ผู้บริหารไอบีเอ็มกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมยอมรับ สิ่งที่ยากที่สุดในยุค Web2.0 ที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือแพร่หลายอย่างมาก คือการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับบริษัทโทรคมนาคมที่ราคาไม่แพง คุ้มค่า มีขนาดและความสามารถมากพอที่จะรองรับความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์พกพาของลูกค้าทุกคนได้อย่างทั่วถึง ระบุว่าจุดยืนของโซลูชันด้านโทรคมนาคมของไอบีเอ็มคือการสร้างแพลตฟอร์มเปิดที่สามารถรองรับได้ทุกเครือข่ายและทุกเทคโนโลยี
ไมเคิล ฮิล ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมทั่วโลกของไอบีเอ็ม กล่าวให้สัมภาษณ์ในงาน ITU Asia 2008 ว่าปี 2007-2008 เป็นปีที่มีการใช้ระบบไอทีในกลุ่มบริษัทโทรคมนาคม (Telco) สูงมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับตัวของบริษัท Telco ที่ต้องทำเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มือถือในโลกยุค Web2.0
"Web2.0 เน้นเรื่องให้ผู้ใช้สร้างคอนเทนต์ สิ่งที่ยากที่สุดในยุคนี้คือการสร้างแอปพลิเคชันที่ราคาไม่แพงและมีความสามารถพอที่จะรองรับความต้องการผู้ใช้ในวงกว้าง ทุกอย่างเป็นโอกาสให้ Telco ต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ เช่น หากมีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ดี Telco ก็สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ บริษัทก็จะมีช่องทางทำรายได้มากขึ้น"
ฮิลล์ให้ข้อมูลว่า บริการที่ไอบีเอ็มนำเสนอกับบริษัท Telco ประกอบด้วยสี่ส่วนหลัก หนึ่งคือระบบหน้าบ้าน-หลังบ้านและบิลลิง (BSS/OSS and billing) สองคือบริการด้านการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า CRM และ contact center สามคือการให้บริการรูปแบบใหม่หรือ Service innovation และสี่คือบริการปรับเปลี่ยนเครือข่ายซึ่งครอบคลุมถึงการผสานเครือข่ายให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการ
"ยากที่จะบอกว่าส่วนประกอบใดเป็นส่วนหลักที่ทำรายได้ให้ไอบีเอ็ม เพราะสัญญาให้บริการส่วนใหญ่ที่เราทำมักครอบคลุมงานตั้งแต่ต้นจนจบ (end to end)" ฮิลบอกด้วยว่า ปัจจัยในตลาดโลกทำให้ทุกส่วนบริการของไอบีเอ็มล้วนมีทิศทางเติบโตที่ดี "ที่เราเห็นตอนนี้คือการใช้งานข้อมูลที่มากขึ้น การปรับเปลี่ยนเครือข่ายจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือเข้าสู่เครือข่าย IP ก็มีมากขึ้น เหล่านี้คือสิ่งสำคัญของเรา เรากำลังจะไปในทิศทางนี้"
ต่อคำถามว่าใครคือคู่แข่งในแต่ละส่วนบริการทั้ง 4 ฮิลตอบว่าเพราะไอบีเอ็มมีเทคโนโลยีมากมาย ทุกบริษัทที่มีเทคโนโลยีเดียวกับไอบีเอ็มจึงถือเป็นคู่แข่งทั้งหมด แต่สิ่งที่ไอบีเอ็มยึดเป็นจุดต่างคือความรู้ความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในระบบงานไอทีของธุรกิจ Telco
"ปัญหาที่หลายคนพบคือ มีเทคโนโลยีแล้วแต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า และระบบไอทีที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพราะเทคโนโลยี แต่เพราะความไม่เข้าใจ"
ไอบีเอ็มมองว่าอินเดียและจีนคือตลาดที่การใช้ไอทีในบริษัท Telco เติบโตสูงที่สุดในเอเชีย สำหรับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะอินโดจีนรวมถึงไทยคาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องเพราะการเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง 3G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
จุดนี้ ฮิลล์บอกว่าไอบีเอ็มไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในวงกว้าง จุดยืนของไอบีเอ็มในตลาด Telco จึงเน้นสร้างรูปแบบหรือแพลตฟอร์มที่องค์กรจะสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกเทคโนโลยี
"จะเป็น 3G ก็ได้ 4G ก็ได้ WiMax ก็ได้เราไม่แคร์ ไอบีเอ็มจะไม่มองที่ killer แอปพลิเคชันอย่างเดียว แต่เราเน้นสร้างแพลตฟอร์มเปิดที่สามารถนำไปปรับใช้งานระยะยาวได้อย่างคุ้มค่า"
ไอบีเอ็มเคยเผยผลสำรวจการใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ในรายงานเรื่อง “Go mobile, grow” เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่าตลาดบริการประเภทนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2011 เพิ่มขึ้นราว 191 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2006 คิดเป็นอัตราเติบโต 24 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แน่นอนว่าตัวเลขนี้หมายถึงโอกาสทองของไอบีเอ็มในการให้บริการระบบไอทีแก่กลุ่มบริษัท Telco ในอนาคต