นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)(26พ.ค.52)ไม่ได้มีการพิจารณาวาระขอให้ทบทวนมติครม.เรื่องการดำเนินการโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G จากการประมูลแบบสากลมาเป็นแบบเปิดประมูลทั่วไป โดยร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้ถอนออกจากวาระ โดยอ้างว่า ยังไม่ได้รับความเห็นจากกระทรวงการคลัง
รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่กระทรวงไอซีทีต้องถอนเรื่องดังกล่าวออกจากวาระการประชุม เนื่องจาก กระทรวงไอซีทียังไม่ได้ขอความเห็นจากกระทรวงการคลัง เนื่องจากแม้มีการตัดลดงบลงทุนลงมาเหลือ 2.4 หมื่นล้านบาทแล้ว แต่การกู้เงินเพื่อดำเนินการ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้ค้ำประกัน โดยเป็นการตัดงบลงกว่า 5 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ไอซีทีขอให้ทบทวนโครงการสร้างโครงข่าย 3G วงเงินลงทุนกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท แยกเป็นการขอใช้แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยที่เหมาะสมแทนการใช้แหล่งเงินกู้ในลักษณะสินเชื่อเพื่อการส่งออก (Export Credit) และขอให้เห็นชอบใช้วิธีการประกวดราคาทั่วไป แทนการประกวดราคาสากลด้วย เนื่องจากเจ้าของเทคโนโลยีหลายรายมีตัวแทนในประเทศไทยอยู่แล้ว และต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและเปิดกว้างในการแข่งขันราคา
โดยเบื้องต้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว และมีความเห็นว่าการใช้แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยที่เหมาะสม แทนการใช้แหล่งเงินกู้ในลักษณะ Export Credit เนื่องจากปัจจุบันสภาพคล่องทางการเงินภายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงอาจพิจารณาใช้แหล่งเงินกู้ภายในประเทศไทย หรือการใช้เงินกู้เพิ่มสภาพคล่องระยะสั้นสำหรับรัฐวิสาหกิจ ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2552 เพื่อดำเนินโครงการในระยะแรก และพิจารณาแหล่งเงินกู้ระยะยาวที่มีต้นทุนต่ำต่อไป
ขณะที่กรมบัญชีกลางไม่เห็นด้วยที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุม ครม.เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการ 3G เพราะจะพ่วงธุรกิจการให้บริการ (service provider) เข้าไปด้วย โดยมองว่าทีโอทีไม่มีความชำนาญ และความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ ซึ่งทีโอทีน่าจะเน้นการพัฒนาโครงข่ายก่อน เพราะมติ ครม.ให้ทำเฉพาะพัฒนาโครงข่ายเท่านั้น ถ้าทีโอทีอยากจะลงทุน น่าจะลงทุนในอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) มากกว่า เพราะมีโครงข่ายจากโทรศัพท์พื้นฐานอยู่แล้ว