GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

แปลงสัมปทานเป็น"ภาษี"วุ่นไม่เลิก "TOT"อ่วมงัดโฉนดที่ดินค้ำประกันหนี้สรรพากร

แปลงสัมปทานเป็นภาษีพ่นพิษไม่เลิก "ทีโอที-กสทฯ" อ่วม โดน "สรรพากร" ไล่เช็กบิลไม่เลิก เหตุหักภาษีสรรพสามิตจากส่วนแบ่งรายได้ก่อนคำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ฟาก "ทีโอที" โดนเบี้ยปรับกว่า 5,000 ล้านบาท เตรียมจำนองที่ดินยื่นค้ำประกันระหว่างรอ "ศาลภาษี" ตัดสิน แถมโดนประเมินภาษีนิติบุคคล ฟาก "กสทฯ" เผยส.ค.ที่ผ่านมาโดนเรียกชี้แจงข้อมูลเพิ่ม แต่ยังไม่มีข้อสรุป

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 11 ก.พ.2546 ในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และมี น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มีมติให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อัตรา 10% และบริการโทรศัพท์พื้นฐาน 2% โดยให้เอกชนนำอัตราภาษีดังกล่าวไปหักออกจากส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม คู่สัญญาสัมปทานของตนเองได้

ต่อมาในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2550 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติให้ลดอัตราภาษี สรรพสามิตโทรคมนาคมเหลือ 0% ไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อ 1 ก.ย.2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังรับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในกรณีดังกล่าวด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กรณี ครม. (11 ก.พ.2546) มีมติให้เอกชนคู่สัญญาหักภาษีสรรพสามิตจากส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และโทรศัพท์พื้นฐานได้นั้น ถือเป็นผลดีกับทีโอที เนื่องจากเมื่อต้นปีได้ฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกคืนภาษีสรรพสามิตที่จ่ายแทน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ไปกว่า 30,000 ล้านบาท หลัง ครม.มีมติ (23 ม.ค.2550) ให้ลดอัตราภาษีเหลือ 0%

"บอร์ดทีโอทีขณะนั้น มีพลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธาน เห็นว่า เมื่อ ครม.ลดภาษีเป็น 0% ทีโอทีไม่เพียงไม่ควรต้องรับภาระยังควรได้เงินกลับมาเป็นรายได้ จึงฟ้องเอไอเอสเพื่อเรียกคืนภาษีทั้งหมด โดยเฉพาะภาษีในเดือน ก.พ.2550 ที่ เอไอเอสหักไว้ ซึ่งเป็นภายหลัง ครม.มีมติยกเลิกแล้ว คดีที่ฟ้องโอกาสชนะไม่มาก แต่ไม่เสียหายที่จะฟ้อง ถ้าชนะได้เงินคืนกว่า 30,000 ล้านบาท ฟื้นฟูกิจการได้มหาศาล ถ้าแพ้ก็เสียชื่อนิดหน่อย แต่อย่างน้อยน่าจะได้คืนในส่วนของเดือน ก.พ.2550"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า การแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม ส่งผลกระทบต่อทีโอทีอย่างมาก ทั้งต่อสถานะการเงินในขณะนั้น และในภายหลังที่มีปัญหากับกรมสรรพากรเกี่ยวกับการประเมินภาษี ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมากจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดทีโอทีต้อง เตรียมหาที่ดินเพื่อนำไปจำนองค้ำประกันกับกรมสรรพากร เพราะช่วงที่มีการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต เช่น เอไอเอส หักออกจากส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องนำส่งให้ทีโอทีนั้น ทีโอทีมีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากส่วนแบ่งรายได้ที่เอไอเอสส่งมาหลังหักภาษีสรรพสามิตไว้แล้ว

กล่าวคือ คิดจากเงินที่ทีโอทีได้รับจริง ไม่ได้คิดจากที่ควรได้จากส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพากรไม่เคยทักท้วง กระทั่งเมื่อต้นปี 2551 แจ้งมาว่า ทีโอทีคิดภาษีมูลค่าเพิ่มผิด และระบุว่าต้องคำนวณ VAT จากส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมแล้วมีเบี้ยปรับกว่า 5,000 ล้านบาท

"สรรพากรแจ้งว่าทีโอทีต้องจ่ายเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มอีก 1 เท่าของภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดผิด ซึ่งเราไม่เห็นด้วย และกำลังนำเรื่องให้ศาลภาษีพิจารณา แต่เนื่องจากต้องการหยุดเบี้ยปรับเงินเพิ่มไว้ เพราะแต่ละเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท จึงจะนำที่ดินไปจำนองเพื่อค้ำประกันหนี้ภาษีไว้ก่อนระหว่างรอศาลพิจารณา ในท้ายที่สุดถ้า ทีโอทีไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มก็นำที่ดินกลับมาได้ แต่ถ้าแพ้ก็ใช้ที่ดินจ่ายแทนเงินสด"

ขณะเดียวกัน กรณีภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมยังทำให้กรมสรรพากรประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของทีโอทีใหม่ โดยมีการคำนวณภาษีนิติบุคคลจากฐานของภาษีมูลค่าเพิ่มอีกที เพราะถือเป็นเงินได้พึงประเมินจึงมีแนวโน้มว่าทีโอทีอาจต้องจ่ายภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้นอีก

"เรื่องนี้อธิบดีกรมสรรพากรยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป อาจต้องนำปัญหานี้ให้ ครม.พิจารณา ตอนนี้เราทำได้เพียงทำเรื่องขอลดหย่อนไปก่อน เพราะไม่ได้ตั้งใจเบี้ยว เพียงแต่คิดจากเงินที่เข้ามาในมือจริงๆ ต้องยอมรับว่าปัญหานี้กระทบกับฐานะการเงินและการดำเนินงานของทีโอทีอย่างมาก"

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ด้วยเช่นกันว่า ตั้งแต่กลางปีที่แล้วกรมสรรพากรได้เรียกให้ กสทฯเข้าไปหารือเรื่องการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มจากส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือในช่วงที่ ครม.มีมติให้เก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม (ม.ค.2546-ม.ค.2550) พร้อมเรียกให้เข้าไปชี้แจง และส่งเอกสารข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเงินได้ และการคำนวณภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ ล่าสุดได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กรมสรรพากรไปเมื่อเดือน ส.ค.2551 ที่ผ่านมา แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งจากกรมสรรพากรว่าจะต้องจ่ายภาษีหรือเบี้ยปรับเพิ่มเติมแต่อย่างใด

"กรณีของเราสรรพากรยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ทั้งสิ้น เท่าที่ทราบไม่ใช่เฉพาะ กสทฯ และทีโอที ฟากเอกชนผู้รับสัมปทานก็โดนเรียกไปให้ข้อมูลด้วย ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมเป็นเรื่องตั้งแต่ปี 2546 แล้ว แต่ทำไมเพิ่งเรียกให้ไปหารือเมื่อปีที่แล้ว"

อย่างไรก็ตาม หลักการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของ บมจ.กสท โทรคมนาคม จากส่วนแบ่งรายได้ตามสัมปทานจะคิดจากเงินที่ได้รับจริง หลังเอกชนหักภาษีสรรพสามิตแล้ว ไม่ใช่ตามอัตราส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดตามสัญญา แต่อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามรายละเอียดของสัญญาสัมปทานของแต่ละบริษัท ซึ่งวิธีการคำนวณภาษีดังกล่าวอาจแตกต่างจากวิธีคิดของกรมสรรพากรที่ต้องการให้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากส่วนแบ่งเต็มจำนวนก่อนหักภาษีสรรพสามิต

ประชาชาติธุรกิจ 08 กันยายน พ.ศ. 2551 | ข่าว ทั่วไป




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913