลประกอบการของทีโอที ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.ปี 2551 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 39,000 ล้านบาท แยกเป็นรายได้จากสัญญาสัมปทานประมาณ 16,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจของตนเองประมาณ 22,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิประมาณ 4,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อย โดยเฉพาะรายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เพิ่มจาก 1,174 ล้านบาท เป็น 2,932 ล้านบาทในปีนี้

และคาดว่าในสิ้นปีจะมีรายได้รวม 51,000 ล้านบาท แยกเป็นรายได้จากสัญญาสัมปทาน 23,000 ล้านบาท ธุรกิจของตนเอง 27,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิประมาณ 5,400 ล้านบาท

"แม้รายได้เพิ่มจากปีที่แล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่กำไรจะลดลง เนื่องจากมีภาระค่าธรรมเนียมเลขหมาย การขึ้นค่าครองชีพ และเงินเดือนตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงเงินที่ต้องจ่ายในโครงการเกษียณก่อนกำหนด ทำให้กำไรลดลงจากปีก่อนประมาณ 800 ล้านบาท"

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากทีโอทีได้ดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการที่บอร์ดได้ปรับปรุงใหม่ จะทำให้ผลการดำเนินงานในปี 2554 มีกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 11,018.4 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 5 ล้านราย ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 3.3 ล้านพอร์ต และปรับเปลี่ยนโครงข่ายให้เป็นโครงข่ายเอ็นจีเอ็นได้อย่างน้อย 80% จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 3.7 ล้าน เลขหมาย บรอดแบนด์ 6 แสนพอร์ต

ประชาชาติธุรกิจ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913