นายลอเรน ชัสเตอร์ หัวหน้าส่วนการตลาด โนเกีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเพิ่งกลับมารับผิดชอบตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกได้ 2 สัปดาห์ จากที่ไปรับผิดชอบตลาดแอฟริกา กล่าวว่า เทคโนโลยี 3จี จะมีผลต่อการทำตลาดโนเกียในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น เพราะเป็นประโยชน์กับทุกคน ในการเข้าถึงข้อมูล
ทั้งนี้ แม้ว่าไอโฟน จะมีผลในแง่การเป็นคู่แข่งขันของโนเกีย แต่บริษัทมีผลิตภัณฑ์รองรับการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งทุกราย ในผลิตภัณฑ์ที่เทียบเคียงกันได้เสมอ สำหรับทัชสกรีน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ลูกค้าบางกลุ่มนิยมนั้น ก็เตรียมส่งเครื่องรุ่น เอ็น 97 ทำตลาดกลางปีนี้
"ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีความเข้าใจเทคโนโลยี ดังนั้นจะมีความคาดหวังสูงต่อผลิตภัณฑ์ เช่นการใช้งานอีเมล์ ที่ง่ายอย่างแท้จริง เพราะเซ็ตอัพเพียง 10 วินาที ก็เข้าถึงการใช้งานได้ โดยการทำตลาดจะต้องทำครอบคลุม 360 องศา คือรอบด้านเพื่อให้เข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้า" นายชัสเตอร์กล่าว
ด้านนายคริส คาร์ รองประธานฝ่ายขาย โนเกีย ผู้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียแปซิฟิก กล่าวในงานโนเกีย โชว์เคส 2009 ที่สิงคโปร์ว่า โนเกีย ยังคงนโยบายนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งตั้งเป้ารักษายอดขายอันดับ 1 ในตลาดต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ยังคงมุ่งเน้น 5 คุณสมบัติหลักที่ลูกค้าให้ความสนใจ และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับ ได้แก่ คุณสมบัติการใช้งานแผนที่ เพลง การส่งข้อความ (แมสเสจจิ้ง) เกม และมีเดีย
โอกาสของโมบาย แมสเสจจิ้ง มีสูงมาก เพราะจากการวิเคราะห์ตลาดประมาณการว่า จะมีผู้ใช้แมสเสจจิ้งทั่วโลกผ่านทุกอุปกรณ์ประมาณ 500 ล้านราย ในอีก 2ปี ขณะที่ผู้ใช้มือถือโนเกียกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ก็พร้อมที่จะใช้อีเมล์จากมือถือรุ่นต่างๆ ของเราในตลาด” นายคาร์กล่าว