"ทีทีแอนด์ที" สบช่องนโยบายบอร์ด ทีโอทีต้องการยุติคดีข้อพิพาทกับเอกชน ดอดยื่นข้อเสนอไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 2.6 หมื่นล้าน เผยขั้นต้นหวังสงบศึกคดีอาญาเพื่อความร่วมมือที่ดีในการทำธุรกิจร่วมกัน ฟากทีโอทียอมรับบทสรุปไม่ง่าย ตั้ง "วิเชียร นาคสีนวล" เป็นประธานเจรจาไกล่เกลี่ย
แหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ทั้งคู่มีต่อกัน หลังนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดทีโอที กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ต้องการให้ข้อพิพาทที่มีกับเอกชนจบลงด้วยดี และเร็วที่สุด เพื่อให้เดินหน้าทำธุรกิจต่อไปได้ โดยมอบให้นายวิเชียร นาคสีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโทรคมนาคมโดยทั่วถึง เป็นประธานในการเจรจาซึ่งมีการนัดหารือครั้งแรก 5 ส.ค.นี้
แต่การเจรจาไกล่เกลี่ยคงไม่ง่าย เพราะกระบวนการฟื้นฟูกิจการของทีทีแอนด์ทีอาจเป็นอุปสรรค ขณะที่ทีโอทีก็ต้องให้บอร์ดตัดสินใจด้วย โดยเฉพาะหากการไกล่เกลี่ยทำให้ผลประโยชน์ที่ทีโอทีควรได้ลดลง รวมถึงถ้าเกี่ยวเนื่องกับสัญญาก็ต้องให้คณะกรรมการตาม ม.22 ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 พิจารณา และอาจต้องเสนอครม.ด้วยหากแก้ไขในสาระสำคัญ
สำหรับข้อพิพาทที่ยังไม่สิ้นสุดระหว่าง ทีโอทีกับทีทีแอนด์ทีนั้น มีทุนทรัพย์ในคดีทั้งหมด 26,232 ล้านบาท แยกเป็นข้อพิพาทที่ทีทีแอนด์ทีเป็นโจทก์ฟ้องทีโอที 25,000 ล้านบาท และคดีที่ทีโอทีเป็นโจทก์ฟ้อง ประมาณ 1,232 ล้านบาท
ด้านนายประสิทธิชัย กฤษณยรรยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในเบื้องต้น ทีทีแอนด์ที ได้เสนอให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติข้อพิพาทในส่วนที่นอกเหนือจากข้อพิพาทตามสัญญาสัมปทาน เช่น ถอนฟ้องคดีอาญาระหว่างกัน เนื่องจากเป็นคู่สัญญากันส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของทั้งคู่
ส่วนข้อพิพาทในขอบเขตของสัญญาสัมปทานนั้น ทีทีแอนด์ทีเสนอให้ทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญาซึ่งในเบื้องต้นหากเกิดข้อพิพาทให้ตั้งคณะทำงานร่วม ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของทั้ง คู่เพื่อหารือกันก่อน หากตกลงไม่ได้จึงเข้าสู่ขั้นตอนให้คณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้วินิจฉัยข้อพิพาท หรือทีโอทีจะเจรจาในภาพกว้างทั้งหมดเลยก็ได้
"ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นคู่สัญญากัน ทำธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐานเหมือนกัน ทำบรอดแบนด์เอดีเอสแอลเหมือนกัน และไม่ได้มีกำไรมากมาย โดยหลักการน่าจะทำธุรกิจร่วมกัน เรื่อง access charge เรามีความเห็นว่า ผู้ประกอบการมือถือควรปฏิบัติตามสัญญาและรายได้ที่ทีโอทีได้จากค่าเชื่อมต่อโครงข่ายควรแบ่งให้ทรู-ทีทีแอนด์ทีในฐานะผู้ร่วมสัมปทานที่ถูกนำโครงข่ายไปให้บริการ"
ทั้งนี้ข้อพิพาทกรณีทีทีแอนด์ทีเรียกร้องให้ทีโอทีชำระผลประโยชน์ตอบแทนจากการนำ หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นนำบริการพิเศษภายใต้สัญญาร่วมการงานเข้ามาใช้ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์ของบริษัท โดยเรียกร้องให้ทีโอทีจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจนถึง 31 ส.ค.2548 เป็นเงิน 23,778 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย MLR +1% จนกว่าจะมีการชำระเสร็จสิ้น พร้อมให้ชำระผลตอบแทนตั้งแต่ 1 เม.ย.2548 ไปจนสิ้นสุดสัญญาร่วมการงานของทีทีแอนด์ที เมื่อ 4 เม.ย.2551 คณะอนุญาโตฯได้ชี้ขาดให้ ทีโอทีต้องจ่ายผลประโยชน์ทั้งหมดที่ทีทีแอนด์ทีเรียกร้อง แต่ทีโอทียื่นขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำชี้ขาด ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล
ส่วนข้อพิพาทที่ฟ้องทีทีแอนด์ที เรียกค่าเสียหายกรณีติดตั้ง DLC (Digital Loop Carrier) นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร พื้นที่บริการของทีโอที โดยไม่ได้รับอนุมัติ เป็นเงิน 39.8 ล้านบาท ก็อยู่ในกระบวนการพิจารณาของอนุญาโตฯ
และดำเนินคดีจากการนำอุปกรณ์คู่สายที่ได้ส่งมอบให้แล้วไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง จ.จันทบุรี 6 มิ.ย.2550 ที่อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อ 6 ก.ย.2550 รวมทั้งยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ เมื่อ 22 ม.ค. 2551 ให้ชำระผลตอบแทนส่วนแบ่งรายได้ที่ได้รับเกินตามสัญญา เป็นเงิน 700 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย เพื่อขอคืนภาษีสรรพสามิตที่หักจากส่วนแบ่งรายได้ของทีโอทีไว้