GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

“นาฬิกอติภัค”จี้โครงการ 3G ทีโอที ขีดเส้น2เดือนต้องผ่านครม

ทีโอทีเร่งลุยโครงข่ายมือถือ 3G “นาฬิกอติภัค” บี้ให้สรุปรายละเอียดแผนลงทุนแบบช่วยเหลือการลงทุนจากรัฐบาลต่างประเทศต่อบอร์ดเล็กให้ยุติในวันนี้ ก่อนชงเข้าเสนอบอร์ดใหญ่ อนุมัติในศุกร์ที่ 7 ก.ย. ให้ทันกรอบเวลา ทำเรื่องเข้าครม.อนุมัติก่อนสิ้นต.ค.ปีนี้

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการ บริษัท ทีโอที กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แห่งชาติ ระบบ 3G ว่า ในวันนี้ (3กันยายน) จะจัดทำสรุปแผนรายละเอียดโครงการในขั้นตอนสุดท้าย กับที่ประชุมของคณะทำงาน แล้วนำเข้าที่ประชุมกับคณะทำงานกลั่นกรองและการเงิน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้โครงการลงทุนดังกล่าวมีความชัดเจนในทุกมิติ ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทีโอที ในวันศุกร์ที่ 7 ก.ย.ต่อไป

ทั้งนี้ หากบอร์ด ทีโอที มีมติอนุมัติจะมอบให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ลงนามเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้นำเรื่องเสนอเข้ามติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ส่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยกรอบเวลาที่คณะทำงานกำหนดไว้จะให้ ครม. อนุมัติได้ภายใน 30 ต.ค.นี้ และ 1 พ.ย. ประกาศแจ้งเปิดรับให้ผู้สนใจเข้าร่วมสนับสนุนลงทุนได้

“กรอบเวลาของโครงการ ทางคณะทำงานต้องการให้มีข้อผิดพลาดให้น้อย สามรถดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลามากที่สุด และ มีข้อสรุปในการอนุมัติการสนับสนุนการร่วมลงทุนแบบรัฐบาลกับรัฐบาล หรือ G2G”

ส่วนข้อกำหนดคุณสมบัติผู้เหมาะสมให้สนับสนุนการลงทุน (ทีโออาร์) ระหว่างนี้คณะทำงานได้เริ่มจัดทำแล้วและจะแล้วเสร็จได้ทันก่อน กลางเดือนต.ค. เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมมากที่สุด และไม่มีอุปสรรคต่อการพิจารณาในการเปิดรับรัฐบาลที่สนใจเข้าร่วมลงทุน รวมถึงรองรับต่อมติครม.ที่อนุมัติให้ ทีโอที ดำเนินโครงการ ซึ่งรูปแบบนั้นจะกำหนดกรอบคุณสมบัติไว้กว้าง มีแผนชำระเงินและ สิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ซึ่งผู้ที่จะสรุปเงื่อนไขในขั้นตอนสุดท้ายในการคัดเลือกจะเป็น รมว.ไอซีที พิจารณาเลือกรัฐบาลที่เหมาะสมหลังจากที่เปิดให้ประเทศที่สนใจยื่นเอกสารแล้ว 15 วัน นับจากวันสุดท้ายของการปิดรับเอกสาร หรือวันที่ 30 พ.ย.

สำหรับประเด็นการจัดทำทีโออาร์จะมี 3 ประเด็นหลัก คือ 1. เทคโนโลยีที่จะมาใช้งานต้องเป็นเทคโนโลยีการใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังแล้ว ไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการทดลอง 2. เทคโนโลยีที่มาใช้งานต้องเป็นเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับเทคโนโลยีใหม่ หรือเก่าที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ เช่น อุปกรณ์ที่นำมาใช้งานสามารถใช้ร่วมกับของผู้อื่นได้ และ 3.ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ในกับ ทีโอที ต่อการพัฒนาบริการต่อไปในอนาคต เพื่อให้รองรับกับการขยายผลโครงการในระยะต่อไป

พ.อ.นาฬิกอติภัค กล่าวว่า จุดที่เป็นห่วงคือ ในขั้นตอน ครม. ที่จะพิจารณาเห็นชอบ ซึ่งในประเด็นนี้ หากผ่านมติ ครม. ทุกอย่างจะดำเนินการทันที และส่วนของการขออนุมัติเพื่อกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการลงทุนประมาณ 1.4-1.7 หมื่นล้านบาท ทีโอที จะต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะมีการพิจารณาว่าเงินกู้ดังกล่าวจะกระทบกับหนี้สาธารณะหรือไม่ หากกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่จำเป็นต้องกู้จากต่างประเทศ แต่ให้ใช้เงินจากกองทุนภายในประเทศได้ ทีโอที ก็จะต้องดำเนินการตามนั้น

สำหรับแผนการลงทุนในแบบการให้ช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ ในแบบ G2G การตัดสินใจต่างๆจะขึ้นอยู่มติครม. และ กระทรวงการคลัง ที่จะพิจารณาเห็นชอบในแบบใด ทั้งเรื่องกรอบเวลา จำนวนวงเงิน สิ่งค้ำประกันวงเงินโครงการของรัฐบาลไทย กับประเทศที่ให้การช่วยเหลือ

ส่วนในขั้นตอนของสภาพัฒน์ที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลอาจจะทำให้ให้ล่าช้านั้น จากที่มีผู้คิดเห็นนำไปเปรียบเทียบกับโครงการติดตั้งขยายซีดีเอ็มเอ 51 จังหวัด ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ที่มีการอนุมัติล่าช้า ทางคณะกรรมการฯคาดว่าจะไม่มีปัญหาเนื่องจากโครงการนี้เป็นการลงทุนแบบสนับสนุนจากรัฐบาลต่างประเทศ และทางสภาพัฒน์ได้เข้าใจกับการลงทุนขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งซีดีเอ็มเอ นั้นเป็นโครงการที่รัฐลงทุนเอง แต่ประเด็นนี้มีข้อแตกต่างกัน อีกทั้งในรายละเอียดเสนอต่อสภาพัฒน์คณะทำงานได้จัดทำตามกรอบของสภาพัฒน์ที่กำหนดไว้ ทั้ง 14 ข้อ ที่คณะทำงานต้องการให้รายละเอียดนำเสนอมีความสมบูรณ์มากที่สุด เพื่อให้สภาพัฒน์เข้าใจกับการลงทุนในครั้งนี้

ทั้งนี้ แผนดำเนินการขยายโครงข่ายที่คณะกรรมการฯได้จัดทำไว้ ในวงเงินประมาณ14,000 -17,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นให้พัฒนาปรับระบบในปัจจุบัน คือ จีเอสเอ็ม ให้เป็น ซีดีเอ็มเอ ทั้งส่วนของสถานีฐาน 533 แห่ง กับส่วนโครงข่ายชุมสายหลัก ก่อนที่จะดำเนินการขยายโครงข่ายทั่วประเทศ ในจำนวน 2 เฟส คือ

เฟสที่ 1 ดำเนินการติดตั้ง ในพื้นที่เขตนครหลวง คือ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และพื้นที่เขตภูมิภาค และเฟสที่ 2 ขยายติดตั้งใน 6 จังหวัดเศรษฐกิจ คือนครสวรรค์ เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี จำนวน 99 สถานีฐาน เพื่อให้ระบบสามารถรองรับต่อความต้องการ โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ให้ไม่น้อยกว่า 90% ของประชากรในพื้นที่ให้บริการ ซึ่งโครงข่ายจะต้องรองรับการให้บริการวิดีโอ เซอร์วิส (วิดีโอ สตีมมิ่ง) ได้อย่างมีคุณภาพ

ผู้จัดการออนไลน์ 3 กันยายน 2550 10:21 น. | ข่าว 3G




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913