โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส หันมาทำตลาดแบบโซลูชันแทนการขายบางผลิตภัณฑ์ หลังเห็นกระแสบรอดแบนด์มา แนวโน้มตลาดโต มุ่งการเพิ่มศักยภาพให้แก่ลูกค้าด้วย 3G/WCDMA และ HSPA ในการให้บริการ 3G
นายริคกี้ คอร์กเกอร์ ประธานกลุ่มธุรกิจเอเชียเหนือ บริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ซึ่งดูแลงานด้านการดำเนินงานทั้งหมดในประเทศไทย, เวียดนาม, บังกลาเทศ, กัมพูชาและเกาหลี กล่าวว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ของไทยเมื่อต้นปีนี้มีประมาณ 1.5 ล้านราย และคาดว่าครึ่งปี2009 จะมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มเป็น 3 ล้านราย ปี 2011 จะเพิ่มเป็น 6 ล้าน และปี 2115 จะสูงถึง 12 ล้านราย เพราะขณะนี้หากพิจารณาจากจำนวนประชากรไทยซึ่งมีประมาณ 67 ล้านคน มีการใช้งานโมบายประมาณ 78% ฟิกซ์ไลน์ 12% อินเทอร์เน็ต 5% บรอดแบนด์ 2%
ส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกขณะนี้มีประมาณ 4.3 พันล้านคน ปี 2015 คาดว่าจะมีประมาณ 5 พันล้านคน จากแนวโน้มที่ผู้บริหารโนเกีย-ซีเมนส์คาดว่าจะเกิดขึ้น จึงได้มีการปรับยุทธศาสตร์การทำตลาดใหม่ จากเดิมที่ขายสินค้าเพียงบางอย่างบางผลิตภัณฑ์มาเป็นการทำตลาดแบบโซลูชัน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าได้แบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่เป็นโอเปอเรเตอร์สามารถลดต้นทุนได้
ผู้บริหารโนเกีย ซีเมนส์เชื่อว่า ในปี 2115 จะมีการใช้แบนด์วิธเพิ่มขึ้นแบบ 100% เพราะผู้บริโภคจะมีการใช้แอปพลิเคชันที่ซับซ้อนมากขึ้น
“ไทยมีการใช้บรอดแบนด์น้อยมาก ถ้ามีการใช้งานตรงนี้มากจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น และถ้ามีการใช้บรอดแบนด์มาก 3G เกิด โอเปอเรเตอร์จะทำตลาดเชิงลึกแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ใช่แมส”
นายคอร์กเกอร์กล่าวถึงการลงทุน 3G ในไทยว่า การลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปีของโอเปอเรเตอร์ทั้งย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ 850 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 2.1 กิกะเฮิตรซ์ เชื่อว่าจะสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มาก แต่มี 2 ปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวชี้วัดคือ 1.ใบอนุญาตหรือไลเซนส์ในการให้บริการ 2.การกระตุ้นตลาดของโอเปอเรเตอร์ เพื่อให้มีผู้บริโภคใช้งานมากขึ้น ส่วนย่านความถี่ที่เหมาะที่สุดขณะนี้คงเป็น 2.1 กิกะเฮิตรซ์ เนื่องจากมีเครื่องลูกข่ายอยู่ในตลาดมาก
สำหรับเทคโนโลยีที่โนเกีย ซีเมนส์จะนำเสนอให้แก่ลูกค้าคือ WCDMA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเทคโนโลยี 3G ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ให้บริการทั่วโลก จากการที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างแข่งขันกันนำเสนอเครื่องลูกข่ายใหม่ล่าสุดที่รองรับเทคโนโลยี HSDPA
นายคอร์กเกอร์กล่าวว่า โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส เป็นผู้นำในระบบเครือข่าย WCDMA/HSPA โดยมีลูกค้าที่ใช้ระบบ WCDMA 130 ราย และลูกค้าระบบ HSPA อีกกว่า 100 ราย การเป็นผู้นำในตลาดของ โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ในธุรกิจบรอดแบนด์ไร้สายเป็นผลจากความเชี่ยวชาญด้านการผลิต การบำรุงรักษา และการให้บริการเครือข่าย 3G คุณภาพสูง นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ผลักดันให้มีการสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติการร่วมกันของระบบ WCDMA 3G
นอกจากอุปกรณ์ที่มีสมรรถนะสูงตามมาตรฐาน 3GPP แล้ว ระบบเครือข่าย 3G ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ยังช่วยให้ผู้ให้บริการมั่นใจได้ในบริการที่จะช่วยเพิ่มผลกำไรและรักษาความจงรักภักดีของลูกค้า ด้วยสถานีฐานที่ได้รับการออกแบบให้มีความล้ำหน้า รวมถึงไซต์ที่ได้รับการอัปเกรดจาก 2G ให้เป็น 3G และการนำเทคโนโลยี 3G ที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้ เหล่านี้จะช่วยผู้ให้บริการให้สามารถลดจำนวนผู้ยกเลิกการใช้บริการและเพิ่มรายได้ได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ยังนำเสนอสถานีฐาน Flexi (Flexi Base Station) ที่มาพร้อมศักยภาพในการรองรับการใช้งานแบบ multi-radio (GSM/EDGE, WCDMA/HSPA, WiMAX และ LTE) ในหนึ่งแพลตฟอร์ม
สถานีฐาน Flexi เป็นสถานีฐานที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ต่อขยายได้สะดวก ทนต่อทุกสภาพภูมิอากาศและประหยัดพลังงาน ซึ่งส่งผลดีในการติดตั้ง ให้เช่า และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขยายหรือเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีไร้สายอื่นๆ เพราะใช้วิธีในการติดตั้งแบบเดียวกัน
ขณะเดียวกันสถานีฐาน Flexi ยังเป็นสถานีฐานที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก โดยสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ นอกจากนี้ ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะชิ้นส่วนสามารถนำไปย่อยสลาย และนำมาใช้ใหม่ได้ถึง 90%
ผู้บริหารโนเกีย ซีเมนส์กล่าวว่า โซลูชันบรอดแบนด์ไร้สายของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส นำข้อดีของ WCDMA/HSPA มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารด้านเสียงในระบบ 3G ด้วยการรับส่งข้อมูลรวดเร็วมากขึ้นทำให้สามารถนำเสนอบริการที่ดียิ่งขึ้นได้ รวมถึงการลดการใช้พลังงานในการส่งข้อมูลได้มากกว่า 50% เพิ่มอายุงานการใช้แบตเตอรี่สำหรับเครื่องลูกข่าย ลดขั้นตอนของระบบเพื่อการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น และมีสถาปัตยกรรมโครงข่ายแบบ flat เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของเครือข่ายที่ดีขึ้น นอกจากนี้ โซลูชันระบบ WCDMA/HSPA ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ยังช่วยคุ้มครองการลงทุนของผู้ให้บริการด้วยโยกย้ายไปยังระบบ LTE ด้วยการอัปเกรดซอฟต์แวร์ไปยังสถานีฐาน Flexi ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส
ปัจจุบันโนเกีย ซีเมนส์มีลูกค้าทั่วโลก 600 ราย เป็นกลุ่มโมบายและฟิกซ์ไลน์อย่างละครึ่ง ส่วนโอเปอเรเตอร์ในไทยเป็นลูกค้าของโนเกีย ซีเมนส์ทุกราย