กทช.ไฟเขียวทีโอทีอัปเกรดสถานีฐานไทยโมบาย 1900 เมกะเฮิรตซ์ เดิมจำนวน 533 สถานีฐาน ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็น 3G ระบุหากต้องการนำเข้าอุปกรณ์สามารถขออนุญาตสำนักงานทันทีไม่ต้องผ่านบอร์ดกทช.
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)กล่าวว่าบอร์ดกทช. อนุญาตให้บริษัททีโอที อัปเกรดสถานีฐานโทรศัพท์มือถือระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ของไทยโมบาย ให้สามารถรองรับการใช้งานระบบ 3G บนคลื่นความถี่ 1900-2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 533 สถานีฐานเดิม ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งตามแผนทั้งหมดของทีโอทีจะติดตั้งสถานีฐานเพื่อรองรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือระบบ 3Gทั้งหมด 5,200 สถานีฐานทั่วประเทศ
"หลังจากนี้ ทีโอที สามารถดำเนินการติดตั้งและอัปเกรดสถานีฐานได้ทันที ส่วนการขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ ก็ยื่นขอจากสำนักงานกทช.ได้โดยตรงไม่ต้องผ่านบอร์ดกทช.อีก ซึ่งจะทำให้การทำงานเร็วขึ้น"
ทั้งนี้การอัปเกรดดังกล่าวทีโอทีจะใช้เงินลงทุนประมาณไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหนึ่งสถานีฐานหรือรวมแล้วประมาณ 1,500 ล้านบาทนอกจากนี้ทีโอทียังได้คืนเลขหมายโทรศัพท์มือถือจำนวน 1.4 แสนเลขหมายให้กทช.เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเลขหมายละ 1 บาทต่อเดือน ระหว่างอัปเกรดสถานีฐานให้สามารถรองรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือระบบ 3G
นายประเสริฐกล่าวว่าบอร์ดกทช.เห็นชอบให้สำนักงานกทช.ไปศึกษาการลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 และใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบที่ 3 ซึ่งมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง จากเดิมที่คิดค่าธรรมเนียมปีละ 2.5% ของรายได้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี จึงเหมือนเป็นการสร้างกำลังใจที่จะดำเนินงานให้ผู้ประกอบการ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวต้องเน้นประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้บริโภคและสาธารณะเป็นหลัก
ปัจจุบันกทช.มีรายได้จากค่าใบอนุญาตปีละ 2,500 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรศัพท์ 1 พันล้านบาท รวมรายได้ปีละ 3,500 ล้านบาท หาก กทช.ลดค่าใบอนุญาตลงจะทำให้กทช. มีรายได้ลดลง แต่ก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายและยังมีเงินเหลือส่งเข้ากระทรวงการคลัง ซึ่งปีที่ผ่านมา กทช.ส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง 800 ล้านบาท จากรายได้ทั้งหมด 3,800 ล้านบาท
กทช. ยอมรับผลกระทบจากสถานการณ์แวดล้อมในประเทศ อาจส่งผลให้เกณฑ์การออกใบอนุญาต ตลอดจนการประมูล 3 จี ไวแม็กซ์ ล่าช้าไปอีกเล็กน้อย
ประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจการเมืองในประเทศขณะนี้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของทุกอุตสาหกรรม ซึ่งในส่วนความรับผิดชอบของ กทช. จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนออกเกณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะเกณฑ์ประมูล และการให้บริการ 3 จี รวมทั้งไวแม็กซ์ด้วย
"ยอมรับว่าแผนงานต่างๆ ต้องสะดุดไปบ้างจากสภาพแวดล้อมของประเทศเช่นนี้ อย่าง 3 จี โดยส่วนตัวแล้วคาดว่าอาจมีหลักเกณฑ์ออกมาได้พร้อมในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หรือเลื่อนจากเดิมเล็กน้อย ขณะที่อาจได้เห็นการออกเกณฑ์ไล่เลี่ยกันกับ ไวแม็กซ์" นายประเสริฐกล่าว
สำหรับเกณฑ์ 3 จี บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ นั้น ขณะนี้อยู่ในกระบวนการคัดเลือกที่ปรึกษา เพื่อจัดทำ 2 เรื่องหลักได้แก่ 1.ดีไซน์รูปแบบการประมูล 2.วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อการให้ใบอนุญาต 3 จีรายใหม่ เนื่องจากสถานการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนไป คาดว่า ภายในต้นเดือนพฤษภาคม จะรู้ว่าผู้ที่ได้รับคัดเลือกคือ รายใด จากนั้นบริษัทที่ปรึกษาจะจัดส่งรายงานสมบูรณ์ใน 3 เดือน แต่ระหว่างนั้นก็จะจัดส่งรายงานให้ กทช. เป็นประจำทุกเดือน
ส่วนเกณฑ์ไวแม็กซ์อยู่ระหว่างทำแผนความถี่ให้สมบูรณ์ จากนั้น กทช. จึงจะพิจารณาได้ว่าจะออกเกณฑ์อย่างไร ออกให้กี่ราย และอย่างไร
ขณะเดียวกัน บอร์ด กทช. ได้อนุมัติให้ บมจ. ทีโอที ติดตั้งสถานีฐานสำหรับคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ -2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 533 แห่งในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล จากเป้าหมายทั้งหมดจำนวน 5,200 สถานีฐานทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บอร์ดยังเห็นชอบให้สำนักงาน กทช. ศึกษาลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมประเภทที่ 3 มีโครงข่ายเป็นของตนเอง และบริการอินเทอร์เน็ตแบบที่ 3 จากปัจจุบัน 2.5 % ของรายได้ลงอีกเพื่อความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ซึ่งคาดว่ารายได้ของ กทช.จะลดลงจากปีที่ผ่านมาเกือบ 3,800 ล้านบาท และจัดส่งให้รัฐ 800 ล้านบาท เงินที่เหลือใช้เพื่อบริหารบุคลากรและเงินเดือน 40% จากนั้นเป็นการแบ่งเงินให้กับกองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคม กองทุนเพื่อการศึกษา กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO)
ด้านนายศุภลักษณ์ สัปตตั้งตระกูล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน หากได้รับความชัดเจนจาก กทช. ที่จะมีบริการใหม่ในเวลาใด โดยไม่เลื่อนไปเรื่อยๆ จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมได้ดีอีกด้วย
ขณะที่ นายประเสริฐ กล่าวว่า กทช. ได้เร่งการลงทุนที่สุดแล้วเพื่อกระตุ้นการลงทุน แต่การจัดสรรนั้นให้เป็นทรัพยากรของชาติ ที่มีระยะเวลายาวนาน ดังนั้นจึงต้องดำเนินการให้เหมาะสม อัตราประมูล ไม่ถูกหรือแพงเกินไป เพื่อให้ประกอบธุรกิจได้ ขณะเดียวกัน ขอให้เห็นใจคนกำกับนโยบายเพราะถ้ามีปัญหาใด ก็จะถูกครหาก่อนผู้อื่น
23 เมษายน 2552 09:00กทช.หวั่นการเมืองกระทบแผนออกใบอนุญาต 3จี