GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

เขาว่า "3G" ละเมิดสิทธิบุคคล ผลคนไทยเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น

สบท.เปิดเวทีระดมสารพัดปัญหา ทั้ง 3จี ละเมิดสิทธิ การเข้าถึงของผู้พิการ พฤติกรรมเยาวชนกับการใช้โทรคมนาคม ผลกระทบจากคลื่นโทรศัพท์ สว.-ผอ.สบท. ชี้ ปี 2552 หาหนทางป้องกันเร่งสานไตรภาคีคุ้มครองให้ตรงใจผู้บริโภค

นางรสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานเวทีผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ปี 2551 จัดโดยสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมว่า ปัจจุบันมีการส่งเสริมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กันอย่างแพร่หลายมาก อายุของผู้ใช้ลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมแบบส่งต่อความรู้ด้วยการบอกเล่า ไม่ชอบการเขียน โทรศัพท์เคลื่อนที่จึงเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นฐานนี้ของไทย กิจการโทรคมนาคมไม่ได้มีเพื่อการส่งเสริมการทำธุรกิจเหมือนอดีต แต่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการบริโภค คนไทยเสพติดการใช้โทรศัพท์มากขึ้น เยาวชนในวัยเรียน ติดโทรศํพท์ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการแชต สิ่งเหล่านี้เป็นการทำลายมันสมองของชาติ ในต่างประเทศ โทษของการใช้โทรศัพท์ในรถเท่ากับการดื่มสุราขณะขับรถ เพราะการใช้โทรศํพท์ทำให้ ผู้ใช้ขาดสติเหมือนการดื่มสุรา เช่นในต่างประเทศ มีกรณีผู้ใช้โทรศํพท์ขณะกำลังข้ามทางรถไฟและถูกรถไฟชนเสียชีวิต การใช้บริการโทรคมนาคมจะมองแต่ความทันสมัยอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการให้บริการโทรคมนาคมกำลังจะกลายเป็นสิ่งเสพติดอย่างใหม่ในสังคม ยังไม่รวมถึง การถ่ายคลิปโป๊ การพนัน การก่ออาชญากรรม และปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม

ในประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม นางรสนากล่าวว่า จากสถิติเรื่องร้องเรียนของ สบท. สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยยังกังวลในเรื่องของการคิดค่าบริการผิดพลาด หรือคุณภาพของการเชื่อมต่อสัญญาณดีพอหรือไม่ แต่ยังไม่ได้คำนึกถึงปัญหาที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม การถูกละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว โดยถูกนำเบอร์ไปให้ธุรกิจอื่นมารบกวนเรา ซึ่งถ้าเรานำโทรศัพท์ของเราติดตัวไปต่างประเทศและมีเอสเอ็มเอสจากประเทศไทยเข้าเครื่องเราก็ต้องเสียเงินด้วย รวมทั้งประเด็นเรื่องความปลอดภัย และประเด็นเรื่องการตลาดไร้ขอบเขตที่ส่งผลชี้นำวัฒนธรรมทางลบของสังคมในภาพใหญ่สำหรับประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงก็คือ ความซับซ้อนและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะไปเร็วกว่ากฎเกณฑ์ที่จะมาคุ้มครองผู้บริโภค

สำหรับในช่วงของการเสวนา “เหลียวหน้า แลหลังสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม” นางสาวบุญยืน ศิริธรรม กรรมการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ปัญหาใหญ่ในการให้บริการโทรคมนาคม คือ ผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่รู้ข้อมูล ไม่รู้ปัญหา หน้าที่ของผู้บริโภคไทย มีหน้าที่ชัดเจนอย่างเดียวคือ จ่ายเงิน ทั้งที่การให้บริการยังมีปัญหาอีกมาก เช่น เบอร์โทรศัพท์ได้มาแล้ว เป็นของใคร ของเรา หรือของบริษัท หรือทำไมบริษัทฯถึงต้องกำหนดวันใช้ หรือ บริการเสริมทำไมสมัครง่าย เลิกยาก

ปัญหาโทรคมนาคม เหมือน มวย ที่ผู้บริโภคต้องชกกับผู้ประกอบการทั้งที่เป็นมวยคนละรุ่น สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการก็คือ ขอให้ผู้บริโภคได้มีสิทธิใช้บริการในส่วนที่ผู้บริโภคได้จ่ายเงินไปแล้ว” นางสาวบุญยืนกล่าว

นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า เป้าหมายของกิจการโทรคมนาคมนั้นเพื่อเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร จนทำให้เป้าหมายที่เพื่อเป็นสาธารณูปโภคนั้นถูกเบี่ยงเบน เช่น เทคโนโลยี ๓G เป็นเทคโนโลยีที่มาเพื่อช่วยทดแทนช่วยเหลือในพื้นที่ห่างไกล เพราะเป็นระบบที่ไม่ต้องตั้งเสา ไม่ต้องใช้สาย แต่เป็นระบบคลื่น เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม แต่เมื่อประเทศไทยกำลังมีระบบ 3G มาใช้กลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของผู้ให้บริการกลับเป็นชุมชนเมือง อีกทั้งด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทำให้ผู้บริโภคตามไม่ทัน และนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในการใช้บริการ หรือทำให้ต้องจ่ายแพงกว่าที่จำเป็น

ผอ.สบท.กล่าวว่า ในต่างประเทศมีสิ่งดีดีที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการโทรคมนาคม เช่น การ เปลี่ยนเครือข่ายใช้เบอร์เดิม (การคงสิทธิเลขหมาย) การแก้ปัญหาการเข้าถึงให้กับผู้บริการ เช่น สำหรับคนหูหนวกมีระบบ Relay service ให้คนหูหนวกสามารถโทรศัพท์แบบพิมพ์ดีดส่งข้อมูลให้คนกลาง เพื่อส่งข้อมูลเสียงให้กับผู้รับอีกทอดหนึ่ง เป็นต้น หรือ ระบบ การลงทะเบียนปฏิเสธการรับโทรศัพท์ขายของไม่ให้ส่งข้อความสั้นมารบกวนละเมิดสิทธิ นอกจากนี้ที่ประเทศออสเตรเลีย ยังมีระบบในการจัดการเรื่องร้องเรียน โดยให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการ้องเรียนให้กับผู้บริโภค ตัวเลขการร้องเรียนของประเทศออสเตรเลียอยู่ที่อัตราสูงสุดคือ สัปดาห์ละ ๙,000 สาย สำหรับประเทศไทยสิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ การสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันเป็นระบบไตรภาคีร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้พูดคุยกันถึงแนวทางในการแก้ปัญหาโทรคมนาคมในปีหน้า เช่น เอสเอ็มเอสรบกวน การเสนอขายสินค้าผ่านโทรศัทพ์มือถือ

“ควรจะมีการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในปีหน้า เป็นเรื่องๆไป มาคิดร่วมกันทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และสบท. เพื่อเราจะได้แก้ปัญหาได้ตรงใจกับผู้บริโภค” นายแพทย์ประวิทย์กล่าว

นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวถึงประเด็นผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคกรณีคลื่นโทรศัพท์และเสาส่งสัญญาณไว้ว่า เรื่องของสุขภาพของประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการสร้างมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องรอผลสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนก่อนแล้วถึงจะค่อยหาทางแก้ เพราะตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาตินั้น ประชาชนมีสิทธิที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเองได้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องหาวิธีป้องกันให้กับประชาชนด้วย

ส่วนเวทีในช่วงบ่าย เป็นการเสวนากลุ่มย่อยใน ๕ เรื่องสำคัญเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมที่มีความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ประกอบไปด้วย เรื่องระบบมือถือ ๓G และอินเตอร์เน็ตระบบ ADSL เรื่องการถูกละเมิดสิทธิ เรื่องผู้พิการกับการเข้าถึงโทรคมนาคม เรื่องพฤติกรรมเยาวชนกับการใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคม และเรื่องผลกระทบกรณีคลื่นโทรศัพท์และเสาส่งสัญญาณ

นายชาญ รูปสม ได้สรุปผลการประชุมกลุ่มย่อยกลุ่มที่ 1 ว่า ยุค 3G ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น คือยุคของการผนวกรวมบริการทั้งเสียง ข้อมูลข่าวสาร และภาพไว้ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ความเร็วที่สูงขึ้น การก้าวสู่ยุคใหม่นี้จะมีผลกระทบต่อสังคมเราเปรียบดังเช่น การขับรถเร็วที่มีข้อดีคือทำให้ถึงที่หมายเร็วขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือ กลุ่มเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องของความทั่วถึง มาตรฐาน และราคาที่สูง รวมทั้งข้อท้าทายสำคัญคือการควบคุมกฎเกณฑ์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่าง ผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ และผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ จะเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและยากขึ้นตามไปด้วย

นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เสนอว่า ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลของประกาศกทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ กรณีถ้าสัญญาเฉบับเดิมระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการ มีข้อความที่ขัดหรือแย้งกับประกาศ กทช.ฉบับข้างต้น ให้ถือว่าสัญญานั้น ไม่มีผลบังคับใช้ แต่ต้องเป็นไปตามประกาศกทช. เท่านั้น

“สิทธิของผู้บริโภคจะเกิดขึ้นได้จากการมีกฎหมายที่เข้มแข็ง ขณะที่กฎหมายยังไม่เข้มแข็ง ก็ขอเรียกร้องจากผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาธิบาล โดยเอาประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง ในส่วนของ สบท. ก็ควรจะเคลื่อนความรู้ไปสู่ประชาชนมากกว่านี้ เมื่อเข้าใจเรื่องสิทธิก็จะเกิดการพิทักษ์สิทธิในหมู่ประชาชนและขยายวงกว้างต่อไป ส่วนผู้บริโภคก็ต้องคุ้มครองตัวเอง ” นายอิฐบูรณ์กล่าว

ด้านนายชัยรัตน์ แสงอรุณ กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ร้องเรียนปัญหาโทรคมนาคมมาน้อยมาก ผู้ได้รับความเดือดร้อนจึงควรร้องเรียนปัญหาเข้ามาเพื่อทราบถึงจำนวนผู้ที่มีปัญหาที่แท้จริง รวมทั้งประเภทของปัญหา และนำไปวางแผนในการแก้ไขปัญหาได้ สำหรับกรณี 107 บาท และบัตรเติมเงินหมดอายุนั้นมีการเจรจามานานมากแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า ผู้บริโภคอาจจะใช้ช่องทางตาม พรบ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551 แทน

นางสาวสุมณฑา ปลื้มสูงเนิน เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา กล่าวถึงผลสรุปการเสวนากลุ่มย่อย ในประเด็นเรื่อง พฤติกรรมเยาวชนกับการใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคม ว่า ปัจจุบันจำนวนของผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายของผู้ประกอบการโทรคมนาคม และ เนื่องจาก เด็กไทยในปัจจุบันอ่อนแอมาก ยังมีฐานะเป็นเพียงผู้ซื้อ ไม่ได้ถูกพัฒนาจากภายใน เด็กต้องการการยอมรับแต่สังคมไทยไม่มีให้ สังคมไทยยอมรับแต่เด็กที่เรียนเก่งที่มีเพียงหยิบมือเท่านั้น เด็กจึงต้องแสวงหาโลกเสมือนจริง เพราะเข้าไปแล้วได้รับการยอมรับ และเด็กไทยยังมีลักษณะของการอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องคุโทรศัพท์ เปิดทีวีทิ้งไว้ทั้งที่ไม่ได้ดู หรือ ออนเอ็ม สิ่งเหล่านี้เด็กไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้วเป็นปัญหาที่น่ากลัวมาก เพราะหมายถึงการเข้าไปเป็นเหยื่อของโทรคมนาคม เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ทำตัวตนของเด็กในการปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก เด็กรอคอยไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเห็นได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องโทรคมนาคมเท่านั้น

นางสาวสุมณฑากล่าวว่า ที่ประชุมจึงเห็นว่า ทางออกที่ดีคือ การสนับสนุนให้เกิดการสร้างพื้นที่และสร้างกิจกรรมให้กับเด็กมากขึ้น เพื่อดึงเด็กออกมาจากโลกเสมือนจริง หรือใส่ประโยชน์ลงไปในสิ่งที่เด็กเล่น จัดให้มีการแข่งขันแบบไม่แพ้คัดออก และเรียกร้องให้ภาครัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หันมาสร้างแทนห้ามในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับเด็ก

นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (กบท.) พูดถึงเรื่อง ผู้พิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมว่า การให้บริการเพื่อการเข้าถึงของผู้พิการต้องไม่ใช่เรื่องของสังคมสงเคราะห์ แต่เป็นเรื่องของสิทธิในการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารของทุกๆคนในประเทศนี้ สำหรับผู้พิการเสนอให้มีบริการที่เป็นสาธารณะ เพื่อให้ผู้พิการเข้าถึง เช่น มีระบบบอกเบอร์ดทรเข้าให้กับคนตาบอด ที่จะตัดสินใจได้ว่า จะรับสายหรือไม่รับสาย การให้บริการเพื่อการเข้าถึงของผู้พิการ คือผลผลิตโดยตรงของการผลักดันในระดับนโยบาย เพื่อการปรับปรุงบริการให้คนพิการได้เข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างเท่าเทียม

มติชนออนไลน์ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว ทั่วไป




ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913