ไอซีทีเล็งแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กลางเดือน ส.ค.นี้ เตรียมนำข้อสรุปประชาพิจารณ์เสนอสภาผู้แทนราษฎร ด้านผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งหนังสือร้องเรียน หาก
กสช.เกิดขอสัญญาสัมปทานสิ้นสุด
นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ "ไอซีที" เปิดเผยว่า ประมาณกลางเดือน ส.ค.2551 นี้ จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม การแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการนำผลสรุปจากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการแก้ไขร่างจากประชาชนทั้งหมดมาเสนอต่อกระทรวงไอซีทีก่อน แล้วจะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ในปลายเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งกระทรวงไอซีทีคงจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด
สำหรับประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ นั้น ได้แก่ วิธีการสรรหาคณะกรรมการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสช.) นั้น ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือวุฒิสมาชิก เป็นผู้คัดสรร รวมถึงคุณสมบัติของกรรมการ กสช.ด้วย เพราะมีการท้วงติงว่า หากกำหนดว่าคนที่จะมาสมัครต้องไม่เคยดำรงตำแหน่งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 5 ปี ก็จะได้คนที่ไม่มีความรู้มาทำงาน แต่บางคนก็ติงว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจที่เคยทำมาก่อน แต่หากจะแก้ไขเป็นเมื่อดำรงตำแหน่ง กสช.แล้ว ต้องเว้นวรรคไม่ให้ทำงานกับเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 2-3 ปี เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องนำไปถกเถียงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ
ด้านผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ยังได้ทำหนังสือร้องเรียนมายังกระทรวงไอซีทีว่า เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือเดิมก็ควรถือเป็นที่สิ้นสุด หรือเป็นการแปรสัญญาสัมปทานได้
"เรื่องนี้กระทรวงไอซีทีได้พิจารณาแล้ว และมีการระบุไว้ในบทเฉพาะกาลแล้วว่า สัญญาสัมปทานเดิมที่มีอยู่ควรจะคงอยู่ต่อไป จนกว่าสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุด หรือสัญญาต้องเป็นสัญญา ซึ่งเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ" นายมั่นกล่าว.