GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

ชงคลื่น2.3GHzเปิด"Wi-Max"ทั่วปท.

คณะทำงานเสนอจัดสรรความถี่ 2.3 GHz แจกไลเซนส์ "ไวแมกซ์" ระบุเหมาะสมใช้งานโทรคมนาคมโดยตรง และมีแบนด์วิดท์เหลือกว่า 100 MHz แบ่งขั้นต่ำ 15MHz พร้อมทำได้หมดทั้งแบ่งรายพื้นที่ และครอบคลุมทั่วประเทศ ชง "กทช." ตัดสินใจ เชื่อภายในไตรมาสแรกปีหน้า เปิดเวทีประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต "ไวแมกซ์" พร้อมมือถือ "3G" ฟากยักษ์มือถือ "เอไอเอส-ดีแทค" หนุนทำคลอดไลเซนส์ใหม่ปลุกการลงทุนในประเทศ ชูตั้งกฎใช้ทรัพยากรร่วมกันลดต้นทุน

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการประเมินผลการทดลองหรือทดสอบ Wi-Max เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้คณะกรรมการได้สรุปผลการทดสอบ Wi-Max ของผู้ให้บริการรายต่างๆ และจัดทำข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) นำไปพิจารณาใช้ในการออกใบอนุญาตแล้ว จากการทดสอบพบว่า Wi-Max รับส่งข้อมูลได้เร็วเฉลี่ย 6-10 Mbps ในรัศมี 2-6 ก.ม.จากสถานีฐาน และใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้ดี ยกเว้นการใช้งานแบบเคลื่อนที่ที่ยังไม่มี ผู้ประกอบการรายใดทดสอบการใช้งานในการเคลื่อนที่เกินกว่า 60 ก.ม./ชั่วโมง ซึ่งเป็นการใช้งานแบบ full mobility เลย

โดยสรุปคือคณะกรรมการเห็นว่า เทคโนโลยี Wi-Max มีความพร้อมที่จะนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี จำนวนผู้ประกอบการที่พร้อมลงทุน และผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่ายที่มีหลายราย ไม่ผูกขาดแค่รายใดรายหนึ่ง และได้เสนอประเด็นสำหรับพิจารณาทั้งหมด 3 ประเด็น

ประกอบด้วย 1.เสนอให้ กทช.เลือกช่วงความถี่วิทยุ 2.3 GHz มาจัดสรรสำหรับใช้งานเป็นอันดับแรก เทียบกับความถี่ย่าน 2.5 GHz เนื่องจาก 2.3 GHz เป็นคลื่นที่กำหนดให้ใช้งานสำหรับกิจการโทรคมนาคมเป็นหลัก ขณะที่ 2.5 GHz ใช้ร่วมกันระหว่างโทรคมนาคมและกิจการวิทยุโทรทัศน์ อีกทั้งในทางเทคนิค ย่านความถี่ 2.3 GHz มีความกว้างแถบคลื่นที่นำมาจัดสรรได้ 100 MHz ส่วน 2.5 GHz มีเหลือจัดสรรได้โดยไม่ทับซ้อนกับกิจการโทรทัศน์กระจายเสียงเพียง 40 MHz เท่านั้น

ประเด็นที่ 2.แบนด์วิดท์ที่เหมาะสมในการให้บริการ ไม่ควรต่ำกว่า 5 MHz/sector ซึ่งจะรองรับความเร็วการรับส่งข้อมูลได้ 10 Mbps เนื่องจากสถานีฐานโดยทั่วไปจะออกแบบไว้ที่ 3 sector/สถานี ดังนั้นแถบความกว้างความถี่ที่เหมาะสมในการให้บริการจึงไม่ควรต่ำกว่า 15 MHz

ประเด็นสุดท้าย ขอบเขตพื้นที่ให้บริการโดยเทคโนโลยีและการออกแบบโครงข่ายทำได้ทั้งในลักษณะทั่วประเทศ และรายพื้นที่ จึงขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมและนโยบายของ กทช.ว่า จะเลือกรูปแบบของใบอนุญาตแบบใด หากเลือกออกใบอนุญาตเป็นรายพื้นที่จะทำให้มีความซ้ำซ้อนในการวางแผนใช้งานความถี่ของผู้ประกอบการแต่ละรายมากขึ้น

"นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวัง คือ การใช้งาน Wi-Max ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง หรือมีตึกบังระหว่างเครื่องส่งสัญญาณกับเครื่องรับสัญญาณจะเกิดการลดทอนสัญญาณทำให้คุณภาพบริการลดลง หากนำไปให้บริการในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น และมีสิ่งกีดขวางมาก อาจทำให้คุณภาพบริการลดลง"

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการสำนักงาน กทช. กล่าวว่า กทช.ได้รับทราบผลสรุปการทดลอง Wi-Max แล้ว แต่จะใช้เวลาอ่านผลการศึกษาก่อนตัดสินใจเชิงนโยบายในสัปดาห์ต่อไป ในประเด็นเกี่ยวกับย่านความถี่ที่จะใช้งาน ปริมาณแบนด์วิดท์ จำนวนใบอนุญาต และรูปแบบใบอนุญาต ว่าจะเป็นรายพื้นที่หรือทั่วประเทศ เมื่อมีข้อสรุปแล้ว สำนักงาน กทช.จะได้ดำเนินการจัดทำร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป คาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาสแรกปีหน้า

เช่นเดียวกับการจัดทำหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ขณะนี้สำนักงาน กทช.ได้เสนอรายงานและผลการวิเคราะห์ด้านต่างๆ ให้ กทช.ใช้ในการตัดสินใจแล้ว คาดว่าจะเสนอให้ กทช.พิจารณาสัปดาห์ถัดไป หลังพิจารณาเรื่อง Wi-Max เสร็จแล้ว โดยน่าจะนำร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต 3G ออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะได้ในไตรมาส 1 ปีหน้าเช่นกัน

ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเกชั่น (ดีแทค) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าในเชิงเทคโนโลยีไวแมกซ์เป็นของใหม่มาก การพัฒนาอาจไม่นิ่งเท่าที่ควร ถ้าจะให้แน่นอนจริงๆ อาจต้องรออีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการใช้งานแบบเคลื่อนที่ แต่หาก กทช.สามารถออกไลเซนส์ได้ในปีหน้าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะกระบวนการ ต่างๆ ระหว่างทางจนถึงเปิดให้บริการได้ต้องใช้เวลาอีกร่วมปีเช่นกัน

สำหรับกรณีการออกไลเซนส์ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ตนมองว่า ภายในปีหน้า กทช.มีโอกาสที่จะผลักดันให้เกิดการประมูลคลื่นได้มากพอๆ กับที่มีโอกาสสะดุดหยุดลง เพราะเหตุขัดข้องอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่น แต่ถ้าถามว่าถ้ามีได้ภายในปีหน้าจะดีกับประเทศไหม ดีแน่นอน ไม่ต้องเป็นกังวลหรือเป็นห่วงเลยว่าเอกชนจะมีเงินลงทุนไหม และลงทุนแล้วจะเจ๊งหรือไม่

"ทั้งไวแมกซ์ และ 3G ถ้าผลักดันให้ออกไลเซนส์ได้ในปีหน้าดีกับประเทศแน่ เพราะกระตุ้นการลงทุน แต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ และจากประสบการณ์ของเทเลนอร์ในอินเดีย พบว่าถ้ามีกฎหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการติดตั้งเสาสัญญาณ เช่น ให้ใช้สถานีฐานร่วมกัน ก็จะช่วยเรื่องลดต้นทุนได้มาก ทั้งในแง่ทัศนียภาพก็ดีกว่าด้วย ไม่จำเป็นต้องมีเสาเพิ่ม 5 ต้น สำหรับผู้ประกอบการ 5 ราย เป็นต้น"

ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนเชื่อว่าภายในปีหน้าไลเซนส์ 3G น่าจะออกมาได้ ถ้าทำได้จริงก็จะกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศได้มาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ทั้งเป็น ไลเซนส์ที่ผู้ให้บริการทุกรายให้ความสนใจในแง่เทคโนโลยีพัฒนามานานจนไม่มีอะไรต้องกังวลอีก

ส่วนไวแมกซ์หากเกิดขึ้นจะทำให้ ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตได้ง่ายและเร็วขึ้นมาก เนื่องจากไม่ต้องเดินสาย แต่ในแง่ผู้ให้บริการยังมีคำถามว่า คุ้มค่าในเชิงธุรกิจแค่ไหน โดยส่วนตัวมองว่าเหมาะที่จะเป็นบริการเสริมคู่ไปกับบริการหลักอย่าง 3G เป็นต้น

"ผมมองว่าไวแมกซ์ก็เหมือนไว-ไฟ คือทำไว-ไฟอย่างเดียวในทางธุรกิจไม่รอด ทุกวันนี้ไฮสปีดเน็ตแบบมีสายที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันราคาถูกมากๆ ถ้าเก็บแพงใครจะใช้ ไวแมกซ์ก็คงไม่ต่างกัน"

ประชาชาติธุรกิจ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว ทั่วไป




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913