เอไอเอสเชื่อไม่มีผู้ประกอบการรายใดหาญกล้าลงทุนไวแม็กซ์ แบบปูพรมเพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง เหมาะเป็นเพียงเทคโนโลยีเสริม ไว-ไฟ 3 จี และบรอดแบนด์ในพื้นที่ยังไม่มีบริการใดเข้าถึง ฟาก กทช.พิจารณาวิธีการให้ใบอนุญาต หวั่นหากเปิดประมูลทุนไทยจะสู้ต่างชาติไม่ไหว
นายสรรชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า จะไม่มีผู้ประกอบการรายใดกล้าลงทุนเครือข่ายไวแมกซ์ในรูปแบบปูพรมทั้งประเทศ เพราะต้นทุนการลงทุนไวแมกซ์สูงเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ การใช้งานยังไม่เสถียร
นอกจากนี้ เอไอเอสยังมองว่าไวแมกซ์ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานชดเชย ไว-ไฟ 3 จี และบรอดแบนด์ ในพื้นที่เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่สามารถให้บริการไปทั่วถึงได้ และไม่เหมาะลงทุนให้บริการในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่ เพราะเป็นพื้นที่มีบริการบรอดแบนด์ ไว-ไฟ ครอบคลุมแล้ว แต่เหมาะจะลงทุนให้บริการในพื้นที่นอกชุมสาย เช่น หมู่บ้านเกิดใหม่ หรือต่างจังหวัดห่างไกล ยังเชื่อว่าคนไม่มีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายตลอดเวลา
“จะเห็นได้จากการให้บริการ 3 จี จำนวน 30 สถานีฐานของเอไอเอสที่ผ่านมา มีลูกค้าสมัครใช้บริการเพียง 2,000 ราย เพราะในตัวเมืองมีบริการบรอดแบนด์แล้ว และพบว่าลูกค้านอกพื้นที่โครงข่ายกลับมีความต้องการใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีชุมสายโทรศัพท์เข้าถึงเพื่อให้บริการ”
ผู้บริหารเอไอเอสกล่าวว่า ยังเป็นห่วงเรื่องของการขอใบอนุญาตด้วยวิธีการประมูล เพราะห่วงว่าอาจไม่มีบริษัทเอกชนในประเทศไทยเข้ามาประมูลได้ เพราะสู้เงินต่างประเทศไม่ได้ จึงต้องการให้ กทช.พิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียด เพราะการมีผู้ประกอบการเพิ่มก็เท่ากับมีการลงทุนเครือข่ายเพิ่ม และจะเกิดการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการล้มหายตายจากด้วย
ด้านนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า หากมีการให้บริการไวแมกซ์ในประเทศไทยคาดว่าจะส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้งานบรอดแบนด์ในประเทศสูงขึ้น และผู้ประกอบการจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาให้บริการกับโทรศัพท์บ้าน และมือถือมากยิ่งขึ้น
สำหรับต้นทุนการลงทุนไวแมกซ์ ประกอบด้วย การลงทุนอุปกรณ์โครงข่าย เครื่องลูกข่าย ค่าใบอนุญาตหรือ และคาดว่ากทช.มีแนวโน้มที่จะใช้การประมูลเพื่อขอใบอนุญาต ซึ่งวิธีนี้มีต้นต้นทุนสูง และอาจจะเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการพลาดใบอนุญาต
นายกิตติน อุดมเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า จากผลการทดสอบไวแมกซ์ พบว่าสามารถใช้งานได้จริง และได้รวบรวมข้อมูลในด้านการทดสอบให้บริการ จัดเป็นร่างอนุญาตไวแมกซ์ ซึ่งคาดว่าประมาณปี 2552 จะสามารถออกใบอนุญาตไวแมกซ์ให้กับผู้ประกอบการ โดยแนวโน้มการขอใบอนุญาตไวแมกซ์นั้นอาจใช้วิธีการประมูล
อย่างไรก็ดี คาดว่าประมาณกลางเดือนธันวาคมนี้คณะกรรมการทำงานไวแมกซ์จะสรุปผลการทดสอบและเสนอให้กับบอร์ดกทช. พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยข้อสรุปดังกล่าวจะเป็นข้อสรุปด้วยเทคนิคด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อประเมินผลว่าจะสามารถดำเนินการไปในทิศทางใดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ไอซีทีจะพยายามเสนอร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้ทันก่อนปิดสภาฯในวันที่ 29 พ.ย. 51 อย่างแน่นอน และคาดว่าจะสามารถพิจารณาได้เป็นวาระที่ 2-3 เมื่อเปิดสภาฯในเดือน ม.ค. 2552 แต่หวั่นว่าจะไปล่าช้าในขั้นตอนการสรรหาคณะกรรมการ กสช.