ทรูฯเผยไอโฟน 3G เอส ขาดตลาด ได้ยอดจองกว่า 10,000 เครื่องแต่แอปเปิ้ลจัดสรรล็อตแรกมาแค่ 3,500 เครื่อง เตรียมส่งมอบเฉพาะลูกค้าที่นัดรับสินค้าวันที่ 28 ส.ค. ก่อน ส่วนคนที่นัดรับสินค้าวันที่ 29 ส.ค.- 3 ก.ย.ต้องรอถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนหน้าแทน หรือขอรับเงินจองคืนได้เช่นกัน
นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหาร ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหลังจากที่ทรูเปิดการจองซื้อโทรศัพท์ไอโฟน 3G เอสเมื่อเดือนที่ผ่านมาและปิดจองไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2552 โดยกำหนดวันรับเครื่องตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.-3 ก.ย.นี้ ปรากฏว่ามียอดจองกว่า 10,300 เครื่อง มากกว่าช่วงที่เปิดตัว iPhone 3G เมื่อต้นปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่า
อย่างไรก็ตามด้วยความที่ประเทศไทยเปิดตัวไอโฟน 3 จี เอสในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆทั่วโลก ทำให้การผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการในตลาดและไทยได้รับการจัดสรรเครื่องในล็อตแรกเพียง 3,500 เครื่องเท่านั้น
ดังนั้นทรูได้หาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยจะส่งมอบเครื่องล็อตแรก 3,500 เครื่องแก่ลูกค้าในเขตกรุงเทพฯที่จองซื้อและกำหนดวันรับสินค้าในวันที่ 28 ส.ค. นี้เป็นอันดับแรก โดยลูกค้ามารับเครื่องได้ตั้งแต่ 10 โมงเช้าเป็นต้นไป ส่วนผู้ที่จองซื้อและกำหนดวันรับเครื่องระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-3 ก.ย. ขอให้อดทนรอต่อไปอีกนิด โดยทางแอปเปิ้ลจะเร่งจัดส่งเครื่องล็อตต่อไปภายในอาทิตย์หน้า ซึ่งเมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทยแล้วต้องมีการตรวจรับ และคาดว่าจะสามารถส่งมอบเครื่องในล็อตต่อไปได้ภายในอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน ก.ย. ซึ่งลูกค้าที่ได้รับสินค้าล่าช้า ทางทรูจะมอบซองหนังใส่โทรศัพท์มูลค่า 1,200 บาทให้ด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเช่นกันว่าเครื่องที่จะได้รับในล็อตต่อไปจะได้กี่เครื่องและครบตามจำนวนที่ขาดหรือไม่
ทั้งนี้ในกรณีที่ลูกค้าไม่ต้องการรอและจะขอรับเงินจองคืน สามารถติดต่อร้านทรูช้อปสาขาที่ระบุในการรับเครื่อง เพื่อกรอกเอกสารขอรับเงินสดคืนได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป โดยทรูจะใช้เวลาดำเนินการทางเอกสารและคืนเงินจองภายใน 3 วันทำการ
"กลุ่มลูกค้าที่กำหนดวันรับเครื่องในวันที่ 28 ส.ค. จะมีจำนวนไล่เลี่ยกับเครื่องที่เราได้รับมาในล็อตแรก อย่างไรก็ตามจะมีลูกค้ากลุ่มที่จองซื้อรุ่น 32GB สีดำจะไม่ได้รับเครื่องหมดทุกคนเนื่องจากสินค้ามีเพียง 262 เครื่อง เหลือที่ไม่ได้รับเครื่องอีกประมาณ 400 ราย"
นายปพนธ์มองว่าการที่เกิดเหตุการณ์สินค้าขาดตลาดในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากทางแอปเปิ้ลประมาณการยอดขายไว้ค่อนข้าง conservative ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ไทยเองมียอดจองเพิ่มขึ้นมากกว่าครั้งก่อน 3 เท่าซึ่งสอดรับกับตลาดสมาร์ทโฟนที่เติบโตขึ้นกว่า 20% เช่นกัน ขณะที่แอปเปิ้ลใช้ตัวเลขยอดจองครั้งก่อนเป็นปัจจัยพิจารณาทำให้เครื่องขาดตลาด