กสทฯ ทบทวบปรับหัวเว่ย ไม่อยากให้อ้างเหตุสุดวิสัยส่งผลมอบโครงการซีดีเอ็มเอล่าช้า 1 ปี ขาดอีก 1 รายการ
พล.อ.ทนงศักดิ์ ตุวินันนท์ รองประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา บอร์ดได้มีมติให้ฝ่ายจัดการและผู้ที่เกี่ยวข้องไปทบทวนกรณีการคิดคำนวณค่าปรับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ส์ ที่ได้ส่งมอบสถานีฐานซีดีเอ็มเอ 51 จังหวัดล่าช้า เนื่องจากไม่ต้องการให้หัวเว่ยอ้างว่าจากการที่ส่งมอบสถานีฐานล่าช้านั้นมาจากเหตุสุดวิสัย อาทิ น้ำท่วม และปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่ต้องการให้ กสทฯ ปรับเงิน
"การปรับเงินหัวเว่ยต้องมีความชัดเจนเรื่องจะต้องปรับเมื่อไหร่ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หัวเว่ยไม่ต้องการให้ปรับก็อาจมีการเหมารวมโดยนำเหตุการณ์สุดวิสัย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมีความชัดเจน" พล.อ.ทนงศักดิ์กล่าว
จากการตรวจสอบการส่งมอบสถานีฐานของหัวเว่ยพบว่าล่าช้าประมาณ 1 ปี ถึงแม้จะมีการส่งมอบงานในวันที่ 24 ม.ค.2550 หรือก่อนหมดสัญญา 2 วันก็ตาม แต่การส่งมอบไม่ครบขาด 11 รายการ และต่อมาในวันที่ 26 ม.ค.51 ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม 1 ปี หัวเว่ยก็ได้ส่งมอบอีก 10 รายการ แต่ยังขาดเทคโนโลยี อีวี-ดีวี อีก 1 รายการ ซึ่งเรื่องนี้ กสทฯ จะนำมาพิจารณด้วยว่ารายการที่ขาดไปมีมูลค่าเท่าใด
อย่างไรก็ตาม บอร์ด กสทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพิจารณาปรับหัวเว่ย เพราะต้องการรักษาสิทธิ์ตามสัญญา แต่ทั้งนี้ค่าปรับที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ปรับตามมูลค่าที่ได้คำนวณไว้เบื้องต้น คือ 35,000 ล้านบาท แต่จะอยู่บนมูลค่าที่ทั้ง กสทฯ และหัวเว่ยสามารถยอมรับได้