ควอลคอมม์พัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งชิป โมเด็ม ทีวีออนโมบาย พร้อมรับตลาดที่จะเข้าสู่เทคโนโลยี 3G เชื่อประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แนวโน้มตลาดมีโอกาสโตสูง ส่วนไทยต้องรอให้ไลเซนส์ 3G คลอดก่อน
นายจอห์น สเตฟาแน็ค ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก และรองประธานบริหาร บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรท กล่าวว่า ปัจจุบันพัฒนาการของสื่อสารในยุคที่ 3 หรือ 3G ทั่วโลกมีการใช้งานถึง 705 ล้านคน มีโอเปอเรเตอร์ 510 ราย และเครื่องลูกข่ายกว่า 4,300 ล้านเครื่อง และคาดว่าในปี 2012 จะมีผู้ใช้ 3G ถึง 1.6 พันล้านคน และตลาดที่มีแนวโน้มโตสูงคือประเทศที่กำลังพัฒนาเพื่อเข้าสู่เทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเช่นประเทศไทย รวมถึงประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ส่วนการเชื่อมต่อในปี 2012 คาดว่าประมาณ 92% ใช้แอ็กเซสผ่าน 3G ผ่านเทคโนโลยี HSPA และ WCDMA ที่เหลือ 8% เป็นเทคโนโลยี TDMA จากประเทศจีน สำหรับเครื่องลูกข่ายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะผลักดันตลาด 3G ให้มีอัตราการโต เนื่องจากราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไตรมาสแรกของปี 2004 ราคาเครื่องละ 367 เหรียญสหรัฐ แต่เมื่อถึงไตรมาส 2 ปี 2008 ราคาเครื่องละ 35 เหรียญสหรัฐ
ปัจจุบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรประมาณ 378.5 ล้านคน มีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือประมาณ 72% และในจำนวนนี้ 100 ล้านคน มีการใช้มือถือระบบ 3G และหลายๆ ประเทศกำลังจะเปลี่ยนจากระบบจีเอสเอ็มเป็น 3G เช่น อินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยยังไม่มีอัตราการโต เนื่องจากหน่วยงานที่กำกับดูแลยังไม่ออกใบอนุญาต หรือไลเซนส์
ผู้บริหารควอลคอมม์มองว่า ขณะนี้มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของการใช้ชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะมีผู้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกกว่า 2 พันล้านราย ซึ่งในจำนวนนี้มือถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีการใช้งานมากที่สุด นอกจากนี้ เทคโนโลยียังมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง อย่างแล็ปท็อปที่พัฒนาจากปี 1969 ที่มีเพียง 10 ล้านคำสั่ง จนขณะนี้สูงถึง 2,375 ล้านคำสั่ง ขณะเดียวกันอุปกรณ์สื่อสารหรือดีไวซ์ยังมีการผสมผสานดีไวซ์ต่างๆ เข้าไปอยู่ในเครื่องเดียวมากขึ้น
จากวิวัฒนาการของเทคโนโลยี และแนวโน้มของตลาด ควอลคอมม์จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมารองรับ ซึ่งประกอบด้วย โกบี (Gobi) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ฝั่งอยู่ในแล็ปท็อป ทำให้สามารถแอ็กเซสเข้าอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาเมื่อมี 3G โดยไม่ต้องหาอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือฮอตสปอต ซึ่งผู้บริหารควอลคอมม์เชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเทคโนโลยีตัวนี้จะเป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีคายัค (Kayak) ซึ่งเป็นโมเด็มที่ต่อเข้ากับจอมอนิเตอร์ หรือจอทีวี ในราคา 150-200 เหรียญสหรัฐ เพื่อให้ประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถซื้อหาได้ ซึ่งจะทำให้ประชากรเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย อีกผลิตภัณฑ์คือมีเดียโฟล (MediaFLO) ซึ่งเป็นผลิตภัฑณ์ที่รองรับการให้บริการโมบายทีวี
นายสเตฟาแน็คกล่าวว่า จากวิวัฒนาการเทคโนโลยีเข้าสู่ 3G จะส่งผลถึงตลาดอื่นๆ ด้วย เช่น เทคโนโลยีการหาพิกัดตำแหน่ง รวมถึงค่าบริการของโอเปอเรเตอร์ที่จะมีอัตราการโตเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว จากปัจจุบันมีมูลค่ารวมประมาณ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ จากประชากรโลกซึ่งมีประมาณ 6 พันล้านคน ในช่วงที่ผ่านมาหากพูดถึง 3G จะพูดแค่เรื่องของมือถือเท่านั้น แต่หากรวมอุปกรณ์ประเภทเครื่องจักร เครื่องยนต์ที่มีอยู่กว่า 5 หมื่นล้านชิ้นที่ใช้สามารถใช้เทคโลยี 3G เช่น ตู้โค้กหยอดเหรียญหากเกิดน้ำโค้กหมดระบบก็จะส่งข้อมูลไปยังคนดูแลสามารถมาเติมได้ หรือกรณีที่เป็นเครื่องยนต์ก็สามารถวัดและตรวจสภาพเครื่องยนต์ได้ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ 3G ยังสามารถใช้ได้กับกระบวนการด้านการแพทย์ เพราะมีอุปกรณ์เกี่ยวกับสุขภาพที่ติดกับตัวคนไข้ส่งสัญญาณไปหาแพทย์ได้ หากเกิดสิ่งที่ผิดปกติขึ้น เพื่อให้แพทย์สามารถช่วยได้ทันท่วงที