ทีโอทียันพร้อมให้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ภายในวันที่ 16 ธ.ค.นี้แน่นอน ด้วยการลงทุนเพิ่ม 1,900 ล้านบาทในการอัปเกรดโครงข่าย 1900 เมกะเฮิรตซ์เดิมของเอซีที โมบายล์และเพิ่มในส่วนสถานีย่อยในอาคารย่านราชประสงค์ ส่วนแผนขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ คาดทีโออาร์แล้วเสร็จพร้อมให้ยื่นซองประกวดราคาภายในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ ด้านคนในทีโอทีชี้ควรสอบหาความจริงเรื่องสัญญาเดิมระหว่างเอซีที โมบายล์กับอีริคสัน โนเกีย ซีเมนส์ เนื่องจากราคาผูกพันมาถึงการอัปเกรดโครงข่าย
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ว่าทีโอทีกำลังดำเนินการใน 2 ส่วนไปพร้อมๆกันคือ 1. การอัปเกรดโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 1900 เมกะเฮิรตซ์เดิมของเอซีที โมบายล์ ให้เป็น 3G หรือเรียกว่าเป็น 3G initial phase โดยคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1,900 ล้านบาทเพื่ออัปเกรดสถานีฐานเดิม 500 แห่ง รวมทั้งการติดตั้งสถานีฐานย่อยในอาคารต่างๆบริเวณย่านราชประสงค์ โดยเฟสนี้คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในวันที่ 16 ธ.ค.52 ตามนโยบายของกระทรวงไอซีที
‘เฟสนี้จะเป็นการเจรจากับคู่สัญญาเดิมของเอซีที โมบายล์คืออีริคสัน และ โนเกีย ซีเมนส์ เนื่องจากมีข้อผูกพันกันอยู่ และได้มีการจ่ายเงินล่วงหน้าไปจำนวนหนึ่งแล้ว โดยโครงการ initial phase เป็นเหมือนโครงการนำร่องให้บริการ 3G ของทีโอทีไปก่อน เพื่อความต่อเนื่องก่อนที่เราจะเข้าไปที่โครงการลงทุนทั่วประเทศ’
งานที่ 2 คือการขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ไปทั่วประเทศ หลังจากที่ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณทั้งสิ้น 24,800 ล้านบาท โดยทีโอทีจะใช้การประกวดราคาแบบอินเตอร์เนชั่นแนลบิตดิ้งและจะต้องมีการกำหนดในเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์)ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอประมูลทุกรายจะต้อง เสนอแหล่งเงินกู้และเงื่อนไขอย่างดีที่สุดตามที่ทีโอที กำหนดและจะพิจารณาเฉพาะรายที่เสนอราคาประมูลโครงข่ายและอุปกรณ์ที่ต่ำที่สุดเพื่อพิจารณาความเหมาะสม และเสนอให้กระทรวงการคลังเห็นชอบด้วย
ในส่วนของทีโอทีได้มีการเตรียมงานล่วงหน้าในส่วนของการขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G ทั่วประเทศไว้อย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการตั้งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ 2 คนเพื่อมาดูแลเรื่องการจัดซื้อพัสดุและด้านกฎหมายรวมทั้งด้านสเปกต่างๆคือนายสมพล สันติบุตรกับนายเชฏฐ์ พันธุ์จันทร์
นอกจากนี้บอร์ดทีโอทีกำลังจะพิจารณาอนุมัติเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการ 3G ทั่วประเทศ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประชาพิจารณ์เงื่อนไขให้โปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อทีโอทีมากที่สุด โดยทีโอทีคาดว่าจะเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาได้ภายในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้
‘ทีโอทีจะดูเงื่อนไขประกวดราคาให้รัดกุมมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้ใครเป็นพิเศษ’
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเมื่อได้ผู้ชนะประมูลติดตั้งโครงข่าย 3G ทั่วประเทศแล้วจะต้อง มีการโยกย้ายอุปกรณ์ของอีริคสัน และโนเกีย ซีเมนส์ จำนวน 500 สถานีฐานเดิมออกไป เพื่อเตรียมพื้นที่ให้สำหรับการติดตั้งโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ เพราะในแง่การใช้บริการจะได้ประสิทธิภาพสูงกว่าการต้องโรมมิ่งกันระหว่างโครงข่าย 3G ทั่วประเทศของใหม่กับโครงข่ายที่อัปเกรดของเดิม โดยทีโอทีต้องการให้หน้าที่ภาระในการการโยกย้ายอุปกรณ์และการเตรียม site preparation ของ500 สถานีฐานเดิม ไม่ควรรวมเป็นขอบเขตงานในการประมูลของโครงการในทีโออาร์ใหม่ที่จะติดตั้งโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ
ด้านแหล่งข่าวในทีโอทีกล่าวว่าทีโอทีควรจะตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบความถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ในสัญญาเดิมที่เอซีที โมบายล์ทำไว้กับกลุ่มอีริคสันและโนเกีย ซีเมนส์ โดยกำหนดมูลค่าซื้ออุปกรณ์ในการติดตั้งเพิ่มเติมไว้ด้วยที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับการอัปเกรด เป็น 3G และการติดตั้งสถานีฐานย่อยในอาคารแล้วก็จะรวมเป็นประมาณ 1,900 ล้านบาท
‘ทีโอทีควรเข้ามาตรวจสอบในเรื่องราคาด้วยว่ามีความโปร่งใสและถูกต้องมากแค่ไหน ในส่วนของการอัปเกรดโครงข่าย’