GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

นักกม.แนะตีความอำนาจกทช.ก่อนจัดประมูล 3G

นักกฎหมายเห็นพ้องตีความคุณสมบัติ กทช. ก่อนจัดประมูล 3 จี ชงสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ทั้งรัฐบาลยื่นศาลรธน.ตีความสิทธิให้ชัดหวั่นขัด รธน.50

นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวในฐานะนักกฎหมาย ว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ควรส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ไม่ใช่ให้กฤษฎีกาตีความ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นที่สิ้นสุดว่าปัจจุบันกทช. มีอำนาจหรือไม่อย่างไร

โดยควรรอการจัดตั้งของคณะกรรมการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ตลอดจนพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการยกร่างให้เสร็จสิ้นก่อนหรือไม่

เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้ระบุให้อำนาจหน้าที่ขององค์กรหนึ่ง จัดสรรคลื่นความถี่ องค์กรดังกล่าวคือกสทช. ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลจัดสรรคลื่นความถี่โทรคมนาคมร่วมกัน ส่วนกทช.นั้นจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่ยกเลิกไปแล้ว

"เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2540 ยกเลิกไปแล้ว จึงไม่ได้หมายความว่ากทช.จะมีอำนาจเพิ่มขึ้นแต่ประการใด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้เขียนไว้ชัดเจนให้มีองค์กรใหม่ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่" นายอธึกกล่าว

ทั้งนี้รัฐบาลสามารถขอไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ช่วยพิจารณาตีความเรื่องอำนาจหน้าที่ของกทช.เป็นประเด็นเร่งด่วนได้ ซึ่งกรณีตีความข้อกฎหมาย ที่ไม่ได้มีการสืบพยานใดๆ เป็นสิ่งที่ศาลฯสามารถพิจารณาได้ไม่นาน เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าทำให้การประมูล 3 จี เกิดความล่าช้าไปอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด

ในทางตรงกันข้ามเป็นการป้องกันความเสียหายของประเทศ หากเกิดการฟ้องร้องขึ้น กรณีผู้ชนะประมูล 3 จี ไม่ได้สิทธิให้บริการอันเนื่องมาจากตัวคณะกรรมากร กทช.ไม่มีอำนาจดำเนินการประมูลได้ และการฟ้องร้องหากเกิดขึ้นในเวลาที่คณะกรรมการเองหมดอายุอำนาจหน้าที่ไปแล้ว รวมทั้งองค์กรถูกยุบไปแล้ว ผู้เสียหายจากการประมูลก็จะฟ้องกทช.เป็นรายบุคคลไป รวมทั้งอาจฟ้องร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน

นายประยุทธ อินทร์ตลาดชุม ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ สาขาสื่อสารโทรคมนาคม กล่าวว่า กทช. ชุดปัจจุบัน ควรชะลอการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ออกไปก่อน จนกว่าจะมีการตีความอำนาจของกทช. ซึ่งหากกทช.มีอำนาจจัดสรรคลื่นได้ ก็จะหมดข้อสงสัยจากสังคม แล้วจึงดำเนินการประมูล 3จี ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ช้าจนจะทำให้ประเทศชาติเสียหายแต่ประการใด

ทั้งนี้ทางออกหนึ่งที่ควรทำคือ จัดประชาพิจารณ์ทั้งประเทศ เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนว่า กทช. สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี ได้หรือไม่ รวมถึงการรอให้กฤษฎีกาตีความก็เป็นอีกทางหนึ่ง

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า จากข้อทักท้วงว่า กทช. มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ ในการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ เพราะมีเพียงองค์กรเดียวจาก 2 องค์กร ตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2543 แต่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้มีองค์กรเดียว และการที่ กทช. 3 คน จับฉลากออกไปตามวาระ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทาง กทช. ได้ศึกษารายละเอียดของกฎหมายอย่างละเอียด เพื่อดูว่าสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ พบว่า ตาม มาตรา47 รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดให้มีองค์กรหนึ่งจัดสรรคลื่นความถี่จริง แต่เมื่อพิจารณา มาตรา 305 (1) ระบุว่า หากกฎหมายลูกคือ ร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ยังไม่ประกาศใช้ ก็จะยังไม่นำมาตรา 47 มาบังคับใช้ ประกอบกับตามมาตรา 309 แสดงว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2543 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ กทช. จึงยังมีอำนาจในการกำกับกิจการโทรคมนาคมและจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคมได้ และเพื่อความมั่นใจ

ส่วนกรณีที่ กทช. จับฉลากออกตามวาระนั้น ตามมาตรา 13 พ.ร.บ. องค์กรฯ กำหนดให้ กทช. ที่จับฉลากออกต้องอยู่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ให้มี กทช. ใหม่เข้ามาแทนที่ ไม่ได้ระบุว่าทำหน้าที่เพียงรักษาการ ดังนั้น จึงถือว่า กทช. ที่จับฉลากออกตามวาระ ยังมีอำนาจอยู่ตามเดิม อีกทั้งเมื่อดูในมาตรา 14 หากมี กทช. ลาออกไป ก็ให้ทำงานไปตามจำนวนเท่าที่เหลืออยู่ เว้นแต่ลาออกเหลือน้อยกว่า 4 คน

ออกหลักเกณฑ์คุมความมั่นคง

แหล่งข่าวกฎหมายโทรคมนาคม กล่าวว่า การหยิบเรื่องความมั่นคงหากมีบริษัทต่างชาติเข้ามาประมูล กทช. สามารถกำหนดคุณสมบัติการเข้าประมูลได้ตามกฎหมาย เช่น พ.ร.บ. ธุรกิจคนต่างด้าว แต่ให้กำหนดหลักเกณฑ์ของ กทช. เกี่ยวกับการกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่ในเรื่องความมั่นคงออกมาเพิ่มเติม เพื่อควบคุมดูแลให้การใช้งานคลื่นความถี่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ ถ้าทำผิดก็สามารถยึดใบอนุญาต หรือมีบทลงโทษอื่นๆ ได้

"ถ้าต้องการชะลอการประมูลออกไป ก็ต้องหยิบเหตุผลที่เป็นรูปธรรมมาพิสูจน์ จะบอกว่าผิดจริยธรรม ผิดมารยาทหรือไม่เหมาะสมไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดเป็นหน้าที่ของ กทช. ให้ต้องทำ จริงๆ ทีโอทีได้คลื่น 1900 ไปตั้งแต่ปี 2543 สามารถทำ 3จี ได้นานแล้ว แต่ไม่ทำ พอมาตอนนี้จะขอให้ชะลอ ออกไปก็ต้องตอบให้ได้ว่า จะถ่วงผู้ให้บริการรายอื่นๆ หรือไม่" แหล่งข่าว กล่าว

อีกทั้ง พ.ร.บ.องค์กรฯ พ.ศ.2543 ยังกำหนดชัดเจนว่า กทช. มีอำนาจในการจัดสรรคลื่นความถี่โทรคมนาคม ไม่จำเป็นต้องรอ กสช. และจะหยิบยกกรณี มาบตาพุด มาเทียบเคียงไม่ได้ เพราะ กทช. มีกฎหมายเดิมคือ พ.ร.บ.องค์กรฯ บังคับใช้อยู่และยังไม่ยกเลิก แต่กรณีของมาบตาพุด เป็นเรื่องใหม่ ไม่เคยมีกฎหมายมารองรับ ดังนั้นศาลปกครองจึงมีคำสั่งให้หยุดการดำเนินการใดๆ ไว้ก่อน

กมธ. เสนอชะลอประมูล ตีความกฎหมาย

นายประยุทธ อินทร์ตลาดชุม ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ สาขาสื่อสารโทรคมนาคม กล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดให้มีองค์กรเดียวที่ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความและร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ยังไม่เสร็จ กทช. ชุดปัจจุบัน น่าจะชะลอการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ออกไปก่อน และรอให้มีการตีความอย่างชัดเจน สามารถตอบข้อโตแย้งและตอบคำถามสังคมได้ค่อยดำเนินการต่อ ก็ไม่ช้าเกินไป เพราะเมื่อพิจารณาแล้ว หากการประมูล 3จี ช้าออกไปเล็กน้อย ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับประเทศ

อีกทั้งเมื่อดูจากการที่ สภาทนายความ ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองถึงการมีสิทธิ์ในการจัดสรรคลื่นความถี่ของ กทช. แสดงว่ามีนักกฎหมายที่เห็นว่ามีข้อท้วงติงได้ ทางออกอีกทางหนึ่งคือ น่าจะจัดประชาพิจารณ์ทั้งประเทศ เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนว่า กทช. สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี ได้หรือไม่ รวมถึงการรอให้กฤษฎีกาตีความก็เป็นอีกทางหนึ่ง

นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงไอซีที ในฐานะประธานกรรมการสรรหาผู้ทำหน้าที่ กทช. ทั้งชุดที่ลาออกและชุดที่จับฉลากออก กล่าวว่า คณะกรรมการได้เสนอรายชื่อให้วุฒิสภาเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยรายชื่อสุดท้ายคือ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รวมกับอีก 5 คน คือ นายธรรมนูญ จุลมณีโชติ , พล . ร . อ . สุรินทร์ เริงอารมณ์ , นายบัณฑูร สุภัควณิช , นายพนา ทองมีอาคม และนางนรีวรรณ จินตกานนท์ เก่งเรียน ซึ่งคาดว่าจะคัดเลือก 3 คน เพื่อทำหน้าที่ กทช. ต่อไปให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภา ขณะที่การคัดเลือกแทน กทช. ที่ลาออก จะลงมติในวันที่ 2 พ.ย. โดยเลือก 1 คนจากนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร และ พล.อ.ชูชาติ สุขสงวน

นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง กล่าวว่า ได้รับรายชื่อสรรหา กทช.แล้ว และวันนี้ (21 ต.ค.) จะนำเข้าวิป จากนั้นวันจันทร์จะเริ่มการตรวจสอบ ซึ่งจะใช้เวลาทั้งสิ้น 20 วัน และวันที่ 23 พ.ย. จะนำรายชื่อทั้งสองชุดเข้าสู่ที่ประชุมคัดเลือกทันที ก่อนปิดสมัยประชุม โดยมีเป้าหมายจะทำให้เสร็จเพราะเรื่องยืดเยื้อมานานแล้ว กทช. ทำหน้าที่รักษาการกันมายาวนานมาก

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 21 ตุลาคม 2552 | ข่าว ทั่วไป




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913