GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

แนะดึง 3G สร้างกรอบแข่งขันใหม่ นายกฯย้ำ กทช.อย่าทิ้งประเด็นความมั่นคง

หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จัดประชาพิจารณ์ร่างข้อกำหนดเงื่อนไขการประมูลคลื่นมือถือ "3 จี" เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็กลายเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะหลังจากที่กลุ่มทรูชักธงรบประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล จากที่ผู้ให้บริการมือถือ รายใหญ่ในไทยอย่างเอไอเอสและดีแทคมีรัฐวิสาหกิจต่างชาติถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเกรงว่าร่างข้อกำหนดการประมูลคลื่น 3 จี จะเป็นการเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาครอบงำกิจการโทรคมนาคมไทย

ขณะที่ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ก็ขานรับประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า ไอซีทีต้องการให้ กทช.พิจารณาทบทวนเรื่องการประมูลคลื่น 3 จี โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกัน ขอบเขตของคำว่าต่างด้าวของ กทช. ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะครอบคลุมถึงขั้นไหน พร้อมกล่าวว่า ได้พาผู้บริหารและกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์การเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3 จี ของ กทช.ที่มีเงื่อนไขไม่ให้ทีโอทีและ กสท.เข้าร่วมประมูล คลื่นความถี่คือทรัพยากรของประเทศ กทช.จะปล่อยให้ต่างชาติมาเทก โอเวอร์ไปได้อย่างไร โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดกับ 2 องค์กรของรัฐที่อยู่ใต้ไอซีที ซึ่งมีพนักงานรวมกันกว่า 3 หมื่นคน

และเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2552 ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "บทบาทขององค์กรอิสระต่อการพัฒนาประเทศ" เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งกทช.

โดยกล่าถึงปัญหาขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการพิเศษว่าอยู่ที่เรื่องของมรดกตกทอดที่สืบเนื่องมาจากอดีต ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีการพูดถึงเรื่องการแปรสัญญาสัมปทานมาหลายรัฐบาล แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเกี่ยวพันกับผลประโยชน์มหาศาล ทั้งมีปัญหาเชิงข้อกฎหมายและนโยบายรัฐ ซึ่งตนเข้าใจในข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้

สำหรับการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G และการออกใบอนุญาต Wi-Max เป็นเรื่องท้าทายของ กทช. ซึ่งหลังจากที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง ก็พยายามเร่งรัดให้เกิด 3G โดยเร็ว เนื่องจากต้องการให้โครงสร้างพื้นฐานกระจายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถของประเทศ แต่การดำเนินการก็ต้องมีความรอบคอบและตอบคำถามต่าง ๆ ได้ชัดเจน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อีกมุมหนึ่งของการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ถือว่าเป็นโอกาสในการวางกรอบโครงสร้างการแข่งขันใหม่ ซึ่งตนอยากเห็นการดำเนินการเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เชิงเทคนิคหรือแค่ประมูลความถี่เสร็จก็จบกันไป แต่ กทช. ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าโครงสร้างการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 3G จะเป็นอย่างไรต่อไป เช่น เรื่องบทบาทของรัฐวิสาหกิจจะอยู่ในส่วนไหนของตลาด หรือเอกชนผู้รับสัมปทานจะอยู่ในฐานะผู้รับสัมปทานรายใหม่ หรือเป็นผู้ปรับปรุงสิทธิสัมปทานเดิม รวมทั้งตลาดในประเทศจะรองรับผู้ให้บริการทั้งหมดได้กี่ราย

"ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าโครงสร้างการแข่งขัน หลังจากที่มีการประมูลคลื่น 3จี จะเป็นอย่างไร ขณะที่ รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง สุดท้ายจะเป็นอย่างไร และถ้าการประกอบการยังมีลักษณะที่เหลื่อมกันอยู่ บางรายมีโครงข่าย บางรายไม่ได้เป็นเจ้าของ บางรายมีลักษณะของการเป็นองค์กรของรัฐ ก็จะเป็นเรื่องน่าเสียดายว่าในที่สุดโครงสร้างของกิจการโทรคมนาคมก็ยังคงจะรุงรังเหลื่อมล้ำกัน ต่อไป"

ประเด็นต่อมา คือวิธีการจัดสรรความถี่โดยวิธีประมูล หลายแห่งก็เกิดความผิดพลาด ตัวอย่างการเลือกบริษัทที่เสนอค่าตอบแทนที่สูงที่สุด ก็มีโอกาสที่ผู้ประมูลจะประเมินมูลค่าความถี่สูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งสุดท้ายก็จะถูกส่งต่อเป็นค่าบริการที่สูงไปยังผู้ใช้บริการ

และกรณีเช่นนี้ ส่วนใหญ่ก็จะมีการยื่นเงื่อนไขขอเจรจาปรับแก้สัญญาในภายหลัง ซึ่งเป็นความลำบากใจของผู้บริหารสัญญาหรือผู้กำกับดูแล เพราะหากไม่ปรับแก้สัญญาก็เดินต่อไปไม่ได้ แต่หากปรับแก้ก็จะถูกตรวจสอบว่าเป็นการเอื้อประโยชน์หรือไม่ ดังนั้น กทช.จึงต้องคำนึงในการออกแบบ ใบอนุญาตตั้งแต่ต้น

ขณะเดียวกัน ตนก็อยากให้ กทช.มีคำตอบในหลาย ๆ ด้าน เช่น หากกติกาไม่เอื้อให้มีผู้ยื่นเสนอแข่งขันได้มากเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อจำกัดของทุน ซึ่งหากจะแข่งในเรื่องของเงินทุนแล้ว ผู้ประกอบการภายในประเทศก็ค่อนข้างเสียเปรียบ

อีกทั้งผู้ประกอบการต่างประเทศ นอกจากจะมีเอกชนแล้ว หลาย ๆ รายยังมีรัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาลต่างประเทศเป็นเจ้าของด้วย ซึ่ง กทช.ต้องให้ความสำคัญและหาวิธีการรองรับด้วย

นอกจากนี้ ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งไม่ควรมองข้าม เพราะปัจจุบันเป็นยุคของสงครามข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทวีความแหลมคมขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เทคโนโลยีการกระจายภาพและเสียง กำลังหลอมรวมกับเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ดังนั้น กทช.ก็ต้องมีความชัดเจนว่า มิติของความมั่นคงมี กรอบการกำกับดูแลมากน้อย แค่ไหน อย่างไร

ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูอยากให้ กทช.พิจารณาใน 2 ประเด็น คือ 1.ทำอย่างไรไม่ให้เกิดต้นทุนที่มากเกินไปสำหรับผู้ประกอบการและแก่ประชาชนในอนาคต และ 2.จะแก้ไขความเป็นห่วงเรื่องการครอบงำโดยรัฐวิสาหกิจต่างชาติที่เข้ามาในยุคเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคโทรศัพท์มือถือ 3G อย่างไร

ทั้งนี้ ตนสนับสนุนให้ใช้วิธีการจัดสรรด้วยวิธีการ Beauty Contest เนื่องจากจะได้มีการพิจารณาคุณสมบัติผู้ประมูลก่อน ราคาไม่แพงเกินไป และหากจะเปลี่ยนมาใช้วิธีการจัดสรรแบบนี้ ก็ไม่น่าจะใช้เวลาดำเนินการนานมาก เพราะขณะนี้ กทช. ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงหลักเกณฑ์อยู่

"ถ้าใช้วิธีการจัดสรรโดยให้เอาเงินมาวางบนหน้าตัก เราก็มีความลำบากใจในการวางเงินก้อนแรก เพราะหากราคาเริ่มประมูลอยู่ในระดับ 100-200 ล้านเหรียญสหรัฐ เรายังพอสู้ได้ แต่หากอยู่ในระดับ 300-500 ล้านเหรียญสหรัฐ ผมคิดว่ามันมีราคาแพงเกินไป และการ Roll Out โครงข่ายก็จะมีความล่าช้า"

ด้าน พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการ กทช.กล่าวว่า ใน ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ กทช.จะดำเนินการตามกรอบข้อกฎหมายที่สามารถทำได้ และคงไม่มีการเลื่อนประมูลออกไป ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นภายในต‰นเดือนธ.ค.ที่จะถึงนี้ เพราะจะทำให้เกิดความล่าช้าและตอบคำถามสังคมลำบาก

โดยจะดำเนินการอย่างรอบคอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอแนะ ซึ่ง กทช.เองก็มีข้อกังวลเช่นกันในประเด็นเรื่องอัตราค่าบริการที่ผู้เข้าประมูลจะผลักภาระผู้บริโภค ซึ่ง กทช.คงจะใช้วิธีการกำหนดราคากลางในการประมูลที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้บริโภคในอนาคต

ประชาชาติธุรกิจ 08 ตุลาคม 2552 | ข่าว ทั่วไป




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913