"ระนองรักษ์"เผยนายกฯประสงค์ให้ทำทีโออาร์ภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติที่สนใจเข้าร่วมกับผู้ประกอบการไทยยื่นประมูล ส่วน 3จี เฟสแรกเปิดทดลองให้บริการในเดือน พ.ย. นี้ พร้อมกันนี้ ให้ใบอนุญาตผู้ประกอบการ e-Payment จำนวน 67 ราย
ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดให้จัดทำเงื่อนไขการประมูล หรือทีโออาร์ โครงการ 3 จีของบริษัท ทีโอที เป็นภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างชาติรับรู้ทีโออาร์ของโครงการเพื่อการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นคอนโซเตียม หรือกิจการร่วมค้า กับผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมการประมูล
อย่างไรก็ดี ไอซีทีจะยังไม่มีการเสนอแผน 3จี ของทีโอทีเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ (28 ก.ค.52) เนื่องจากแผนยังไม่แล้วเสร็จ แต่ยืนยันว่าจะเสนอเข้าครม.ให้ทันในกลางเดือนส.ค.นี้ ส่วนโครงการ 3 จีเฟสแรก ซึ่งดำเนินการโดยการปรับปรุงโครงข่ายเดิมที่มีอยู่ 500 สถานีฐานในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นมั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ทันในวันที่ 5 ธ.ค.ปีนี้ ตามที่คณะกรรมการทีโอทีการันตี และจะเปิดทดลองให้บริการก่อนในเดือนพ.ย.นี้
“สำหรับโครงการ 3 จีของทีโอที คณะรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมาได้อนุมัติวงเงินลงทุนไว้ที่ 29,000 ล้านบาท แต่โครงการประสบปัญหาล่าช้าทำให้ปัจจุบันราคาอุปกรณ์สำหรับการลงทุนโครงข่ายปรับตัวลดลง ส่งผลให้มูลค่าโครงการในปัจจุบันอยู่ในระดับ 20,000 ล้านบาทต้นๆ”
พร้อมกันนี้ ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ได้เป็นประธานมอบใบอนุญาตผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-payment จำนวน 67 ราย จำนวน 102 ฉบับ หลังจากที่พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2551
ธุรกิจ e-Payment ที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มีทั้งหมด 8 ประเภท โดยมีผู้ให้บริการที่เข้าข่ายตามพระราชกฤษฎีกาฯ ดังนี้ 1.การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เช่น ไทยสมาร์ทการ์ด ทรูมันนี่ 2.บริการเครือข่ายบัตรเครดิต 3.บริการเครือข่ายอีดีซี 4.บริการสวิตชิ่งในการชำระเงิน
5.บริการหักบัญชี 6.บริการชำระดุล 7.การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือผ่านเครือข่าย มีจำนวน 52 ราย เช่น ธนาคารพาณิชย์ของไทย สาขาธนาคารพาณิชย์จากต่างประเทศ ผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงิน และ 8.บริการรับชำระเงินแทน เช่น Just Pay ของทีโอที Pay at Post ของไปรษณีย์ไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส AIS pay station, Jaymart Pay point เป็นต้น