หลังจากหลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์การที่กทช.มีกำหนดให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเทคโนโลยี 3G ในปีหน้า ว่าประเทศไทยควรจะก้าวไปให้บริการ 4G หรือเทคโนโลยีที่เหนือกว่า เพื่อไม่ให้ดูเหมือนเป็นการตามหลังประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างลาว ที่มี 3G ใช้งานก่อนประเทศไทย จุดนี้ประธาน กทช. ยืนยันว่า การให้ใบอนุญาตของ กทช. เป็นการให้ความถี่ เป็นสิทธิ์ของโอเปอเรเตอร์ในการตัดสินใจว่าจะพัฒนาบริการของตัวเองเป็นเทคโนโลยีใด ซึ่ง กทช. จะไม่เข้าไปแทรกแซง
พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ให้สัมภาษณ์ในพิธีส่งมอบระบบไวแมกซ์เพื่อการศึกษา ภายใต้ชื่อโครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบทเฉลิมพระเกียรติ ที่โรงเรียนบ้านแม่ข้าวต้มท่าสุด จังหวัดเชียงราย ว่า กทช. จะไม่แทรกแซงการให้บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ความคิดที่ว่าบริการข้อมูลเคลื่อนที่ความเร็วสูงซึ่งชาวไทยจะได้ใช้งานในปีหน้าจะต้องเป็น 3G เท่านั้นจึงเป็นเรื่องเข้าใจผิด
"เราทำ 3G เราก็มองไปที่การพัฒนาระบบอยู่แล้ว ที่บอกว่าเราต้องทำบริการที่เหนือกว่า 3G นั้นมันเป็นสิ่งที่ต้องเดินไปอยู่แล้ว ที่เราให้ไปไม่ใช่ให้ไปทำเฉพาะ 3G เราให้ความถี่ไปเท่านั้น กทช. จะไม่เข้าไปแทรกแซง ขอเพียงแค่ผู้ให้บริการ พัฒนาเทคโนโลยีให้อยู่ในขอบเขตสัมปทานเท่านั้น"
ฑัศ เชาวนเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวร์เลส แอ๊ดวานซ์ ซิสเต็ม ผู้นำเข้าเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อจีเน็ต (GNET) เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยแสดงความเห็นว่า ประเทศไทยควรก้าวข้ามขั้นไปให้บริการที่เหนือกว่า 3G เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการถอยหลังลงคลอง เนื่องจาก 3G ถือว่าไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ของโลกแล้วในขณะนี้
"3G เกิดมาแล้วตั้ง 15 ปี สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามบอกมาตลอดเวลาก็คือ ประเทศไทยควรจะก้าวไปทำ 4G ไปเลย หรือไม่ก็เทคโนโลยีอื่นที่เหนือกว่า 3G ลาวยังมีก่อนไทยเลย อย่างนี้ก็เหมือนกับว่าเรากำลังถอยหลังลงคลอง หรือถ้าจะทำ ก็ต้องทำให้ 3G มีราคาถูกกว่าประเทศอื่นให้มาก"
แม้พลเอกชูชาติจะยืนยันว่า เทคโนโลยีใหม่ที่เหนือกว่า 3G จะเกิดขึ้นแน่นอนในประเทศไทย แต่ยอมรับว่าราคาต้นทุนการใช้งานเทคโนโลยีใหม่อย่าง 3G จะอยู่ในระดับสูงระยะหนึ่ง
"เรื่องเทคโนโลยีไปแน่ไม่ต้องห่วง แต่ที่หนีไม่พ้นคือเทคโนโลยีใหม่ ราคาเครื่องจะแพง"
ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3G ในประเทศไทย คือการที่เอไอเอสเปิดทดลองใช้งาน 3G ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิล์ด เป็นบริการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง (3G) เดียวกับที่เอไอเอสเปิดให้บริการที่เชียงใหม่ในคลื่นความถี่ 900MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดิมที่เอไอเอสได้รับสัมปทานมา
บริการที่เอไอเอสเปิดให้ทดลองใช้จริง ได้แก่ บริการ Video Call บริการ TV on Mobile รวมถึงการใช้งาน Wireless Hi-Speed Internet โดยอัตราค่าบริการจะคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้งานจริง ระบบจะคิดค่าบริการในอัตรา 100 บาท ต่อ 1 เมกะไบต์หากไม่สมัครแพกเกจระยะยาว