"AIS"จับมือพาร์ตเนอร์ด้านคอนเทนต์ข่าว เปิดมิติใหม่ด้วยการยกคลิปวิดีโอข่าวด่วนขึ้นบนมือถือ เหมาจ่าย 69 บาทต่อเดือน ดูข่าวสดได้วันต่อวัน เชื่อพฤติกรรมผู้บริโภคจะค่อยเปลี่ยนจากการอ่านข้อความแล้วหันมาดูวิดีโอมากขึ้น และเป็นการรองรับกระแสโมบายทีวีโต และเทคโนโลยี 3G ที่กำลังจะมา
นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักบริการเสริม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวถึงแผนการรุกตลาดคอนเทนต์ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2551 ภาพรวมของตลาดคอนเทนต์ถือว่าคึกคักและเติบโตขึ้นมากเนื่องจากมีคอนเทนต์รูปแบบแปลกใหม่เข้ามาสร้างสีสันให้ตลาดมือถือจำนวนมากทำให้ธุรกิจคอนเทนต์มีสัดส่วนสูงถึง 15% ของธุรกิจนอนวอยซ์ทั้งหมด และคาดว่าปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมใช้บริการมากเป็นอันดับหนึ่งคือ “ข่าว” ทั้งในแง่การสร้างรายได้และยอดผู้ใช้บริการสูงถึง 1.5 ล้านราย รองมาคือคอนเทนต์เพลงและภาพ
จากอัตราการเติบโตของคอนเทนต์ดังกล่าว เอไอเอสจึงเปิดไอเดียใหม่ให้แก่วงการคอนเทนต์ข่าว ต่อจาก SMS และ MMS โดยร่วมกับพันธมิตรข่าวอย่างสำนักข่าวทีนิวส์ นำเทคโนโลยีโมบายทีวี เข้ามาผสมผสานสร้างมิติใหม่ของการรับข่าวบนมือถือกับบริการข่าวด่วนมัลติทีนิวส์ส่งคลิปวิดีโอข่าวด่วน รายงานภาพเหตุการณ์สดๆ บนมือถือ เป็นครั้งแรกทำให้ได้อรรถรสและรายละเอียดในการดูข่าวมากขึ้นพร้อมทั้งออกแบบแพกเกจราคารูปแบบใหม่ ที่เหมารวมค่าคอนเทนต์และค่า GPRS ไว้ด้วยกันในราคาเพียง 69 บาทต่อเดือน แต่มีอายุการดูข่าวแบบวันต่อวัน หากต้องการดูย้อนหลังวันอื่นๆ ต้องเข้าไปที่บล็อกโดยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สำหรับบริการใหม่นี้ลูกค้าจะได้รับคลิปข่าวทุกวัน วันละ 4-6 ข่าว เป็นข้อความ SMS และมี URL Wap Link ต่อท้าย หากต้องการดูรายงานข่าวพร้อมภาพเหตุการณ์จริง ก็กดลิงก์เข้าไป ระบบจะเชื่อมต่อ GPRS ด้วยความเร็ว 60-80 กิโลบิตต่อวินาทีไปสู่หน้าคลิปวิดีโอข่าวบนโปรแกรม Real Player ความยาว 1 นาที สมัครใช้บริการง่ายๆ กด *470012011 แล้วโทรออก. รอรับข้อความตอบกลับทาง SMS
เหตุผลที่เอไอเอสก้าวมาทำโมเดลข่าวรูปแบบใหม่เพิ่มเติม เพราะเห็นถึงโอกาสการเติบโตของโมบายทีวี ที่เริ่มมีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นกว่า 100 % ตั้งแต่ต้นปี 2551 จนปัจจุบันมีลูกค้าใช้โมบายทีวีประมาณ 3.5 แสนคน จากปีที่แล้วที่มีคนใช้อยู่ประมาณ 2 หมื่นคน กลุ่มเป้าหมายของบริการนี้ นอกจากลูกค้าคอข่าวที่ใช้บริการรับข่าวทางมือถืออยู่แล้ว ผู้บริหารเอไอเอสยังเชื่อว่าจะดึงดูดลูกค้าใหม่ให้ทดลองใช้บริการรับข่าวทางโมบายทีวีอีกด้วย เช่น นักศึกษา คนเพิ่งเริ่มทำงาน
“พฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคจะค่อยๆ เติบโต ไม่ใช่บริการแค่เอสเอ็มเอส แต่เป็นโมบายทีวี อนาคตจะเป็น 3G เมื่อเทคโนโลยีเอื้อผู้บริโภคจะค่อยๆเปลี่ยนรูปแบบการบริโภคจากการอ่านข้อความที่ขณะนี้มีประมาณ 50% เป็นวิดีโอมากขึ้น”
นายปรัธนากล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้บริการรับข่าวบนโทรศัพท์มือถือเติบโตมากเนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คนต้องการรับทราบข่าวสารอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งมือถือตอบโจทย์ความต้องการของคนในส่วนนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะส่งข้อมูลได้แบบ Real Time ทันทีที่เกิดเหตุ ลูกค้าก็ทราบข่าวได้ทันท่วงที มือถือกลายเป็นสถานีข่าวส่วนตัวไปแล้ว
นอกจากนี้ ธรรมชาติของคอนเทนต์ข่าวแตกต่างจากคอนเทนต์ประเภทอื่น คืออายุคอนเทนต์ค่อนข้างสั้น เน้นที่ความสด ใหม่เป็นสำคัญ รับข่าวใหม่มา ข่าวเก่าก่อนหน้านี้ก็หมด Value ไปแล้ว ทำให้ลูกค้าไม่นิยม Forward ต่อ ต่างจากคอนเทนต์เพลง และภาพที่อายุการใช้งานยาวกว่า เพลงฟังได้ตลอด จึงมีการพยายาม Forward ต่อ นี้จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจคอนเทนต์ข่าวมีอัตราผู้ใช้บริการใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ด้านนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม กรรมการผู้อำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ กล่าวว่า ในฐานะคนทำข่าวโทรศัพท์มือถือจะช่วยเป็นสื่อเสริมให้แก่สื่อหลักในการแพร่กระจายข่าวไปสู่มือประชาชนได้แบบถึงตัว ไร้ข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา การร่วมือกับเอไอเอสนำเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาใช้ในการรายงานข่าว กับบริการ ข่าวด่วนมัลติทีนิวส์ เป็นการเพิ่ม Value ให้กับคอนเทนต์ข่าวบนมือถือมากขึ้น ทำให้ประชาชนรับชมภาพเคลื่อนไหวจากเหตุการณ์จริง และเสียงรายงานข่าวทางมือถือได้ทันที เหมือนกำลังชมรายการข่าวทางโทรทัศน์
ที่ผ่านมามีลูกค้าเอไอเอสสมัครรับข่าว SMS กับทีนิวส์ มากกว่า 3.8 แสนรายจึงมั่นใจว่าบริการนี้จะเติมเต็มอรรถรสให้แก่คอข่าวได้เป็นอย่างดี
“สำนักข่าวทีนิวส์ เราเน้นที่ความรวดเร็ว และข่าวที่อยู่ในความสนใจของคน ทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และภูมิภาค ด้วยทีมข่าวกว่า 100 ชีวิต ประจำอยู่ทุกจังหวัด พร้อมที่จะรายงานเหตุการณ์จากทั่วทุกมุมในประเทศไทย ตลอด 24 ชั่วโมง”
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายสื่อมัลติมีเดียให้ครบวงจร ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สื่อสิ่งพิมพ์ และระบบข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือ
สำหรับตลาดรวมคอนเทนต์รอบปีนี้ที่ประเมินกันว่าจะมีมูลค่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาทนั้น 30% จะเป็นเพลงกับเสียงรอสาย หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6 พันล้านบาท ส่วนคอนเทนต์ข่าวมีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท ผู้บริหารเอไอเอสจึงมั่นใจว่าโอกาสทางธุรกิจช่องทางนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก