AirCard

GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

TOT ชงบอร์ดตั้งบิ๊กคุมมือถือ3G "ชาครีย์"เต็งจ๋า-30ก.ย.ดีเดย์ปิดฉาก"ThaiMobile"

"ทีโอที" เดินหน้าโครงการ 3 จี ชงบอร์ดหา "ผู้จัดการโครงการ" 17 ก.ย.นี้ พร้อมได้ฤกษ์ปิดฉาก "ไทยโมบาย" 30 ก.ย.นี้ ดำเนินการชำระบัญชีและโอนลูกค้าให้ทีโอทีรับช่วงต่อ

นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อ 9 ก.ย. เห็นชอบให้ทีโอทีลงทุนโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี 3 จี บนคลื่นความถี่ 1900 MHz มูลค่า 29,000 ล้านบาท ทีโอทีจะดำเนินการปรับปรุงแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับมติ ครม. และความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่จะให้ทีโอทีเป็นผู้ให้บริการเฉพาะโครงข่ายแทนการเข้าไปแข่งขันทำตลาดกับเอกชน ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) พิจารณาอีกครั้ง

แหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ"ว่า บอร์ดวันที่ 17 ก.ย.นี้ จะมีประชุมเพื่อทราบและปฏิบัติตามเงื่อนไขของ ครม. โดยจะเริ่มดำเนินการในส่วนของทีโอทีก่อน ได้แก่ การหาผู้จัดการที่จะมารับผิดชอบโครงการ 3 จี ซึ่งจะเข้ามารับผิดชอบดูแลทั้งเรื่องเทคนิค การเงิน รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติ (ทีโออาร์) ของผู้เข้ามาติดตั้งโครงข่าย

โดยตัวเต็งที่น่าจะได้เข้ามารับผิดชอบโปรเจ็กต์นี้ ได้แก่ นายชาครีย์ ทรัพย์พะวงศ์ รองเอ็มดี ทีโอที

หากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ส่งเอกสารแจ้งมติ ครม. เรื่องการโอนสิทธิคลื่นความถี่ 1900 MHz มาถึงบริษัทแล้ว ตามขั้นตอนก็จะต้องแจ้งเรื่องการโอนสิทธิการบริหารคลื่นไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตามที่มติ ครม.ระบุไว้ พร้อมแจ้งให้ กทช.ทราบว่าทีโอทีจะมอบหมายให้บริษัท เอ ซี ที โมบาย จำกัด เป็นผู้กู้เงินเพื่อลงทุนโครงการนี้ รวมถึงจะเป็นผู้บริหารโครงข่าย คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเอซีทีเป็นบริษัทลูกของทีโอทีผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในคลื่น 1900 MHz

"ต้องแจ้งให้ กทช.เห็นชอบก่อน แต่หาก กทช.ทักท้วงก็อาจต้องปรับแผนให้ทีโอทีเป็นผู้บริหารโครงข่ายเอง ซึ่งไม่คล่องตัวเท่ากับทำในนามบริษัทเอซีที"

หลังจากนี้ทีโอทีจะประสานงานกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเพื่อพิจารณาหาแหล่งเงินกู้ ตามเกณฑ์เอ็กซ์ปอร์ตเครดิต คือให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เสนอราคา หาแหล่งเงินกู้ และเงื่อนไขทางการเงิน ก่อนให้รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้

"เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่มีผลกระทบกับโครงการ เพราะ ครม.มีมติออกมาแล้ว และในวันที่ 17 ก.ย.นี้ก็จะนำเรื่องให้บอร์ดอนุมัติแล้ว โครงการจะเดินหน้าได้ทันที แม้ว่าต่อไปจะไม่มีบอร์ด งานหลายๆ ส่วนก็อยู่ในอำนาจที่กรรมการ ผู้จัดการจะพิจารณาอนุมัติได้"

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า วันที่ 30 ก.ย.นี้ในส่วนกิจการร่วมค้าไทยโมบาย(ร่วมทุนระหวˆางทีโอที-กสทฯ)ต้องเคลียร์บัญชีการเงินและพัสดุให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมชำระบัญชีปิดกิจการตามกฎหมาย โดยไทยโมบายได้นำเครื่องโทรศัพท์ที่ค้างอยู่ในคลังพัสดุออกมาจำหน่ายในราคาถูก อาทิ มือถือจอสี ถ่ายภาพได้ (เฮาสŒแบรนดŒ) ราคา 539 บาท

"เพื่อความสะดวกในการชำระบัญชี ต้องนำพัสดุคงค้างในคลังออกมาขายให้หมด รวมถึงหยุดรับจดทะเบียนลูกค้าใหม่ชั่วคราว 30 ก.ย.นี้จะยุบไทยโมบาย รวมทั้งโอนพนักงานและลูกค้าให้ทีโอที ซึ่งลูกค้าปัจจุบันยังใช้งานได้เหมือนเดิม แต่การเปิดรับจดทะเบียนลูกค้าใหม่ได้เมื่อใด ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหารคนใหม่ที่จะมาดูแล"

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ว่า ทีโอทีควรทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาโครงข่ายให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และครอบคลุมทั่วประเทศ จึงควรพิจารณาความเหมาะสมของแผนการตลาดที่เน้นการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือการให้บริการแบบขายส่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน และการตลาดค้าปลีก รวมทั้งช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน

ทั้งควรเร่งดำเนินการแผนฟื้นฟูฐานะการเงินขององค์กร (แผน Turnaround 2551-2554) มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1900 MHz ที่ผ่านมา และแม้ว่าโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 จะมีความเป็นไปได้ทางการเงินภายใต้สมมติฐานของทีโอที แต่ยังมีความเสี่ยงในปัจจัยสำคัญซึ่งถือเป็นเงื่อนไขความสำเร็จของโครงการ จึงต้องให้ความสำคัญในการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการดำเนินโครงการ โดยมีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ มีบุคลากรให้พร้อมรับการแข่งขันกับเอกชน การจัดทำแผนการตลาดเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพและการหาพันธมิตรธุรกิจ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อประหยัดการลงทุน และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันการให้บริการ

และเนื่องจากมีวงเงินลงทุนสูงถึง 29,000 ล้านบาท ถือว่ามีความเสี่ยงสูง หากรายได้และค่าใช้จ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงควรให้กระทรวงการคลังพิจารณาความเหมาะสมของการจัดโครงสร้างทางการเงิน และเห็นควรให้กระทรวงไอซีทีกำกับและติดตามการดำเนินงานของทีโอที และรายงานให้ ครม.ทราบเป็นระยะ

ประชาชาติธุรกิจ 18 กันยายน พ.ศ. 2551 | ข่าว 3G



"AIS"ตื้อ "TOT" ขอแจม 3G วิน-วินทั้งคู่ช่วงการเมืองวุ่นวาย เสนอจ่ายส่วนแบ่งเท่าสัญญาเดิม

"เอไอเอส"ฉวยจังหวะการเมืองป่วน ยกเป็นเหตุขอทีโอทีแบ่งคลื่นความถี่ให้ทำ 3 จี เชื่อ"วิน-วิน"ทั้งคู่ เหตุภาวะเช่นนี้ทีโอทีคงหาแหล่งเงินกู้ลำบาก แถมดอกเบี้ยแพง ยื่นขอเสนอจ่ายส่วนแบ่งรายได้เท่าสัญญาสัมปทานที่ทำไว้เดิม แถมโอนทรัพย์สินที่ลงทุนให้ทีโอที

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานการลงทุนติดตั้งโครงข่าย 3 จี บนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิร์ตซ์แต่เพียงผู้เดียวนั้น เอไอเอสมีความประสงค์จะขอแบ่งคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิร์ตซ์ จำนวน 5 เมกะเฮิร์ตซ์ จากความถี่ทั้งหมด จำนวน 15 เมกะเฮิร์ตซ์ เพื่อนำมาลงทุนให้บริการ 3 จี ภายใต้สัญญาสัมปทานรูปแบบเดิม คือ บีทีโอ ซึ่งเอไอเอส จะเป็นผู้สร้างโครงข่าย และโอนให้เป็นทรัพย์สินของทีโอทีก่อนจะเปิดให้บริการ โดยเอไอเอสจะแบ่งสัดส่วนรายได้ตามสัญญาสัมปทานเดิม คือระบบพรีเพด 20% และระบบโพสต์เพด 30% จนหมดอายุสัมปทาน

นายวิเชียรกล่าวว่า หลังจากเอไอเอสแสดงความประสงค์ดังกล่าวแล้ว ก็ยังไม่ได้การตอบรับจากทีโอทีว่าจะเห็นชอบหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าหากทีโอทีจัดสรรคลื่นความถี่จำนวนดังกล่าวให้เอไอเอส จะเป็นประโยชน์ต่อทีโอทีมากกว่า เนื่องจากทีโอทีไม่ต้องเป็นผู้ลงทุนเอง โครงข่ายที่ติดตั้งนั้นทีโอทีก็จะเป็นเจ้าของ และเอไอเอสจะเป็นผู้บริหารจัดการให้ ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง และได้ประโยชน์ทั้ง 2 ทาง

"จากภาวะการเมืองปัจจุบันส่งผลให้ประเทศไทยดูไม่ค่อยดีในสายตาต่างชาติ ดังนั้น การที่ทีโอทีจะเป็นผู้ลงทุนเอง โดยวิธีการกู้เงินนั้น อาจจะไม่มีบริษัทใดให้กู้ในภาวะการเมืองเช่นนี้ อีกทั้งภาวะดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อทีโอทีอย่างแน่นอน"

มติชนรายวัน 16 กันยายน 2551 | ข่าว 3G



กทช.การันตีประมูลคลื่น 3G ไม่ทำโอเปอเรเตอร์มือถือเจ๊ง

โอเปอเรเตอร์ ภาคประชาชน ห่วงเรื่องประมูล 3 จี หวั่นมีการฮั้วราคาสูงสู้ทุนนอกไม่ไหว ประธานกทช.การันตีราคาประมูล 3 จีไม่ทำให้โอเปอเรเตอร์ล่มจมแน่ ฝากทำความเข้าใจผู้ใช้ไม่ต้องห่วงถูกมัดมือใช้ 3จี เผยมีสิทธิเลือกใช้ 2 จี หรือ 3 จีได้ตามความต้องการ ยันค่าประมูลคลื่น 3 จีส่งเข้ารัฐทุกบาททุกสตางค์

นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากประชาชนทั่วไปเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ (TMT หรือ 3 G and beyond) 2 ครั้ง ซึ่งจัดในกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรื่องวิธีการให้ใบอนุญาต ด้วยการประมูลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นห่วงการให้ใบอนุญาตด้วยวิธีการประมูล จะเกิดการฮั้วกันระหว่างผู้ประกอบการเกิดขึ้น หรือผู้ประกอบการในประเทศอาจจะไม่มีเงินลงทุนสู้ผู้ประกอบการต่างชาติได้

นอกจากนี้ มีผู้ให้ความเห็นว่าทำไมถึงเลือกวิธีการประมูล และทำไม ใช้วิธีการจัดสรรความถี่ให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่ 3 รายเช่นเดียวกับที่ประเทศสิงคโปร์ และญี่ปุ่น ทำแต่วิธี นี้จะต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ถึงจะสามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ดี มีความเป็นห่วงว่าผู้ประกอบการไทยไม่สามารถสู้ทุนต่างชาติ ได้หาก กทช.เปิดให้ต่างชาติเข้ามาขอใบอนุญาต 3 จีนั้น เชื่อว่าตามข้อกำหนดที่ระบุให้ผู้ประกอบการลงทุน 3 จีให้ครอบคลุม 90 % พื้นที่ของประเทศ ทั้งหมดนั้นเชื่อว่าจะเป็นตัวบีบให้ต่างชาติหาพันธมิตรผู้ประกอบการเดิมในประเทศร่วมลงทุนเนื่องจากในกรอบระยะเวลาดังกล่าวผู้ประกอบการจะไม่สามารถลงทุนเครือข่ายได้ครอบคลุม 90 % ตามที่กำหนด โดยกรณีนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศสวีเดน มีผู้ประกอบรายหนึ่งถอนตัวจากการทำ 3 จีเนื่องจากไม่สามารถลงทุน 3 จีได้ทันตามกำหนด

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธาน กทช. กล่าวว่า สำหรับกรณีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการประมูลใบอนุญาต 3 จีมีผู้ประกอบการและภาคประชาชนต่างเป็นห่วงว่าจะออกมาสูงเกินไป กทช.ขอยื่นยันว่าค่าธรรมเนียมที่ออกมาจะเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลมากที่สุด

"ข้อกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสูงเกินไปนั้น เราขอรับรองตรงนี้ว่าจะไม่สูงจนส่งผลให้ผู้ประกอบการล่มจมอย่างแน่นอน เราจะพิจารณาอย่างระเอียดรอบคอบ ด้วยความสมเหตุสมผลภายใต้สถานการณ์ของประเทศไทย"

อย่างไรก็ดี กทช. อยากบอกไปถึงภาคประชาชนว่าหากมีการเปิดให้บริการ 3 จีในประเทศไม่ว่าจะเป็น 3 จีบนความถี่มาตรฐาน 2.1 GHz หรือ 3 จีบนคลื่นความถี่เดิม 850MHz -900 MHz ประชาชนจะไม่ถูกบังคับให้ใช้งานเพียงเทคโนโลยี 3 จีเท่านั้น แต่ยังจะสามารถเลือกใช้บริการ 2 จีได้ตามความต้องการ โดยบริการ 3 จีจะเป็นบริการทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเทคโนโลยีที่มีความเร็วสูง เช่น ภาคธุรกิจ นักธุรกิจ เป็นต้น

สำหรับรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีนั้น กทช. จะส่งให้กับกระทรวงการคลังทั้งหมด เนื่องจากรายได้ดังกล่าวเกิดจากการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรของ ประเทศ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากดำเนินการ 3 จี ของ กทช.ที่เกิดขึ้นนั้น ภาครัฐจะจ่ายคืนหรือไม่ขึ้นอยู่กับความกรุณาของภาครัฐ

ผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2551 11:21 น. | ข่าว 3G



จับเข่าคุย "ลาร์ นารัตท์" "3G...in Cambodia"

"ITU เทเลคอม เอเชีย 2008" ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ นอกเหนือไปจากการแสดงนวัตกรรมใหม่ด้านไอซีทีจากหลายประเทศแล้ว ยังมีเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้นำระดับรัฐมนตรีของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมงานด้วย "ประชาชาติ ธุรกิจ" ฉบับนี้มีโอกาสพูดคุยกับ "ลาร์ นารัตท์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปรษณีย์ และการสื่อสาร ประเทศกัมพูชา ด้วย โดยกัมพูชาเป็นประเทศล่าสุดในภูมิภาคนี้ที่เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือ 3 G (third generation) ไปแล้วเรียบร้อย

- ในงานไอทียูได้หารือเรื่องใดบ้าง

ไอทียูเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำประเทศต่างๆ จะมาหารือกัน ในงานนี้กัมพูชาร่วมจัดนิทรรศการในส่วนจีเอ็มเอส พาวิเลี่ยน และร่วมหารือในจีเอ็มเอสฟอรั่ม ซึ่งเป็นการหารือร่วมกันระหว่าง 6 ประเทศกลุ่มลำน้ำโขง ได้แก่ ไทย กัมพูชา จีน ลาว เวียดนาม พม่า เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และแนวทางในการพัฒนาเพื่อลดช่องว่างด้านไอซีที การเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลของประชากรในลุ่มแม่น้ำโขง

เป็นประเด็นที่ต่อเนื่องมาจากการหารือเมื่อครั้งประชุมคณะรัฐมนตรีเอเปกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และสารสนเทศ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการร่วมพัฒนาไอซีทีในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในเขต

ชนบท รวมถึงการผลักดันการออกร่างกฎหมายอีคอมเมิร์ซ

- มีความร่วมมือด้านไอซีทีกับรัฐบาลไทยด้วย

ความร่วมมือหลักๆ กับไทยตอนนี้คงเป็นการเปิดรับการลงทุนจากเอกชนไทย ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเอกชนไทยเข้ามาลงทุนในกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ด้านไอซีทีก็มีกลุ่มชินคอร์ป ได้สัมปทานมาตั้งแต่ปี 2536 และจะหมดอายุในปี 2566 เป็นต้น

ความท้าทายของกัมพูชาตอนนี้คือจะทำอย่างไรให้มีการพัฒนาด้านไอซีทีอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนจากระบบแอนะล็อกเป็น ดิจิทัล เปลี่ยนจาก low speed เป็น very high speed เป็น 3 G จึงยินดีต้อนรับการลงทุนจากบริษัทไทย และทุกแห่งที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุน

- จะมีโครงการใหม่เกิดขึ้นนอกจาก 3 G

กัมพูชาพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไอซีทีช้ามากจึงเป็นโชคดี เพราะสามารถก้าวข้ามไปพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลถึงโครงข่ายที่ลงทุนไปแล้ว เราพร้อมก้าวไปสู่ดิจิทัลบรอดแบนด์ได้ทันที

เป้าหมายตอนนี้จึงต้องการให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ล่าสุดบริษัทจากจีนและญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีในกัมพูชาตลอดปีนี้และปีหน้า มูลค่ากว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างโครงข่ายไอซีทีไปตามเมืองใหญ่ของกัมพูชา

- เงื่อนไขการลงทุนเป็นอย่างไร

รัฐบาลกัมพูชาเปิดกว้าง จะเห็นได้จากปัจจุบันมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มากกว่า 6 บริษัท และมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีกเพราะรัฐบาลต้องการให้เกิดการแข่งขัน การลงทุนจะมีทั้งที่เอกชนของกัมพูชาเอง และบริษัทจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเองทั้งหมด หรือรัฐเข้าไปถือหุ้นด้วยส่วนหนึ่ง

การส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐในรูปแบบการลดภาษี รวมถึงมีสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ ด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น โดยรัฐบาลจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป

- ข้อพิพาทไทย-กัมพูชาส่งผลต่อการเข้าไปลงทุนของไทยหรือไม่

ไม่น่ามีผลกระทบ เชื่อว่าทั้งสองประเทศยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเสมอ รัฐบาลยังเปิดกว้างตอบรับการลงทุนจากไทย ประชาชนเองก็ยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน

- 3 G ทำให้กัมพูชาเปลี่ยนไปอย่างไร

3 G ช่วยให้คนกัมพูชาเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ได้โดยไม่ต้องพึ่งการติดตั้งโทรศัพท์พื้นฐาน ช่วยให้อัตราการเข้าถึงเน็ตเพิ่มจาก 0.11% ของประชากรได้อย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจภาพรวมโตขึ้นได้บ้าง จากการเกิดขึ้นของธุรกิจ และบริการที่ ต่อยอดจาก 3 G อาทิ VDO call ก็หวังว่าคนกัมพูชาจะใช้ 3 G อย่างแพร่หลาย นอกจากนี้รัฐบาลยังมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรอดแบนด์ ทั้งในรูปแบบไร้สาย และการลากสายเคเบิลใยแก้วเพื่อไปเชื่อมต่อระหว่างเมืองสำคัญๆ ของกัมพูชากับประเทศเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขง

- มีผลต่อวัฒนธรรมของกัมพูชาไหม

ถึงไม่มีการเผยแพร่ผ่านมือถือ ผ่าน 3 G ก็ยังมีทีวีที่นำวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาเผยแพร่ ในมือถือยังมีคลิปวิดีโอ มีภาพต่างๆ ผู้ใช้โหลดเก็บไว้ และส่งต่อกันภายในกลุ่มเพื่อนอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้

- ไอซีทีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอีก 5 ปีเป็นอย่างไร

เชื่อว่าการติดต่อสื่อสารในภูมิภาคนี้จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ผ่านโครงข่าย ที่แต่ละประเทศเชื่อมโยงถึงกัน ขณะที่ โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว AAG (ASIA AMERICA GATEWAY) ก็จะติดตั้งเสร็จ หลังจากโครงข่ายไอซีทีทำให้แต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ใกล้ชิดกันแล้ว ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อพัฒนาภูมิภาคนี้ร่วมกัน

ประชาชาติธุรกิจ 11 กันยายน 2551 | ข่าว 3G



WiMAX อนาคตเทคโนโลยีสื่อสารไทย พัฒนาเองหรือรอแค่จะใช้

งานมหกรรมการแสดงและการประชุมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ITU Telecom Asia 2008) เริ่มขึ้นและกำลังจะจบลลง เป็นงานที่รวมระดับแนวหน้า ทั้งแพลตฟอร์มเครือข่ายที่ดีที่สุดสำหรับผู้วางนโยบาย ผู้กำกับดูแลหลักเกณฑ์และผู้อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนี้

ภายในงานมีเรื่องราวของเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่น่าเป็นประโยชน์ให้คนไทย นอกเหนือจากเรื่อง WiMAX ซึ่งเอ็นอีซี (NEC) ขออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทำการทดลองใช้งานในพื้นที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อเชื่อมต่อกับสถานีอนามัยที่อยู่ห่างออกไป 5 กม. เพื่อให้แพทย์ที่ประจำในโรงพยาบาล สามารถดูแล ตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรค โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล หากอาการของโรคหรือการบาดเจ็บนั้นไม่รุนแรง

นับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยคนชายขอบได้อย่างดี

งานนี้ ดร. ไพโรจน์ เติมสินธุ์สุวรรณ Information Science ผู้ดูแลงานด้านสื่อสารไร้สายและระบบสื่อสารรวม NGN ของเอ็นอีซี เล่าเนื้อหาสาระหลัก WiMAX ที่การทดสอบระบบ อยู่ ณ รพ.สมเด็จพระยุพราช-เชียงของ ว่าการทดสอบเบื้องต้นให้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถสื่อสารด้วยภาพ เสียง และข้อมูลอื่นๆ ได้

"WiMAX เป็นระบบสื่อสารไร้สาย คล้ายๆ กับ Wi Fi ที่ใช้ต่ออินเตอร์เน็ตได้ทุกแห่งทั่วบ้าน ที่มีขนาดไม่ใหญ่ หรือกว้างขวางมากนัก รวมถึงไม่ใช่ตึกสูงที่ต้องติดต่อข้ามชั้น WiMAX สามารถให้ลูกข่ายติดต่อสื่อสารหากันในระบบเครือข่าย ที่มีระยะไกลหลายๆ กิโลเมตร ทั้งยังสามารถต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย"

ดร.ไพโรจน์ลงลึกในรายละเอียดว่า ระบบที่ NEC นำไปทดสอบนั้น ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล IGGG 802.16e เรียบร้อยแล้ว ในอนาคตเมืองไทยสามารถใช้ได้ทันที ไม่ต้องวิตกอีกแล้วว่ามาตรฐานของ WiMAX จะยังไม่เป็นที่ยอมรับ

"การนำไปใช้คงจะเหมาะกับพื้นที่ห่างไกล สายโทรศัพท์ไปไม่ถึง การสื่อสารที่จำเป็นต้องใช้ทั้งภาพ เสียง การเชื่อมต่อข้อมูล หรือการเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต จะทำได้ง่ายขึ้น มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าหากมีการตั้งเสาเชื่อมต่อ WiMAX ต่อเนื่องกันไป เช่นเดียวกับระบบโทรศัพท์มือถือ จะสามารถทำให้การเชื่อมต่อแบบต่อเนื่อง โดยผู้ใช้เคลื่อนที่ไปบนรถหรือพาหนะอื่นๆ ได้ แต่คงต้องมาคำนวณเรื่องความคุ้มค่าด้วย" ดร.ไพโรจน์กล่าว

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงแนวคิดไปถึงระบบ 3G ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ในช่วงวิกฤตของบ้านเมืองที่ผ่านมา ดร.ไพโรจน์ระบุว่า ระบบ 3G ของไทยนั้น มีมาตรฐานที่เรียกว่า 3G-WCPMAR99 แต่ในญี่ปุ่นได้พัฒนาจาก 3.5G-HSPA กระโดดข้าม 3.7G-HSPAT ไปสู่ 3.9G-LTG ที่จะให้ความเร็วในการเชื่อมต่อไปถึง 100M (3G ที่ไทยจะมีความเร็วประมาณ 7-20 M) หมายความว่า ไทยจะวิ่งไล่ตามเทคโนโลยี และใช้งบฯลงทุนที่ไม่ทันต่อโลกอนาคตเช่นเดิม

ดังนั้น คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ทำไมประเทศไทย? ไม่ตั้งเป้าหมายที่จะรองรับอนาคตของระบบ 3.9G ไปเสียเลย แทนที่จะรีบเปิดให้ดำเนินการเรื่องของ 3G ไปแบบลักไก่ รุกรี้รุกรน เหมือนกลัวว่าจะอดกินเศษเนื้อ ก้อนกระดูก หรือเกรงว่าจะไม่มีเงินสำรองออกไปสู้ศึกเลือกตั้งหลังยุบสภาที่จะมาถึง

คำตอบสำคัญคือ การรองรับอนาคตของ 3G ในบ้านเรา ได้สร้างกรอบเผื่อการขยาย และตั้งข้อแม้ของการให้ผู้ลงทุน ต้องรับผิดชอบ ดำเนินการ ปรับเปลี่ยน รองรับอนาคตของ 3G ไปสู่ 3.9G หรืออืนๆ ในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง

เงื่อนไขแห่งอนาคตของเทคโนโลยีนี้ ผู้เกี่ยวข้องผู้รับผิดชอบเทคโนโลยีของไทย ต้องดูว่าจะขาดความคิด และเคยคำนึงถึงเพียงไรว่า ไทยไม่มีปัญญาคิดใหม่ สร้างสรรเองได้ จึงต้องอยู่ในฐานะของผู้ใช้ไปตลอดกาล ทั้งในฐานะผู้ใช้ ก็ยังไม่เคยวางแผนการใช้งานไว้สำหรับอนาคต คิดแต่เพียงว่า เทคโนโลยีวันนี้มีเพียงไร ก็ให้ใช้ อนุมัติให้เปิดบริการได้ตามนั้น ถือเป็นการรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

ลืมคำนึงไปว่า อนาคตของไทย ลูกหลาน ต้องเตรียมการชดใช้หนี้สินจากการอนุมัติแบบไร้ความคิดวางแผนเพื่ออนาคตของบรรพบุรุษนักการเมืองยุคนี้

เรื่องของเทคโนโลยี ยังสะท้อนให้เห็นได้ถึงหัวใจ มันสมอง และการมองประโยชน์ของประเทศชาติ หรือตนเองของนักการเมืองได้เช่นกัน

มติชนรายวัน 08 กันยายน 2551 | ข่าว 3G



Truemove ชี้กทช.ดูค่าไลเซนส์ให้รอบคอบ

ทรูมูฟ แนะกทช.พิจารณาค่าใบอนุญาตให้รอบคอบ ควรมองพื้นฐานประเทศไทยเป็นหลัก ระบุตัวเลข 100-300 ล้านเหรียญฯ สูงเกินไป อย่าอิงแต่ต่างชาติ ซึ่งเหนือกว่าเพราะค่าครองชีพสูง เร่งเครื่องอัปเกรด 3 G เตรียมทำตลาดลักษณะโค-แบรนดิ้ง TRUE MOVE BY CAT พร้อมออกบูทโชว์นวัตกรรมล้ำสมัยในงาน ITU

นายขจร เจียรวนนท์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เรื่องการอนุมัติคลื่นความถี่ 3 G บนคลื่นความถี่มาตรฐาน 2.1 GHz นั้นปัจจัยสำคัญที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ควรพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบบนพื้นฐานของประเทศไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนใบอนุญาต และต้นทุนการลงทุน ของผู้ประกอบการ เพราะปัจจัยเหล่านี้จะถูกผลักไปให้ผู้บริโภครับผิดชอบ

ทั้งนี้ กรณีที่ปรึกษาจากประเทศอังกฤษ ให้แนวทางค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ 100-300 ล้านเหรียญฯ นั้น เป็นตัวเลขที่สูงมาก กทช.ควรจะพิจารณาว่าเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่ เพราะตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงมาจากต่างชาติ ซึ่งมีกำลังซื้อสูงเกินไป และหากเอกชนผู้เข้าร่วมประมูล ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และลงทุนไปด้วย ก็จะเป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้รายที่มีเงินลงทุนในมือสูง ซึ่งไม่ใช่การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม นอกจากนี้ประเด็นเรื่องวิธีการประมูลและ ระยะเวลาในการออกใบอนุญาตก็เป็นปัจจัยที่สำคัญด้วยเช่นกัน

ขณะนี้ ทรูกำลังอยู่ระหว่างอัปเกรดคลื่นความถี่เดิม 850 MHz ด้วยเทคโนโลยี HSPDA ในจังหวัด เชียใหม่ ภูเก็ต มหาสารคาม ชลบุรี กรุงเทพฯและปริมณฑล คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ก่อนเร็วๆนี้ โดยทรูจะให้บริการ 3 Gในลักษณะโค-แบรนด์ร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เป็น TRUE MOVE BY CAT

ทั้งนี้ เนื่องจากคลื่นความถี่ 850 MHz ไม่ได้อยู่ในสิทธิสัมปทานเดิมของทรูมูฟ และเพิ่งได้รับการจัดสรรจาก กสท หลังจากที่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ให้นโยบายอัปเกรดความถี่เดิมเพื่อให้บริการ 3 G ประกอบกับ กรณี กสท เป็นผู้ยื่นขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ HSPDA ให้ ทรูมูฟ จำนวน 600 สถานีฐาน

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทรูมูฟ อยู่ระหว่างพิจารณาขออนุญาตอัปเกรดสถานีฐานเพื่อให้บริการ 3 Gเพิ่มมากขึ้น สำหรับการอัปเกรดสถานีฐานจำนวน 600 สถานีฐานที่ได้รับอนุญาตแล้วนั้น ทรูมูฟ เป็นผู้ดำเนินการและลงทุนเองทั้งหมด

นางรุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้อำนวยการด้านบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาด ทรู กล่าวว่า ทรูได้เข้าร่วมสนับสนุนงาน ITU TELECOM ASIA 2008 โดยได้ออกแบบบูทขนาด 306 ตารางเมตร ตามแนวคิด hi-speed Oasis โดยจำลองบรรยากาศสบายๆ แบบในสวน ผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีให้เข้ากันได้อย่างลงตัว สะท้อนให้เห็นว่าเพียงมีเทคโนโลยีก็สามารถพักผ่อนทำงานสบายๆได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ในสวนสาธารณะ พร้อมเปิดประสบการณ์ออนไลน์ไร้สายให้ผู้เข้าร่วมงานได้ใช้ฟรี Wi-Fi by TrueMove แบบไร้ขีดจำกัดด้วยความเร็วสูงสุด 4 Mbps ในบูททรู

นอกจากนี้ยังนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มสีสัน ตอบโจทย์หลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทั้ง Giant Net Box ท่องเน็ตด้วยจอภาพแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่บนจอยักษ์ 50” ขนาดใหญ่ที่สุดเครื่องเดียวในเมืองไทย TrueMusic JukeBox การฟังเพลงรูปแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีทัชสกรีนครั้งแรกและเครื่องเดียวในเมืองไทย รวมทั้ง Move TV สามารถรับชมรายการต่างๆของทรูวิชั่นส์กว่า 85 ช่องผ่านมือถือทรูมูฟ และยังทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารกับบริการ International Roaming

ผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2551 12:00 น. | ข่าว 3G



3G (คลื่นเดิม) มาแล้ว... เกมใหม่ยักษ์มือถือบนถนนไฮสปีดเน็ต

แม้สารพัดปัจจัยลบที่พัดกระหน่ำเข้าใส่ภาคธุรกิจในขณะนี้จะไม่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนใหม่สักเท่าไร แต่กับธุรกิจโทรศัพท์มือถืออาจแตกต่างออกไป

บรรดายักษ์มือถือทุกรายยังมีแผนสำหรับการลงทุนบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนอัพเกรดโครงข่ายเดิมเทคโนโลยี HSPA (high speed pakage access) บนคลื่นความถี่เดิม (900 และ 850 MHz) ท่ามกลางความ อึมครึมของสถานการณ์บ้านเมือง ความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ และอารมณ์จับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ไม่สู้ดีนัก

ยักษ์มือถือ "เอไอเอส" ปักธงชิงความเป็นผู้นำในการเปิดบริการก่อนใคร ด้วย "3 GSM ADVANCE" เมื่อเดือน เม.ย.2551 ที่ผ่านมา ที่เชียงใหม่

โดยติดตั้งสถานีฐานเพื่อให้บริการในพื้นที่จำกัดมาก (30 สถานีฐาน) และมีลูกค้าไม่กี่ร้อยรายเท่านั้น

นั่นเป็นแค่ (ครึ่ง) ก้าวแรก

ว่ากันว่า จากนี้ไปต่างหากเป็นของจริง (?)

หลังค่ายมือถือได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้นำเข้าอุปกรณ์มาปรับปรุงโครงข่ายเดิมได้แล้วเรียบร้อยตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.2551 ที่ผ่านมา

"กทช." ระบุว่า ได้อนุญาตให้ทั้ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยเทคโนโลยี HSPA

แบ่งเป็นของ "ดีแทค" ในย่านความถี่ 800 MHz ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 59 สถานี ชลบุรี 156 สถานี กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล 1,005 สถานี รวมทั้งสิ้น 1,220 สถานี โดยใช้ความถี่วิทยุ 839.0 ถึง 849.0 MHz คู่กับ 884.0 ถึง 894.0 MHz ความกว้างแถบความถี่ 5 MHz

"ทรูมูฟ" ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 543 สถานี จังหวัดเชียงใหม่ 22 สถานี จังหวัดชลบุรี 42 สถานี ภูเก็ต 35 สถานี และมหาสารคาม 14 สถานี รวมทั้งหมด 656 สถานี ใช้ความถี่วิทยุ 834.2 ถึง 839.0 MHz คู่กับ 879.2 ถึง 884.0 MHz ความกว้างแถวความถี่ 4.8 MHz

กับ "เอไอเอส" เป็นระบบจีเอสเอ็ม 900 MHz เพิ่มเติมในเขตพื้นที่ 9 จังหวัด (ติดตั้งในเชียงใหม่ไปก่อนแล้ว 30 แห่ง) จำนวน 400 สถานีฐาน ได้แก่ กรุงเทพฯ 98 แห่ง เชียงราย 47 แห่ง ขอนแก่น 25 แห่ง ประจวบคีรีขันธ์ 7 แห่ง สงขลา 10 แห่ง นครราชสีมา 30 แห่ง ชลบุรี 29 แห่ง ภูเก็ต 36 แห่ง เชียงใหม่ 118 แห่ง ใช้ความถี่วิทยุ 897.5-915.0 MHz และ 942.5-960.0 MHz ความกว้างแถบความถี่ 5 MHz

มองกันแค่ชอตสั้นๆ "เอไอเอส" มีความพร้อมมากที่สุด เพราะเริ่มไปก่อนแล้ว ถ้าไม่คิดถึงแถบความถี่ที่มีจำกัดจำเขี่ยกว่า คู่แข่งบางราย

ถัดมาเป็น "ดีแทค"

"ต้องถือว่าเสียเปรียบ เพราะตามหลังคู่แข่งถึง 6 เดือน เราเพิ่งได้รับอนุญาตให้นำเข้าอุปกรณ์มาติดตั้งได้ ขณะที่เอไอเอสเริ่มทำที่เชียงใหม่ไปแล้ว จากนี้ไปเราคงเร่งมือเต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังช้ากว่าอยู่ดี" อมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการกลุ่ม Next ดีแทค กล่าว และว่า

ไหนๆ ก็ช้ากว่า ถ้าจะเปิดทั้งทีต้องพร้อมจริงๆ

"ถ้าเราจะเปิดพื้นที่การใช้งานต้องครอบคลุม และมีความพร้อมเพียงพอ คงไม่มองแค่

พี.อาร์.เหมือนรายอื่น เพราะไม่อยากให้ลูกค้าเสียความรู้สึก" อมฤตย้ำ

บริการ 3 G บนคลื่นเดิมของ "ดีแทค" อย่างเร็วที่สุดคงได้เห็นต้นปีหน้า (2552) แต่ถ้าให้ดีจริงๆ น่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังได้รับอนุญาตจาก "กทช." แล้ว

กรณี "ทรูมูฟ" ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่าข้อมูลที่แจ้งต่อ "กทช." ว่า ใช้เงินลงทุนในเบื้องต้นประมาณ 1,990 ล้านบาท แต่รูปแบบการดำเนินการจะแตกต่างจาก "เอไอเอส และดีแทค" ตรงเป็นการเช่าใช้โครงข่ายจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม และทำตลาดในลักษณะโคแบรนดิ้ง

อีกไฮไลต์สำคัญในช่วงปลายปีในสมรภูมิธุรกิจโทรศัพท์มือถือ น่าจะมีบริการ 3 จี บนคลื่นเดิมรวมอยู่ด้วย

โดยมี "เอไอเอส" นำทีม

คุณสมบัติที่เห็นชัดที่สุดของเทคโนโลยี HSPA คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล ในทางทฤษฎีสูงกว่าจีพีอาร์เอส และเอดจ์ในปัจจุบันกว่า 45 เท่า !!!

เรียกว่า ความเร็วแข่งกับอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์แบบมีสายได้สบายมาก

อย่างไรก็ตาม ขนาดตลาดอาจไม่ได้ใหญ่โตหวือหวามากนัก "สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล" chief marketing officer ของ "เอไอเอส" มองว่า แม้จำนวนคนใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในบ้านเราจะยังมีน้อยอยู่มาก แต่เชื่อว่าโดยรวมแล้วตลาดไม่น่าเกิน 5 ล้านราย

"3 จี-HSPA" มีความสำคัญอย่างไรต่อ "โอเปอเรเตอร์" เดิม

ในมุมของ "ดีแทค-อมฤต" บอกว่า ถือเป็นแหล่งรายใหม่ของโอเปอเรเตอร์ จากที่ผ่านมาแข่งกันที่บริการด้านเสียง (วอยซ์) มาตลอด ซึ่งช่วงปีสองปีมานี้ แม้ตลาดจะยังมีการเติบโต แต่ก็ไม่หวือหวาอีกแล้ว

"การเติบโตแบบก้าวกระโดดจะเกิดกับบรอดแบนด์ไร้สาย ผมเชื่อว่าโอกาสทางธุรกิจมี แต่จะมากขนาดไหนคงต้องดูชอตต่อไป คนใช้บรอดแบนด์ในบ้านเราวันนี้มีเพียง 2% เท่านั้น" อมฤตทิ้งท้าย

ถึงจะประกาศเดินหน้าเต็มตัวกับ "3 จี" บนโครงข่าย และความถี่เดิมๆ

ไม่ได้หมายความว่า ยักษ์มือถือทั้งหลายจะไม่สนอกสนใจความถี่ 2100 MHz ของ กทช. ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 G

โดยเฉพาะกับ "เอไอเอส และ ทรูมูฟ"

ด้วยว่า ทั้งคู่มีแถบความถี่น้อยกว่า "ดีแทค" มาก

กรณี "ทรูมูฟ" ก็อย่างที่เห็น ถ้าไม่ได้ "ดีแทค-กสทฯ" ขยับ และแบ่งคลื่นมาหาให้ก็ต้องร้องเพลงรอประมูลคลื่น "2.1 GHz" อย่างเดียว หากจะทำ 3 จี กับเขาบ้าง

ฟาก "เอไอเอส" ถึงจะนำร่องไปก่อนก็เป็นการดึงคลื่น 900 MHz ที่ใช้อยู่เดิมแบ่งมาใช้ใหม่ ในทางเทคนิคแม้จะทำได้ แต่ไม่ง่ายนัก

เหนือสิ่งอื่นใด ถ้ามัวรอ "2.1 GHz ของ "กทช." คงไม่ทันการ

มีช่องทางไหนทำไปก่อนได้ อย่าช้าดีกว่า

ถ้าวันข้างหน้า มองเห็นลู่ทางลงสนามชิงชัยคลื่นใหม่ได้ค่อยว่ากันใหม่...

ประชาชาติธุรกิจ 04 กันยายน 2551 | ข่าว 3G



ค้านประมูลหวั่นต้นทุน "3G"พุ่ง

27 ส.ค.2551 กทช.จัดโฟกัสกรุ๊ป เชิญผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารไทยมาร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นและการออกหลักเกณฑ์ใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือ 3G ปรากฏว่าประเด็นที่ยักษ์มือถือทุกรายเห็นตรงกันหมด คือ คัดค้านการจัดสรรคลื่นโดยใช้วิธีประมูล

ขณะที่ กทช.เห็นด้วยกับการ "ประมูล" เพราะเชื่อว่าโปร่งใสและแฟร์ที่สุด

เอกชนนำโดย "ทรู" ในฐานะบริษัทไทยหนึ่งเดียวค้านเต็มตัว โดย "นพปฎล เดชอุดม" ซีเอฟโอกลุ่มทรู กล่าวว่า ควรพิจารณาอย่างรอบด้านว่าการสรรหาผู้ได้รับใบอนุญาตด้วยวิธีการต่างๆ มีความแตกต่างในแง่ผู้บริโภคอย่างไร คุณภาพสูงขึ้นหรือเปล่า คนใช้มากขึ้นหรือไม่ เพราะแต่ละวิธีต้นทุนจะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีประมูล, บิวตี้คอนเทสต์ หรือลอตเตอรี่ อีกทั้งควรคำนึงถึงการสร้างงานในประเทศและอัตราค่าบริการด้วย

"ในแง่อินดัสตรีก็อยากให้มองถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง โดยเอาของจริงจากต่างประเทศมาดูว่าวิธีไหนดีที่สุดกับผู้บริโภค ในรายงานของที่ปรึกษาไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย"

ข้าง "วิเชียร เมฆตระการ" กรรมการ ผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) พูดในทำนองเดียวกันว่า กทช.จะมีหลักประกันอะไรที่จะปกป้อง ผู้ประกอบการรายเดิมซึ่งเป็นบริษัทไทยที่ลงทุนไปมากให้อยู่รอดได้ การประมูลจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ เพราะมีความสามารถในการเสนอราคาสูงๆ เมื่อได้ใบอนุญาตแล้วก็อาจมีการซับซิไดซ์เพื่อดึงลูกค้า

"สุดท้ายผู้บริโภคอาจไม่ได้ประโยชน์จากการมีคลื่นความถี่ใหม่ก็ได้"

ด้าน สรรคŒชัย เตียวประเสริฐกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ให้ความเห็นว่า การแบ่งผู้รับใบอนุญาตเป็น 4 ราย เป็น 10 MHz 3 ราย และ 15 MHz 1 รายนั้น โดยธรรมชาติผู้ให้บริการย่อมอยากได้ความถี่ที่มีแบนด์วิดท์มาก จึงอยากเสนอให้จัดสรรรายละ 10 MHz ทั้งหมด เหลือ 5 MHz ให้ กทช.เก็บไว้ก่อน ในอนาคตเมื่อ

รายใดใช้ความถี่เต็มประสิทธิภาพค่อยอนุมัติอีก 5 MHz ให้ไปใช้งานเพิ่มเติม

ข้างดีแทค "สรายุทธ์ บุญเลิศกุล" ผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ เสนอว่า กทช.ควรจัดทำแผนแม่บทความถี่แห่งชาติให้เสร็จก่อนจัดสรรคลื่น 3G

"ไม่เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าคลื่นความถี่ที่จัดสรร 10 MHz และ 15 MHz เหมาะสมหรือไม่ หากมีผู้ยื่นขอแล้วได้ความถี่ไม่เท่ากัน กทช.ก็ตอบไม่ได้อีกว่ามีดุลพินิจอย่างไร ส่วนประเด็นที่ถามผู้ประกอบการว่าควรมีใบอนุญาตกี่ใบขึ้นอยู่กับ กทช.จะจัดสรร แต่อย่างน้อยควรให้รายละ 10 MHz"

นอกจากนี้ กทช.ควรกำหนดระยะเวลาใบอนุญาตไว้ 25 ปี และมีเงื่อนไขการต่ออายุได้อีกเพื่อให้เกิดความมั่นคงและต่อเนื่องในการให้บริการ

ด้าน นฤพล รัตนสมาหาร ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.กสท โทรคมนาคม เสนอว่า การมี shadow pricing เรียกเก็บจากผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่อยู่เดิมถือว่าไม่มีความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายเดิม เนื่องจากรายเดิมไม่ได้แข่งขันประมูลความถี่กับใคร เมื่อรายใหม่มีการประมูล แข่งขันกันก็ไม่มีเหตุผลต้องเก็บจากรายเดิมด้วย หาก กทช.เห็นว่าค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน ต่ำเกินไป และต้องการปรับเพิ่ม กสทฯก็ยินดีจ่ายหากมีการเรียกเก็บเพิ่มเท่ากัน ทุกราย

"ผมเสนอว่า ควรเรียกเก็บเฉพาะคนที่มีคลื่นความถี่ที่สามารถทำ 3G บนคลื่นเดิมได้แต่ไม่ยอมทำ ส่วนผู้ที่ทำ 3G บนคลื่นเดิมให้เก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราใหม่ที่ กทช.จะประกาศใช้แทน"

ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยให้ความเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องวิธีการประมูล จำนวนใบอนุญาต และระยะเวลาใบอนุญาต จึงประเมินราคาหุ้นของกลุ่มโทรคมนาคมได้ไม่ชัดเจน ปัจจัยที่เป็นผลต่อราคาหุ้น คือ ต้นทุนการได้มาซึ่งคลื่นความถี่ว่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งจากข้อมูลของผู้ประกอบการแต่ละรายคาดว่าน่าจะใช้เงินลงทุนสำหรับ 3G รายละประมาณ 15,000-25,000 ล้านบาทติดต่อกัน 3 ปี

ประชาชาติธุรกิจ 01 กันยายน 2551 | ข่าว 3G



กทช.เดินสายทำประชาพิจารณ์ 3G ย้ำร่างหลักเกณฑ์แล้วเสร็จปลายปีนี้

กทช.เริ่มเปิดเวทีประชาพิจารณ์ 3จี นัดแรก ก่อนลุยอีก 3 จังหวัดภายใน 1 เดือน คาดปลายปีนี้ร่างหลักเกณฑ์แล้วเสร็จ ชี้การลงทุน 3จี นัมเบอร์พอร์ต ช่วยกระตุ้นการแข่งขัน เผยที่ปรึกษาตั้งราคาประมูลไลเซนส์ขั้นต่ำไว้ที่ 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยภายในงานการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เรื่อง “การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบการกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT หรือ 3G and beyond) ครั้งที่ 1 ว่า การจัดประชุมเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3จี หลังจากนี้จะจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอีก 3 ครั้งในจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 12 ก.ย. 51 จังหวัดอุดรธานี 19 ก.ย.51 และจังหวัดภูเก็ต 26 ก.ย. 51 ซึ่งใช้เวลานานประมาณ 1 เดือน จากนั้นนำข้อคิดเห็นที่ได้ไปประมวลผล เพื่อปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี และคาดจะออกใบอนุญาต 3จีได้ปลายปีนี้

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการ กทช. กล่าวว่า หลังจาก กทช. ร่วมกับบริษัท อินเตอร์คอนเน็ค คอมมิวนิเคชั่นส์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี ศึกษาและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี ได้ 6 เดือนแล้ว หลังจากนี้ กทช. ต้องนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเสนอให้ประชาชนในวงกว้างรับรู้ รวมทั้งประชุมกับนักลงทุนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในเชิงลึก และวิเคราะห์เพื่อจัดทำร่างหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาต 3จี หลังจากนั้นนำร่างหลักเกณฑ์ที่ได้ขึ้นเว็บไซต์เพื่อประชาพิจารณ์อีกครั้ง เพื่อเชิญชวนนักลงทุนรายใหม่ๆ ให้มาลงทุนในไทย

ทั้งนี้ การลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมยังมีโอกาสของการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะการลงทุน 3จี ซึ่งจะช่วยสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันทั้งในเชิงปริมาณ คุณภาพ และราคา ผนวกกับปลายปีนี้ กทช.จะสามารถประกาศใช้นัมเบอร์พอร์ตอะบิลิตี หรือเลขหมายเดียวใช้ได้ทุกค่าย ซึ่งเป็นการคืนสิทธิ์ให้ประชาชน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเข้ามาดูแลประชาชน ส่งผลให้ในอนาคตจะมีการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

อย่างไรก็ดี ตามกรอบเวลา กทช.จะให้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3จี แก่เอกชนได้ปลายปีนี้ ซึ่งเอกชนต้องใช้เวลาจัดเตรียมโครงข่าย 3จี ประมาณ 6-8 เดือน ดังนั้นประชาชนน่าจะใช้บริการ 3จีได้ปลายปีหน้า และจากการศึกษาพบว่า จำนวนเงินที่ใช้ลงทุน 3จี 1% จะมีผลต่อการเพิ่มจีดีพี 1% ของประเทศ และ 3จี ก็มีผลต่อเศรษฐกิจในชนบทโดยตรง เพราะการมีโครงข่ายสื่อสารที่ดีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มาก รวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจก็สามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วและทุกมุมโลก ขณะเดียวกันก็เป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนในการเลือกใช้งานโครงข่าย 2จี หรือ 3จี ให้ตรงต่อความต้องการ

สำหรับวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่3จี ซึ่งอยู่ในย่าน 1.9/2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีช่วงคลื่นอยู่ 45 เมกะเฮิรตซ์ ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้วิธีใดในการจัดสรรคลื่นจึงจะเหมาะสม เช่น มาก่อนได้ก่อน การเลือกแบบสุ่ม การประกวด หรือการประมูล รวมถึงจำนวนใบอนุญาตที่สามารถจัดสรรได้อย่างเหมาะสมว่าควร 3 ราย หรือ 4 ราย เพราะจากการศึกษาของบริษัท อินเตอร์คอนเน็ค คอมมิวนิเคชั่นส์ ระบุว่า ราคาคลื่นความถี่ขั้นต่ำอยู่ระหว่าง 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเทศไทยจะใช้อัตราราคาไหนยังอยู่ระหว่างการศึกษา

นายสุรนันท์กล่าวว่า แม้อินเตอร์คอนเน็คฯ จะมีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต 3จีของประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีลักษณะตลาดใกล้เคียงกับไทย เช่น ลาว และเขมร แต่ที่สุดแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยเอง ซึ่งการออกใบอนุญาตต้องรองรับและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของคนไทย

นอกจากนี้ กทช. กำลังเร่งศึกษาข้อมูลการใช้งานคลื่นความถี่สำหรับการให้บริการ ไว-แมกซ์ เพื่อให้บริการไว-แมกซ์ เชิงพาณิชย์บนคลื่นความถี่ที่ดีที่สุด ซึ่งมีขั้นตอนการออกใบอนุญาตแบบเดียวกับ 3จี

ผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2551 11:37 น. | ข่าว 3G



"3G"ท้องแก่ กทช.เดินสาย ยันคลอดปี52

กทช.จัดประชาพิจารณ์วันแรก คาดปลายปี 52 คายใบอนุญาต 3 จี มอบเงินลงทุน 3 จี 1% เพิ่มจีดีพี 1%

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า หลังจากการรับฟังความคิดเห็นทางสาธารณะทั่วประเทศแล้วคาดร่างหลักเกณฑ์ 3 จีน่าจะออกมาประมาณปลายปี 2551 นี้ และสามารถมอบใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการได้ประมาณกลางปีถึงปลายปี 2552

อย่างไรก็ตาม กทช.ได้นำข้อมูลจาก บริษัท อินเตอร์คอนเน็ค คอมมิวนิเคชั่นส์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการ 3 จีมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาและตัดสินใจในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะทั่วประเทศ โดยเริ่มที่กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา และไปจัดที่เชียงใหม่ในวันที่ 12 ก.ย., อุดรธานี วันที่ 19 ก.ย. และสุดท้ายที่ภูเก็ต วันที่ 26 ก.ย.

ทั้งนี้ การศึกษาพบว่า จำนวนเงินที่ใช้ลงทุน 3 จี 1% มีผลต่อการเพิ่มจีดีพี 1% ของประเทศ และ 3 จีมีผลต่อเศรษฐกิจในชนบทโดยตรง เพราะการมีโครงข่ายสื่อสารที่ดีช่วยลดค่าเดินทางได้มาก รวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจสามารถติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วและทุกมุมโลก ขณะเดียวกันเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการเลือกใช้งานโครงข่าย 2 จีหรือ 3 จี ให้ตรงกับความต้องการ

สำหรับวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ 3 จี ในย่าน 1.9/2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีช่วงคลื่น 45 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่ได้ข้อสรุป เช่น มาก่อนได้ก่อน การเลือกแบบสุ่ม การประกวด หรือการประมูล รวมถึงจำนวนใบอนุญาตที่เหมาะสมจะเป็น 3 หรือ 4 ราย ซึ่งผลการศึกษาระบุราคาคลื่นความถี่ขั้นต่ำอยู่ระหว่าง 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยกำลังศึกษาอัตราที่เหมาะสม

"แม้อินเตอร์คอนเน็กฯ มีข้อมูลการศึกษาจากตลาดที่ใกล้เคียงกับไทย เช่น ลาว เขมร แต่ที่สุดแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของคนไทย การออกใบอนุญาตก็ต้องรองรับและสอดคล้องกันด้วย" นายสุรนันท์กล่าว

ไทยโพสต์ 30 สิงหาคม 2551 | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard Driver Download| ExpressCard| AirCard USB| PCMCIA AirCard| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| EDGE AirCard| 3G AirCard| 3G Router| 3G Access Point| Speed Test| Speedtest| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์