กทช. อนุมัติจัดสรรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ใช้วิธีประมูล ระบุโปร่งใส เป็นธรรมที่สุดแล้ว ประกาศเร่งศึกษารายละเอียด ยันไตรมาส 3คลอดได้แน่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กทช. วานนี้ (5 ก.พ.) มีมติเป็นเอกฉันท์ อนุมัติใช้วิธีการประมูล (อ๊อกชั่น) เพื่อจัดสรรใบอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่ ระบบ 3จี หลังจากใช้เวลาศึกษามากว่า 2 ปี ซึ่งคาดว่าจะประมูลผู้ขอรับใบอนุญาตพร้อมกันในครั้งเดียว
ทั้งนี้ ที่ประชุม กทช. ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงในการพิจารณาวิธีการจัดสรร ซึ่งเลือกจาก วิธีการผสมผสาน, วิธีการเปรียบเทียบข้อเสนอ, วิธีมาก่อนได้ก่อน และวิธีการประมูล โดยได้ข้อสรุปว่า การประมูล เป็นวิธีที่โปร่งใสที่สุด มีความเป็นธรรมกับผู้ร่วมประมูล และเปิดกว้างให้ผู้สนใจประมูลรายใดก็ได้ที่ผ่านคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนดเข้าร่วมได้
“ในอดีตเป็นระบบราชการใช้วิธีมาก่อนได้ก่อน แต่ตอนนี้มีหน่วยงานอิสระทำหน้าที่กำกับดูแล ต้องเลือกวิธีการที่ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป สำนักงานจะศึกษาเรื่องต่างๆ เพื่อเสนอที่ประชุม กทช.พิจารณาอนุมัติให้แล้วเสร็จต่อไป กำหนดการคือ ไตรมาส 3 ต้องออกใบอนุญาตได้ ” นายสุรนันท์ กล่าว
ขณะที่ สำนักงานจะเร่งศึกษาวิธีการประมูล กระบวนการและระยะเวลา ครอบคลุมประเด็นหลัก เช่น จำนวนใบอนุญาตที่แน่นอน, ระยะเวลาใบอนุญาต, แผนการลงทุนของผู้รับใบอนุญาต, วิธีการชำระเงินการประมูล และต้นทุนการกำกับดูแล เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต, ค่าเลขหมาย และค่ายูเอสโอ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมการประมูล
รายงานข่าว กล่าวว่า การสรุปเลือกวิธี "ประมูล" สำหรับไลเซ่น 3จี เป็นไปตามผลการศึกษาจากกลุ่มที่ปรึกษา 3จี โดยให้เหตุผลว่า เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ ประสิทธิภาพ, การแข่งขัน, กระบวนการที่โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาเสนอแนะด้วยว่า วิธีการดังกล่าว ต้องมีกระบวนการพิจารณาคุณสมบัติขั้นต้น ซึ่งสัมพันธ์กับกระบวนการให้ใบอนุญาติประกอบกิจการของ กทช. และเป็นการเปิดประมูลแบบหลายรอบพร้อมกัน (SMRA) โดยเปิดประมูลพร้อมกันทุกใบอนุญาต และให้ผู้สนใจสามารถเสนอราคาเพิ่มเรื่อยๆ จนกว่ายุติเมื่อไม่มีการเพิ่มราคาสำหรับไลเซ่นนั้นๆ แล้ว
รายเดิมรอ"ลุ้น"สิทธิประมูล
นายสุรนันท์ กล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล นอกจากเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เรื่องผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทย เช่น ต้องเป็นนิติบุคคลไทยแล้ว สำนักงานฯ จะสรุปรายละเอียดว่าจะใช้วิธีการพิจารณาคุณสมบัติขั้นต้น (Pre-Qualification) หรือบัญชีตรวจสอบสอบรายการ (Check List) เพื่อกำหนดว่าผู้ให้บริการรายเดิมสามารถเข้าร่วมประมูลได้หรือไม่ และจะมีผู้ให้บริการรายใหม่กี่ราย
ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้รับใบอนุญาตใหม่ 4 ราย จากคลื่นความถี่ที่มีอยู่ 45 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งอาจแบ่งช่วงระยะคลื่นความถี่ เป็น 10 เมกะเฮิรตซ์ 4 ช่วง และเก็บ 5 เมกะเฮิรตซ์สุดท้ายไว้จัดสรรให้ผู้ที่บริหารจัดการคลื่นความถี่ได้ดีที่สุด หรืออาจแบ่งเป็นคลื่นความถี่ 10 เมกะเฮิรตซ์ 3 ราย และ 15 เมกะเฮิรตซ์อีก 1 ราย
จากที่ กทช. อนุมัติตารางการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ 3 จี ไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วยย่านความถี่ 1920-1980 เมกะเฮิรตซ์ และ 2110-2170 เมกะเฮิรตซ์ (paired band) และ 2010-2025 เมกะเฮิรตซ์ (unpaired band) ซึ่งในการจัดสรรความถี่นี้ กทช. ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าจะไม่นำความถี่ย่าน 2010-2025 เมกะเฮิรตซ์ (unpaired band) มาจัดสรรแต่อย่างใด
อายุใบอนุญาตเกิน 10 ปี
ด้านราคาขั้นต่ำการประมูล ได้มีการทำวิจัยเรื่องราคา ร่วมกับทีปรึกษา มหาวิทยาลัยจากฟลอริด้าและมหาวิทยาลัยชาร์มเมอร์ จากสวีเดน เพื่อศึกษาการกำหนดราคาเบื้องต้น และเงินมัดจำ ซึ่งที่ปรึกษาเสนอให้มีการกำหนดอัตราไว้ แต่ กทช. ยังไม่ตัดสินใจอนุมัติ ขณะที่ระยะเวลาใบอนุญาต คาดว่าจะมีขั้นต่ำที่ 10 ปีขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม แนวทางการกำกับดูแลจะไม่แตกต่างไปจากเดิม เพราะผู้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่และให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่ ก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เดิมที่มีอยู่แล้ว
ซื้อเวลาประมูลหวั่นถูกฟ้อง
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กทช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงาน กทช. ไปจัดทำรายละเอียดของการออกหลักเกณฑ์ สำหรับกระบวนการในการออกใบอนุญาต 3จี คาดว่าจะเห็นข้อสรุปได้ในวันที่ 19 ก.พ. นี้
ขั้นตอนสำคัญหลังจากนี้ จะต้องมีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำหน้าที่ออกแบบการประมูลใบอนุญาต และที่ปรึกษาเพื่อดำเนินกระบวนการประมูล ซึ่งต้องเป็นคนละรายกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยหากขั้นตอนนี้ล่าช้าก็จะส่งผลต่อกำหนดเวลา ที่จะออกใบอนุญาตใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของที่ปรึกษาด้านออกแบบการประมูลนั้น สามารถคัดเลือกจากรายเดิมที่ทำหน้าที่ศึกษาการจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาในการทำงาน เมื่อเทียบกับการคัดเลือกรายใหม่ ที่ต้องใช้เวลาทำงานอีกไม่ต่ำกว่า 1-3 เดือนเป็นอย่างน้อย
"แต่อาจมีความกังวัลว่า จะถูกจับตามองหรือมีข้อครหา หากเลือกใช้รายเดิม ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ กทช. กำลังวิตกอยู่ จนถึงกับออกปากมากว่า โครงการ 3จี ต้องทำกันอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เพราะมีข่าวลือว่าอาจถูกฟ้องร้องจากเอกชนบางรายที่ให้บริการมือถืออยู่เดิม หากรายนั้นเห็นว่า เขาเสียประโยชน์ หรือไม่สามารถแข่งประมูลใบอนุญาต 3จีใหม่ได้" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าว กล่าวว่า เดิมที่ประชุมวานนี้ เตรียมสรุปและแถลงกำหนดการที่ชัดเจน ของกระบวนการขั้นต่อไปจนถึงการให้ใบอนุญาต 3จี แต่ถูกทักท้วงจาก กทช. บางท่าน ซึ่งกังวลกับปัญหาการฟ้องร้อง และไม่ต้องการถูกผูกมัดจากเงื่อนไขด้านกำหนดเวลา
ดีแทค"จี้"กทช.รับผิดชอบออกเกณฑ์
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ผลการประชุมของ กทช. วานนี้ "น่าผิดหวัง" ที่ยังไม่มีหลักเกณฑ์การอ๊อกชั่น หรือประมูลออกมา แม้ว่าจะสรุปเลือกใช้วิธีการดังกล่าวก็ตาม เพราะวิธีการอื่นคงถูกครหาได้ง่าย เช่น การประกวดราคาก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ยาก หากมีผู้ร้องเรียนก็ยิ่งทำให้กระบวนการออกใบอนุญาตล่าช้า
ทั้งนี้ เขาขอเสนอแนะให้ กทช. รับผิดชอบ "เส้นตาย" และรับผิดชอบต่อกรอบเวลา เพราะส่วนอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำล้วนต้องการความชัดเจน เพื่อนำไปวางแผนธุรกิจ การจัดสรรงบประมาณ ตลอดจนทำการตลาดไปถึงผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน เอกชนต่างคาดหวังว่า กทช. จะเร่งออกเกณฑ์ให้ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ประเทศต้องการเมกะโปรเจ็คส์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งโครงการประมูล 3 จีนี้ภาครัฐไม่ได้เสียหาย หรือเสียงบประมาณ เนื่องจากเป็นการลงทุนของภาคเอกชน
"โครงการลงทุนขนาดใหญ่จะช่วยผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ทุกส่วนของแวลูเชน จะเติบโตขึ้น เช่นส่วนธุรกิจไอที ผู้นำเข้าโน้ตบุ๊ค ก็คงต้องการได้ข้อมูลไปวางแผนเชิงธุรกิจ การทำตลาดในไทย " นายธนากล่าว
ในส่วนของดีแทค พร้อมยอมรับเงื่อนไขทุกประการจาก กทช. หากเป็นเกณฑ์ที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่ว่าจะจัดสรรคลื่นให้แก่ผู้ให้บริการจำนวนรายเท่าใด หรือจำนวนกี่เมกะเฮิรตซ์ต่อราย ตลอดจนราคาขั้นต่ำจะเท่าใดก็ตาม
ทั้งนี้ ขึ้นกับแนวคิดของกทช.ที่มุ่งหวังนำเงินเข้ารัฐจำนวนมากจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ค่าอ๊อคชั่น หรือ กทช. มีแนวคิดต้องการให้ผู้ได้รับใบอนุญาตในอนาคตขยายโครงข่ายไปได้เร็ว เพื่อให้บริการลูกค้า ก็จะคิดค่าธรรมเนียมต่ำกว่า
นายธนา กล่าวว่า เท่าที่ทราบ กทช. มีข้อมูลเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ก็หวังว่าจากนี้จะใช้เวลาตัดสินใจออกเกณฑ์ ได้ไม่ยาก แม้ว่าอาจมีบางบริษัทที่ไม่พร้อมเข้าประมูลไม่ต้องการให้มี 3 จี
เอไอเอสมั่นใจปีนี้ได้ 3จีแน่
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ชิน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า คาดว่าอีกไม่นาน กทช. จะออกเกณฑ์ 3 จี เพราะมีข้อมูลศึกษาไว้พร้อมแล้ว จึงคาดว่าจะสามารถผ่านกระบวนการต่างๆ ไปสู่การให้ใบอนุญาตได้ในปีนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อการสร้างงานในประเทศ แม้ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้เป็นวางการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวก็ตาม แต่ดีกว่าไม่มีเลย เพราะนอกจากจะเกิดการสร้างงานแล้ว ยังมีผลดีต่อการเข้าถึงข้อมูลการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ของคนไทยด้วยเช่นกัน เนื่องจากโครงข่ายสามารถให้บริการโมบาย บรอดแบนด์ได้
ส่วนวิธีการทำตลาดนั้นภาคเอกชนต่างต้องใช้กลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตของตลาดในรูปแบบต่างๆ เพราะตลาดในประเทศมีจำกัดเท่านี้ เช่นต้องให้ความสำคัญต่อการการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณพ์ ตลอดจนบริการไปถึงกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง
"มั่นใจว่าจะมีใบอนุญาต 3 จีในไทยปีนี้ เนื่องจากกทช.ได้อนุมัติสเปคตรัม แพลน และตีพิมพ์ในราชกิจกจานุเบกษาแล้ว ซึ่งจัดเป็นไมล์ สโตนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม เพราะเป็นเรื่องยากกว่าจะได้แพลนดังกล่าวเป็นเวลากว่า 2 ปี" นายสมประสงค์กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่า กทช. กำหนดค่าใบอนุญาต 1 ใบ ประมาณ 100-200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท