AirCard

GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

TOT ขายส่งสัญญาณ 3G

โครงการ 3G อาจสร้าง Positioning ที่โดดเด่นให้กับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) รัฐวิสาหกิจสื่อสารของไทย หรือที่รู้จักกันมานานว่าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) หลังจากทีโอทีอ่อนแอและเงียบหายมานาน เพราะไม่มีการลงทุนโครงการใหม่ และโครงการเดิมที่มีอยู่ก็ไม่สามารถแข่งกับเอกชนได้

หลังจากยื้อยุดกับแคท เทเลคอม หรือ กสท โทรคมนาคม มานานเพื่อชิงความเป็นเจ้าของโครงการโทรศัพท์มือถือในย่านความถี่ 19000 MHz คลื่นความถี่ที่ทำให้ 3G เป็นจริงมากที่สุด เพราะอยู่ในย่านเดียวกับ 2.1 GHz ในที่สุดคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ได้อนุมัติให้ทีโอทีลงทุนโครงข่ายโทรศัพท์ 3G และให้สิทธิทีโอทีในการเป็นเจ้าของโครงการทั้งหมด จากเดิมที่ทีโอที กับแคท เทเลคอม ร่วมทุนให้บริการภายใต้บริษัทไทยโมบาย จำกัด

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2551 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้พิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนของทีโอที แม้จะต้องใช้งบลงทุนถึง 29,000 ล้านบาท และปัจจุบันทีโอทีฐานะการเงินไม่ดี แต่เรื่องก็ผ่านได้ไม่ยากนัก เพราะทีโอทีใช้แผนการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้นโยบายการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ โดยมีรัฐเป็นผู้สนับสนุนจัดหาแหล่งเงินกู้ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ทีโอที หรือเอกชนผู้ขายอุปกรณ์จัดหาให้ โดยมีผู้ผลักดันเต็มที่คือ “มั่น พัธโนทัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

“วรุธ สุวกร" ซีอีโอของทีโอที บอกว่า การลงทุนครั้งนี้ หากผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหลังสภาพัฒน์อนุมัติ จะทำให้ทีโอทีเป็นผู้นำในการให้บริการ 3G โดยกำหนดชัดเจนว่าทีโอทีจะเป็น Network Provider หรือการเป็น WholeSaler สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ให้เอกชนเช่าใช้เครือข่ายไปให้บริการ 3G เพราะทีโอทียังไม่เชี่ยวชาญด้านการทำตลาดเมื่อเทียบกับเอกชนที่มีความคล่องตัว และมีประสบการณ์มากกว่า

นี่คือการเดินหน้าก้าวสำคัญของทีโอที เพราะปัจจุบันทีโอทีประสบปัญหารายได้ต่อเลขหมายลดลงอย่างต่อเนื่อง ในฐานลูกค้าของทีโอทีทั้งประเทศที่มีอยู่ประมาณ 3.9 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นเขตนครหลวง 1.6 ล้านเลขหมายและภูมิภาค 2.3 ล้านเลขหมาย ทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้ทีโอทีลดลงในปี 2550 ประมาณ 3,000 ล้านบาท อยู่ที่ประมาณ 52,000 ล้านบาท จากปี 2549 มีรายได้ประมาณ 55,000 ล้านบาท และหากเทียบกับปี 2547 ที่เคยมีรายได้ถึงกว่า 76,000 ล้านบาท ยิ่งเห็นชัดเจนว่ารายได้ของทีโอทีจะเข้าขั้นวิกฤต

การรู้จุดอ่อนของตัวเองอย่างชัดเจนของทีโอที ทำให้กลายเป็นโอกาสของเอกชนที่อยู่ในสนามธุรกิจโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว รวมไปถึงเอกชนหน้าใหม่ ที่อยากเข้ามาในตลาดแต่มีต้นทุนน้อย

“ทีโอที เปิดกว้างให้เอกชนที่สนใจเป็นผู้ให้บริการเข้ามาเช่าเครือข่ายไปให้บริการ ทั้งผู้ที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว เอกชนหน้าใหม่ หรือแม้แต่ต่างชาติ เพราะในเครือข่ายที่ลงทุนครั้งนี้รองรับลูกค้าได้ 3.5 ล้านเลขหมาย ทีโอทีอาจแบ่งให้คนละ 1 ล้านเลขหมาย ก็เป็นได้” ผู้บริหารทีโอทีรายหนึ่งระบุ

โอกาสนี้ยังรวมไปถึงเอไอเอส เจ้าตลาดในไทยที่หากต้องการเช่าเครือข่ายก็สามารถทำได้ เพราะเอไอเอสมีข้อจำกัดเรื่องคลื่นความถี่ เป็นอีกแผนหนึ่งที่เดินไปพร้อมกับการที่เอไอเอสเสนอต่อรัฐมนตรีไอซีที

เพื่อขอแบ่งคลื่นความถี่ย่าน 1900 จากทีโอที จำนวน 5 MHz เพราะเรื่องคลื่นยังเป็นเรื่องใหญ่ต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน และที่สำคัญขณะนี้ผู้บริหารทีโอทีต่างบอกว่ายังไม่เห็นข้อเสนอของเอไอเอสมาถึงทีโอที

สำหรับเอกชนหน้าใหม่ แต่เป็นที่คุ้นเคยคือกลุ่มสามารถ คอร์ปอเรชั่น ที่ขณะนี้เข้านอกออกในทีโอทีได้อย่างเหนียวแน่น เป็นบริษัทที่ถูกวางให้เป็นเอกชนรายหนึ่งที่จ่อคิวได้รับสัญญาณ 3G ไปให้บริการ แม้ที่ผ่านมาจะไม่ประสบความสำเร็จจากบริการโทรศัพท์มือถือแบรนด์ “ฮัลโหล” แต่เงื่อนไขครั้งนี้เปลี่ยนไป เพราะสามารถฯไม่ต้องสร้างเครือข่ายเอง นอกจากนี้ยังมีต่างชาติที่สนใจเข้าตลาดไทย ทั้งจีน เกาหลี ที่อาจต้องการเข้ามาชิมลางในไทย โดยไม่ต้องทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเหมือนที่ผ่านมา

3G สำหรับทีโอทีกับแผนการเป็น Network Provider คือความพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ และผู้บริหารทีโอทีเชื่อว่าจะทำให้ทีโอทีฐานะดีขึ้น แม้ว่าเอกชนที่อยู่ในตลาดปัจจุบันที่ให้บริการอยู่แล้วทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ต่างต้องการเดินหน้าสร้างเครือข่าย 3G เป็นของตัวเองมากกว่าที่ต้องมาพึ่งเครือข่ายของทีโอที แต่หากทีโอทีติดเครื่องได้เร็ว และทำได้ก่อนที่ 2.1 GHz จะถูกจัดสรรให้เอกชน ภายในปีหรือ 2 ปีแรก ทีโอทีก็จะสามารถคืนทุนได้ทั้งหมดทันที

หากทั้งหมดเป็นไปตามแผน ผู้บริหารไม่มีวาระซ่อนเร้น ความหวังที่จะทำให้ทีโอทีกลับมาเป็นเครือข่ายสื่อสารที่สำคัญของประเทศอาจเป็นจริงได้ในที่สุด

แผน 3G ของทีโอที

แผนการลงทุน

งบลงทุน 29,000 ล้านบาท (770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เปิดบริการปี 2552 โดยมีพื้นที่บริการทั่วประเทศ ด้วยจำนวนสถานีฐาน 5,200 แห่ง ติดตั้งแล้วเสร็จในปี 2556 และรองรับผู้ใช้บริการ 3.5 ล้านเลขหมาย

กลุ่มเป้าหมายที่จะมารับเช่าช่องสัญญาณ ไปให้บริการ

1. เอกชนเช่าเหมาเลขหมายไปให้บริการต่อ
2. ผู้ให้บริการโรมมิ่งในประเทศและระหว่างประเทศ
3. ผู้ให้บริการคอนเทนต์ และเว็บโมบาย
4. ผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
5. เจ้าของช่องรายการทีวี ทั้งทีวีออนโมบาย และไอพีทีวี
6. สถาบันการเงิน

สุกรี แมนชัยนิมิต Positioning Magazine กันยายน 2551 | ข่าว 3G



3G เรียลลิตี้โชว์

“ทรูมูฟ” กำลังถูกบททดสอบครั้งสำคัญว่าจะเป็นบริษัทที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นความภาคภูมิใจให้กับกลุ่ม “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพีได้หรือไม่ เมื่อโครงการระดับบิ๊กของธุรกิจสื่อสารอย่าง 3G กำลังเกิดขึ้นในไทย ท่ามกลางภาวะการแข่งขันรุนแรง ขณะที่ทรูมูฟยังเป็นเบอร์ 3 ในตลาด พร้อมกับแรงกดดันตัวเลขขาดทุนของกลุ่มทรูอีกหลักแสนล้านบาท แต่ความเป็น “ซีพี” มีแต่การเดินหน้า เพราะถึงอย่างไร 3G เป็นสิ่งที่ “ทรูมูฟ” ต้องมี

โทรศัพท์มือถือ เป็นหนึ่งในธุรกิจด้านเทคโนโลยี ที่ “ธนินท์ เจียรวนนท์” ในฐานะประธานเครือซีพี วางแผนให้เป็นคลื่นที่ 3 ของธุรกิจในเครือซีพี นับจากธุรกิจการเกษตร อุตสาหกรรม มาเป็นเทคโนโลยี โดยทุกวันนี้ “ธนินท์” ยังคงนั่งเก้าอี้ประธานกลุ่มทรูฯ โดยมี “ศุภชัย เจียรวนนท์” บุตรชายคนที่ 3 เป็นซีอีโอ

หนี้ของกลุ่มทรูฯ ในปี 2551 สูงถึงหลักแสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของทรูมูฟ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะสูงเพียงนี้ แต่ก็เกิดขึ้นเพราะผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 แต่ตลาดมือถือกำลังถึงจุดเปลี่ยนจาก 3G ทำให้ทรูต้องเร่ง เพื่อเตรียมลงทุนอย่างน้อยด้วยงบลงทุนปีละ 20,000 ล้านบาท

“ซีพีเป็นนักสู้อยู่แล้ว”

3G ทำให้ทุกบริษัทมือถือไม่มีทางเลือก รวมทั้งทรู ซึ่ง “ธนินท์” บอกว่า 3G เป็นสิ่งจำเป็น เป็นเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือที่ให้ความสะดวกกับลูกค้า และเป็นสิ่งจำเป็นที่ทรูต้องมีให้บริการเช่นกัน

ส่วนเรื่องหนี้ของทรูนั้น “ธนินท์” ยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหา เป็นสิ่งที่แก้ไขได้ และที่สำคัญคือ “ซีพีเป็นนักสู้อยู่แล้ว”

นอกจากนี้ในความเห็นของ “ธนินท์” นั้น ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือเข้ามาให้ผู้ประกอบการลงทุนเพื่อบริการลูกค้ามากเพียงใด สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการเปิดให้มีการแข่งขันกันอย่างเท่าเทียมกัน

ความมั่นใจในความเป็นนักสู้ ไม่ได้มาแบบลอยๆ เพราะ “ศุภชัย” กำลังพยายามสานต่อ แม้ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา “ศุภชัย” แทบจะไม่พูดถึงเรื่อง 3G ขณะที่เอไอเอสเปิดตัวแบรนด์ และทดลองบริการไปแล้วตั้งแต่พฤษภาคม 2551 ส่วนดีแทคก็ประกาศพร้อมวางเครือข่ายและเปิดให้บริการในกลางปี 2552

“เราเตรียมแผนการลงทุน และการทำตลาดอยู่แล้ว และคงเปิดให้บริการในกลางปีหน้าเช่นเดียวกับคนอื่น เพราะได้อนุมัติในเวลาใกล้เคียงกัน”

เพราะหากนับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่ให้เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ พัฒนาเทคโนโลยี 3G บนคลื่น 800-900 MHzได้เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2551 คือการเริ่มต้นพร้อมกัน

สำหรับสิ่งที่หลายคนมองว่าเงินทุน และการขาดทุน เป็นจุดอ่อนของทรู “ศุภชัย” ยืนยันว่า เงินทุนไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อ 3G มาถึง โมเดลธุรกิจของทรูจะทำให้รายได้ดีขึ้น ทรูจึงมีช่องทางในการระดมทุนหลายช่องทาง

หนึ่งในช่องทางนั้นระดมเงินนั้นสิ่งที่ “ศุภชัย” ยืนยันมาโดยตลอดคือ หากต้องการมีพันธมิตรเพื่อนำมาเงินมาลงทุนนั้น พันธมิตรต้องไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารมากนัก หรือเป็นเพียงพันธมิตรทางด้านการเงินเท่านั้น แต่ถามว่าขณะนี้จำเป็นหรือไม่ “ศุภชัย” บอกว่ายังไม่จำเป็นนักสำหรับลงทุนในคลื่น 850 เพราะเป็นการขยายบริการเพิ่มเติมจากโครงข่าย 2 G เดิม ยังสามารถใช้กระแสเงินสด โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทรูมีแผนลงทุนอย่างจริงจัง เพราะยังไม่รู้ว่าคลื่น 2.1 GHz จะมีการจัดสรรเมื่อไหร่ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่า กทช.อาจพิจารณาจัดสรรในกลางปีหน้าก็ตาม เมื่อถึงเวลาต้องลงทุนมากขึ้นใน 2.1 GHz การหาพันธมิตรเพื่อมาลงทุนอาจจำเป็นในอนาคต

3G ทดสอบโมเดล Convergence

แผนธุรกิจของทรูมูฟ คือการเน้นจุดเด่นของเทคโนโลยี 3G นำเสนอบริการ HiSpeed Data สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการสื่อสารข้อมูลไร้สาย โดยจุดต่างของทรูมูฟ จากเอไอเอส และดีแทค คือโมเดล Convergence ที่เตรียมมานานเกือบ 3 ปี โดยจะผสมผสานบริการต่างๆ ในเครือทรูฯ เพื่อให้บริการ 3G สมบูรณ์แบบมากที่สุด

“เรามีจุดแข็งทั้ง Application และ Content ที่สร้างมาแล้วระยะหนึ่ง เมื่อความเร็วสูงขึ้น คนก็จะสามารถเข้าถึง Content เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น”

Application ที่กลุ่มทรูฯ เด่นชัด เช่น ทรูมันนี่ ส่วน Content ที่โดดเด่นคือเรียลลิตี้โชว์ อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย หรือ AF ที่ทรูวิชั่นส์ได้นำเสนอมาต่อเนื่อง 5 ปี และยังมีแผนบริหารศิลปินเพื่อให้เกิด Content ด้านบันเทิงมากขึ้น นอกเหนือจากนี้ Content ที่ทรูวิชั่นส์กำลังบริหารจัดการ อาจเป็นส่วนหนึ่งให้การดู Content เป็นทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง คึกคักขึ้นโดยเฉพาะช่องข่าว TNN ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551

ขณะที่ยังรอ 3G ของจริง ทรูฯ มีการซ้อมทำตลาดในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้ HiSpeed Data โดยทรูมูฟเสนอแพ็กเกจที่ผสมผสานบริการในเครือภายใต้ 2.5G หรือเครือข่ายปัจจุบันแล้ว คือแพ็กเกจราคาสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สื่อสารข้อมูลผ่าน EDGE GPRS และสามารถใช้ Wi-Fi ภายใต้บริการของทรูออนไลน์ได้ ในอัตราราคาวันละ 20 บาท หรือหากไม่ใช้ Wi-Fi คิดค่าบริการเพียงวันละ 10 บาท

นี่คือฐานข้อมูลลูกค้า หรือการทำ CRM ที่ทรูพยายามรู้จักลูกค้าให้มากที่สุด อย่างน้อยคือดูว่าลูกค้าชอบดูข้อมูลอะไร และใช้เวลาใดมากที่สุด ก่อนให้บริการไฮสปีดอินเทอร์เน็ตไร้สายจริงๆ หลังจากที่ทรูสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้บริการ Non Voice ในไตรมาส 2 ปี 2551 อยู่ที่ 11.8% ขณะที่ดีแทคทำได้ 10.5% และเอไอเอสที่ฐานลูกค้ามากที่สุดทำได้ 12.6% ของรายได้ทั้งหมด

เป็นโอกาสที่ “ศุภชัย” หวังไม่ต่างจากดีแทค ที่อยากพลิกฐานะตัวเองให้มาชิงตลาดเบอร์ 1 อย่างเอไอเอส อาจไม่ใช่ความหมายในส่วนแบ่งตลาดลูกค้า แต่หากเฉพาะบริการสื่อสารมูลความเร็วสูงไร้สายแล้ว ไม่น่าจะเกินเอื้อม แม้เอไอเอสจะเปิดตัวที่เชียงใหม่แล้ว เพราะขณะนี้ “ศุภชัย” ยังเชื่อว่าช่วงนี้ยังไม่มีใครเป็นผู้นำตลาด “เพราะฉะนั้น Leadership ในเรื่อง 3G ยังเป็นของทุกคน”

แต่ตามความเชื่อมั่นของ “ศุภชัย” คือ 3G น่าจะทำให้มีหลายอย่างเกิดขึ้น สำหรับเอกชนที่อยู่ในตลาดนี้แล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ในแง่ Market Position และเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมสื่อสาร 3G จะเป็นเทคโนโลยีที่มาเปลี่ยนผ่าน เพื่อนำไปสู่ 4G ในอนาคต

สุกรี แมนชัยนิมิต Positioning Magazine กันยายน 2551 | ข่าว 3G



เสียงจากผู้ด้อยโอกาส "3G" ราคาถูกๆ น่ะมีมั้ย ?

ปิดฉากไปแล้วกับการระดมความคิดเห็นสาธารณะ การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 G ครั้งสุดท้ายที่ภูเก็ต ถือว่าได้รับความสนใจมากทีเดียว เรื่องจำนวนผู้เข้าร่วมงานก็เรื่องหนึ่ง ที่น่าสนใจกว่าเป็นความคิดความเห็นในมุมมองประชาชนผู้ใช้บริการ

"ราคา" ทั้งอัตราค่าบริการ และค่าเครื่องลูกข่ายยังคงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนเห็นตรงกัน โดยต่างต้องการให้ค่าบริการมีราคาถูกเพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงบริการง่ายขึ้น

"สมชาย ศรียานนท์" สมาชิกคนหูหนวกภาคใต้ ลุกขึ้นแสดงความเห็นผ่านภาษามือ โดยมีล่ามถ่ายทอดอีกต่อว่า คนหูหนวกในประเทศไทยสนใจบริการมือถือ 3 G มาก เพราะช่วยให้คนหูหนวกติดต่อสื่อสารกันได้ (ใช้ภาษามือผ่านวิดีโอคอล) จึงอยากให้ค่าบริการ และราคาเครื่องมีราคาถูก

ฟากตัวแทนคนตาบอดภาคใต้เห็นว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับบริการทั่วถึง (USO) ควรมีมากกว่าพื้นที่ห่างไกล แต่เป็นเรื่องบุคคล เช่น ผู้ด้อยโอกาส

"ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลนำมา ซึ่งภาพ ช่วยคนหูหนวกได้ แต่คนตาบอดล่ะ น่าจะกำหนดในใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการมีบริการ เช่น ผมไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ก็โทร.เข้าศูนย์เอาโทรศัพท์จ่อให้คนที่ศูนย์ช่วยดูให้ว่า เป็นอะไร เพราะพวกผมมองไม่เห็น ที่อยากให้กำหนดในใบอนุญาตเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการคิดถึงเรื่องต้นทุนก่อนที่จะออกบริการ หรือคนหูหนวก ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินจะกด 191 แจ้งยังไง สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์กับคนที่ไม่มีทางเลือกในชีวิต

ตัวแทนภาคธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตให้ความคิดเห็นว่า ควรมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้งเสาสัญญาณ 3G เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ดังนั้นการลงทุนใดๆ จึงต้องคำนึงถึงทัศนียภาพโดยรวมด้วย เช่น กำหนดให้ผู้ให้บริการที่มีหลายรายใช้พื้นที่ร่วมกัน ซึ่งอาจทำให้การลงทุนต่ำลงได้ด้วย

ขณะที่ตัวแทนครูภาคใต้แสดงความเห็นด้วยว่า ควรนำประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G ไปให้หน่วยงานรัฐ เช่น โรงเรียน และโรงพยาบาล ได้ใช้ในราคาถูก

"ครูเดี๋ยวนี้ต้องหามือถือมาใช้ เวลาติดต่อกับนักเรียนหรือผู้ปกครอง เพราะประหยัดกว่าโทรศัพท์บ้าน"

ว่ากันว่า "กทช." เพลย์เซฟเลือก "ประมูล" โอกาสที่ "ราคา" จะถูกยาก

"ศ.เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์" กรรมการ กทช.กล่าวว่า ยังไม่ได้สรุปว่าจะเลือกใช้รูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่แบบใด แต่น่าจะอยู่ใน 2 รูปแบบ คือ ประมูล (auction) และไฮบริด (hybrid) ผสมผสานระหว่างการประกวด และประมูล (auction) เนื่องจากผลการศึกษาจากต่างประเทศระบุว่า การจับฉลากไม่เหมาะสม การประกวด ก็มีปัญหามาก โดยในปีนี้จะตัดสินใจให้ได้ว่า จะใช้รูปแบบใด

เมื่อได้ข้อสรุปแล้วยังต้องพิจารณาต่อด้วยว่า จะดำเนินการเองหรือจ้างที่ปรึกษาเพราะต้องพิจารณาทั้งแผนธุรกิจ เทคโนโลยี แผนการบริหารจัดการ

"ถ้า กทช.ยังอยู่ใน 6 คนเดิม เราคงต้องตัดสินใจไม่ควรปล่อยให้ยืดเยื้อ คาดว่า ในไตรมาส 1-2 ปีหน้าจะเห็นภาพที่ชัดเจน เว้นแต่จะมีตัวแปรอื่นทำให้ช้า หรือเร็วยังบอกไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา กทช.ใหม่แทนจับฉลากออก และลาออก รวมถึงการผลักดัน กม.องค์กรจัดสรรคลื่นฉบับใหม่"

บ้านเรายังต้องลุ้นกันอีกหลายยกว่า 3G by กทช.(ชุดเดิม) จะได้แจ้งเกิดหรือไม่

จะออกไลเซนส์ใหม่กี่ใบด้วยวิธีใด

ถ้า "กสท-ทีโอที" จะเข้าประมูลด้วยได้ไหม มีเงื่อนไขอย่างไร และอื่นๆ อีกมาก

ระหว่างนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราเอง "ลาว" เปิดให้บริการมือถือ 3G ไปแล้วปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประชาชาติธุรกิจ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



3G"TOT"ส่อเค้าเกิดยาก ต้นทุนบานแพงกว่าขอไลเซ่นส์ถึง4เท่า แถมมีดบ.รอจ่าย/กม.ไม่ชัดใครบริหาร

"ทีโอที"อาจฝันค้าง โครงการ 3 จีอุปสรรคเยอะ ต้องแบกต้นทุนหลังแอ่น 4 หมื่นล้าน แพงกว่าประมูลไลเซ่นส์จาก กทช.ถึง 4 เท่า กม.ไม่ชัดให้ทีโอทีหรือเอซีทีดำเนินการ "มั่น"ระบุแล้วแต่จะพิจารณา แต่หวังว่าจะไปรอด

แหล่งข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1900 เมกะเฮิร์ตซ์ (โครงการไทยโมบายเดิม) ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า ค่อนข้างมืดมน เนื่องจากทีโอทีต้องแบกรับต้นทุนสูงเกือบ 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุน 29,000 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ หนี้ค่าระบบบิลลิ่งและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย ฟ้องร้องประมาณ 2,600 ล้านบาท หนี้การบริหารงานของไทยโมบาย ที่มีอยู่เดิม 4,900 ล้านบาท และมูลค่าที่ต้องซื้อหุ้นไทยโมบายจำนวน 42% คืนจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) อีก 2,400 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า หากจะทำโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี ด้วยการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3 จี จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าการเข้าถึงกิจการของไทยโมบายถึง 4 เท่า นอกจากนี้ มติ ครม.ที่อนุมัติให้ทีโอที เป็นผู้ดำเนินการ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า ทีโอที สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่ เนื่องจากการดำเนินการด้านโครงข่ายของไทยโมบายนั้นเป็นรูปแบบของ บริษัท เอซีที โมบาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง "มูลค่าเริ่มต้นก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะสูงมากหากเทียบกับค่าไลเซ่นส์ของ กทช. จึงไม่ต้องหวังว่า 3 จีของทีโอทีจะเกิดได้ ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าดอกเบี้ยเงินกู้แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ที่จะต้องกู้อีก ส่งผลให้มูลค่าการลงทุน 3 จีนั้นสูงเกินที่จะเป็นไปได้"

แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากให้ทีโอทีดำเนินการ ยิ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากที่โครงการนี้จะสำเร็จ เนื่องจากกฎระเบียบและขั้นตอนของทีโอทีใช้เวลานานถึง 2 ปี ขณะที่ถ้าดำเนินการภายใต้เอซีทีจะใช้เวลาเพียง 1 ปี และมีขั้นตอนที่ง่ายกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่จัดตั้งเอซีทีขึ้นเพื่อดำเนินการแทนกิจการร่วมค้าไทยโมบายที่ต้องตัดสินใจร่วมกันระหว่างทีโอที และ กสท

นายมั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า โครงการดังกล่าวขึ้นอยู่กับทีโอทีว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด จะตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ หรือใช้เอซีทีดำเนินการ แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหา รวมทั้งเรื่องการโอนสิทธิการบริหารจากเดิมที่ทำร่วมกันให้เป็นสิทธิของทีโอทีเพียงผู้เดียว ซึ่งได้หารือกับ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธาน กทช. เรียบร้อยแล้ว (กรอบบ่าย)

มติชนรายวัน 06 ตุลาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



ศก.โลกพ่นพิษนักลงทุนแหยง 3G

เศรษฐกิจโลกป่วนนักลงทุนผวา 3G ไลเซนส์ใหม่ หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย หันไปลงทุนอย่างอื่นแทน เอไอเอสกล่อมต้องทำเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ แต่ต้องทำแบบระมัดระวัง ลงทุนประมาณ 200-300 สถานีฐาน ภายใต้งบ 150 ล้านเหรียญที่วางไว้ ล่าสุดรีแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อยู่เคียงข้างคุณ” หวังเข้าไปนั่งกลางใจลูกค้า ด้วยการพัฒนา 5 แกนหลัก

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวถึงแผนการลงทุนมือถือระบบ 3G ในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ว่า ต้องให้ภาครัฐออกใบอนุญาตหรือไลเซนส์ก่อน แต่จากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สถาบันการเงินที่จะร่วมลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ ต้องถอนเงินไปลงทุนในอุตสาหกรรมอย่างอื่นแทน หรือเห็นว่าน่าจะลงทุนในเรื่องของ 2.5G ดีกว่า เพราะจะทำให้ได้คาปาซิตี้เพิ่มขึ้น

“เราต้องอธิบายให้สถาบันการเงินเข้าใจว่า 3G ต้องทำเพื่อรักษาความเป็นผู้นำ แต่ทำอย่างระมัดระวัง เพราะรายได้ที่เพิ่มก็จะมาจากการสื่อสารข้อมูลเป็นหลัก”

สำหรับการให้บริการมือถือระบบ 3G เอไอเอสได้ตั้งงบไว้ที่ 150 ล้านหรียญสหรัฐ และมีการลงทุน 3G ในย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ไปแล้ว ที่เชียงใหม่ และคาดว่าจะเปิดให้บริการที่กรุงเทพฯได้ประมาณต้นปีหน้า ส่วนไลเซนส์ 3G ใหม่งบการลงทุนก็จะอยู่ในส่วนนี้ ทั้งนี้ หากได้ไลเซนส์เอไอเอสคาดว่าจะลงทุนประมาณ 200-300 สถานีฐาน เน้นในจุดสำคัญๆ เท่านั้น

ด้านงบประมาณรอบปีนี้ช่วงต้นปีตั้งไว้ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท แต่พอถึงกลางปีเห็นว่าไม่น่าจะใช้ขนาดนี้ จึงลดเหลือ 1.4 หมื่นล้านบาท และได้มีการใช้งบไปแล้วประมาณ 2 ใน 3

ล่าสุดเอไอเอสได้มีการรีแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อยู่เคียงข้างคุณ” เพื่อสร้างความสดใจหวังนั่งกลางใจลูกค้าในฐานะคนรู้ใจ ที่พร้อมอยู่ข้างๆตลอดเวลา สนับสนุนคุณในทุกช่วงจังหวะการใช้ชีวิต ผ่านหัวใจหลักของการทำงาน 5 ด้าน

นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า ช่วงแรกความท้าทายในการแข่งขัน (Challenge)คือ ต้องสร้างสถานีฐานให้ได้มากที่สุด และเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ครอบคลุมมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายต่อมาคือ การเริ่มนำเสนอให้ลูกค้าเห็นประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือในด้านต่างๆ จนถึงยุคของการสร้าง Product Brand ที่ควบคู่ไปกับการทำความรู้จักลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ในลักษณะของ Customer Management ด้วยการสร้างมาตรฐานงานบริการผ่านสำนักงานบริการและ Call Center เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะเชื่อว่าถ้าไม่รู้ใจกันจริง ก็คงไม่สามารถออกแบบบริการให้ตรงใจได้

เอไอเอสจึงได้พัฒนาโครงสร้างด้านนี้มากกว่า 1,000 ล้านบาท จนเชื่อว่าเอไอเอสได้สร้างรากฐานการทำงานที่แข็งแรงใน 5 ด้านอย่างครบถ้วน

“ณ ปัจจุบันเราก็อยู่กับคุณแล้ว และต้องติดกับหูด้วย ฉะนั้นเมื่อมีการสื่อสารต้องคิดถึงเรา”

นายวิกรมกล่าวว่า วันนี้ความท้าทายที่สำคัญคือ ทำอย่างไรเอไอเอสจึงจะเข้าถึงหัวใจของลูกค้ากว่า 26 ล้านรายได้อย่างเป็นมิตร เป็นกันเองและแตกต่างมากยิ่งขึ้น เพราะเอไอเอสต้องการเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างให้ลูกค้านึกถึงเอไอเอสเป็นคนแรกๆ เมื่อมีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือ ในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต รวมถึงต้องการเลือกเอไอเอสให้เป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้าง จึงเป็นที่มาของการเติมพลังและสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์

สำหรับการพัฒนาการทำงานหลัก 5 ด้านที่เป็นทั้งการตอบสนองความต้องการของลูกค้าประกอบด้วย 1.เครือข่ายคุณภาพ ที่พร้อมให้คุณเชื่อมต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยจะขยายไปยังพื้นที่ซึ่งมีความต้องการในเชิงลึก เช่น ในทะเล, ในชุมชนใหม่ๆ รวมถึงความพร้อมในการพัฒนาสู่ 3G 2.บริการลูกค้าที่วางใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทาง AIS Call Center, AIS Shop และทุกช่องทาง เช่น บริการสั่งงานด้วยเสียง, การยกระดับมาตรฐานบริการไปยังร้านเทเลวิซ

3.นวัตกรรมใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตคุณล้ำยิ่งขึ้น เช่น เข้าเว็บบนมือถือแบบ PC View 4.สิทธิพิเศษที่ให้ชีวิตคุณมีสีสันและสะดวกสบายยิ่งกว่า เช่น กิจกรรมสิทธิพิเศษที่ขยายไปทั่วประเทศ, การอำนวยความสะดวกให้ชีวิตประจำวันของคุณสะดวกยิ่งขึ้น 5.การตอบแทนสังคม ที่เชิญชวนลูกค้าและคนไทยให้ร่วมสนับสนุนสถาบันครอบครัวร่วมกัน เพราะคือ รากฐานที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย

ผู้บริหารเอไอเอสย้ำว่า ทั้ง 5 ด้านต้องมีการทำงานไปพร้อมกัน เพื่อยืนยันว่า ตลอดเวลาการใช้ชีวิต บริการจากเอไอเอสจะอยู่รอบตัว เคียงข้างลูกค้าเสมอ การเติมพลังให้แบรนด์เอไอเอสในครั้งนี้ ถือเป็นการผสมผสาน Emotional ควบคู่กับ Functional ที่เชื่อว่าจะเป็นการตอกย้ำในเชิงแบรนดิ้งควบคู่กับประสบการณ์ตรงจากการใช้งานของลูกค้า ที่จะสามารถผูกใจและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาวให้อุ่นใจและมั่นใจได้เสมอเมื่อใช้บริการในเครือข่ายเอไอเอส

การรีแบรนด์ครั้งนี้ลูกค้าจะสัมผัสได้ผ่านการทำงานของพนักงานทุกฝ่ายทุกช่องทาง ผ่านรูปแบบของบริการต่างๆ รวมถึงผ่านทาง Communication แคมเปญ ที่เอไอเอสได้ออกแบบ Animation ชื่อ “น้องอุ่นใจ” ให้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ถ่ายทอดถึงการทำงานทั้ง 5 ด้านหลัก เพื่อให้เข้าถึงหัวใจของลูกค้าได้อย่างมีเสน่ห์และมีสีสันยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะเติมพลังให้ Brand เอไอเอสในฐานะ Corporate Brand แล้ว ยังส่งต่อความเชื่อมั่นของคุณภาพไปยัง Product Brand ด้วย ส่วนงบที่ใช้สำหรับการตลาดครั้งนี้ประมาณ 80 กว่าล้านบาท

ผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2551 | ข่าว 3G



ลาวได้ใช้มือถือ 3G กันแล้วพี่น้องงงงงง ซาบายดีอ้ายประเดิม 15 ต.ค. ที่เวียงจันทน์ก่อน แล้วค่อยตามมาด้วยหลวงพระบาง และสวันเขต

ลาว เทเลคอมพร้อมให้บริการโทรศัพท์มือถือยุค 3 จีแล้ว ประเดิมเวียงจันทน์ก่อน หลังจากเลื่อนมาพักหนึ่งเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค

บริการ 3 จีจะเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวลาวสามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงปี๊ด โทรออกและรับสายด้วยโทรศัพท์รุ่นที่สามารถรับส่งวิดีโอได้ และใช้มือถือรุ่น 3 จีที่วางจำหน่ายในท้องตลาดได้อย่างคุ้มค่า ไม่ได้มีถือไว้โก้ๆ หรือเกินฟังก์ชั่น

เดิมบริการ 3 จีของลาววางแผนจะเริ่มเปิดให้บริการเดือนสิงหาคม 2549 แต่ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากขาดผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค

ตามรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ลาวฉบับหนึ่งอ้างคำพูดของ นายทันสมัย คมมาสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทลาว เทเลคอมว่า ระบบโทรศัพท์มือถือ 3 จี เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับบริการด้านมัลติมีเดีย และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วระดับ 2 เมกะบิตต่อวินาที ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอมายังมือถือได้อย่างรวดเร็วกว่าการเชื่อมต่อด้วย GPRS และ EDGE ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอมายังมือถือ รวมถึงรายงานข่าวกีฬา มิวสิกวิดีโอ ข่าวด่วน รายงานอากาศ และตัวอย่างภาพยนตร์

อย่างไรก็ดี สำหรับปีนี้บริการ 3 จีจะให้บริการเฉพาะในเวียงจันทน์ และคาดว่าจะขยายบริการไปยังหลวงพระบาง สวันเขต และจำปาศักดิ์ต่อไป

ผู้ใช้ 3 จีสามารถโทรออกรับสายไปยังทุกเครือข่ายได้ แต่จะโทรด้วยระบบวิดีโอได้เฉพาะกับเครือข่าว 3 จีด้วยกัน

รายข่าวไม่ได้ระบุรายละเอีดยของค่าใช้บริการ 3 จี ว่าแตกต่างจากเครือข่ายเดิมอย่างไร รวมถึงค่าดาวน์โหลดข้อมูลไร้สาย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



AIS ติด Speed บุก 3G

“AIS” จัดเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐมานาน โดยเฉพาะกับทีโอที ทำให้เอไอเอสได้โอกาสเข้าสู่ตลาด 3G ก่อนคู่แข่ง โดยชิงเปิดตัวบริการ 3G ที่เชียงใหม่ภายใต้แบรนด์ 3Gsm Advance เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา แต่ผ่านมาแล้วเกือบ 6 เดือนยอดลูกค้าไม่ตรงตามเป้าหมาย เพราะการวางแผนเครือข่ายไม่ดีนัก และการทำตลาดที่ยังลองผิดลองถูก แต่นี่คือบทเรียนสำคัญที่เอไอเอสได้เรียนรู้ก่อนคู่แข่ง และพร้อมที่จะลงทุนอีกประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อให้บริการในพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น ขณะเดียวกันเอไอเอสยังจดชื่อแบรนด์ลูกเพื่อเตรียมบริการต่างๆ ภายใต้ 3G

“วิกรม ศรีประทักษ์” ซีอีโอ ของเอไอเอส บอกว่า 3G หมายถึงบริการที่มี Speed เร็วขึ้น Speed นี้ยังหมายถึงการที่เอไอเอสต้องเร่งทำงาน เพื่อให้ตลาดนี้เป็นของเอไอเอสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เอไอเอสมีความพร้อมทั้งด้านฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง บุคลากรที่มีประสบการณ์ แม้จะมีจุดอ่อนที่คลื่นความถี่น้อยกว่าคู่แข่ง แต่ประสบการณ์ของเอไอเอสที่ผ่านมาคือการมีคลื่นน้อย และสามารถใช้คลื่นความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากเอไอเอส จะมี “วิกรม” ที่เชี่ยวชาญด้านการวางเครือข่ายเป็นอย่างยิ่งแล้ว ประธานกรรมการบริหารของเอไอเอสในเวลานี้ยังเป็น “แอเลน ลิว ยง เคียง” ผู้บริหารที่ส่งตรงมาจากสิงคโปร์เทเลคอม เข้ามาดูแลใกล้ชิดในเอไอเอสมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 ซึ่งจะตีความเป็นอื่นไม่ได้ว่า สิงเทลหวังเต็มที่กับ 3G และเอไอเอสเช่นกัน

ส่วนโปรเจกต์ 3G โดยเฉพาะมี “สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส เป็นผู้ดูแลทั้งหมด ซึ่ง “สรรค์ชัย” เคยสร้างความแรงให้กับการตลาดเอไอเอสมานาน

“สรรค์ชัย” บอกว่า คลื่นเยอะหรือน้อยในช่วงแรกไม่ต่างกันมากนัก เพราะตลาดยังไม่ได้มีผู้ใช้บริการโตแบบพรวดพราด เพราะปัจจุบันฐานลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมดกว่า 50 ล้านเลขหมาย มีเพียง 5 ล้านเลขหมายที่ใช้บริการสื่อสารข้อมูล และในจำนวนนี้มีเพียง 1 ล้านเลขหมายที่ใช้จำนวนมาก เพราะฉะนั้นการมีคลื่นจำนวนน้อยจึงไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเอไอเอสในช่วงแรก และเชื่อว่า 2.1 GHz ในอนาคตจะแก้ไขอุปสรรคของเอไอเอสได้

หากเอไอเอสได้ลงทุนในคลื่น 2.1 GHz ในอนาคต ก็สามารถปรับย้ายอุปกรณ์ที่ลงทุนไปแล้วในคลื่น 900 MHz มาใช้สำหรับ 2.1GHz ได้

ปรับแผนตลาด จดชื่อแบรนด์ลูก เมินพรีเซ็นเตอร์

ส่วนประสบการณ์จากการเปิดตัว 3Gsm Advance ที่เชียงใหม่นั้น และขณะนี้มีลูกค้าเพียง 1,000 รายเท่านั้น “สรรค์ชัย” บอกว่า ทำให้เรียนรู้หลายข้อ คือ 1.การวางเครือข่ายที่ครอบคลุมไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดยเฉพาะรอบเมืองที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ยังไม่มีผู้ให้บริการใดไปถึง 2.เครื่องที่มีให้เลือกน้อย แม้ราคาไม่แพงแต่ก็ไม่จูงใจ 3.การสื่อสารที่ยังไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ขณะนี้เอไอเอสจึงขยายเครือข่ายออกไปรอบเมืองมากขึ้น และทำแพ็กเกจผ่อนเครื่องมือถือ 3G ดอกเบี้ย 0% พร้อมกับให้ใช้บริการสื่อสารข้อมูลขนาด 500 เมกะไบต์ฟรี 10 เดือน ซึ่งแม้ราคาเครื่องไม่แพงนัก แต่ก็ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่าย และการโปรโมตให้ตรงจุด คือความเป็นโมบายไฮสปีดอินเทอร์เน็ต

“ตลาดที่แท้จริงอยู่ที่โมบาย อินเทอร์เน็ต มากกว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อ 3G หรือแม้แต่วิดีโอคอล ที่เอไอเอสเลือกสื่อสารกับลูกค้าในช่วงแรก เพราะในความเป็นจริงแล้วสำรวจพบว่า เฉลี่ยลูกค้าใช้วิดีโอคอลอย่างมากเพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น หากเทียบกับโมบายอินเทอร์เน็ตมีการใช้งานมากกว่า”

จากการทดสอบทำตลาดหากมีการคิดค่าบริการ จะทำให้รายได้ต่อเลขหมายเพิ่มขึ้นประมาณ 15% ในระบบรายเดือน จากปกติประมาณ 600-700 บาท เป็นประมาณ 800 บาทต่อเดือน และดูแนวโน้มแล้วคาดว่าจะมีลูกค้าใช้บริการ 3G ภายใน 1 ปีประมาณ 5 หมื่นราย

ความพร้อมของเอไอเอสในเวลานี้ นอกจากจดชื่อแบรนด์ 3Gsm Advance ไว้แล้ว ยังเตรียม เปิดตัวบริการสำหรับกลุ่มพรีเพด ภายใต้ชื่อ วันทูคอล 3G และจดชื่อ Sub brand สำหรับบริการโมบายไฮสปีดอินเทอร์เน็ตว่า MDSL มาจาก Mobile DSL ที่ล้อไปกับ ADSL ซึ่งเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตมีสายของกลุ่มโทรศัพท์พื้นฐาน นอกจากนี้ยังมี WDSL สำหรับเทคโนโลยี WIMAX ที่เอไอเอสเตรียมเปิดให้บริการในอนาคต

และครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีสำหรับเอไอเอส ที่ไม่ต้องพึ่งพรีเซ็นเตอร์ ณ นาทีนี้ “สรรค์ชัย” บอกว่า 3G เป็นเรื่องของเทคโนโลยี จึงไม่จำเป็นต้องให้ดารา นักร้องเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะในชีวิตจริงของคนกลุ่มนี้อาจใช้อินเทอร์เน็ตไม่มากนัก

ภาคอีสาน-คนทำงานกลุ่มเป้าหมายหลัก

สำหรับกลุ่มพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเอไอเอสนั้น “สรรค์ชัย” มองว่า นอกจากกรุงเทพแล้ว ภาคอีสานมีการใช้อินเทอร์เน็ตสูงมาก เพราะมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ในแผนการวางเครือข่ายเฟสแรก 10 จังหวัด จึงเน้นไปที่จังหวัดในภาคอีสานถึง 4 จังหวัด คือนครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี และขอนแก่น นอกจากนักศึกษาแล้ว ในกลุ่มลูกค้าจังหวัดอื่นๆ จะเน้นกลุ่มคนทำงาน นักธุรกิจ และผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป และลงทุนระยะที่สองอีก 25 จังหวัด รวมงบ 6000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากกว่าคู่แข่ง จากทั้งเงินและแผนค่อนข้างพร้อมของเอไอเอสครั้งนี้ "สรรค์ชัย" ยืนยันว่า 3 G ที่แม้จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่คู่แข่งหวังใช้ให้เป็นจุดเปลี่ยน สำหรับเอไอเอสแล้ว ถึงอย่างไรก็สามารถรักษาความเป็นเบอร์ 1 ในสมรภูมินี้

สุกรี แมนชัยนิมิต Positioning Magazine กันยายน 2551 | ข่าว 3G



AISทุ่ม88ล้าน ปรับภาพลักษณ์ พร้อมลงทุน 3G

นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุนงบประมาณ 88 ล้านบาท

เพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์เอไอเอสให้มีชีวิตชีวาเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ภายใต้แนวคิด "อยู่เคียงข้างคุณ" พร้อมไอคอน น้องอุ่นใจให้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ถ่ายทอดการทำงาน 5 ด้าน คือ เครือข่ายคุณภาพ บริการลูกค้าที่วางใจได้ตลอด 24 ชม. นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณล้ำยิ่งขึ้น สิทธิพิเศษที่ให้ชีวิตคุณมีสีสันและสะดวกสบายยิ่งกว่าการตอบแทนสังคม

ขณะเดียวกันในปีนี้เอไอเอสได้ใช้เงินลงทุนวางโครงข่ายประมาณ 2 ใน 3 จากเงินลงทุนทั้งหมด 14,000 ล้านบาท ส่วนเงินลงทุน 3 จี มีอยู่ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนไปถึงกลางปี 2552 โดยจะทำการติดตั้งระบบ 3 จี บริเวณ 9-10 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งระบบ 3 จี จะเร็วหรือไม่นั้น ปัจจัยเศรษฐกิจก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า ภายใน 2 ปีนับจากนี้ น่าจะมีลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถือทั่วประเทศประมาณ 70 กว่าล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าประชากรที่มีประมาณ 65 ล้านคนเท่านั้น และปัจจัยที่ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น มาจากผู้ใช้บริการมือถือมีจำนวน 30% ที่ถือเลขหมาย 2 เลขหมาย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะมีผู้ใช้บริการ 3 จีมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น.

ไทยโพสต์ 2 ตุลาคม 2551 | ข่าว 3G



โอนคลื่น"ThaiMobile"ยืดเยื้อ ฉุดแผนอัพเกรด3Gลากยาว

โอนคลื่น "ไทยโมบาย" อัพเกรดโครงข่ายมือถือ 3G มีสิทธิลากยาว เหตุต้องพิจารณาว่าเข้าข่าย "โอน-ใช้ความถี่ร่วม หรือใช้สิทธิแทน" ก่อนเข้าสู่กระบวนการตีกรอบภายในไม่เกิน 270 วัน และต้องตีมูลค่าความถี่คำนวณค่าธรรมเนียมโอนคลื่น ฟาก "กทช." มีมติแก้ประกาศว่าด้วยการ "โอนคลื่น" เฉพาะคำนิยามให้กว้างขึ้น และให้ดึงความถี่กลับมายัง กทช. ก่อนจัดสรรให้รายใหม่

แหล่งข่าวจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การโอนสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 1900 MHz ของไทยโมบายให้แก่ บมจ. ทีโอทีนั้นได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว อยู่ระหว่างการรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จากนั้น กสทฯและทีโอทีจะทำเรื่องแจ้งขอโอนคลื่นไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการโอนคลื่นความถี่ โดยต้องประกาศในเว็บไซต์ 30 วัน เพื่อให้บุคคลทั่วไปแสดงความคิดเห็น จากนั้น กทช.จึงจะพิจารณาว่าอนุมัติการโอนหรือไม่

ทั้งนี้แม้ทั้งคู่จะตกลงมูลค่าการโอนคลื่นไว้ที่ 2,400 ล้านบาท แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับมูลค่าของคลื่นความถี่ด้วยว่าเป็นเท่าใด เพราะตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงมูลค่าคลื่นอย่างเดียว แต่ได้รวมค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ และมูลค่าหุ้นของ กสทฯที่ถืออยู่ในกิจการร่วมค้าไทยโมบายด้วย และสาเหตุที่ต้องมีการพิจารณามูลค่าคลื่นความถี่ เนื่องจากตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโอนคลื่นตามประกาศของ กทช. ระบุให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนคลื่น 5-10% ของมูลค่าคลื่นความถี่ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทีโอทีเป็นผู้รับภาระ จึงขึ้นอยู่กับทีโอทีว่าจะประเมินมูลค่าคลื่น 1900 MHz เป็นเท่าใด

"ตอนเสนอ กทช. เราคงเสนอตามราคาที่ได้เจรจากันก่อน แต่ถ้า กทช.เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล ก็อาจคำนวณจากสูตรการคิดมูลค่าคลื่นความถี่ 3G ก็ได้ ดังนั้นขั้นตอนของ กทช.คงต้องใช้เวลานาน ทั้งการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และขั้นตอนการพิจารณาของ กทช.เอง"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ในทางปฏิบัติ ทีโอทีสามารถที่จะดำเนินการลงทุนขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G บนคลื่นความถี่ 1900 MHz ได้ เพราะสิทธิในการบริหารไทยโมบายเป็นของทีโอทีแต่ผู้เดียวอยู่แล้ว ต่างกันแค่สิทธิในคลื่นความถี่ที่เดิมเป็นของทั้ง กสทฯ และทีโอที

อย่างไรก็ตามการประชุมบอร์ดทีโอที เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา มีมติให้ ทีโอทีประสานงานกับ กทช. เพื่อดำเนินการโอนคลื่นให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยนายธีรวุฒิ บุญยะโสภณ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทีโอที ระบุว่าจะนำทีมผู้บริหารของทีโอทีเข้าไปเจรจากับ กทช.ด้วยตนเอง เพราะต้องการโอนคลื่นให้เสร็จก่อนอัพเกรดเครือข่ายเดิมเป็น 3G เนื่องจากเกรงว่าหากเร่งดำเนินการด้านต่างๆ ไปก่อนโอนคลื่นเสร็จ อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้

ด้านนายฐากร ตันธสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงาน กทช. กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หาก กทช.ได้รับหนังสือจากทีโอทีและ กสทฯแล้ว คณะกรรมการ กทช.ต้องพิจารณาก่อนว่า เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของ กทช.ว่าเป็นการโอน การให้ใช้ความถี่ร่วม หรือเป็นการใช้สิทธิแทน หลังพิจารณาแล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนที่ประกาศไว้ เช่น หากเป็นการโอนจะมีกรอบเวลาประมาณ 270 วัน เพราะต้องประกาศลงเว็บไซต์ รวมทั้งทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่น่าจะใช้เวลาเร็วกว่า 270 วันแน่นอน

"กทช.ยังมีมติให้มีการแก้ไขประกาศ กทช. เรื่องการโอนคลื่นฯ โดยแก้ไขคำนิยามให้มีความหมายกว้างขึ้น และมีลักษณะที่ กทช.จะดึงคลื่นความถี่กลับมาที่ กทช.ก่อนแล้วจึงค่อยจัดสรรแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ แทนที่จะเป็นผู้ประกอบการไปดำเนินการกันเอง เช่น เรื่องการโอนคลื่นของทีโอที และ กสทฯ หรือการใช้สิทธิแทนที่จะไปทำกันเองไม่ได้ คลื่นความถี่ต้องกลับมาที่ กทช.ก่อนแล้ว กทช. จะจัดสรรใหม่ โดยที่คู่เจรจาของเจ้าของคลื่นรายเดิมจะมีสิทธิในการรับการจัดสรรก่อน เป็นต้น"

ประชาชาติธุรกิจ 29 กันยายน พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



ควอลคอมม์ชี้ตลาดไทยพร้อมรับ 3G

ควอลคอมม์มั่นใจตลาดประเทศไทยเฝ้ารอบริการ 3G ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานแพร่หลายในกลุ่มองค์กรธุรกิจในลักษณะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงก่อนที่จะรุกเข้าสู่ตลาดแมสด้านเอนเตอร์เทน ย้ำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องสำคัญของการศึกษาและใฝ่หาความรู้ของคนในชาติ บรอดแบนด์ไร้สาย 3G จะเข้ามาตอบโจทย์สำคัญในเรื่องนี้

นางคนึงจิตร สุริยะธำรงค์กุล ผู้จัดการประจำประเทศไทยและผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรทเต็ด กล่าวถึง 3G ในประเทศไทยขณะนี้ว่าตลาดประเทศไทยยังมีความน่าสนใจในการลงทุนด้านสื่อสารโทรคมนาคม ขณะที่เมื่อมองความพร้อมด้านผู้บริโภคก็มีอยู่มากพอ คนไทยเรียนรู้เร็ว เชื่อว่าตลาดจะเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อมีการให้บริการ 3G เกิดขึ้นทุกวันนี้หลายคนมีโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G แต่ยังไม่ได้ฟังก์ชั่นนั้นอย่างจริงจัง

“การให้บริการเรื่องดาต้าในไทยยังขยายตัวได้อีกมาก เป็นช่องทางให้ 3G และเมื่อ 3G เกิดดาต้าจะเป็นตัวนำขณะที่มัลติมีเดียเอนเตอร์เทนเมนต์อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ดาต้ากับเอนเตอร์เทนเมนต์อาจมาพร้อมกัน”

สำหรับประเด็นการออกใบอนุญาตการจัดสรรคลื่นความถี่ 3G นั้นมองว่าขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) ที่จะต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งทาง กทช. เองก็จำเป็นที่จะคิดให้รอบคอบมากที่สุดสำหรับการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นสาธารณะควรจะจัดเพื่อระดมความเห็นอย่างแท้จริงแต่ทางกทช. เองดูเหมือนจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว หากแต่การจัดสัมมนารับฟังความเห็นสาธารณะก็เพื่อจะวางกรอบในการดำเนินงานเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเห็นสาธารณะเท่าที่ควร

ในส่วนของเครื่องโทรศัพท์ลูกข่ายที่ใช้งานในระบบ 3G ความเร็วจะถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จาก WCDMA ไปสู่ CDMA และ HSUPA ตามลำดับในการดาวน์ลิงก์และอัปลิงก์ข้อมูลข่าวสาร โดยในประเทศไทยผู้ให้บริการจะเริ่มจากการพัฒนา 3G บนความถี่เดิมที่มีอยู่หรือ In-band migration ด้วยเทคโนโลยี HSPA อย่างกรณีดีแทคกับเอไอเอส ก่อนที่กทช. จะอนุมัติใบอนุญาต 3G

คนึงจิตรเห็นว่ากทช.ดำเนินการช้าเกินไปในการออกใบอนุญาตและไม่เข้าใจว่าทำไมจึงรอถึงปีหน้า เรื่องนี้ควรจะรีบมอบบริการและประโยชน์แก่ผู้รับบริการเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นของ In-band migration สำหรับผู้ประกอบการนั้นเป็นเพราะใบอนุญาต 3G ที่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ซึ่งผู้ประกอบการจะมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม มัลติมีเดียและเอ็มเบ็ดเด็ดโน้ตบุ๊ก

นอกจากนี้การพัฒนาเทคโนโลยี 3G จะเริ่มจากภาคธุรกิจก่อนแล้วจึงขยายไปสู่ภาคประชาชนตามลำดับ และการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิงนั้นค่อนข้างยากกว่าแอปพลิเคชันแบบอื่น อีกทั้งยังมั่นใจว่า 3G เป็นเทคโนโลยีทางเลือกที่ดีกว่าในการพัฒนาพื้นที่ชนบทและในเขตชุมชนเมือง ในด้านราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเธอเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถที่จะพัฒนาเทคโนโลยี 3G ให้เป็นบรอดแบนด์เช่นเดียวกับต่างประเทศด้วยราคาถูก อีกทั้งประเทศไทยยังมีการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายด้วยกันเองที่ค่อนข้างสูงในเรื่องของการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด เพราะฉะนั้น ผู้ใช้บริการจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแข่งขันดังกล่าว

เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลนีเครือข่ายในการให้บริการ คนึงจิตรเห็นว่าผู้ให้บริการไทยจะคุ้นเคยกับระบบ GSM ในด้านเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ใช่ในด้านข้อมูล เพราะกลุ่มผู้ให้บริการไม่ใด้ใช้ระบบ CDMA ที่มีจุดเด่นในการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง อีกทั้งยังเห็นว่าบริษัท กสท โทรคมนาคม ผู้ให้บริการด้วยระบบ CDMA ควรใช้เทคโนโลยีนี้จะให้ประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะการ roaming ด้านดาต้าหรือความพยายามที่จะต้องทำเครือข่าย CDMA ให้เป็น Single Network

ควอลคอมม์หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นการอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1GHz สำหรับบริการ 3G ภายในปีหน้า เพราะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผู้ใช้บริการไทยไม่สามารถได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของเทคโนโลยี 3G นอกจากนี้ ประสบการณ์เกี่ยวกับ 3G เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเทคโนโลยีนี้จะช่วยเหลือสังคมด้านการแพทย์ ด้านความปลอดภัย ด้านการศึกษา

‘ทันทีที่ 3G เกิด เราจะได้เห็นประสิทธิภาพการใช้งานที่สามารถเอื้อสู่ทุกภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนในด้านการเรียนการสอน การทำงาน การแพทย์ ด้านความปลอดภัย โดยการใช้งาน 3G ในตลาดองค์กรธุรกิจที่เป็นเอนเตอร์ไพรส์จะเป็นตัวสร้างรายได้ให้เห็นเป็นรูปธรรมในช่วงแรก ขณะที่มองในแง่การแพร่หลายแล้วจะอยู่ในรูปแบบความบันเทิงมากกว่า’

อย่างไรก็ตามสภาพเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อการออกใบอนุญาต 3G อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังขาดเสถียรภาพ แต่เมื่อ 3G เกิดจะส่งผลโดยรวมให้แก่ตลาด เกิดการจ้างงานมากยิ่งขึ้น เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างดี

ในฐานะผู้นำการผลิตและพัฒนาระบบและชิปเซตในธุรกิจโทรคมนาคมควอลคอมม์ประกาศสถานะของตนเองในฐานะเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ให้บริการเครือข่าย เพราะทางบริษัทจะช่วยสนับสนุนพันธมิตร และวางแผนในการให้ความรู้แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายด้วย

ควอลคอมม์เชื่อว่าเมื่อใบอนุญาต 3G เกิดขึ้น รูปแบบในการให้บริการ จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มความต้องการของตลาด และผู้ให้บริการก็จะมีหลากหลายมากยิ่งขึ้นสำหรับประเทศไทย ถือว่าการแข่งขันในการให้บริการระหว่างผู้ประกอบการมีค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นผู้ใช้บริการสามารถที่จะเลือกแอปพลิเคชันได้ตามความพอใจด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของกทช. และกลยุทธ์ทางการตลาดของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโทรคมนาคมนั่นเอง

ในแง่ของการใช้เน็ตเวิร์กร่วมกัน (Network Sharing) นั้นถ้าเป็นการผูกขาดบนเน็ตเวิร์กเดียวอาจจะทำงานได้ไม่ดีนัก หากมี 4-5 ผู้ให้บริการเครือข่ายจะเหมาะสมมากกว่าเพราะอย่างน้อยผู้ใช้บริการจะมีทางเลือกในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายต่างมุ่งแข่งขันกันในเรื่องคุณภาพของบริการ

ส่วนกรณีการรับฟังความเห็นสาธารณะทั่วประเทศที่ทาง กทช. เป็นผู้จัด และมีคนไม่เห็นด้วยกับการออกใบอนุญาต 3G นั้น คนึงจิตรกลับมองว่าประชาชนเหล่านั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในวงการนี้ อีกทั้งประสบการณ์ในการใช้งานเองก็มีไม่มากนักและไม่ได้รับรู้ประสิทธิภาพที่แท้จริงของเทคโนโลยี อย่างเช่น พวกเขาอาจจะไม่ได้รับรู้ว่าเด็กๆในปัจจุบันจำเป็นที่จะทำการบ้านด้วยการสืบค้นข้อมูลทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต ฉะนั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจึงถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตในยุคข้อมูลข่าวสาร

‘เมื่อ 3G เกิดในเมืองไทย คาดว่าจะได้รับการตอบรับเรื่องบริการ ตลาดจะค่อยๆโต อาจต้องมีคิลลิ่งแอปพลิเคชัน ในการทำการตลาด เพื่อช่วยให้ตลาดขยายตัวเร็วขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโมเด็มใช้

ผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2551 10:13 น. | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard Driver Download| ExpressCard| AirCard USB| PCMCIA AirCard| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| EDGE AirCard| 3G AirCard| 3G Router| 3G Access Point| Speed Test| Speedtest| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์