สามารถฯชูกลยุทธ์บีโลว์เดอะไลน์ทำตลาด MVNO เน้นเจาะกลุ่มลูกค้า Data ไม่สนแข่ง Voice บันเดิลขายซิมพร้อมมือถือไอ-โมบาย
ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3 โปรเจ็กต์ประมูลงานภาครัฐดันกำไรพุ่ง 157% เตรียมเซ็นสัญญาเพิ่มอีกกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่ "ไอ-โมบาย" รายได้ลด แต่กำไรเพิ่มหลังลดต้นทุนสต๊อกสินค้า
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมของกลุ่มสามารถฯในไตรมาส 3 ว่ามีผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีรายได้เติบโต 10% จาก 4,000 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 4,400 ล้านบาท แต่เฉพาะกำไรมีการเติบโตถึง 157% จาก 54 ล้านบาท เป็น 139 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ของบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ที่ได้สัญญาโครงการต่าง ๆ และรับรู้รายได้มากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากสามารถเทลคอมเพิ่มขึ้นเป็น 30% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ลดลงจาก 70% เป็น 50%
ทั้งนี้ สามารถเทลคอมมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 700 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปีก่อน เป็น 1,400 ล้านบาท ในปีนี้ และมีกำไรเพิ่มขึ้นจาก 27 ล้านบาท เป็น 92 ล้านบาท หรือโตขึ้น 245% รวมมูลค่าโครงการที่เซ็นสัญญาในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มูลค่า 7,000 ล้านบาท กำไรในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 196 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 4 ยังมีโครงการใหญ่ ๆ ที่เตรียมเซ็นสัญญาอีกหลายโครงการ เช่น โครงการติดตั้งระบบเช็กอินในสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่า 2,100 ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ กรมที่ดิน 700 ล้านบาท ฯลฯ เป็นต้น รวมมูลค่าสัญญาตลอดปี 2552 น่าจะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท
ขณะที่บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) มีรายได้ลดลง 12% จาก 2,853 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2551 เหลือ 2,524 ล้านบาท ในปีนี้ แต่ผลกำไรเติบโตขึ้น 89% เนื่องจากลดต้นทุนการสต๊อกสินค้าได้มาก ซึ่งหากดูปริมาณการขายเครื่องลูกข่ายในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา มีการขายไปแล้ว 9.8 แสนเครื่อง โดยมียอดขายในประเทศเติบโตจาก 7.2 แสนเครื่อง เป็น 7.8 แสนเครื่อง หรือมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% แต่ยอดขายในตลาดต่างประเทศตกลงไป
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในไตรมาส 4 นี้ ไอ-โมบายน่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากมีแผนเป็นผู้ให้บริการ MVNO (Mobile virtual network operator) ให้ทีโอที ซึ่งจะเปิดให้บริการมือถือระบบ 3G วันที่ 3 ธ.ค. 2552 นี้
ด้านนายจง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้อํานวยการ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จํากัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการให้บริการ MVNO ว่า บริษัทจะบันเดิลซิมบริการ 3G ของทีโอทีไปพร้อมกับโทรศัพท์ไอ- โมบาย เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า และเตรียมงบฯการตลาดไว้ 30-40 ล้านบาท โดยจะทำตลาดแบบบีโลว์เดอะไลน์ และอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และผู้ที่ต้องการใช้คอนเทนต์ ไม่ทำแพ็กเกจบริการด้าน Voice แข่งกับผู้ให้บริการรายใหญ่
"เราคงเน้นลูกค้าที่ต้องการ Data เป็นหลัก โดยมีเครื่องหลายรุ่นให้เลือก ทั้งมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะเข้ามาในปลายปีนี้ รวมถึงเครื่องที่รองรับวินไดวส์ โมบาย, แอร์การ์ด และโน้ต บุ๊ก ที่จะนำของ Acer มาจำหน่ายด้วย ส่วนคอนเทนต์ เราได้เตรียม Video Messaging, Video Chat, Social Networking เช่น เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ รวมทั้งแอปพลิเคชั่นในลักษณะวิดีโอ เช่น หมอดู และภาพยนตร์ต่าง ๆ"