'ระนองรักษ์' ประกาศเดินหน้า 3G ทีโอทีต่อ ยันไม่เกี่ยวกับความชัดเจนการประมูลและจัดสรรความถี่ใหม่ 3G ของกทช. วอนจะทำประโยชน์เพื่อชาติอย่างขวาง ด้านกทช.เตรียมแจงนายกฯ 3G ทีโอทีไม่เกี่ยวกทช. ส่วนกลุ่มจับตานโยบายรัฐบาล มธ. เตรียมเสนอ 3 ประเด็นบนเวทีประชาพิจารณ์ 3G กทช.12 พ.ย.นี้
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที ) กล่าวว่า ในฐานะเจ้ากระทรวงขอยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการ 3G มูลค่า 20,000 ล้านบาท และ 3G เฟสแรกของบริษัท ทีโอที ที่จะเปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 548 สถานีฐานในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ตามกรอบระยะเวลาเดิมทุกประการ โดยจะไม่มีการยกเลิกโครงการตามที่ครม.เศรษฐกิจ ให้ความคิดเห็นยกเว้นเป็นคำสั่งจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และขอยืนยันว่าผู้บริโภคจะต้องได้ใช้บริการ 3G เฟสแรกปลายปีนี้อย่างแน่นอน
'มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในครม.เศรษฐกิจ กล่าวในที่ประชุมว่าโครงการนี้น่าจะยกเลิกไปเลยดีกว่า ฟังแล้วก็งง เพราะถ้าพิจารณาตามคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โครงการ 3Gถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านเศรษฐกิจ เรื่องการพัฒนาโครงข่ายสื่อสาร ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล เห็นว่าโครงการนี้มาถูกทางแล้ว จึงต้องยืนเคียงข้าง แต่ครม.บางท่าน ไม่เข้าใจ 3Gว่าคืออะไร จะเกิดประโยชน์ ช่วยเศรษฐกิจอย่างไร เห็นว่าเอาเงินไปให้รากหญ้าดีกว่า แต่ท่านกรณ์ (รมว.คลัง) ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้นำงบฯจากโครงการไทยเข้มแข็งมาดำเนินการ จึงเข้าใจ ดังนั้น ทีโอทีจึงต้องเดินหน้า3Gต่อไป ไม่ยกเลิกเด็ดขาดครม. เศรษฐกิจ มีส่วนที่จะให้ความเห็นได้ แต่เรายืนยันจะทำตามมติครม.'
รมว.ไอซีทีกล่าวอีกว่า ความสับสนเกิดขึ้นหลังจากมติคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 4พ.ย. 52ที่ให้ชะลอการประมูล 3G ออกไปจนกว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)จะมีความชัดเจนในเรื่องอำนาจหน้าที่ของกทช.และการกำหนดเงื่อนไขการประมูลที่ชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนว่าทีโอทีต้องชะลอโครงการออกไปด้วยหรือไม่ ซึ่งไอซีทียืนยันว่าไม่จำเป็นต้องชะลอเพราะทีโอทีกับ กทช.ไม่เกี่ยวกัน
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ไอซีทียืนยันให้ ทีโอทีสามารถดำเนินการได้เนื่องจากทีโอทีกับ กทช.ไม่เกี่ยวข้องกัน กทช.มีอำนาจหน้าที่ออกไลเซ่นส์หรือใบอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ส่วนทีโอทีมีหน้าทีดำเนินการลงทุนและเปิดให้บริการคลื่นความถี่ 1900 MHz ที่มีอยู่แล้วให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้การลงทุน 3Gในประเทศไทยล่าช้ากว่านานาประเทศออกไปอีก
'เรายืนยันว่าจะไม่หยุดโครงการนี้และจะเดินหน้ายึดตามมติครม.ชุดใหญ่ที่ให้ไว้เมื่อปี 2551 ซึ่งไอซีทีได้สั่งการให้ทีโอทีไปลดวงเงินลงเหลือ 20,000ล้านบาทจากเดิม 29,000 ล้านบาทเพื่อช่วยให้ประเทศชาติประหยัดงบประมาณ และยืนยันว่าโครงการ 3Gมีความจำเป็นต่อประชาชนและประโยชน์ของเศรษฐกิจ วันนี้เราจะทำประโยชน์เพื่อประเทศขอร้องอย่ามาขวาง จึงขอประกาศตรงนี้ว่าให้ทีโอทีเดินหน้าตามแผน ถ้าแผนธุรกิจเสร็จก็พร้อมเสนอให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้ทันที'รมว.ไอซีทีกล่าวย้ำ
นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานบอร์ด ทีโอที กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินการเพื่อให้บริการ 3G ทั่วประเทศนั้น ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และอยู่ระหว่างปรับปรุงให้ตรงกับระเบียบพัสดุของทีโอที ส่วนการจัดทำเงื่อนไขการประมูลฉบับภาษาอังกฤษก็ได้ดำเนินการเสร็จแล้วเช่นกันหลังจากนี้จะต้องนำขึ้นเว็บไซต์ของทีโอทีเพื่อทำประชาพิจารณ์
อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวยังเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่วางไว้ตั้งแต่ต้น ซึ่งตามกรอบระยะเวลาเดิมทีโอทีจะสามารถคัดเลือกผู้ชนะการประมูลโครงการ 3Gทั่วประเทศในเดือนเม.ย. 53 ส่วนการเสนอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันและเสนอแหล่งเงินกู้นั้นเป็นหน้าที่ของรมว.ไอซทีในการเสนอต่อครม.ต่อไป
กทช.ยันคนละเรื่องกับทีโอที
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กทช. กล่าวว่ากทช.จะทำหนังสือตอบไปยังนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีถึงเรื่องต่างๆที่ครม.เศรษฐกิจสงสัย และยังจะตอบกรณีโครงการ 3G ของทีโอที ที่อยู่ระหว่างดำเนินการกับการประมูลไลเซ่นส์ใหม่ที่กทช.จะประมูลเป็นคนละส่วนกันไม่กี่ยวข้องกันฉะนั้นทีโอทีสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนไม่จำเป็นต้องรอความชัดเจนจากทางกทช.
นักวิชาการเสนอ 3 ประเด็น
ช่วงบ่ายวานนี้ (9พ.ย.) ที่คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กลุ่มจับตานโยบายรัฐบาล (Policy Watch) จัดแถลงข่าวเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ยุคที่ 3 โดยนายประชา คุณธรรมดี อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. เปิดเผยว่าทางกลุ่มขอเสนอแนะการประมูลคลื่นความถี่ 3G ใน 3 ประเด็น คือประเด็นแรก วัตถุประสงค์ของการประมูลควรเป็นไปเพื่อประชาชนอย่างเดียว ด้วยการเปิดให้ประมูลใบอนุญาตเพียง 2 ใบไม่ใช่ 4 ใบ พร้อมกับกำหนดราคา ควบคุมค่าบริการ และพิจารณาราคาเริ่มต้นการประมูลที่รัฐได้ประโยชน์อย่างแท้จริงโดยราคาน่าจะสูงกว่าราคาที่กทช.กำหนดไว้คือไลเซ่นส์ 10 Mhzราคา4,600 ล้านบาท และไลเซ่นส์ 15 MHz ราคา 5,200 ล้านบาท โดยราคาน่าจะมากกว่า 15,000 ล้านบาทซึ่งเป็นมูลค่าของความถี่ 2G เดิม
ส่วนประเด็นที่ 2 คือเสนอให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับการโอนย้ายลูกค้าในระบบ 2Gเดิมไปยังเครือข่ายใหม่ 3G ในอัตราเดียวกับที่จ่ายส่วนแบ่งให้รัฐตามสัญญาสัมปทานซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 18-25 % เพื่อให้รัฐยังได้ประโยชน์ที่ควรจะได้จากสัมปทานเดิม และประเด็นที่ 3เสนอให้ชะลอการประมูลออกไปอีกอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อให้วุฒิสภาคัดเลือกกรรมการกทช.ชุดใหม่จำนวน 4คนที่จะมาแทนกรรมการที่หมดวาระและลาออกให้แล้วเสร็จ เพื่อลดข้อครหาเรื่องอำนาจหน้าที่และมารยาทของกทช.ชุดปัจจุบันที่มีตัวจริงเพียง 3 คน โดยกลุ่มจะนำเสนอประเด็นนี้ต่อกทช.ในเวทีประชาพิจารณ์วันที่ 12พ.ย.52 นี้
'หากมองด้านความคุ้มค่าการลงทุนเชิงเศรษฐศาสตร์แล้ว เห็นว่าการลงทุนด้านโครงข่ายใหม่จะไม่เกิดขึ้น แต่ผู้ประกอบการรายเดิมจะใช้โครงข่ายเดิมที่มีอยู่ติดตั้งอุปกรณ์ที่รองรับ 3Gเท่านั้น ขณะที่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น คอนเทนต์ การเติบโตจะไม่เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากอัตราการใช้งานของผู้บริโภคจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นเช่น ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนใช้ 3Gคิดเป็นสัดส่วน 18.2% ต่อจำนวนประชากรเท่านั้น'