อัลคาเทล-ลูเซ่นเผยเศรษฐกิจฝืดส่งผลผู้ให้บริการมือถือคิดหนักเรื่องควักเงินลงทุน 3 จี แต่การันตีผลตอบแทนสุดคุ้ม เผยไทยลงทุนช้าเป็นข้อดีเทคโนโลยีราคาถูก เสถียรและใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น แถมมีลูกค้าใช้ไอ-โฟนเป็นฐานรอใช้ 3จีอยู่แล้ว ชี้ยุโรป อเมริกาหนุนใช้เทคโนโลยีฟื้นประเทศ รัฐบาลไทยน่าจะเห็นความสำคัญ
นายลอฮอง แปร์ช หัวหน้าฝ่ายโซลูชันสำหรับลูกค้า แผนกโซลูชันและการตลาด บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวส่งผลต่อการลงทุน 3จีในประเทศไทยทั้งในแง่บวกและแง่ลบ โดยในแง่ลบคือการหาเงินลงทุนของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยที่ต้องมีการพิจารณาจ่ายเงินลงทุนอย่างรอบคอบ ประกอบกับการจัดหาเงินลงทุนเป็นเรื่องที่ยากในยุคนี้
ส่วนในแง่บวก 3จีจะมีส่วนเข้ามาช่วยสร้างรายได้ของทุนธุรกิจต่างๆให้เพิ่มสูงขึ้น เช่น ธุรกิจคอนเทนต์โพรวายเดอร์ เอสไอ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาโปรดักส์และการติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วขึ้นทั้งยังเปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ประเทศไทย เพราะการมีเทคโนโลยี 3จี จะช่วยให้บริษัทยักษ์ในโลกตัดสินใจมาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศสูงขึ้นเพราะมีเทคโนโลยีความเร็วสูงไร้สายเอื้อแก่การทำธุรกิจ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ในแง่ความล่าช้าของ 3จีในประเทศไทย หากมองในแง่ร้ายประเทศไทยอาจจะกลายเป็นประกาศสุดท้ายในภูมิภาคอาเซียนที่ได้ใช้ 3จี แต่หากมองในแง่บวกก็ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะแนวโน้มราคาลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับโซลูชันสำหรับการให้บริการ 3จีมีคุณภาพและมีเสถียรภาพดีกว่ายุคต้นทั้งสามารถยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น ในด้านของเครื่องลูกข่ายในตลาดก็มีออกมารองรับมากยิ่งขึ้นราคาปรับตัวลดลง ในขณะเดียวกันในประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องไอ-โฟน 3จีมาใช้งานซึ่งเป็นของดีหากไทยมีการลงทุน 3จีผู้ให้บริการมือถือไทยก็จะมีลูกค้ารองรับทันที
ด้านนายเดิร์ก วอลเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัลคาเทล-ลูเซ่น กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอแต่รัฐบาลของประเทศแถบยุโรปและอเมริกากลับให้ความสำคัญและส่งเสริมให้มีการนำบรอดแบนด์มาช่วยในการพัฒนาประเทศ เช่นเดียวกันเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะเห็นถึงความสำคัญผลักดันการนำ 3 จีเป็นช่องทางสนับสนุนการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ
อย่างไรก็ดี ในภูมิภาคเอเชียนี้ มีประเทศไทย เวียดนาม และบังกลาเทศที่อยู่ระหว่างรอใบอนุญาต 3จี ซึ่งคาดว่าจะมีการออกใบอนุญาตใน 3 ประเทศภายในปลายปีนี้พร้อมกัน ซึ่งหากประเทศไทยไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ทันปลายปีนี้ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศสุดท้ายของภูมิภาคที่ไม่มีการลงทุน 3จี สำหรับบังกลาเทศในปีที่ผ่านมาได้มีการลงทุนไวแมกซ์ไปเรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าปีนี้ใบอนุญาต 3จีในบังกลาเทศจะแล้วเสร็จแน่นอน
ทั้งนี้ ประเทศไทยควรจะมีการลงทุนในทุกเทคโนโลยี ทั้ง 3จี ไวแมกซ์ บรอดแบนด์ทางสายเคเบิล เพื่อช่วยกระจายการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ทั่วถึงเนื่องจากตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังต่ำมาก อยู่ที่ 2.20 % ต่ำกว่าเวียดนามที่มีตัวเลขผู้ใช้บรอดแบนด์ 2.80 % ซึ่งตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าอีกยาวนานกว่าประเทศไทยจะมีจำนวนผู้ใช้งานเท่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้ใช้งานจะครบ 100%