AirCard

GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

"True"ทุ่ม2หมื่นล.หวังขึ้นผู้นำ3G

ทรู คอร์ปอเรชั่น รุกหนักธุรกิจ 3 จี ระดมทุนเฉียด 2 หมื่นล้าน ใช้หนี้ ซื้อหุ้นจากบริษัทแม่ทรูมูฟ ลงทุนเพิ่ม เล็งงัดกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ ขึ้นแท่นผู้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ระดมทุนด้วยการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่ เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น จำนวนไม่เกิน 10,000 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายที่ 1.95 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นวงเงินรวม 1.95 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทประกอบด้วย ซีพีกรุ๊ป 35% ธนาคารเคเอฟดับเบิลยูในเยอรมนี 15% และที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหุ้นครั้งนี้เพื่อชำระคืนหนี้สินเดิม การนำไปซื้อหุ้นสามัญของบริษัท กรุงเทพอินเตอร์เทเลเทค จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของทรูมูฟ และการเตรียมความพร้อมในการลงทุนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี

นายศุภชัยกล่าวว่า จะเป็นการผลักดันให้มีสภาพคล่องทางการเงินและการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2552-53 จะปรับลดระดับหนี้สินต่อกำไรก่อนหักภาษีค่าเสื่อม ค่าจัดจำหน่าย จากปัจจุบันที่ 3 ต่อ 5 มาอยู่ที่ระดับ 1 ต่อ 2 และมีผลการดำเนินงานที่เป็นกำไรมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถเตรียมพร้อมกับโอกาสการเติบโตทางธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์การควบรวมบริการหรือคอนเวอร์เจนซ์ และการก้าวสู่เทคโนโลยี 3 จี

นายศุภชัยกล่าวว่า สำหรับการลงทุนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จีนั้นบริษัทจะลงทุนภายใต้บริษัท ทรูมูฟ ในกรอบการลงทุนเดิม 5,000 ล้านบาท โดยมีความพร้อมทั้งการลงทุนบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ์ ตลอดจนการเข้าไปประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพราะบริษัทมองว่าเป็นโอกาสที่ดีทั้งคู่

"เทคโนโลยี 3 จี ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มทรู จากปัจจุบันที่เรามีศักยภาพด้านอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ และโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเคเบิลทีวีผ่านทรูวิชั่นส์ จะผลักดันให้การทำโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี ก้าวสู่ผู้นำได้ แม้ว่าคู่แข่งจะมีความพร้อมเหมือนกันก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการแข่งขันที่เริ่มจากศูนย์ ทรูไม่เสียเปรียบ ถ้าเราวางตำแหน่งในการทำ 3 จีได้ดี ทรูมูฟก็จะยืนอยู่ในจุดที่ดีมาก"

นายศุภชัยกล่าวว่า ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยปีหน้า ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงยังมาจากภาวะเศรษฐกิจภายนอกที่จะเริ่มเห็นผลชัดเจน รองลงมาคือปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนทั่วโลกต่างมีความหวังจากนโยบายของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้กับอเมริกาได้หรือไม่ หากเกิดผลดีภายใน 3-6 เดือน น่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกเติบโตไปในทิศทางที่ดีด้วย

มติชนรายวัน 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



โนเกีย ซีเมนส์"หนุน 3G ไทย ปั้นยอดบรอดแบนด์ 3 ปี 6 ล้าน

โนเกีย ซีเมนส์ หนุนผู้ให้บริการไร้สายลงทุนเทคโนโลยี 3จี ชี้หากโครงข่ายครอบคลุมทั่วถึง และมีบริการโดนใจ จะกระตุ้นตลาดอินเทอร์เน็ตขยายตาม คาดยอดผู้ใช้บรอดแบนด์ไทยแตะ 6 ล้านรายในปี 2554 และมากกว่าครึ่งเป็นการเชื่อมต่อผ่านมือถือ

นายริคกี้ คอร์กเกอร์ ประธานกลุ่มธุรกิจเอเชียเหนือ บริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส กล่าวว่า การขยายการลงทุนเทคโนโลยี 3จี ของผู้ให้บริการมือถือในไทย จะทำให้ตลาดอินเทอร์เน็ตเติบโตตามไปด้วย จากปัจจุบันยังอยู่ระดับต่ำ โดยส่วนใหญ่เป็นการเข้าถึงผ่านเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐาน

ทั้งนี้ จากประมาณการตลาดอินเทอร์เน็ตของไทยที่คาดว่าปีหน้าบรอดแบนด์จะเติบโต 2 เท่าเป็น 3 ล้านราย และเพิ่มเป็น 6 ล้านราย และ 12 ล้านรายในปี 2554 และ 2555 ตามลำดับนั้นตัวเลขที่เติบโตขึ้นส่วนใหญ่เป็นการเชื่อมต่อผ่านมือถือ โดยเฉพาะจากปัจจัยหนุนของ 3จี ซึ่งสนับสนุนให้เกิดการสร้างบริการใหม่ๆ และหลากหลายขึ้น ทำให้นำเสนอเจาะลูกค้าได้ตรงกลุ่ม

ปัจจุบัน แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในหลายตลาดที่กำลังเติบโตทั่วโลก พบว่ามียอดใช้บรอดแบนด์ผ่านมือถือ ไม่ต่ำกว่า 80% จากตลาดอินเทอร์เน็ตโดยรวม

เขากล่าวว่า ความครอบคลุมของสัญญาณมือถือ เป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นของความสำเร็จตลาดบรอดแบนด์ไร้สาย โดยบริการจะเป็นสิ่งที่ตามมา ซึ่งหากดูจากประมาณการตัวเลขแผนลงทุน 3 ปี ที่ผู้ให้บริการมือถือในไทย เตรียมไว้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท สำหรับการพัฒนาโครงข่ายเอชเอสพีเอ ก็น่าจะครอบคลุมพื้นที่บริการได้ทั่วถึง ดังนั้น โจทย์ต่อไปคือ การหาบริการและทำให้ลูกค้าสนใจใช้บริการ

นอกจากนี้ การที่ดีแทค และเอไอเอส เตรียมลงทุนพัฒนา 3จี บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ก็ยังจะช่วยประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับการใช้คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะครอบคลุมบริการได้เท่ากัน ด้วยจำนวนสถานีฐานที่น้อยกว่าประมาณ 70%

อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะระบุถึงความคืบหน้าของไทยโมบาย ซึ่งมีสัญญากำหนดเงื่อนไขว่า ผู้สนับสนุนอุปกรณ์รายเดิมคือ ซีเมนส์ และอีริคสัน จะได้รับสิทธิพิจารณาสำหรับการอัพเกรดต่างๆ

“ในส่วนของไทยโมบาย เราก็เจรจากับ บมจ. ทีโอที เป็นระยะๆ เพราะการควบรวมกิจการระหว่างโนเกีย และซีเมนส์ เมื่อ 18 เดือนก่อนหน้านี้ ส่งผลให้บริษัทได้สัญญาต่างๆ ที่ซีเมนส์ทำไว้กับลูกค้ามาอยู่ในมือด้วย” นายคอร์กเกอร์ กล่าว

ส่วนผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกนั้น ปัจจุบันยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนสำหรับบริษัท ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะมีการเปลี่ยนผ่านมาแล้ว จากการควบรวมกิจการ และดำเนินนโยบายลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงเป้าหมายลดต้นทุนก็ยังเป็นสิ่งที่ยังดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากผลประกอบการไตรมาส 2 พบว่า ตลาดทั่วโลกอยู่ในภาวะ "คงที่" ทั้งนี้ ในมุมมองของเขา เชื่อว่า ยังมีโอกาสตลาดใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมนี้ โดยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยหนุนของการที่ธุรกิจด้านไอที มีเดีย และสื่อสาร ต่างก็ขยับเข้าหากัน ทำให้เกิดการขยายตัวของตลาด

กรุงเพทธุรกิจ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



โนเกีย ซีเมนส์หันทำตลาดแบบโซลูชัน รองรับบรอดแบนด์โตเสริมศักยภาพ3G

โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส หันมาทำตลาดแบบโซลูชันแทนการขายบางผลิตภัณฑ์ หลังเห็นกระแสบรอดแบนด์มา แนวโน้มตลาดโต มุ่งการเพิ่มศักยภาพให้แก่ลูกค้าด้วย 3G/WCDMA และ HSPA ในการให้บริการ 3G

นายริคกี้ คอร์กเกอร์ ประธานกลุ่มธุรกิจเอเชียเหนือ บริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ซึ่งดูแลงานด้านการดำเนินงานทั้งหมดในประเทศไทย, เวียดนาม, บังกลาเทศ, กัมพูชาและเกาหลี กล่าวว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ของไทยเมื่อต้นปีนี้มีประมาณ 1.5 ล้านราย และคาดว่าครึ่งปี2009 จะมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มเป็น 3 ล้านราย ปี 2011 จะเพิ่มเป็น 6 ล้าน และปี 2115 จะสูงถึง 12 ล้านราย เพราะขณะนี้หากพิจารณาจากจำนวนประชากรไทยซึ่งมีประมาณ 67 ล้านคน มีการใช้งานโมบายประมาณ 78% ฟิกซ์ไลน์ 12% อินเทอร์เน็ต 5% บรอดแบนด์ 2%

ส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกขณะนี้มีประมาณ 4.3 พันล้านคน ปี 2015 คาดว่าจะมีประมาณ 5 พันล้านคน จากแนวโน้มที่ผู้บริหารโนเกีย-ซีเมนส์คาดว่าจะเกิดขึ้น จึงได้มีการปรับยุทธศาสตร์การทำตลาดใหม่ จากเดิมที่ขายสินค้าเพียงบางอย่างบางผลิตภัณฑ์มาเป็นการทำตลาดแบบโซลูชัน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าได้แบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่เป็นโอเปอเรเตอร์สามารถลดต้นทุนได้

ผู้บริหารโนเกีย ซีเมนส์เชื่อว่า ในปี 2115 จะมีการใช้แบนด์วิธเพิ่มขึ้นแบบ 100% เพราะผู้บริโภคจะมีการใช้แอปพลิเคชันที่ซับซ้อนมากขึ้น

“ไทยมีการใช้บรอดแบนด์น้อยมาก ถ้ามีการใช้งานตรงนี้มากจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น และถ้ามีการใช้บรอดแบนด์มาก 3G เกิด โอเปอเรเตอร์จะทำตลาดเชิงลึกแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ใช่แมส”

นายคอร์กเกอร์กล่าวถึงการลงทุน 3G ในไทยว่า การลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปีของโอเปอเรเตอร์ทั้งย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ 850 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 2.1 กิกะเฮิตรซ์ เชื่อว่าจะสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มาก แต่มี 2 ปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวชี้วัดคือ 1.ใบอนุญาตหรือไลเซนส์ในการให้บริการ 2.การกระตุ้นตลาดของโอเปอเรเตอร์ เพื่อให้มีผู้บริโภคใช้งานมากขึ้น ส่วนย่านความถี่ที่เหมาะที่สุดขณะนี้คงเป็น 2.1 กิกะเฮิตรซ์ เนื่องจากมีเครื่องลูกข่ายอยู่ในตลาดมาก

สำหรับเทคโนโลยีที่โนเกีย ซีเมนส์จะนำเสนอให้แก่ลูกค้าคือ WCDMA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเทคโนโลยี 3G ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ให้บริการทั่วโลก จากการที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างแข่งขันกันนำเสนอเครื่องลูกข่ายใหม่ล่าสุดที่รองรับเทคโนโลยี HSDPA

นายคอร์กเกอร์กล่าวว่า โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส เป็นผู้นำในระบบเครือข่าย WCDMA/HSPA โดยมีลูกค้าที่ใช้ระบบ WCDMA 130 ราย และลูกค้าระบบ HSPA อีกกว่า 100 ราย การเป็นผู้นำในตลาดของ โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ในธุรกิจบรอดแบนด์ไร้สายเป็นผลจากความเชี่ยวชาญด้านการผลิต การบำรุงรักษา และการให้บริการเครือข่าย 3G คุณภาพสูง นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ผลักดันให้มีการสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติการร่วมกันของระบบ WCDMA 3G

นอกจากอุปกรณ์ที่มีสมรรถนะสูงตามมาตรฐาน 3GPP แล้ว ระบบเครือข่าย 3G ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ยังช่วยให้ผู้ให้บริการมั่นใจได้ในบริการที่จะช่วยเพิ่มผลกำไรและรักษาความจงรักภักดีของลูกค้า ด้วยสถานีฐานที่ได้รับการออกแบบให้มีความล้ำหน้า รวมถึงไซต์ที่ได้รับการอัปเกรดจาก 2G ให้เป็น 3G และการนำเทคโนโลยี 3G ที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้ เหล่านี้จะช่วยผู้ให้บริการให้สามารถลดจำนวนผู้ยกเลิกการใช้บริการและเพิ่มรายได้ได้อย่างรวดเร็ว

พร้อมกันนี้ โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ยังนำเสนอสถานีฐาน Flexi (Flexi Base Station) ที่มาพร้อมศักยภาพในการรองรับการใช้งานแบบ multi-radio (GSM/EDGE, WCDMA/HSPA, WiMAX และ LTE) ในหนึ่งแพลตฟอร์ม

สถานีฐาน Flexi เป็นสถานีฐานที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ต่อขยายได้สะดวก ทนต่อทุกสภาพภูมิอากาศและประหยัดพลังงาน ซึ่งส่งผลดีในการติดตั้ง ให้เช่า และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขยายหรือเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีไร้สายอื่นๆ เพราะใช้วิธีในการติดตั้งแบบเดียวกัน

ขณะเดียวกันสถานีฐาน Flexi ยังเป็นสถานีฐานที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก โดยสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ นอกจากนี้ ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะชิ้นส่วนสามารถนำไปย่อยสลาย และนำมาใช้ใหม่ได้ถึง 90%

ผู้บริหารโนเกีย ซีเมนส์กล่าวว่า โซลูชันบรอดแบนด์ไร้สายของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส นำข้อดีของ WCDMA/HSPA มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารด้านเสียงในระบบ 3G ด้วยการรับส่งข้อมูลรวดเร็วมากขึ้นทำให้สามารถนำเสนอบริการที่ดียิ่งขึ้นได้ รวมถึงการลดการใช้พลังงานในการส่งข้อมูลได้มากกว่า 50% เพิ่มอายุงานการใช้แบตเตอรี่สำหรับเครื่องลูกข่าย ลดขั้นตอนของระบบเพื่อการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น และมีสถาปัตยกรรมโครงข่ายแบบ flat เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของเครือข่ายที่ดีขึ้น นอกจากนี้ โซลูชันระบบ WCDMA/HSPA ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ยังช่วยคุ้มครองการลงทุนของผู้ให้บริการด้วยโยกย้ายไปยังระบบ LTE ด้วยการอัปเกรดซอฟต์แวร์ไปยังสถานีฐาน Flexi ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส

ปัจจุบันโนเกีย ซีเมนส์มีลูกค้าทั่วโลก 600 ราย เป็นกลุ่มโมบายและฟิกซ์ไลน์อย่างละครึ่ง ส่วนโอเปอเรเตอร์ในไทยเป็นลูกค้าของโนเกีย ซีเมนส์ทุกราย

ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2551 | ข่าว 3G



ชิงเค้ก 3G "TOT" 3หมื่นล้านฝุ่นตลบ ซัพพลายเออร์วิ่งสู้ฟัด"แซดทีอี-หัวเว่ย"จีนมาแรง

ฝุ่นตลบขุมทรัพย์ "3G" 3 หมื่นล้าน ยักษ์ผู้ผลิตวิ่งสู้ฟัดอุตลุด ค่ายจีน "หัวเว่ย-แซดทีอี" มาแรง ฟากบอร์ด "ทีโอที" กระทุ้งเดินหน้าลงทุนเต็มสูบ สั่งการฝ่ายบริหารเร่งจัดทำ "ทีโออาร์" หาคนอัพเกรด โครงข่ายเร็วจี๋ แต่เข้าตำราน้ำลดตอผุด "ไทยโมบาย" วุ่นไม่จบ เจอปมสัญญาอัพเกรดโครงข่ายเดิมกับกลุ่มคอนซอร์เตี้ยม "ซีเมนส์-อีริคสัน-มิตซุย" โผล่อีก หวั่นกระทบแผนลงทุน 3 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัญหาหนี้ของกิจการร่วมค้าไทยโมบายยังไม่จบไม่สิ้น แม้จะเคลียร์คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับระบบบิลลิ่งกับ บมจ.สามารถ ไอ-โมบายได้แล้ว โดย ทีโอทีตกลงจ่ายเงินราว 1,500 ล้านบาท ชำระเป็นค่าระบบบิลลิ่งและบริการลูกค้าสัมพันธ์ แลกกับการส่งมอบระบบบิลลิ่งที่รองรับลูกค้าได้ 2 ล้านเลขหมาย และการถอนฟ้อง แต่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าทำตลาดมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท เพราะ ทีโอทียืนยันว่าไอ-โมบายไม่ได้ทำตลาดให้ และได้ยกเลิกสัญญาว่าจ้างในส่วนนี้ไปนานแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ให้ ซึ่งคงต้องยืดเยื้อต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีหนี้ในสัญญาปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 1900 MHz เป็น 3G มูลค่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดของกิจการร่วมค้าไทยโมบายทำสัญญาว่าจ้างกลุ่มคอนซอร์เตี้ยม "ซีเมนส์ อีริคสัน และมิตซุย" ไว้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.2547 และได้จ่ายเงินมัดจำไปแล้วเป็นเงิน 200 ล้านบาทด้วย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ

"ดังนั้น ในระหว่างนี้คงต้องหาทางเจรจากับกลุ่มคอนซอร์เตี้ยมเดิมว่าจะยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ทีโอทีต้องผูกพันการลงทุนปรับปรุงโครงข่ายตามเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งอาจกระทบต่อแผนการลงทุน 3G ใหม่ที่วางไว้" แหล่งข่าวระดับสูงกล่าวและว่า

ทั้งนี้ หากทีโอทีไม่ชำระหนี้สินที่ผูกพันอยู่เดิมอาจกระทบต่อการโอนสิทธิการบริหารคลื่นความถี่ 1900 MHz ได้ จึงจำเป็นต้องปลดหนี้ทั้งหมดก่อน และต้องรอว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะให้คำตอบเรื่องการโอนสิทธิไทยโมบายว่าอย่างไร หลังทำหนังสือแจ้งไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วจึงจะเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงข่าย 3G ตามแผนได้ โดยจะเริ่มจากการปรับปรุงสถานีฐานเดิมของไทยโมบาย เพื่อให้เปิดบริการเฟสแรกในเขตกรุงเทพมหานครได้ก่อนภายในปี 2552

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ทีโอทีกำลังเร่งจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติ (ทีโออาร์) ของผู้เข้ามาติดตั้งโครงข่าย คาดว่าจะเสร็จภายในไม่เกินเดือน พ.ย.นี้ จากเดิมที่คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการจัดทำทีโออาร์ไม่น้อยกว่า 120 วัน ซึ่งอาจช้าเกินไปหากต้องการเปิดบริการให้ได้ภายในปีหน้า

"ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกค่ายต่างสนใจที่จะเข้ามาทำโปรเจ็กต์ 3G ของทีโอที เพราะถ้าดูตัวมูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านแล้วไม่ใช่น้อยเลย ก็มีทั้งค่ายยุโรปและเอเชียแข่งกัน คงไม่ต่างไปจากการเข้าไปเสนอตัวกับมือถือค่ายเอกชน ซึ่งได้ยินว่าสู้กันหนักมากถึงกับเสนอให้ใช้อุปกรณ์ฟรีก็มี และต้องยอมรับว่าค่ายจีนมาแรง ไม่ว่าจะเป็นหัวเว่ยและแซดทีอี โดยจุดเด่นของผู้ผลิตจากจีนก็คือราคาถูก"

ด้านนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า บอร์ดทีโอทีได้เร่งรัดโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เห็นควรให้ทีโอทีตรวจสอบข้อกฎหมาย กรณีการมอบสิทธิการให้บริการโทรศัพท์ 3G แก่บริษัท เอ ซี ที โมบาย จำกัด รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมของแผนการตลาดที่เน้นการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือให้บริการแบบขายส่งเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน การทำตลาด ค้าปลีก และช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้และพิจารณาจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม

หลังจากบอร์ดได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 โดยมีนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธานแล้ว ก็ได้เร่งรัดให้ดำเนินการโอนสิทธิคลื่นความถี่ให้เสร็จก่อนที่จะเริ่มกระบวนการอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการลงทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับ กทช. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการโอนสิทธิและหน้าที่ในคลื่น 1900 MHz จาก บมจ.กสท โทรคมนาคม

ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารได้ร่างข้อกำหนดคุณลักษณะ (ทีโออาร์) ในการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงโครงข่าย เพื่อให้พร้อมเริ่มต้นกระบวนการได้ทันทีเมื่อการโอนสิทธิในคลื่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"แม้ตอนนี้เศรษฐกิจจะมีปัญหา แต่ถ้ารัฐบาลไม่เปลี่ยนนโยบายการลงทุนโครงข่าย 3จี ทีโอทีก็พร้อมลุยตาม นโยบายรัฐบาล"

สำหรับผลประกอบการของทีโอที ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.ปี 2551 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 39,000 ล้านบาท แยกเป็นรายได้จากสัญญาสัมปทานประมาณ 16,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจของตนเองประมาณ 22,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิประมาณ 4,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อย โดยเฉพาะรายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เพิ่มจาก 1,174 ล้านบาท เป็น 2,932 ล้านบาทในปีนี้

และคาดว่าในสิ้นปีจะมีรายได้รวม 51,000 ล้านบาท แยกเป็นรายได้จากสัญญาสัมปทาน 23,000 ล้านบาท ธุรกิจของตนเอง 27,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิประมาณ 5,400 ล้านบาท

"แม้รายได้เพิ่มจากปีที่แล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่กำไรจะลดลง เนื่องจากมีภาระค่าธรรมเนียมเลขหมาย การขึ้นค่าครองชีพ และเงินเดือนตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงเงินที่ต้องจ่ายในโครงการเกษียณก่อนกำหนด ทำให้กำไรลดลงจากปีก่อนประมาณ 800 ล้านบาท"

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากทีโอทีได้ดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการที่บอร์ดได้ปรับปรุงใหม่ จะทำให้ผลการดำเนินงานในปี 2554 มีกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 11,018.4 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 5 ล้านราย ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 3.3 ล้านพอร์ต และปรับเปลี่ยนโครงข่ายให้เป็นโครงข่ายเอ็นจีเอ็นได้อย่างน้อย 80% จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 3.7 ล้าน เลขหมาย บรอดแบนด์ 6 แสนพอร์ต

ประชาชาติธุรกิจ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



อ้างพิษการเมืองกดราคาคลื่น 3G สหภาพกสทฯจี้"คลัง"ไล่บอร์ดยกชุด

กทช.ถกหาสูตรคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ ตั้งราคามาตรฐาน เริ่มเซ็งลี้ปีหน้า ที่ปรึกษาฝรั่งส่งสัญญาณกดราคา 3 จี อ้างพิษการเมือง ด้านสหภาพฯ กสท กดดันงานประชุมผู้ถือหุ้น จี้ "คลัง"

ไล่บอร์ด "สถิตย์" ดันควบรวมทีโอทีตั้งโฮลดิ้ง

นายสุธรรม อยู่ในธรรม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า กทช.ได้จัดงานสัมมนาแนวคิดและหลักการในการคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ เพื่อหาสูตรคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ที่เป็นมาตรฐาน เพราะการนำคลื่นความถี่มาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ยังไม่มีการกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่และราคามาตรฐาน ทั้งๆ ที่เป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด คาดสามารถประกาศสูตรได้ประมาณปี 2552

ทั้งนี้ กทช.จะนำสูตรคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่จากประเทศต่างๆ มาศึกษาวิจัยและปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การคำนวณสูตรคลื่นความถี่เบื้องต้นจะนำปัจจัยด้านการเมือง สภาพเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และความต้องการใช้คลื่นความถี่ปริมาณการใช้งานและความสามารถในการสร้างมูลค่าในอนาคตของคลื่นความถี่มาพิจารณาด้วย ซึ่งสูตรคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่จะนำมาประกอบกับประกาศว่าด้วยการโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการให้ผู้อื่นใช้ความถี่ในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2550 ต่อไป

"มูลค่าคลื่นความถี่เหมือนที่ดินที่ต้องนำมาประเมิน ยกตัวอย่างถ้าที่ดินมีมูลค่าราคาสูง แต่เจ้าของที่ดินให้เช่าหรือขายในราคาต่ำกว่าราคาจริง ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้เช่าที่ดินแทนเจ้าของ" นายสุธรรมกล่าว

ส่วนคลื่นความถี่ 3 จี กทช.จะนำผลการศึกษาจากประเทศต่างๆ หาสูตรที่เหมาะสม เนื่องจากขณะนี้มีความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นจุดสำคัญและจะช่วยให้การใช้งานคลื่นความถี่เป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่ 3 จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

นายจอห์น เซบาสเตียน แลนซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม ในฐานะที่ปรึกษาด้านการคำนวณมูลค่าคลื่นความถี่ กทช. กล่าวว่า การกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่ต้องเกิดจากการคำนวณอย่างรอบคอบในหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงปัจจัยการเมือง เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม จึงไม่ควรกำหนดราคาสูงเกินไปหากปัจจัยแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย

สำหรับผลการศึกษาราคามาตรฐานคลื่นความถี่ 3 จีทั่วโลก มีวิธีการประมูลแตกต่างกัน โดยประเทศที่ใช้วิธีประมูล (ออกชั่น) เช่น อังกฤษใช้ราคาคลื่นความถี่ระหว่าง 6.6-9.8 พันล้านเหรียญยูโร เยอรมนี 8.4 พันล้านเหรียญยูโร ส่วนฝรั่งเศสและสเปนใช้วิธีการกำหนดเกณฑ์ผู้ยื่นประมูล (บิวตี้คอนเทสต์) ราคาคลื่นความถี่ของฝรั่งเศสอยู่ที่ 619 ล้านเหรียญยูโร สเปนอยู่ที่ 0.13 พันล้านเหรียญยูโร และอิตาลีใช้วิธีผสมระหว่างบิวตี้คอนเทสต์กับออกชั่น (ไฮบริด) ราคา 2.4 พันล้านเหรียญยูโร

ด้านนายสมบูรณ์ ทรัพย์สาร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 ต.ค.นี้คาดหวังให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ตัดสินใจเปลี่ยนบอร์ดชุดที่มีนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นประธานทั้งชุด เนื่องจากการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เห็นได้จากรายได้ของ กสทฯ ลดลงต่อเนื่องและไม่ได้สร้างธุรกิจใหม่ๆ

ล่าสุด รายได้ของ กสทฯ ระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. รวม 3.2 หมื่นล้านบาท โดย 60% มาจากสัญญาร่วมการงาน กำไร 5,935 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6,463 ล้านบาท และหากการควบรวม กสทฯ และทีโอทีเป็นลักษณะการตั้งโฮลดิ้งให้ กสทฯ และทีโอทีเป็นบริษัทลูกจะมีความเป็นไปได้สูงกว่าการรวมเป็นหน่วยงานเดียว ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ไทยโพสต์ 29 ตุลาคม 2551 | ข่าว 3G



3G Trend in UK

3G ในอังกฤษ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปี 2000 หลังการประมูลใบอนุญาตให้บริการที่น่าสนใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการสื่อสารของอังกฤษ เพราะการประมูลใบอนุญาตอายุ 20 ปีจำนวน 5 ใบ ที่มีราคาเริ่มต้นประมูลรวมเพียง 500 ล้านปอนด์ (31,500 ล้านบาท) ครั้งนี้จบลงที่รัฐบาลอังกฤษได้เงินจากค่าใบอนุญาต 5 ใบ ไปทั้งสิ้น 22,470 ล้านปอนด์ (1.41 ล้านล้านบาท) สูงกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 5 พันล้านปอนด์ (315,000 ล้านบาท) ถึง 4.5 เท่า

ผลการประมูล ใบอนุญาตอายุ 20 ปีในการให้บริการ 3G ในอังกฤษ

ใบอนุญาต 3G ผู้ชนะ ราคาชนะประมูล(พันล้านปอนด์)บริษัทผู้ให้บริการปัจจุบัน
A* TIW 4.384 3
B Vodafone 5.964 Vodafone
C BT Cellnet 4.030 O2
D One2One 4.003 T-Mobile
E Orange 4.095 Orange
*สำหรับบริษัทใหม่ที่ไม่เคยให้บริการมือถือในอังกฤษเท่านั้น เพื่อให้บริษัทใหม่สามารถแข่งขันได้

หลังการประมูลดังกล่าว บริษัทแรกที่เปิดให้บริการ 3G คือบริษัทใหม่อย่าง 3 (Three Mobile หรือ Hutchison 3G) เป็นโดยเปิดให้บริการระบบ 3G ในวันที่ 3 มีนาคม 2003 (03/03/03) แม้ในตอนแรกจะมีพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณ 3G ไม่มากนัก แต่บริษัท 3 ได้ทำสัญญา Roaming กับบริษัท Orange ทำให้ลูกค้าของ Three สามารถใช้สัญญาณมือถือ 2G ของ Orange ในพื้นที่ที่สัญญาณ 3G ของบริษัท 3 ยังไปไม่ถึง

หลังจากนั้นบริษัทมือถืออื่นๆ เช่น T-Mobile Vodafone Orange และ O2 ได้ทำการเปิดให้บริการ 3G ในปีต่อมา โดย Vodafone จ่ายค่าใบอนุญาต 3G ไปเกือบ 6 พันล้านปอนด์ (378,000 ล้านบาท) เปิดให้บริการ 3G ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2004 ซึ่งทำให้เครือข่าย Vodafone สามารถรองรับบริการที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Video Call ดู Video Clip เล่นเกม และดูทีวี ผ่านโทรศัพท์มือถือ จนทำให้ตลาดของ Mobile Content เติบโตอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างของบริการ Content ฟรี ของบริษัท 3 ผ่านโทรศัพท์ 3G ภายใต้ชื่อ Planet 3 Service
ประเภทบริการ/รายละเอียดการให้บริการ
News & Info/News, Weather, Finance, Magazine
Email & Social Network/MSN Messenger, Facebook, Skype, Youtube
Sport/Unlimited Football Video, Sport Alerts
Travel & Guides/Google Maps, My Trains, Lonely Planet
Music/3 Music Store* (1.5 million tracks, 5000 Videos)
Entertainment/Mobile TV*, Movies
* บางบริการอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ผลการสำรวจล่าสุด ของ ICM Research และ London School of Economics (LSE) ระบุว่า 62% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในอังกฤษ ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ (Mobile Internet) ผู้ใช้จึงต้องการโทรศัพท์ระบบ 3G ที่สามารถใช้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นโทรศัพท์มือถือที่สามารถรองรับระบบ 3G จึงกลายเป็นเรื่องพื้นฐาน และจำเป็นสำหรับมือถือที่เปิดตัวใหม่ทุกรุ่นในอังกฤษ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดขาย Apple iPhone รุ่นแรกไม่ดีเท่าที่ควร เพราะขาดการรองรับระบบ 3G นั่นเอง

การใช้บริการ 3G ของคนอังกฤษนั้น ไม่ได้จำกัดการใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น โดยเฉพาะในปัจจุบันมีกระแสการใช้ Mobile Broadband เต็มรูปแบบ ผ่าน Sim Card โดยไม่ต้องมีเครื่องโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการทุกบริษัทจึงเริ่มหันมาให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3G เนื่องจากระบบ 3G สามารถรองรับการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงถึง 10 Mb/s เรียกว่าเป็นความเร็วที่ไม่แพ้ Home Broadband ทั่วไป เลยทีเดียว

ในเวลานี้บริษัทมือถือทุกเครือข่ายจึงได้วางจำหน่าย USB Modem ที่มีขนาดเล็ก โดยข้างในมี Sim Card ของมือถือใส่อยู่ เมื่อนำมาเสียบ Laptop ก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ที่สัญญาณมือถือไปถึง ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตที่บ้าน หรือเฉพาะจุดที่ให้บริการ Wi-Fi อีกต่อไป โดยมีความเร็วเฉลี่ย 1.8-7.2 Mb/s แล้วคิดค่าบริการรายเดือนราว 10-20 ปอนด์ (630-1,260 บาท) ซึ่งไม่ต้องทำการติดตั้งใดๆ มากมาย แค่เสียบ USB Modem เข้าไปที่ Laptop ก็ใช้งานได้เลย

ตัวอย่างโปรโมชั่นการให้บริการ Mobile Broadband ผ่านเครือข่าย 3G
บริษัทผู้ให้บริการ ค่าให้บริการ(ปอนด์/เดือน) ความเร็วสูงสุด(Mb/s) โปรโมชั่นที่น่าสนใจ
Vodafone 15 7.2 ลดค่าบริการจากเดิม 30 ปอนด์/เดือน
3 10 5.6 Free Modem
T-Mobile 15 4.5 Student Deal, ฟรี Wi-Fi Hotspot
Orange 15 1.8 Student Offer
O2 20 1.8 ฟรี Home Broadband 12 เดือน

จรัสพงษ์ สมานบุตร Positioning Magazine กันยายน 2551 | ข่าว 3G



GSMA ชี้ไทยทุ่ม 4 พันล.เหรียญ บริการบรอดแบนด์ไร้สายใน 3 ปี

สมาคมจีเอสเอ็มเอโลก (GSMA) วอน กทช.สร้างความมั่นใจในกระบวนการออกใบอนุญาต 3G ได้อย่างเป็นธรรม รวมทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่ในช่วง 2.1GHz ให้แก่ผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างมีศักยภาพเพียงพอในการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายแก่สาธารณชน โดยไร้ความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวน ชี้ผู้ประกอบการไทยพร้อมลงทุนกว่า 4 พันล้านเหรียญ

นายริคาร์โด้ ทาวาเรส รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการวางนโยบายสาธารณะ สมาคมจีเอสเอ็มเอโลก (GSMA) กล่าวว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของไทยเดินหน้าลงทุนด้วยงบประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเปิดให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย (HSPA) ภายใน 3 ปีนี้ หลังจากที่รัฐบาลมีมติให้สัมปทานคลื่นความถี่ใหม่ และอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เดิมในการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ได้

สมาคมจีเอสเอ็มเอโลก (GSMA) พยายามกระตุ้นรัฐบาลไทยในการดำเนินการออกใบอนุญาต 3G ให้เร็วที่สุดเพื่อที่ว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากบริการ 3G ได้อย่างเต็มที่จากการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย เพราะบริการดังกล่าวจะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา เปิดโอกาสในการหางาน ด้านเกษตรกรรม และด้านอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย การเปิดให้บริการ 3G ที่พัฒนาด้วยระบบ HSPA จะขยายการใช้บริการบรอดแบนด์ในประเทศไทยให้แพร่หลายมากขึ้น เพราะมีเพียง 2.2% ของครัวเรือนทั้งหมด (ข้อมูลจาก GlobalComms) ที่มีการใช้งานบรอดแบนด์ ซึ่งถือว่าล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านในด้านนี้

“การออกใบอนุญาตบนคลื่นความถี่ 2.1GHz จะช่วยให้ประเทศไทยลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีระหว่างชุมชนเมืองและชนบท รวมถึงลดช่องว่างระหว่างผู้รับบริการไทยและผู้รับบริการในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ในขณะที่คลื่นความถี่นี้จะตอบสนองความต้องการในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ระหว่างนั้นรัฐบาลไทยควรจะเริ่มวางแผนการใช้คลื่นความถี่ในช่วง 2.5GHz สำหรับบริการบรอดแบนด์ไร้สาย โดยใช้โครงสร้างที่สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลายเพื่อแบ่งแยกการใช้งานแบนด์วิดท์ระหว่างผู้ใช้งานได้หลายราย

สมาคมจีเอสเอ็มเอโลก (GSMA) วอนสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ผู้กำกับดูแลในการออกกฎเกณฑ์ระดับชาติ ในการสร้างความแน่ใจในกระบวนการออกใบอนุญาตได้อย่างเป็นธรรม และมั่นใจว่าคลื่นความถี่ในช่วง 2.1GHz ได้ถูกจัดสรรให้แก่ผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างมีศักยภาพเพียงพอในการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายแก่สาธารณชน โดยไร้ความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวน

สำหรับสมาคมจีเอสเอ็มเอโลก (GSMA) เป็นกลุ่มองค์กรทางการค้าระดับโลกด้านอุตสาหกรรมไร้สาย เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย GSM มากกว่า 750 รายใน 218 ประเทศทั่วโลก สมาชิก GSMA เป็นตัวแทน GSM กว่า 3 พันล้านราย และการเชื่อมต่อ 3GSM ซึ่งมากกว่า 86% ของการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระดับโลก นอกจากนี้ ผู้ผลิตสินค้าและผู้จัดจำหน่ายกว่า 200 รายให้การสนับสนุนแนวความคิดของสมาคม

เป้าหมายแรกของ GSMA คือ การสร้างความมั่นใจบริการไร้สายและโทรศัพท์มือถือให้ทำงานเชื่อมต่อได้ทั่วโลก และเข้าถึงได้ง่าย ด้วยการเพิ่มคุณค่าการใช้งานให้แก่กลุ่มผู้ใช้บริการ รวมถึงเศรษฐกิจระดับชาติ ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่กลุ่มผู้ให้บริการ ผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายด้วย

ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2551 | ข่าว 3G



ฮัลโหลมือถือลาวเข้าสู่ 3G เริ่มแล้วในเวียงจันทน์

บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเวียดนามได้เข้าสู่ยุค 3G อย่างเป็นทางการสัปดาห์ที่แล้วหลังจากเลื่อนมาหลายครั้ง ทางการประกาศว่าจะเริ่มทดลองให้บริการในเขตเมืองหลวงก่อนจะขยายออกสู่ปลายทางใหญ่ทั่วประเทศปีหน้า

พิธีเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สามจัดขึ้นในวันศุกร์ (17 ต.ค.) โดยการเป็นประธานของ พล.ท.ดวงใจ พิจิต รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และ รัฐมนตรีกลาโหมซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการชี้นำกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตแห่งชาติ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.)

วิสาหากิจผสมลาวโทรคม (Lao Telecom) ได้เป็นเจ้าแรกที่เปิดให้บริการที่ก้าวหน้านี้ ซึ่งทำให้ลาวกลายเป็นประเทศที่สองในอนุภูมิภาคอินโดจีน หลังจากกัมพูชา ขณะที่เวียดนามกำลังเตรียมเปิดให้บริการสิ้นปี

บริการ 3G ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตโดยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนได้ในความเร็วสูง ซึ่งทำให้สามารถใช้เครื่องโทรศัพท์ในระบบชมภาพยนตร์ออนไลน์ ทำการประชุมทางไกล (video conferencing) หรือ เผยแพร่ภาพเคลื่อนไหวชนิดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ขีดความสามารถนี้สามารรถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และเชิงเศรษฐกิจได้อย่างกว้างขวาง

พล.จ. ทันสะไหม กมมะสิด ผู้อำนวยการใหญ่วิสาหกิจร่วมทุนแห่งนี้กล่าวว่า ตามแผนการเดิมนั้นลาวเทเลคอมจะเปิดให้บริการ 3G เดือน ส.ค. แต่ต้องเลื่อนออกมาเนื่องจากยังไม่มีแผนดำเนินงานที่แน่นอนชัดเจนดีพอ

ลาวเทเลคอมลงทุนไปกว่า 25 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำบริการ 3G เข้าใช้การในประเทศ โดยเริ่มจากชาวเมืองหลวง ก่อนจะขยายไปยังสามแขวง (จังหวัด) สำคัญคือ หลวงพระบางในภาคเหนือ สะหวันนะเขตและจำปาสักในภาคใต้ปีหน้า พล.จ.ทันสะไหมกล่าว

ผอ.ใหญ่ลาวเทเลคอมกล่าวว่า ในช่วงสองเดือนเศษที่เหลืออยู่ของปีนี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการอย่างน้อย 30,000 ราย และจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100,000 รายในปีหน้า

ลาวเทเลคอมเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดในลาวขณะนี้ รัฐวิสาหกิจผสมแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มชินวัตรจากประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี จนกระทั่งมีการปรับขบวนใหม่ กลุ่มบริหารเดิมถูกโยกย้ายออกไปจนหมดสิ้น ท่ามกลางการกล่าวหาความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารจัดการทั่วไป

ปัจจุบันในลาวซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 6 ล้านคน มีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 ราย

สัปดาห์ที่แล้วบริษัทของกระทรวงกลาโหมลาว กับบริษัทเวียดนามโกลบอล (Viettel Global) ของกองทัพประชาชนเวียดนามได้ประกาศเปิดให้บริการข่ายโทรศัพท์มือถือแห่งใหม่ในก่อนสิ้นปีนี้

บริษัทลาว-เอเชียเทเลคอมมูนิเกชั่น จำกัด (Lao-Asia Telecommunication) ของฝ่ายลาวจะถือหุ้น 51% ในข่ายมือถือสตาร์เทเลคอม (Star Telecom) ที่เหลือจะเป็นหุ้นส่วนของฝ่ายเวียดนาม

ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.) บริษัทร่วมทุนจะใช้เงินราว 35 ล้านดอลลาร์ขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2553 ซึ่งจะประกอบด้วยสถานีรับส่งสัญณาณจำนวน 1,200 แห่ง โดยตั้งเป้าจะมีผู้ใช้บริการราว 1.5 ล้านคนในสองปี

การลงทุนเพื่อจัดตั้งเครือข่ายในขั้นเริ่มต้นประกอบด้วย 400 สถานี จะใช้เงินทุนราว 15 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการก่อสร้างได้เริ่มขึ้นแล้ว ขปล.กล่าว.

ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2551 | ข่าว 3G



ปลุกผีตลาดมือถือ

ดูเหมือนว่า 3G จะกลายเป็นทั้งจุดพลิกผันของตลาดมือถือ และเป็นความหวังของค่ายมือไม่น้อย หลังจากที่ช่วงหลายปีก่อนหน้า ตลาดมือถือเคยเติบโตเฉพาะกลุ่มคนที่เปลี่ยนเครื่องเป็นหลัก

การมีเครือข่ายที่เร็ว และเข้าถึงบริการที่หลากหลายอย่าง 3G จะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาเลือกซื้อมือถือที่แพงกว่า และหรูหราว่าที่เคยเป็น สวนทางกับพฤติกรรมการใช้มือถือของคนไทย ซึ่งยังเลือกมือถือแบบธรรมดา หรือ Basic Phone มากกว่าจะเลือกมือถือในกลุ่มมัลติมีเดียตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ของไอดีซีให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้คนไทยส่วนใหญ่จะใช้มือถือไปกับการโทรออกและรับสาย และมือถือกว่าร้อยละ 95 จะเป็นมือถือแบบธรรมดา ไม่เป็นมัลติมิเดียก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทิศทางหรือเทรนด์ของมือถือกลุ่มมัลติมีเดีย ใช้กล้อง ดาวน์โหลดเพลงหรือส่งอีเมล์ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี

สอดคล้องกับตัวเลขรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการเสริมที่เกิดจากมือถือไฮเทคเหล่านี้ ซึ่งเปิดเผยโดยไอดีซีและโอเปอเรเตอร์ต่างๆ ว่า แม้แต่เดิมจะยังอยู่ที่บริการการส่งข้อความ SMS ธรรมดา แต่ว่าแนวโน้มของการส่งภาพและเสียงอย่าง MMS หรือการดาวน์โหลดเพลง และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็เพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดมือถือในอนาคตได้ดีทีเดียว

การมาของ 3G จึงไม่ได้ทำให้แค่มือถือมีอะไรใหม่ๆ ให้ผู้ใช้ได้เล่น และใช้งาน แต่ยังแฝงไว้ด้วยความหวังในการทำตลาดของค่ายมือถือต่างๆ ด้วย

ธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในสามของตลาดมือถือไทยเคยให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า แม้ทุกวันนี้ทางไอ-โมบายยังไม่ผลิตถือ 3G ก็จริงอยู่ เพราะต้องรอดูความชัดเจนจากทุกฝ่าย และหากรัฐได้กำหนดการใช้คลื่นความถี่เรียบร้อยแล้ว ทางไอ-โมบายก็จะลงทำมือถือ 3G แน่นอน

ไอ-โมบายมองว่า ในอนาคตมือถือ 3G จะรวมเอาฟังก์ชัน แอพพลิเคชั่น ไปจนถึงคอนเทนต์ และการดาวน์โหลดข้อมูลทุกอย่างเอาไว้ด้วยกันเพื่อ ให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้กับมือถือได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ บรรดาเว็บไซต์ต่างๆ โทรศัพท์มือถือ ตลาดหนัง เพลง ก็จะเติบโตเร็วขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน

เกศสุดา อศิรพจน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ อีริคสัน โมบายล์ คอมมูนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โซนี่ อิริคสันเองนำเข้ามือถือ 3G มาขายในไทยมานานหลายปี และยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปีนี้มือถือโซนี่ อีริคสันจะเปิดตัวมือถือราว 30 รุ่น และกว่าครึ่งเป็นมือถือที่รองรับเครือข่าย 3G แทบทั้งสิ้น ดังนั้นไม่ยากเย็นอะไรนักหากมีการเปิดบริการ 3G ในเมืองไทย เพราะโซนี่ อีริคสันก็พร้อมที่จะเข้าไปลุยตลาดด้วยทันที

อย่างไรก็ตาม เกศสุดา ให้ความเห็นว่า 3G นั้นเข้ามาช่วยปิดช่องโหว่ให้การสื่อสารระหว่างกันนั้นดีขึ้น คุณภาพดีขึ้น สดขึ้น ทันเวลาขึ้นก็จริง แต่ต้องยอมรับว่าจะมีสักกี่คนที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ตลาดมือถือของไทยยังคงเป็นกลุ่ม Mass แบบนี้ไปอีก 3-4 ปีจนกว่าจะเข้าสู่ยุคของ 3G อย่างแท้จริง และเห็นภาพตลาดที่ชัดเจนมากกว่าการใช้มือถือโทรออกหรือรับสายเพียงอย่างเดียว

ขณะที่ ชุง จูน คิม ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ให้ความเห็นถึงทิศทางของซัมซุงในการนำเข้าโทรศัพท์มือถือ 3G ในตลาดไทย ที่ผ่านมา และในอนาคตอันใกล้เคียงว่า ซัมซุงมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่รองรับการทำงานบนเครือข่าย 3G อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2548 และยังอ้างว่าเป็นเจ้าแรกที่นำเข้ามือถือในระบบนี้สู่ประเทศไทย คือรุ่น Z560

ซัมซุงหวังว่ามือถือ 3G นี้จะรองรับความต้องการของคนยุคใหม่ที่ต้องการก้าวทันโลกอยู่ตลอดเวลา และโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ที่ซัมซุงนำเข้าตลอดทั้งปี 2550 ก็เป็นรุ่นที่รองรับ 3G ได้เกือบทั้งหมดทุกรุ่น เนื่องจาก 3G เป็นมาตรฐานใหม่ของเครือข่ายโทรศัพท์

เหนือสิ่งอื่นใด คือการมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศเกาหลี ซึ่งก้าวหน้าถึงขนาดที่ได้มีการพัฒนาไปถึงระบบ3.5G ซึ่งซัมซุงก็เป็นส่วนหนึ่งในหารร่วมพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และได้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่รองรับความพร้อมของระบบไว้หมดแล้ว

นอกจากนี้ที่ผ่านมา ซัมซุงได้มีการจัดแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคออกเป็น 6 กลุ่ม เพื่อรองรับการใช้งานบนเครือข่ายที่เปลี่ยนไปและการเลือกใช้มือถือที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มมือถือ สไตล์ (Style) เน้นความโดดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยงามล้ำสมัย กลุ่มมัลติมีเดีย (Multimedia) โทรศัพท์มือถือที่พร้อมไปด้วยฟังก์ชันด้านมัลติมีเดียในด้านการถ่ายภาพและฟังเพลงเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่

รวมไปถึงกลุ่มอินโฟเทนเมนต์ (Infotainment) สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเชื่อมต่อข้อมูลในยุคดิจิตอลพร้อมความสนุกสนานในทุกความบันเทิง กลุ่ม ธุรกิจ (Business) สมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานทางธุรกิจเต็มรูปแบบ กลุ่มคอนเน็ค (Connected) สำหรับการใช้งานติดต่อสื่อสารทั่วไปเป็นหลัก และกลุ่มเอสเซนเชี่ยล (Essential) โทรศัพท์จอสีพร้อมคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับกลุ่มผู้เริ่มต้นใช้โทรศัพท์มือถือ

สำหรับในกลุ่มมือถือประเภท Entry level หรือผู้เริ่มต้นใช้โทรศัพท์นั้นจะอยู่ในกลุ่ม คอนเน็ค และเอสเซนเชี่ยล เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนทั้งสิ้นกว่า 60% ของผลิตภัณฑ์ซัมซุงทั้งหมดที่นำเสนอในปีนี้ และในส่วนของโทรศัพท์ที่รองรับ3G ปัจจุบันซัมซุงมีวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งสิ้นราว 25 รุ่น หรือประมาณกว่า 50 % จากจำนวนกว่า 40-50 รุ่นที่เปิดตัวในปีนี้เลยทีเดียว

“3G จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการข้อมูลสำคัญเหนืออื่นใด 3G จะเป็นสิ่งผลักดันให้เกิดพฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลใหม่ๆ ขึ้น ทั้งยังอำนวยความสะดวกต่อการทำงานและการสื่อสารให้ไร้พรมแดนมากยิ่งขึ้น อาทิ การประชุมออนไลน์ จะเป็นจริงได้มากยิ่งขึ้น การส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไป หรืออาจมีพฤติกรรมทางด้านดิจิตอลใหม่ๆ เกิดขึ้นในชีวิตของคนไทยอีกก็เป็นไปได้เช่นกัน” ชุง จูน คิม บอก

แนวคิดนี้ไม่ต่างไปจากโนเกีย ประเทศไทย อุณา ตัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทโนเกีย ประเทศไทย เชื่อมั่นว่า การมาของ 3G จะสะท้อนให้เห็นว่า โนเกียไม่ได้ให้ความสำคัญแค่การเป็นมีเดียพื้นฐาน คือ ให้บริการด้านเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ได้ก้าวไปถึงการเป็น “ดิจิตอลมีเดีย” สามารถดูทีวี ดาวน์โหลดเกมออนไลน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้โนเกียได้เตรียมความพร้อมอยู่แล้ว จากการมี “โนเกียโอวี่” ไว้เป็นช่องทางให้ผู้ใช้มือถือโนเกียในการเข้าถึงเนื้อหาเหล่านี้

เธอเชื่อว่า สิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะได้สัมผัสจากบริการ 3G คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล ดังนั้นการตลาดของบริการ 3G จะต้องให้ผู้บริโภคสัมผัสถึงความเร็วในการใช้งานว่าเป็นอย่างไร

โนเกียเพิ่งปรับ “อินเทอร์เน็ต คอมปานี” เมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนโทรศัพท์มือถือ ที่จะได้เสพข้อมูลผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

แม้ว่า โนเกียจะมีมือถือรุ่นที่ใช้คลื่นความถี่ 3G แล้วหลายปี และมีทุกคลื่นความถี่ และไทยจะมีบริการ 3G ช้ากว่าประเทศอื่น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้มีโอกาสเรียนรู้จากตลาดอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ในไทย

สำหรับอุณา ซึ่งมีประสบการณ์ใช้บริการ 3G ในหลายประเทศ เธอเชื่อว่าสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยจะได้สัมผัสก่อน ก็คือ ความเร็วในการเชื่อมต่อข้อมูล เช่น รับส่งอีเมลผ่านมือถือ ดาวน์โหลดเกม หรือวิดีโอ ซึ่งถ้าเปรียบไปแล้ว ถนนดี มันดีประโยชน์อะไร แน่นอนขับรถได้เร็ว ถึงเป้าหมายเร็ว

“โนเกียเรามีบริการเนื้อหา ดาวน์โหลดวิดีโอ คาราโอเกะ ดูข่าว เล่นเกม และตัวโทรศัพท์มือถือทำได้ทุกอย่างแล้ว ถ้า 3G มา ผู้ใช้จะสามารถใช้บริการเหล่านี้ได้เร็วขึ้น

สัดส่วนของประเภทมือถือในไทย
Basic Phone (Voice Only) 95%
Smart Phone (Voice+Data) 5%
ที่มา : ไอดีซี

มือถือ
แม้จะมีมือถือ 3G วางขายในไทยเป็นจำนวนมากจนแทบจะนับรุ่นไม่ได้ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่หลายรุ่น ทั้ง iPhone 3G และ HTC Diamond ซึ่งมือถือเหล่านี้ หลายคนต่างเชื่อว่าเหมาะสมกับตลาด 3G มากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นการฟีเจอร์หน้าจอขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการอ่านตัวหนังสือได้ถนัดเมื่อมีเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไม่เล็กเห็นแค่ข้อความสั้นเหมือนอย่างเช่นก่อนหน้า ข้างในรวมไปด้วยฟังก์ชันมัลติมีเดีย ทั้งกล้องดิจิตอลที่ละเอียด รองรับ Video Call ส่งอีเมล หรือแม้แต่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายต่างๆ

น้ำค้าง ไชยพุฒ Positioning Magazine กันยายน 2551 | ข่าว 3G



เปลี่ยนชีวิตมือถือด้วย 3G

ลองนั่งจินตนาการดูเล่นๆ ไว้ก่อนล่วงหน้าว่า หากมือถือของคุณเล่นอินเทอร์เน็ตได้เร็วเท่าบรอดแบนด์ที่บ้าน คุณทั้งดาวน์โหลดเพลงเอ็มพีสามโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 วินาที ดูทีวีได้โดยไม่กระตุก คุณจะรู้สึกอย่างไร

ลองจินตนาการต่ออีกสักนิดว่าในเวลาเดียวกันคุณยังสามารถเข้าเว็บไซต์โปรดผ่านมือถือ ทั้ง google, hi5 หรือแม้แต่ใช้บริการโปรแกรมแชตได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องนั่งรอจนเหงือกแห้ง คุณคิดว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นไหม

คำถามเหล่านี้จะมีคำตอบในทันที เพราะหากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอีกหนึ่งปีข้างหน้านับจากนี้คุณจะมีโอกาสได้เห็นสิ่งที่คุณจินตนาการไว้ได้อย่างครบถ้วนผ่านการให้บริการเครือข่าย “3G” ที่โอเปอเรเตอร์มือถือจะเปิดให้บริการนั่นเอง

มี 3G เน็ตบนมือถือก็ไม่เต่า

ก่อนหน้านี้ มีความพยายามมาโดยตลอด เพื่อที่จะบอกผู้คนในสังคมไทยว่าเขาจะได้รับบริการที่มากมายบานตะไท ดีและเท่อย่างไรจากเครือข่ายมือถือ 3G แต่ก็เชื่อได้ว่าคนหมู่มากยังจินตนาการไม่ออกว่า 3G จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้อย่างไร บริการที่ว่าจะใหม่แปลกมากพอไปกว่าที่เห็นทุกวันนี้แค่ไหน ในเมื่อข้อมูลตัวเลขสถิติชี้ชัดว่า คนไทยส่วนมากยังใช้มือถือไปกับ “โทรเข้าและรับสาย” มากกว่าใช้ส่งข้อความภาพแนบเสียง ดาวน์โหลดเพลง หรือแม้แต่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ขณะที่ ธนา เธียรอัจฉริยะ รองซีอีโอของดีแทค และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ต่างให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า สิ่งที่ 3G จะทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น เห็นจะเป็นเรื่องของ “ความเร็ว” โดยเฉพาะความเร็วของ “อินเทอร์เน็ต” ที่เมืองไทยยังประสบปัญหาอยู่มาก

ที่ผ่านมาการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทย ไม่เพียงแต่ถูกจำกัดด้วยเรื่องของโครงข่ายสาย ที่ผู้บริโภคต้องยกหูถามผู้ให้บริการว่าจะได้ลากสายผ่านหน้าบ้านของตนเองหรือยัง อาทิ ค่ายทรู และทีโอที ผูกติดกับหมายเลขในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ค่ายทีทีแอนด์ทีผูกติดกับตลาดต่างจังหวัด นอกจากนี้บางเส้นทางยังถูกแบ่งแยกเขตแดนของการให้บริการของแต่ละค่าย ความซับซ้อนและการผูกติดดังกล่าวทำให้ลูกค้าจำใจต้องเลือกผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งที่ว่า โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงเพราะจำเป็นต้องใช้งาน

แต่ปัญหาความเร็วที่แปรผันตามราคาค่างวดมักจะส่งผลให้ผู้บริโภคนั้นปวดหัวมาแต่ไหนแต่ไร แม้จะมีการให้บริการในความเร็วที่สูงถึง 2 เมกะบิตต่อวินาที เป็นขั้นพื้นฐาน โดยคิดราคาเริ่มต้นที่เฉลี่ย 590 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าภาษี ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของตลาดไทยในปัจจุบัน แต่ต้องยอมรับว่า ความเร็วที่ได้ไม่เพียงแต่ไม่เต็มที่ แต่ยังถูกแบ่งกับผู้ใช้งานรายอื่น ณ ช่วงเวลานั้น พอๆ กับได้รับการควบคุมการใช้งานที่เกินขนาดจากผู้ให้บริการเสียเองด้วยซ้ำไป

อีกทั้ง หากประเมินตัวเลขราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 จะพบว่าปัจจุบันไทยมีประชากรอยู่ 63,038,247 คน หากนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกช่องทางทั้งอินเทอร์เน็ตคาเฟ่, ใช้โมเด็มในบ้าน หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ตตำบล ทั้งสิ้นราว 15 ล้านราย จะพบว่าความหนาแน่นของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในไทย 4.2 % หรือคน 100 คน เข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ถึง 5 คน เท่านั้นเอง

เครือข่าย 3G จะไม่เพียงจะเข้ามาลดช่องว่างในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของกลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึง เพราะขอให้มีเพียงสถานีฐานหรือเสาโทรศัพท์ไปตั้ง คนก็เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทันที และสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่สัญญาณโทรศัพท์จะครอบคลุม แต่ยังปลดล็อกปัญหาเรื่องความเร็วที่ไม่คงที่ ปัญหาเรื่องสัญญาที่ผูกติดระหว่างค่ายกับพื้นที่ให้บริการ เหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกด้วย

และนี่คือสิ่งที่คนไทยไม่เคยจะล่วงรู้ แต่ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือหรือโอเปอเรเตอร์กลับรู้ดีกว่าใคร นับจากนี้เป็นต้นไป ถนนทุกสายของโอเปอเรเตอร์จึงไม่เน้นมุ่งหน้าไปยังการให้บริการที่เลิศหรู แต่ทุกคนต่างมุ่งไปหาการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3G แทบทั้งสิ้น

ความเร็วที่แตกต่างระหว่าง 2G และ 3G

ช่องทาง/ความเร็วในการรับส่งข้อมูล/ผลของความเร็ว

2G/10 กิโลบิต/วินาที/ใช้เวลา 31-41 นาทีในการดาวน์โหลดเพลง MP3 ความยาว 3 นาที

2.5G GPRS, EDGE)/ 64-144 กิโลบิต/วินาที/ใช้เวลา 6-9 นาทีในการดาวน์โหลดเพลง MP3 ความยาว 3 นาที

3G/144 กิโลบิต/วินาที - 2 เมกะไบต์/วินาที/เวลา 11 วินาที-1.5 นาทีในการดาวน์โหลดเพลง MP3 ความยาว 3 นาที

โมบายบรอดแบนด์

ว่ากันว่า เครือข่าย 3G ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้โอเปอเรเตอร์เพิ่มบทบาทและหน้าที่จากการเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือมาเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือ ISP ด้วยในเวลาเดียวกัน และนั่นหมายถึงการมองหาโมเดลและรูปแบบใหม่ทั้งรูปแบบของการให้บริการและค่าใช้จ่ายที่จะสะท้อนความเป็นจริงจากการขายอินเทอร์เน็ตผ่านซิมการ์ดของมือถือด้วย

ในทางเดียวกัน เทคโนโลยี 3G ส่งผลให้ผู้คนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือหรือที่เรียกกันว่า โมบายบรอดแบนด์ ได้ทันทีโดยผ่านซิมการ์ดที่ใช้โทรออกหรือรับสายปกติ หรือจะเสียบสายต่อเข้าคอมพิวเตอร์ และสื่ออื่นได้ทุกที่ที่มีสัญญาณมือถือ

นี่คือเทรนด์ “โมบิลิตี้” ที่โพลไม่ว่าจะสำนักไหน หรือผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีทุกรายต่างยกให้ว่ากำลังมา และกำลังเติบโตเต็มที่

การพกพาคอมพิวเตอร์ออกไปนอกบ้าน และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อทำงานนอกสถานที่ การสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แม้จะนั่งอยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน อยู่บนรถโดยสาร ไม่เว้นแม้กระทั่งบนเครื่องบิน เป็นสิ่งที่ผู้คนกำลังมองหา และดูเหมือนว่าโมบายบรอดแบนด์กำลังตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ

ในงานสัมมนาหัวข้อ “วินโดวส์โมบาย โมบิลิตี้ เทคโนโลยี แอนด์ พีดีเอโฟน อินโนเวชั่น 2008? ซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พบว่าปัจจุบันมีคนไทยราว 15 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต แต่ในจำนวนนั้นมีเพียง 1.5 ล้านรายที่ทดลองใช้โมบายบรอดแบนด์จริงๆ แต่ตัวเลขนี้หาใช่หยุดนิ่ง แต่จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 3 ล้านรายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และผู้คนต่างบอกว่า สิ่งที่มีผลทำให้ตนเลือกโมบายบรอดแบนด์มาใช้ก็คือ จำนวนแบนด์วิธหรือความเร็วที่สูงขึ้น

มีการคาดการณ์กันว่าโมเดลของการให้บริการโมบายบรอดแบนด์ นั้นจะฉีกกฎโมเดลของการให้บริการ GPRS หรือ EDGE ซึ่งคิดเหมาจ่ายเป็นนาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ และเดือน แต่โอเปอเรเตอร์จะหันมาใช้โมเดลแบบเดียวกันกับอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วไป คือเลือกเหมาจ่ายแบบรายเดือนใช้ไม่อั้นในความเร็วเริ่มต้นที่ 2 เมกะบิตต่อวินาที และผู้ใช้สามารถเลือกใช้ผ่านซิมการ์ดของตนเหมือนกับใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน GPRS และ EDGE ดังเช่นก่อนหน้า และสามารถใช้ผ่านสื่ออุปกรณ์ทั้งมือถือ หรือคอมพิวเตอร์พกพาในการใช้งาน

หากแผนการทั้งหมดเป็นจริง นี่คือโอกาสของโมบายบรอดแบนด์ที่จะมาเป็นทางเลือกใหม่ ที่จะมาเขย่าตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หากค่ายทรู ทีโอที ทีทีแอนด์ที ไม่ระวังส่วนแบ่งตลาดอาจหลุดลอยได้ง่าย

ตัวเลขการขยายตัวของบรอดแบนด์ในไทย

2550 1.2 ล้าน

2551 1.9 ล้าน

2552 2.7 ล้าน

ที่มา : ไอดีซี

หมายเหตุ : หน่วยเป็น Account โดยที่ 1 Account สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หลายคน

สัดส่วนการใช้ GPRS ของ 3 โอเปอเรเตอร์หลัก

AIS 4,000,000 ราย

DTAC 2,900,000 ราย

TRUE Move 2,000,000 ราย

ที่มา : ไอดีซี

Did you know?

จากข้อมูลล่าสุดเชื่อว่า ทั่วโลกมีผู้ให้บริการ 3G แล้วราว 211 ราย ใน 95 ประเทศ

น้ำค้าง ไชยพุฒ Positioning Magazine กันยายน 2551 | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard Driver Download| ExpressCard| AirCard USB| PCMCIA AirCard| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| EDGE AirCard| 3G AirCard| 3G Router| 3G Access Point| Speed Test| Speedtest| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์