วงการสื่อสารท้วงโครงการจัดซื้อ 3จี เฟสศูนย์ ของไทยโมบาย เหตุต้นทุนสูงแซงบังคลาเทศ ด้านทีโอที แจงยังต้องเจรจากิจการร่วมค้าเดิมก่อนเสนอบอร์ด
แหล่งข่าว กล่าวว่า ต้นทุนของสถานีฐานของไทยโมบายต่อลูกค้า สูงกว่าค่าเฉลี่ยสากล โดยมีมูลค่าถึง 200 ดอลลาร์ หรือกว่า 7,000 บาทต่อการรองรับลูกค้า 1 ราย
ขณะที่ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศบังคลาเทศ ที่เปิดประมูลติดตั้งโครงการมือถือ 3จี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา พบว่าต้นทุนสถานีฐานรวมค่าเสา และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทั้งหมด อยู่ที่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ต่อลูกค้า 1 ราย หรือหากไม่รวมทาวเวอร์ จะอยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์
"เป็นที่น่าสังเกตว่าราคาที่ตกลงในไทยมีมูลค่าสูงกว่าประเทศอื่นๆ มาก แต่สามารถสรุปกันในหลักการได้ ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปแผนธุรกิจชัดเจน นอกจากมองว่าจะเป็นเน็ตเวิร์ค โพรไวเดอร์" แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายชาครีย์ ทรัพย์พระวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงข่าย บมจ. ทีโอที กล่าวว่า ทีโอที ยังไม่ตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการอัพเกรดโครงข่าย 3จี เดิม แต่กำลังเร่งดำเนินการ คาดว่าจะสรุปได้ในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะเสนอให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง
ทั้งนี้ การอัพเกรดโครงข่ายดังกล่าว มีสัญญากับกลุ่มกิจการร่วมค้าเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีการเจรจาในรายละเอียดให้แล้วเสร็จ ขณะที่การลงทุนในเฟส 1 และเฟส 2 ตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรอการพิจารณางบประมาณเงินกู้ให้เรียบร้อยก่อน
ขณะที่ ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ร.ต. หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี ซึ่งจะดำเนินการโดยทีโอที ให้ที่ประชุมรับทราบ
ร.ต. หญิง ระนองรักษ์ กล่าวว่า ไอซีที เตรียมเสนอกรอบการดำเนินงาน และขออนุมัติงบลงทุนในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2 หมื่นล้านบาท ส่วนการกู้เงิน จะเน้นแหล่งเงินทุนในประเทศเป็นหลัก แต่ถ้าไม่พอก็อาจพิจารณาแหล่งเงินกู้นอกประเทศในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการลงทุนโครงข่าย 3จี เป็นไปตามมติ ครม. ซึ่งให้ทีโอทีเป็นผู้ลงทุนและให้บริการโครงข่ายทั่วประเทศ งบประมาณเดิมที่คาดไว้ 2.9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น เงินลงทุนของทีโอทีเอง 2.4 พันล้านบาท และเงินกู้อีก 2.7 หมื่นล้านบาท โดยถือเป็นส่วนหนึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการของทีโอที