เลิกทำธุรกิจมือถือในไทย กสท เล็งซื้อมาปรับสู้"3จี"
"ฮัทชิสัน"ฝืนทำมือถือซีดีเอ็มเอไม่ไหว ประกาศขายกิจการคืน กสท แล้ว ด้านบอร์ดคาดใช้งบฯ ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้าน เตรียมโอนมาใช้โครงข่ายเอชเอสพีเอ รับแข่งขัน 3 จีในอนาคต
แหล่งข่าวจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ฮัทชิสัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานใหญ่ฮ่องกง เตรียมขายกิจการ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ได้รับสิทธิทำการตลาดโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอ ภายใต้แบรนด์ ฮัทช์ ให้กับ กสท แล้ว และไม่มีแผนที่จะทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยอีก ทั้งนี้ เนื่องจากระบบซีดีเอ็มเอไม่ประสบความเร็จและไม่เป็นที่นิยมของตลาด และมีข้อจำกัดในการใช้งานสูง เช่น เครื่องโทรศัพท์ที่ใช้งานร่วมกับระบบอื่นไม่ได้ ส่งผลให้ฮัทช์ต้องทำการตลาดด้วยวิธีชดเชยเครื่องให้กับลูกค้า และการที่ไม่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานด้านข้อมูล (ดาต้า) เช่น การส่งเอ็มเอ็มเอสไปยังระบบอื่น เป็นต้น ปัจจุบันฮัทช์ เป็นผู้ทำตลาดซีดีเอ็มเอ ในภาคกลางรวม 25 จังหวัด ตั้งแต่ปี 2545 มีลูกค้าประมาณ 1.1 ล้านราย
"หากเทียบกับระบบจีเอสเอ็มของผู้ให้บริการมือถือ 3 ราย การลงทุนต่อปีของฮัทช์ไม่ดี ผู้บริหารของฮัทช์ได้ตกลงที่จะขายให้กับ กสท แล้ว เหลือแต่ขั้นตอนการตกลงเรื่องราคาท่านั้น"
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน กสท กล่าวว่า บอร์ดได้อนุมัติแผนการซื้อฮัทช์ตั้งแต่ปีที่แล้ว และอยู่ระหว่างการคำนวณราคาเบื้องต้น เห็นว่าไม่น่าต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท เพราะต้องคำนวณจากรายได้ของฮัทช์ปีละ 5,000 ล้านบาท รวมทั้งฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิมด้วย อย่างไรก็ตาม นโยบายการซื้อฮัทช์นั้นปรับเปลี่ยนมาจากแผนเดิมที่ให้ฮัทช์โอนโครงข่ายซีดีเอ็มเอให้ กสท ขณะที่ฮัทช์ได้สิทธิทำตลาดทั่วประเทศ แต่ติดเรื่องขั้นตอนการผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี
ดังนั้น การเปลี่ยนมาเป็นวิธีการซื้อฮัทช์เลยน่าจะไม่ติดปัญหาใดๆ ทั้งนี้ ภายหลังการซื้อฮัทช์คืนมาแล้ว กสท เตรียมเปลี่ยนโครงข่ายจากซีดีเอ็มเอ เป็นเอชเอสพีเอ แล้วให้เอกชนเช่า หรือ หาพันธมิตรการตลาดรายใหม่จะสร้างมูลค่าให้กับกสทฯ ได้มากกว่าการลงทุนซีดีเอ็มต่อไป เพราะการใช้งานไม่เป็นที่แพร่หลาย เมื่อเทียบกับทั่วโลกที่มีการใช้งานจีเอสเอ็ม 80% ยิ่งหาก คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้ใบอนุญาต 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ แล้ว ซีดีเอ็มเอก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ
นายจิรายุทธกล่าวว่า กสท จะหาพันธมิตรต่างชาติ เพื่อเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3 จี ให้เร็วที่สุด หาก กสท ได้ 3 จี ด้วย ก็จะมีคลื่นความถี่ 2 ช่วง คือ 800 เมกะเฮิร์ตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ เมื่อรวมกับโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ วงจรเชื่อมต่อต่างประเทศ (เกตเวย์) กสท ก็จะกลายเป็นผู้ให้บริการที่ได้เปรียบรายอื่นๆ