GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

อนาคตระบบโทรคมนาคมไทย ทุกอย่างมุ่งสู่รูปแบบออลอินวัน

คนวงการสื่อสารมองอนาคตโทรคมนาคมไทย ทั้งโครงข่าย อุปกรณ์สื่อสาร และบริการรูปแบบต่างๆ ต้องคอนเวอร์เจนซ์ มุ่งสู่รูปแบบของออล อิน วัน

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กล่าวในงานสัมมนา Windows Mobile : Mobility Technology and PDA Phone Innovation 2008 ว่า แนวโน้มธุรกิจโทรคมนาคมหลักๆ มี 2 เรื่องคือ 1.อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า การมีโครงข่ายเข้าถึงผู้บริโภค จะช่วยพัฒนาภาคธุรกิจ แต่โจทย์คือการมีแอปพลิเคชันใหม่ๆ เข้ามาให้บริการ 2.เป็นเรื่องของการผสมผสานเทคโนโลยี โครงข่าย อุปกรณ์สื่อสาร และบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่าคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งจะส่งผลกับการทำงานและชีวิตประจำวัน

สำหรับไทยโครงข่ายจะมุ่งไปที่ไอพี แพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายมือถือ ทีวี หรือโทรศัพท์พื้นฐาน ส่วนการนำไปใช้งานจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเป็นหลัก ในแง่ของการพัฒนาที่จะได้เห็นคือโครงข่ายหลักจะเป็นเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือไฟเบอร์ออปติกทั้งหมด ส่วนที่เป็นสายทองแดงที่เข้าถึงผู้บริโภคจะต้องเป็นไฟเบอร์ทูโฮม แต่ตรงนี้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ในแง่ผู้กำกับดูแลก็อยากเห็นบริการใหม่ๆ จะเป็นผู้ให้บริการ และมีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง เพราะจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์

นายสรรชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า การขยายตัวของฟิกซ์บรอดแบนด์จะโตช้า เพราะต้องลงทุนสูง ต้องเดินสายไฟเบอร์ทูโฮม ขณะที่ประชากรมีความต้องการเข้าอินเทอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนมีการคาดการณ์กันไว้ว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ผู้ใช้โมบาย บรอดแบนด์จะมากกว่าฟิกซ์บรอดแบนด์

แนวโน้มในไทยก็เช่นกัน ปัจจุบันไทยมีประชากรประมาณ 18 ล้านครัวเรือน การใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 15 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้มีการใช้บรอดแบนด์เพียง 1.5 ล้านคน เนื่องจากแลนด์ไลน์เข้าไม่ถึง

ด้านการให้บริการของโอเปอเรเตอร์ สุดท้ายจะแข่งขันกันที่ความเร็ว ขณะที่อุปกรณ์สื่อสารที่เป็นเครื่องลูกข่าย ราคาจะถูกลงเฉลี่ยไตรมาสละ 12% ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้อุปกรณ์ที่เป็นไวร์เลสได้มากขึ้น

ผู้บริหารเอไอเอสเชื่อว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอนาคตประเทศไทยไปที่เทคโนโลยี HSPA ทั้งความถี่ในย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในรูปแบบของ 3G แต่การลงทุนของโอเปอเรเตอร์คงไม่ทำทั่วประเทศ จะมุ่งไปที่หัวเมืองใหญ่ และอำเภอรองลงไปเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ หากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือกทช. ให้ใบอนุญาต หรือไลเซนส์ 3G ความถี่ 2100 เมกะเฮิตรซ์ ผู้ให้บริการก็จะเน้นลงทุนในเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นเท่านั้น เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑล เชียงใหม่ เป็นต้น เพราะการทำ 3G ย่านความถี่ดังกล่าว หากลงทั่วประเทศต้องใช้งบประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องลงสถานีฐานจำนวนมาก เพราะด้วยศักยภาพการทะลุทะลวงของความถี่ย่านนี้แค่ตึกบังสัญญาณก็ไม่มีแล้ว ขณะที่การลงทุนเทคโนโลยีไวแมกซ์ ก็จะเป็นจุดๆ ไป เช่น หมู่บ้านแถบชานเมืองที่แลนด์ไลน์เข้าไม่ถึง

ด้านนายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) กล่าวถึงการพัฒนาของอุปกรณ์สื่อสาร หรือดีไวซ์ต่างๆ ว่า การใช้งานโดดๆ ของดีไวซ์ก็มีประโยชน์อยู่แล้ว พอมีการนำมาผสมผสานเข้ากันกับเทคโนโลยีอื่นๆ ยิ่งทำให้ได้ประโยชน์แบบทวีคูณ

สำหรับการพัฒนาการของอุปกรณ์สื่อสารจะแบ่งออกเป็น 2 ฟากคือ 1.ฟากพีซีที่มีการพัฒนาให้เครื่องเล็กลง มีสปีดที่เร็วขึ้น จนเป็นโน้ตบุ๊ก และใส่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือไว-ไฟเข้าไป จนทำให้การสื่อสารมีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ความฝันของผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารคืออยากให้ผู้บริโภคมีพีซีติดตัวไปได้ทุกทีทุกเวลา จนมีการพัฒนาเครื่องที่เรียกว่าอัลตรา โมบาย พีซี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะเป็นพีซีที่สามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลา 2.ฟากมือถือที่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการทั้งหมดประมาณ 50 กว่าล้านราย และได้มีการพัฒนาเครื่องลูกข่ายที่นำเทคโนโลยีของพีซีผสมผสานเข้ามือถือ จนออกมาเป็นพีดีเอ โฟน ซึ่งสามารถรองรับบริการ 3Gได้

ส่วนการใช้งานดีไวซ์ ลูกค้าจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักคือ 1.คอนซูเมอร์ซึ่งผู้ผลิตเครื่องลูกข่ายฝันกันไว้ว่า อยากเห็นผู้ใช้มือถือปัจจุบันกว่า 50 ล้านราย หันมาใช้เครื่องที่เป็นพีดีเอ โฟน แทนเครื่องลูกข่ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงได้มีการใส่ฟังก์ชันต่างๆ เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบันเทิง จีพีเอส เทคโนโลยีเอดจ์ เป็นต้น 2.คอมเมอร์เชียล ที่ใช้กับธุรกิจ โดยการทำแทร็กกิ้ง ซิสเต็มที่ติดตามรถ และมีการพัฒนาเครื่องลูกข่ายที่ติดตามตัวบุคคลได้ด้วย เช่น การทำงานของเมสเซนเจอร์ ที่เน้นเรื่องของความสะดวก รวดเร็วในการทำธุรกรรมต่างๆ

การเชื่อมระบบคอมพิวเตอร์ผ่านโครงข่ายมือถือ จะทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการทำธุรกิจรูปแบบต่างๆ

นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี ไทยแลนด์ กล่าวว่า แนวโน้มของการพัฒนาตัวดีไวซ์จะต้องรองรับการให้บริการในรูปแบบต่างๆ ได้ แต่ที่สำคัญคือการดีไซน์เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ สำหรับพีดีเอ โฟน หลายอย่างได้มีพัฒนาคือ 1.เป็นมือถือที่ใช้งานง่าย 2.คุณภาพของเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่ามือถือทั่วๆ ไป 3.ต้องมีแบ็กอัป เพื่อไม่ให้ผู้ใช้เกิดความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่มีอยู่ 4.ดีไซน์มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น

แนวโน้มของการสื่อสารไทยถูกพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ทุกค่ายพยายามโปรโมตเรื่องการใช้ดาต้า เครื่องลูกข่ายจึงมุ่งเน้นที่การใช้งานด้านข้อมูล หรือเป็นเครื่องโมบาย อินเทอร์เน็ต ซึ่งทุกอย่างต้องไปที่ออล อิน วัน โมบิลิตี

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กรกฎาคม 2551 10:09 น.

20 กรกฎาคม 2551, 22:12 | ข่าว 3G



"ทีโอที"ลุยอีออกชั่น4,700ล้าน รุกขยายเครือข่ายบรอดแบนด์

"ทีโอที" เตรียมเปิดอีออกชั่นโครงการ ไอพีบรอดแบนด์ 4,700 ล้าน มั่นใจอีก 6 เดือนเดินหน้าติดตั้งได้ทันที พร้อมตั้งทีมทำแผนธุรกิจ 3G ขณะที่การสรรหา "ซีอีโอ" ได้ข้อยุติแบบไม่พลิกโผ "วรุธ สุวกร" ผ่านฉลุย

นายระเฑียร ศรีมงคล กรรมการและโฆษกคณะกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด (11 ก.ค.) อนุมัติหลักการให้มีการจัดประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีออกชั่น) ในโครงการติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีไอพี หรือไอพี บรอดแบนด์ มูลค่า 4,700 ล้านบาท หลังจากโครงการนี้ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อ 11 ก.ย.2550 ได้มอบหมายฝ่ายบริหารทำร่างกำหนดเงื่อนไขทางเทคนิค (ทีโออาร์) โครงการนี้ เพื่อให้สามารถได้ผู้ชนะประกวดราคา พร้อมทำสัญญาได้ภายใน ธ.ค.ศกนี้

นอกจากนี้ บอร์ดทีโอทียังได้มอบหมายนายวรุธ สุวกร รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการทำแผนธุรกิจ 3G ร่วมกับนายวิเชียร นาคสีนวล และนายชาครีย์ ทรัพย์พระวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที หลังจากได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการโอนสิทธิและหน้าที่ในคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 1900 MHz. กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเร่งการทำแผนธุรกิจดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนนำเสนอแผนให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาในครั้งถัดไป

"ช่วงนี้ต้องถือว่าทีโอทีได้เปรียบเรื่องคลื่น 3G ที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว หาก สามารถเปิดให้บริการให้ก่อนโอเปอเรเตอร์รายอื่น" นายวิเชียรกล่าว และว่า

ส่วนหนี้ของไทยโมบายที่มีกว่า 6,700 ล้านบาทนั้น ไม่มีผลกระทบกับการทำธุรกิจทั้งของทีโอทีและไทยโมบายแต่อย่างใด เนื่องจากหนี้กว่า 4,000 ล้านบาท มีทีโอทีเป็นเจ้าหนี้ ซึ่งเมื่อทีโอทีเป็นเจ้าของก็ไม่ต้องจ่ายคืนในส่วนนี้ ที่เหลือเป็นหนี้ค่าเช่าระบบใบแจ้งหนี้และลูกค้าสัมพันธ์ที่ค้างชำระให้บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) และเป็นคดีความอยู่ในชั้นศาล

โฆษกบอร์ดทีโอทีกล่าวเสริมว่า หนี้ในส่วนของทีโอทีถือว่าเป็นเงินลงทุน จึงไม่กระทบกับกระแสเงินสดของทีโอที ขณะเดียวกันทีโอทีก็ไม่ได้ลำบากที่จะลงทุนทำ 3G เพราะสามารถทำเป็นโครงการขอกู้ได้ เมื่อมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งเหตุผลที่ให้นายวรุธ สุวกร เป็นหัวหน้าคณะทำงานในครั้งนี้ เนื่องจากกำลังจะต้องทำหน้าที่ซีอีโอของบริษัท มีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อไป

"ในการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ผ่านมา นายวรุธเป็นผู้ที่มีคะแนนสูงสุด และคณะกรรมการสรรหาได้เห็นชอบเสนอชื่อให้บอร์ดพิจารณา ที่ประชุมบอร์ดครั้งนี้จึงเห็นชอบให้เจรจาเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขในสัญญาจ้าง เพื่อนำข้อสรุปเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เห็นชอบในสัญญาจ้าง ก่อนนำกลับมาให้บอร์ดทีโอทีอนุมัติทำสัญญาจ้างต่อไป คาดว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในปลาย ก.ค.นี้"

นอกจากนี้บอร์ดยังมีมติให้ยกเลิกระเบียบที่ว่าด้วยการทดลองงานเป็นระยะเวลา 3 เดือนของระดับรองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่และระดับผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ เพื่อตัดปัญหาที่จะต้องคงตำแหน่งเดิมไว้เผื่อรองรับ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าก่อนการแต่งตั้งโยกย้ายได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

ขณะเดียวกันยังอนุมัติการเช่ารถยนต์จำนวน 8 ประเภท เพื่อใช้ในกิจการของ ทีโอทีทั่วประเทศ วงเงิน 786,459,780 บาท เป็นจำนวน 1,448 คัน โดยมีสัญญาเช่า 3 ปี ซึ่งจำนวนนี้เป็นยอดหลังจากที่บอร์ดได้ให้ฝ่ายบริหารกลับไปทบทวนใหม่ครั้งหนึ่งแล้ว

วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4019 (3219) ประชาชาติธุรกิจ

20 กรกฎาคม 2551, 17:23 | ข่าว 3G



จาก "กล่องดำ" บนมือถือถึง 3G ถึงเวลาของ "โมบายบรอดแบนด์"

เมื่อเร็วๆ นี้ "เอชทีซี" เป็นโต้โผใหญ่จัดสัมมนาในหัวข้อ "วินโดวส์โมบาย โมบิลิตี้ เทคโนโลยี แอนด์ พีดีเอโฟน อินโนเวชั่น 2008" เชิญกูรูในวงการสื่อสารไทยมาอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วินโดวส์โมบาย และแนวโน้มของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะมาในอนาคตอันใกล้

โดยบริษัทหลายรายต่างให้ความสนใจขนทัพสินค้าจากบริษัทตนที่สามารถทำงานบนวินโดวส์ โมบายได้มาอวดโฉมกันทั่วหน้า เช่น บริษัท ดี.ที.ซี เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด เจ้าของเทคโนโลยีแทร็กกิ้ง ขนโซลูชั่น "ดีทีซี พีดีเอ แทร็กกิ้ง ซิสเต็ม" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของระบบแทร็กกิ้งที่ลงมาอยู่บนมือถือ

โซลูชั่นแทร็กกิ้ง (Tracking system) หรือระบบติดตามอัจฉริยะที่ทำให้ทราบตำแหน่ง และเส้นทางการเคลื่อนที่ของผู้ใช้งานได้ด้วยระบบ GPS และส่งข้อมูลผ่าน GPRS เพื่อแสดงผลในเว็บไซต์ ปัจจุบันได้พัฒนาให้นำมาใช้บน "พีดีเอโฟน" ได้แล้ว โซลูชั่นนี้จึงไม่ใช่แค่ "กล่องดำ" ธรรมดาๆ ที่ติดอยู่ในรถเพื่อใช้ในธุรกิจขนส่ง, อุตสาห กรรมการผลิต, ธุรกิจรถเช่า อีกต่อไป

บริษัทหลายแห่งจึงเริ่มนำ "พีดีเอโฟน" ที่รองรับ Tracking system มาใช้อย่างแพร่หลายขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่มีพนักงานต้องเดินทางไปพบลูกค้าตลอดเวลา เพราะโซลูชั่นดังกล่าวมีความสามารถในการแกะรอยตรวจสอบเส้นทางการเดินทางย้อนหลังของผู้ใช้งาน เรียกดูข้อมูล และควบคุมการใช้งานได้ง่ายมาก

"ณัฐวัชร์ วรนพกุล" ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอชทีซี ไทยแลนด์ กล่าวว่า แนวโน้มของพีดีเอโฟนในอนาคตจะเป็นมัลติฟังก์ชัน ที่เรียกว่า "ICE" คือ เป็นอุปกรณ์ที่มีทั้ง information, communica tion และ entertainment ในเครื่องเดียวกัน โดยผสมผสานหลอมรวมการใช้งานด้านเสียง ข้อมูล และมัลติมีเดีย มาไว้ด้วยกัน

"แม้อุปกรณ์และโซลูชั่นใหม่จะถูกพัฒนาไปไกลมากเพียงไร ถ้าไม่มีเครือข่ายมารองรับก็ถือว่าศูนย์เปล่า ประเทศเพื่อนบ้านเรา มี 3G แล้ว ถึงแม้ว่าเราจะช้ากว่า แต่คงตามทัน เพราะทุกโอเปอเรเตอร์กำลังพัฒนาเครือข่ายของตนให้รองรับ 3G ทิศทางของเทคโนโลยีนี้มีมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปีนี้ก็ยังเป็นโมบายอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเอดจ์ และในอนาคตจะเป็น HSPA หรือ 3G โดยทุกอย่างจะเป็นออล-อิน-วัน โมบิลิตี้"

"ณัฐวัชร์" เชื่อว่า ผลพวงที่ตามมาหลัง 3G เปิดให้บริการจะช่วยกระตุ้นให้ตลาด พีดีเอโฟนในไทยที่ปัจจุบันมี 3.6 แสนเครื่องกระเตื้องขึ้นได้บ้าง เพราะ 3G ทำให้การใช้แอปพลิเคชั่น หรือโซลูชั่นใหม่ๆ ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เรียกว่าทำให้ใช้พีดีเอโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับราคามากขึ้น

"พีดีเอโฟนจะโตเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ เครือข่ายเป็นสำคัญ แม้ 3G มาก็อาจไม่ได้ทำให้ตลาดโตหวือหวานัก เพราะไม่ใช่ทุกพื้นที่ต้องการใช้งาน แต่จะกระจุกอยู่เป็นพื้นที่มากกว่าแต่ทำให้ใช้ประโยชน์จากพีดีเอโฟนได้มากขึ้น เพราะรองรับวินโดวส์โมบายจึงใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วขึ้นมาก"

"ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ" ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย และพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กล่าวว่า นอกจากบรอดแบนด์ที่กำลังมาแล้ว แนวโน้มต่อไปของการพัฒนาด้านเทคโนโลยี คือการหลอมรวมกันของอุตสาหกรรมโทรคมมนาคม ไอที และการกระจายภาพ-เสียง เช่น อุปกรณ์ที่รองรับ GPS+MP3+PDA ในเครื่องเดียวกัน หรืออินเทอร์เน็ต+ทีวี+คอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมถึงการหลอมรวมบริการฟิกซ์ไลน์ มือถือ และวิทยุโทรศัพท์ในอนาคต

"แอนดรูว์ แมคบีน" ผู้บริหารจากค่าย ดีแทค กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการลงทุนพัฒนาเครือข่ายเข้าสู่ระบบ 3G โดยการเปลี่ยนผ่านจากระบบ จีเอสเอ็มมาสู่ 3G ประกอบด้วยกฎเกณฑ์เรื่องความถี่ การสร้างเครือข่าย การพัฒนา แอปพลิเคชั่น คอนเทนต์ และการตอบสนองของผู้บริโภค คาดว่าจะใช้เวลาอย่างต่ำ 3 ปี ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ โดยในปีแรกจะเป็นการลงทุนด้านโครงสร้าง ปีที่ 2 พัฒนาแอปพลิเคชั่น คอนเทนต์ และปีสุดท้ายนำเข้าสู่ตลาดทั่วไป

"บรอดแบนด์อย่าง HSPA จะช่วยให้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกคน เพราะไทยมี ADSL น้อยมาก ส่วนตลาดกลุ่มธุรกิจ บรอดแบนด์เป็นสิ่งแรกที่ช่วยให้มีบริการใหม่ๆ เกิดขึ้น มือถือจะถูกนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น แม้แต่การใช้งานของ เอสเอ็มอีจะเริ่มหันมาใช้ประโยชน์จาก บรอดแบนด์ในการทำธุรกิจมากขึ้น"

จากสถิติในประเทศไทย พบว่าปัจจุบันมีเพียง 15 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต แต่มีผู้ใช้โมบายบรอดแบนด์จริงๆ 1.5 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 ล้านคนใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยสิ่งที่คนใช้งานต้องการ คือ แบนด์วิทที่สูงขึ้น สามารถดูวิดีโอ หรือเล่นเกมได้ ในอีก 2-3 ปีจากนี้ ทุกความถี่ที่มีการใช้งานจะถูกพัฒนาเป็น HSPA หรือ 3G ทั้งหมด อุปกรณ์มีความหลากหลายให้เลือกใช้มากขึ้น และจะมีราคาถูกลงเฉลี่ย 12% ทุกไตรมาส

ด้าน "สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล" หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า 3G ไม่ได้ทำให้การใช้งานด้านเสียงดีขึ้น แต่มีความสามารถทำให้การส่งเดต้าดีขึ้น เร็วขึ้น และเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาทดแทนฟิกซ์บรอดแบนด์ที่กำลังโต ช้าลง

"ประชากรยังต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การลงทุนเดินสายไฟเบอร์ทูโฮมมีราคาแพง ไม่คุ้ม ดังนั้นโมบายบรอดแบนด์จะเข้ามาทดแทน อีกไม่เกิน 4 ปีคงไม่มีโอกาสเห็นฟิกซ์บรอดแบนด์ขยายตัวมากขึ้นอีกแล้ว จะเป็นไวร์เลสเข้ามาแทนที่"

โมเดลการลงทุนเครือข่ายไร้สายในประเทศไทยนั้น เครือข่ายใหญ่ที่คลุมทั้งประเทศ คือ จีเอสเอ็ม ด้วยเทคโนโลยี "เอดจ์" ส่วน 3G ความถี่ 2.1 เมกะเฮิรตซ์ จะเน้นลงทุนตามเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น เช่น กทม. ปริมณฑล เชียงใหม่ ส่วนไวแมกซ์จะลงเป็นหย่อมๆ ย่านชุมชนในหมู่บ้าน โรงพยาบาล เป็นต้น

"3G น่าจะเกิดใน 2-3 ปีนี้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ คือ รอใบอนุญาต ส่วนการพัฒนาด้านอุปกรณ์ และแอปพลิเคชั่น พร้อมอยู่แล้ว ถ้าไลเซนส์ได้โอเปอเรเตอร์ทุกรายก็พร้อมดำเนินการได้ทันที"

วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4019 (3219) ประชาชาติธุรกิจ

20 กรกฎาคม 2551, 17:23 | ข่าว 3G



ดีแทคร้องกสทแยกเรื่องกับทรูมูฟ ส่งเรื่องกทช.ขอบินเดี่ยวอัปเกรด 3G

ดีแทคทนไม่ไหว กทช.ไม่อนุมัติอัปเกรดความถี่ 850 MHz ให้บริการ 3G สักที เตรียมส่งเรื่องให้กสท ทำหนังสือแยกเรื่องระหว่างการนำเข้าอุปกรณ์อัปเกรด 3G กับการขยับคลื่นความถี่ให้ทรูมูฟส่ง กทช.ใหม่ ชี้ที่ผ่านมากสททำหนังสือฉบับเดียวรวม 2 เรื่อง ทำให้ กทช.ไม่กล้าอนุมัติเพราะเกรงปัญหาสัญญาสัมปทานและติดพ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐกับเอกชน ธนา’ชี้การลงทุน 3G ช่วยเยียวยาเศรษฐกิจได้ในเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการลงทุนเมกะโปรเจกต์ด้านอื่นในอนาคต

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นหรือดีแทคกล่าวว่าภายในสัปดาห์หน้าดีแทคจะส่งหนังสือถึงคณะกรรมการ(บอร์ด ) บริษัท กสท โทรคมนาคม เพื่อขอให้บอร์ดกสท พิจารณาส่งหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แยกเป็น 2 ฉับบ คือจดหมายสำหรับขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์อัปเกรดคลื่นความถี่ 850 MHz เป็นระบบ 3Gด้วยเทคโนโลยี HSPA ของดีแทค และอีกฉบับหนึ่งสำหรับการขยับคลื่นความถี่ 850 MHzให้บริษัททรูมูฟนำไปอัปเกรดให้บริการ 3G เช่นเดียวกับดีแทค

ดีแทคต้องดำเนินการร้องขอให้บอร์ด กสท แยกหนังสือที่ยื่นไปยังกทช. ออกเป็น 2 ฉบับจากเดิมที่รวมไว้ฉบับเดียวเพื่อให้การดำเนินการอัปเกรดความถี่ของดีแทคดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และ กสท ก็จะไม่เสียโอกาส เพราะขณะนี้ทางฝั่งทีโอทีดำเนินการด้าน 3Gนำหน้า กสท ไปมากแล้ว’นายธนากล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กสท ได้ส่งหนังสือถึงกทช.ฉบับเดียวรวมเรื่องการขออัปเกรดความถี่เดิมและขยับความถี่ให้ทรูมูฟ ทำให้การพิจารณาอัปเกรดดีแทคล่าช้ามาเป็นระยะเวลานาน เพราะขั้นตอนการพิจารณาขยับคลื่นให้ทรูมูฟต้องใช้เวลาเพราะต้องพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้สัมปทานเดิมหรือไม่เนื่องจากสัมปทานเดิมทรูมูฟได้รับจัดสรรคลื่นความถี่1800 MHz สำหรับให้บริการอีกทั้งยังจะต้องมีการพิจารณาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการร่วมทุนรัฐกับเอกชนประกอบด้วย

ส่วนการพิจารณาให้อนุญาตนำเข้าอุปกรณ์อัปเกรดความถี่850 MHz ของดีแทคนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลานาน เนื่องจากเป็นการดำเนินการภายใต้สัมปทานเดิมเพราะดีแทคได้รับสัมปทานคลื่น 850 MHz และ1800 MHz เพื่อให้บริการอยู่แล้วและขั้นตอนการดำเนินงานเหมือนกันกับกรณี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ดำเนินการอัปเกรดความถี่ 900 MHz เป็นระบบ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ซึ่งหากแยกหนังสือออกเป็น 2 ฉบับคาดว่า กทช.จะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์เท่านั้น

การที่กสท ส่งหนังสือถึง กทช.ฉบับเดียวรวม 2เรื่องคือการอัปเกรด 3Gของดีแทค และขยับคลื่นความถี่ให้ทรูมูฟนั้นไม่ได้เป็นเรื่องจงใจ เพราะบอร์ดกสทมีมติให้ดำเนินการแยกกัน เพียงแต่ฝ่ายบริหารคิดว่าน่าจะรวมกันได้ แต่เมื่อเป็นอย่างนี้ การแยกเรื่องกันจะทำให้กทช.พิจารณาเรื่อง 3G ของดีแทคได้เร็วขึ้น

นายธนากล่าวต่อว่า การลงทุน 3G จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศดีขึ้น ซึ่งขณะนี้สิ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้นต้องพึ่งการลงทุนเมกะโปรเจกต์ แต่การลงทุนเมกะโปรเจกต์ด้านการขนส่งยังไม่สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาอันใกล้ เพราะต้องมีขั้นตอนการประมูลนาน ดังนั้นการลงทุน 3G จะเป็นการลงทุนที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วมากที่สุด

สำหรับการประชุมบอร์ด กทช. เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถอนุมัติให้ ดีแทคและทรูมูฟนำเข้าอุปกรณ์เพื่อให้บริการ 3Gบนคลื่นความถี่เดิมได้เนื่องจาก กสท เจ้าของสัญญาสัมปทาน ยังส่งรายละเอียดมาไม่ครบถ้วน เนื่องจากกทช.ต้องการทราบรูปแบบการโอนคลื่นความถี่ 850 MHz จากกสทให้กับทรูมูฟว่าเป็นการโอนในรูปแบบใด มีการจ่ายค่าสัมปทานตามเดิม และดำเนินการตามขั้นตอนของพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 คือ ผ่านคณะกรรมการตามมาตรา 13 สำหรับทรูมูฟ และมาตรา 22 สำหรับดีแทครวมทั้งเสนอให้ครม. พิจารณาด้วยหรือไม่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2551 12:06 น.

16 กรกฎาคม 2551, 22:39 | ข่าว 3G



TOT ลุย 3G ด้วยบิสิเนสโมเดล MVNO

ทีโอทีพร้อมลุย 3G เผยแผนธุรกิจแบบ MVNO ทำตัวเป็น Network และ Service provider เปิดหาพันธมิตรทำการตลาด และลุยทำการตลาดเองในปีที่ 3 เผยต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี “ธีรวุฒิ” ระบุเฟสแรกยอมควักทุนเอง 3 พันล้านลง 3Gบนเครือข่ายเดิม 500 สถานีฐาน เห็นผลใน 3 เดือนหลังโอนคลื่นเสร็จ วงในระบุ “วรุธ สุวกร” เข้าวิน กจญ.ทีโอทีเรียบร้อย

แหล่งข่าวทีโอทีเปิดเผยว่าภายหลังจากรับการโอนคลื่นและรายงานต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) และบอร์ด รับทราบเพื่ออนุมัติแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้วทีโอทีตั้งเป้าเปิดบริการภายใน 8-10 เดือน โดยทีโอทีดำเนินการแผนธุรกิจในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operrator) ซึ่งจะทำตัวเป็น Network และ Service provider หาพันธมิตรทางธุรกิจทำการตลาด โดยปีที่ 3 ทีโอทีจะเริ่มทำการตลาดขายด้วยตัวเอง

สำหรับเงินลงทุนนั้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยใช้เงินกู้ยืมระหว่างรัฐต่อรัฐ (G2G) ส่วนโครงสร้างองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ จะใช้ เอซีทีโมบาย เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากมีความคล่องตัว เพราะได้รับการยกเว้นจากครม.ไว้แล้ว และจะเปิดโอกาสบุคลากรของทีโอทีและบุคลากรภายนอกที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานด้วย

ทั้งนี้เรื่องพันธมิตรนั้นจะต้องมีการดำเนินการทำ TOR และหลักเกณฑ์เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และลูกค้าไทยโมบายเดิมทั้งหมดจะได้รับสิทธิโอนเข้าใช้โครงข่าย 3G ทันที และยังจะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าเหล่านั้นด้วย

อย่างไรก็ดี การที่ทีโอทีวางตัวเองเป็น Network Operrator เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมือถือรายอื่นๆสามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการให้บริการ และการที่ทีโอทีได้ทำ 3Gเป็นรายแรกเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถเสนอบริการได้ก่อนผู้ประกอบการรายอื่น

วานนี้(10 ก.ค.2551) ทีโอที ได้ลงนาม MOU ซื้อคลื่น 1900 MHz จากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนจ่ายเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีเป็นพยาน

นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) หรือ ทีโอที เปิดเผยในเบื้องต้นทีโอทีวางงบประมาณการลงทุน 3Gบนคลื่นความถี่ 1900 MHz แรกราว 2,000-3,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการอัปเกรดสถานีฐานเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 500 สถานีซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจะเน้นหนักในเมืองอุตสาหกรรมอย่างจังหวัดชลบุรี สำหรับเงินลงทุน 3Gให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทยทั้งหมดเบื้องต้นประเมินว่าต้องใช้เงินราว 2.5-3 หมื่นล้านบาท

“เฟสแรกเราจะใช้เงินลงทุนของทีโอทีลงทุนไปก่อนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการลงทุนไม่ให้ประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศลาวและเขมร ซึ่งเงินที่ใช้ในการลงทุนดังวกล่าวจะมาจากทีโอทีเอง หลังจากนั้นทีโอทีจึงจะทำแผนงบประมาณการลงทุนก้อนใหญ่ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และสภาพัฒน์”นายธีรวุฒิกล่าว

ทั้งนี้เบื้องต้นลูกค้า 3G จะเป็นลูกค้าเดิมที่ใช้งานไทยโมบายจำนวน 6 หมื่นรายก่อนเป็นกลุ่มแรกเพื่อเป็นการตอบแทนแก่ลูกค้ากลุ่มนี้ โดยทีโอทีจะสามารถดำเนินการให้บริการ 3Gได้ภายใน 3 เดือนหลังจากมีการโอนย้ายคลื่นความถี่1900 MHz ให้ถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2551 ซึ่งระหว่างการดำเนินการโอนคลื่นทีโอทีจะดำเนินการวางแผนธุรกิจการลงทุน 3G ควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ดี ในส่วนตัวแล้วต้องการเปลี่ยนชื่อกิจการร่วมค้าไทยโมบายใหม่เป็น ทีโอทีโมบาย เพื่อลบภาพลักษณ์ความผิดพลาดเดิมที่ผ่านมาให้หมดไป และต้องการเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด ตั้งแต่ชื่อบริษัทไปจนถึงพนักงาน แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้จะต้องรอความเห็นชอบจากบอร์ดเสียก่อน

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการสัมภาษณ์ผู้ลงสมัครกรรมการผู้จัดการใหญ่เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ผลสรุปแล้วว่านายวรุธ สุวกร เป็นผู้ผ่านการสัมภาษณ์ และมีคะแนนนำนายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำเสนอชื่อขอมติเห็นชอบจากบอร์ด และต่อรองอัตราค่าจ้างแต่คาดว่าจะไม่ทันเข้าบอร์ดในวันที่ 11 ก.ค.นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2551 12:28 น.

14 กรกฎาคม 2551, 01:54 | ข่าว 3G



กสทไม่อนุมัติความถี่ย่าน 850MHz ให้ดีพีซี ผิดสัญญาไม่ยอมขยายเครือข่าย-ฐานลูกค้า

บอร์ดกสทสั่งการให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่างหนังสือชี้แจงเหตุผลไม่จัดสรรคลื่น 850 MHzให้ดีพีซี ต่อ รมว.ไอซี ระบุเป็นเพราะดีพีซีไม่ยอมขยายลูกค้าและเครือข่ายตามสัญญา เผยมีฐานลูกค้าในมือเพียง 81,000 ราย อีกทั้งได้รับคลื่น 900 MHz จากทีโอทีไปดำเนินการแล้ว พร้อมอนุมัติขายหุ้นไทยโมบายตามนโยบาย “มั่น”

พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญโฆษกคณะกรรมการ (บอร์ด)บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า บอร์ดได้สั่งการให้นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไปร่างหนังสืออธิบายถึงเหตุที่ กสทไม่อาจจัดสรรคลื่นความถี่ 850 MHz ให้บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี บริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เวอร์วิส หรือเอไอเอส เช่นเดียวกับที่อนุมัติให้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ แก่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที และ และดีพีซี

“กรณีที่ดีพีซีทำหนังสือร้องเรียนถึงรมว.ไอซีที เรื่องที่กสท ไม่อนุมัติคลื่นความถี่ 850 MHz ให้ไปดำเนินการอัปเกรดด้วยเทคโนโลยี HPDA ให้บริการ 3G บอร์ดกสท จึงมีสั่งการให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ไปร่างหนังสืออธิบายเหตุผลเป็นรายลักษณ์อักษรชี้แจงไปยังรมว.ไอซีที และดีพีซี”

เหตุผลที่ กสท ไม่สามารถอนุมัติคลื่นความถี่ 850 MHz ไปดำเนินการได้นั้นเป็นเพราะที่ผ่านมาดีพีซีไม่ยอมดำเนินการขยายฐานลูกค้าให้เป็นไปตามสัญญาสัมปทานที่ทำร่วมกัน อีกทั้งยังไม่ยอมดำเนินการขยายจำนวนสถานีฐานสัญญาด้วย ซึ่งปีที่ผ่านมา กสท ได้ทำหนังสือท้วงถามเรื่องนี้ไปยังดีพีซี แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆกลับมา

อย่างไรก็ดี ดีพีซีส่งมอบส่วนแบ่งรายได้เข้ากสท เป็นสัดส่วนต่ำมากเนื่องจากมีจำนวนลูกค้าสิ้นสุดเดือนมี.ค.เพียง 81,000 ราย ในขณะที่ดีแทคมีลูกค้าจำนวน 18.25 ล้านราย และทรูมูฟมีฐานลูกค้า 12.49 ล้านราย

ส่วนจำนวนสถานีฐานที่ดีพีซีหยุดขายตั้งแต่ปี 2550 ทำให้มีจำนวนสถานีฐานอยู่เพียง 2,989 สถานีฐาน มีการโอนทรัพย์สินให้แก่กสท จำนวน 10,135 ล้านบาท แต่ดีแทคมีการขยายสถานีฐานต่อเนื่องทำให้มีจำนวนสถานีฐานรวมแล้วทั้งสิ้น 8,804 สถานีฐาน โอนทรัพย์สินให้กสทแล้วทั้งสิ้น 60,896 ล้านบาท และทรูมูฟ ที่มีการขยายจำนวนสถานีอย่างต่อเนื่องเช่นกันทำให้มีจำนวนสถานีฐานทั้งหมดในขณะนี้ 5,399 สถานีฐาน มีการโอนทรัพย์สินให้กสทแล้ว 24,255 ล้านบาท

“ที่ผ่านมาดีพีซีสร้างรายได้ให้แก่ กสท น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบ กับ ดีแทค และทรูมูฟ โดยมีลูกค้าอยู่จำนวนน้อยราย และยังไม่ขยายเครือข่ายให้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา จนกสทเคยทำหนังสือท้วงถามไปแล้วเมื่อปีก่อนแต่เรื่องก็ยังเงียบ ประกอบกับเอไอเอสเองก็ได้รับสิทธิอัปเกรดคลื่นความถี่ 900 MHz จากทีโอทีไปแล้ว”

พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กสท ครั้งนี้มีมติยอมขายหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ตามมติที่ประชุมซูเปอร์บอร์ด เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 51 ในสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ 42 % ให้แก่บริษัท ทีโอที ในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนจ่ายเป็นระยะเวลา 5 ปี และทีโอทีจะเป็นผู้รับผิดชอบมูลหนี้ทั้งหมดจำนวน 6,700 ล้านบาท พร้อมทั้งภาษีค่าโอนคลื่นหากมี

“ที่ผ่านมากสท ไม่ยอมขายหุ้นไทยโมบายเนื่องจากระยะเวลาการผ่อนชำระนานเกินไป ซึ่งการมีมติยินยอมครั้งนี้เป็นเพราะทีโอทียอมหดระยะเวลาผ่อนจ่ายลดลงในกรอบที่กสท สามารถรับได้ และยังติดเรื่องการโอนคลื่นระหว่างกันว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้เป็นเรื่องดีที่ ทีโอทีจะสามารถนำไทยโมบายไปพัฒนาได้อย่างเต็มที่”

อย่างไรก็ดี หลังจากมีมติยินยอมขายหุ้นไทยโมบายแล้ว ขั้นตอนต่อไป กสท จะส่งคนไปร่วมกับทีโอทีดำเนินการร่างข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันแล้วหลังจากนั้นก็จะดำเนินการลงนามต่อหน้า รมว.ไอซีที

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2551 11:06 น.

07 กรกฎาคม 2551, 15:18 | ข่าว 3G



ทรูพร้อมลงทุน5พันล้านบริการ 3G ย่าน 850MHz

กลุ่มทรูเตรียมลงทุน 3Gภายในปีหน้า ด้วยงบ 5 พันล้านบาท บนความถี่ 850 MHz รอเพียงกทช.อนุมัติการนำเข้าอุปกรณ์เครือข่าย ขณะเดียวกันยังจัดงบ 40 ล้านบาท เปิด “ทรูมูฟ แฟล็กชิปชอป” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Mobile Convergent Lifestyle ที่ผสานไฮเทค อินเทรนด์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอล ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เชื่อรายได้ใกล้เคียงชอปที่พารากอนที่ทำได้ 5 ล้านบาทต่อเดือน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ประมาณปี 2552 ทรูมีแผนจะลงทุนสำหรับการให้บริการมือถือ 3G ในย่านความถี่ 850 MHz ที่ กสท โทรคมนาคม จัดสรรให้ แต่รอเพียงการอนุมัติ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. ในการนำเข้าอุปกรณ์เครือข่าย ส่วนเทคโนโลยีไวแมกซ์ก็จะมีการจัดงบอีกครั้งหนึ่ง แต่คงไม่มากเท่า 3G และจะเป็นการลงทุนเฉพาะพื้นที่

พร้อมกันนี้ ทรูยังใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท สำหรับการเปิด “ทรูมูฟ แฟล็กชิปชอป” ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ชอปแห่งแรกภายใต้แบรนด์ทรูมูฟ ที่ถูกออกแบบตกแต่งเป็นพิเศษให้เป็นแหล่งนัดพบหรือคอมมูนิตีคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบมือถือไฮเทค เชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิตอลให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ สร้างสีสันให้ชีวิตสนุกและโดนใจมากยิ่งขึ้นด้วยนวัตกรรมสุดไฮเทค พร้อมนำเสนอเทรนด์ใหม่ๆ จากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์มันส์ๆ บนมือถือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดนตรี ทีวี และแฟชั่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Mobile Convergent Lifestyle

ขณะเดียวกันทรูมูฟ แฟล็กชิพ ชอป ยังนำเสนอเรื่องราววิวัฒนาการของการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงอนาคต จัดแสดงไว้ในส่วน Mobile Revolution และอีกไฮไลต์ คือ World Wall ดิจิตอลบิลบอร์ดจัดโชว์ “Art of Live” คอนเทนต์เก๋ๆ จากเหล่าคนดังและทีนไอดอล พร้อมให้ลูกค้าส่งคอนเทนต์ของตัวเอง ทั้ง SMS หรือ MMS ถึงเพื่อนๆ ได้เต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีการจัดรายการสดของคลื่นวิทยุสุดฮอต ทรูมิวสิก เรดิโอ 93.5 FM Live และการถ่ายทอดสดรายการสุดฮิตของช่องทรูมิวสิก ทรูวิชั่นส์ ช่อง 26 ให้แฟนเพลงและแฟนรายการได้ติดตามชมกันสดๆ อย่างใกล้ชิด

นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร ทรู กล่าวว่า ทรูมูฟ แฟล็กชิปชอป เป็นไลฟ์สไตล์ชอปแห่งใหม่ที่ทรูใช้เวลากว่า 2 ปี สำหรับการออกแบบมาสำหรับลูกค้าทรูมูฟโดยเฉพาะ เพื่อให้เป็นแหล่งรวมมิตรภาพ เป็นที่นัดพบของกลุ่มเพื่อนย่านใจกลางเมือง ซึ่งเชื่อว่าด้วยการใช้แฟชั่นสไตล์แนวเทรนดี จะช่วยเชื่อมโยงให้หนุ่มสาวสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำเสนออยู่ในช้อปได้ง่ายๆ และเป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังมีทรูคอฟฟี ฟิลเตอร์ ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟรสเลิศที่มาจากทุกมุมโลก ให้เลือกจิบคู่ไปกับต้นแบบคัพเค้ก 5 รส ที่จัดทำเป็นพิเศษไม่ซ้ำใคร

ทรูมูฟ แฟล็กชิปชอปตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 2 ร้านนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นจะมีการจัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยต่างๆ สอดคล้องกับแคมเปญใหม่สไตล์ “ทรูมูฟ...มูฟไกล ให้ชีวิตใกล้กัน”

สำหรับ 4 ชั้นของทรูมูฟ แฟล็กชิปชอป ชั้นที่ 1 “Move Forward” สัมผัสประสบการณ์ออนไลน์และโมบายคอนเวอร์เจนต์ด้วยเทคโนยีทันสมัย อาทิ World Wall, hi-speed café, Mobile Revolution, Game Station และบริการชำระค่าบริการต่างๆ ของกลุ่มทรู

ชั้นที่ 2 “Move Your Day” พบปะเพื่อนฝูงในบรรยากาศสบายๆ หอมกรุ่นด้วยกาแฟรสดี คลอด้วยเสียงฮอตติดชาร์ต พบกับ ทรู คอฟฟี, ตื่นตากับ TrueMusic Jukebox, Giant Net Box มันกับลีลาการจัดรายการสดของเหล่าดีเจ TrueMusic Radio 93.5 FM, และ My desk ชั้นที่ 3 “Move Your Style” สนุกไปกับการอัปเดตแฟชั่น ซีดีเพลงใหม่ๆ และ Gadget สุดฮิป ชั้นที่ 4 “Feel Move” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งและชมการถ่ายทอดสดของ TrueMusic Television และชิลๆ กับอีกมุมมองหนึ่งของสยาม กับ Jump Street

ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความเป็นไลฟ์สไตล์ชอปแห่งนวัตกรรมทันสมัย ทรูมูฟเอาใจลูกค้าที่ใช้ ทัชซิม ซิมสัมผัสอัจฉริยะ ผ่านบริการทรูมันนี่ ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี RFID ได้มีโอกาสใช้บริการสุดฮิปได้ฟรี ทั้ง TrueMucic JukeBox, Giant Net Box และ Game Station พร้อมทั้งชำระค่าสินค้าและบริการ ทั้งกาแฟและเครื่องดื่มจากทรูคอฟฟีผ่านทัชซิมได้ด้วย

จากการเปิดให้บริการทรูมูฟ แฟล็กชิปชอป ผู้บริหารทรูคาดว่าจะมีผู้เข้าใช้บริการเป็นหลักหมื่นต่อเดือน และคาดว่าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่าชอปที่สยามพารากอนที่ทำได้ 5 ล้านบาทต่อเดือน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2551 13:07 น.

04 กรกฎาคม 2551, 23:25 | ข่าว 3G



เอกชนย้ำ 3G ช้าไทยเสียโอกาสเขมรมีสิทธิแซง

ค่ายมือถือ ระบุลงทุน 3Gล่าช้าทำไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ เขมรอาจแซงหน้าแน่นอน เผยเอกชนพร้อมลงทุนมากว่า 4 ปีแล้ว แต่ภาคนโยบายกลับไม่ขยับ ด้านกทช. หวั่นกฎหมายใหม่ทำแผนกำหนดไลเซนส์ 3Gปลายปีนี้เคลื่อนเพราะหากประกาศในราชกิจจาฯ กทช.จะกลายเป็นเพียงรักษาการ

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สายของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภาว่า เอกชนมีความพร้อมในการลงทุนและให้ 3G ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เพราะไม่มีการออกไลเซนส์ จนไม่รู้จะตอบนักลงทุนต่างชาติว่าจะสามารถเปิดให้เมื่อไหร่ ปัญหาของผู้ประกอบการในขณะนี้ คือ ไม่สามารถลงทุนได้ ทั้งที่มีเงินลงทุน

“ทั้งนี้การเปิดให้บริการช้าส่งผลให้ประเทศเสียโอกาสด้านการลงทุน และทำให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านแทน ที่ผ่านมาเรากลัวกันว่าจะแพ้เวียดนาม แต่ตอนนี้กลับจะถูกกัมพูชาแซงแล้ว ขณะเดียวกันเห็นว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3G ยังไม่มีอะไรชัดเจน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็จะเป็นต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการนำมาคิดรวมกับการให้บริการด้วย โดยเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากการที่นำคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของธุรกิจเข้ามาอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแล ดังนั้นเมื่อคิดอะไรไม่ออกก็ให้มีการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด “นายวิเชียรกล่าว

ทั้งที่ผ่านมาการเติบโตของโทรคมนาคมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากโดยสังเกตได้จากมีผู้วิเคราะห์ว่าหากมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถึง 70% จะส่งผลให้จีดีพี โตขึ้น 0.6% และหากบรอดแบนด์มีผู้ใช้ถึง 5 แสนราย จะทำให้จีดีพีโตขึ้น 3%”

นายอมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเน็กซ์ ดีแทค บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ระบุด้วยว่า ไลเซนส์ 3G เป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะเอกชนต้องใช้เวลาในการสร้างโครงข่ายประมาณ 6-12 เดือน จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงจะเห็นบริการที่เป็น 3Gอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องออกใบอนุญาตให้ได้โดยเร็ว เพราะกว่าจะให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องใช้เวลานาน

ด้านนายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดีย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการประมูลไลเซนส์ 3G แต่จะต้องเปิดให้แข่งขันเฉพาะผู้ประกอบการภายในประเทศเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาก็อาจจะไม่สามารถแข่งขันได้ เพราะมีเงินทุนมากกว่า

นายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ กทช.มีความกังวลในเรื่องของกฎหมายใหม่ที่จะออกมาใช้ เพราะหากมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ กทช.ก็จะเป็นเพียงรักษาการ ซึ่งจะไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนัก และอาจจะกระทบกับการออกใบอนุญาต 3G ให้แก่ผู้ประกอบการทุกรายที่กำหนดไว้ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ด้านนางคนึงจิตร สุริยะธำรงกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้มีการออกใบอนุญาต(ไลเซนส์) 3G แก่ผู้ประกอบการไปหมดแล้ว หากไทยสามารถออกไลเซนส์ได้ มั่นใจว่าผู้ประกอบการเอกชนมีความพร้อมให้บริการอย่างแน่นอน โดยฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตผ่าน 3G ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง 20% และใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)จริงๆประมาณ 7-8% ของประชากรในประเทศเท่านั้น

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ไอซีที ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนปิดการประชุมในวันสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ส่งสภาฯก่อน 180 วัน และส่วนขั้นตอนต่อไปคงต้องรอให้สภาฯเปิดจึงจะมีการพิจารณาแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการของทุกฝ่าย

4 กรกฎาคม 2551 13:03 น. ผู้จัดการ

04 กรกฎาคม 2551, 23:24 | ข่าว 3G



3G เมืองไทย ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายยุค 3G ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในประเทศพัฒนา รวมถึงประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่าง จีน แต่สำหรับประเทศไทย ยังคงต้องร้องเพลงรอกันไปเรื่อยๆ ยิ่งภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองอึมครมอย่างนี้ ฝันจะมี 3Gใช้ยังไกลเกินเอื้อม (คลิกรูปอ่านต่อ)จะให้รอพ.ศ.ไหน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : 3G เป็นโครงการที่เฝ้ารอของบรรดาผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายของไทยที่มีอยู่ไม่กี่เจ้า แต่หลังจากรอคอยมาหลายปี และหลายรัฐบาล หากยังไม่มีความคืบหน้า

นานาปัญหา ติดขัดตั้งแต่การไม่มีกฎเกณฑ์ กติกาใบอนุญาต รวมถึงข้อโต้แย้งระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม และบมจ.ทีโอที ในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ที่ครอบครองคลื่น 1900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ล้มเหลวด้านการตลาด เพราะยิ่งนานวันลูกค้ายิ่งหดหาย

หลายครั้งที่ประชุมร่วมดูเหมือนจะมีบทสรุป แต่ก็ผันเปลี่ยนไป ทันทีที่ออกจากห้องประชุม ก็เปลี่ยนข้อตกลงได้ แม้ล่าสุดวานนี้ (2 ก.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจะออกมาฟันธงให้ทีโอทีเป็นผู้ดำเนินการก็ตาม หากปราศจากตัวแทน กสท รับรู้

เอไอเอสพร้อมทุ่ม 7.5 หมื่นล้าน

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสพร้อมลงทุนเทคโนโลยี 3G บนโครงข่ายใหม่ ซึ่งหากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อนุมัติให้มีใบอนุญาตในปีนี้ ซึ่งเอไอเอสพร้อมลงทุนปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่อง 3 ปี รวม 7.5 หมื่นล้านบาท โดยหากมีออกใบอนุญาตก็จะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น

ปัจจุบันไม่มีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ทั้งไวแม็กซ์ หรือ 3G ขณะที่ประเทศอื่นๆ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็ลงทุนและให้บริการกันไปมากแล้ว ซึ่งการลงทุนนี้ แม้จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ แต่มีแวลลูเชนต่อเนื่อง เกิดการสร้างงานของบริษัทคนไทยในพื้นที่ จึงทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย

ขณะเดียวกัน หากไม่ลงทุนใหม่ทำให้ปัญหาขาดแคลนบริการสื่อสารโทรคมนาคมยังคงขาดแคลนต่อไป แม้แต่รอบนอกกรุงเทพฯ รังสิต คลอง 4 ปทุมธานีเป็นต้นไปยังไม่มีสายโทรศัพท์เข้าถึง ทั้งที่เป็นบริการพื้นฐาน ดังนั้นหากมีบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ประเภทไร้สายก็จะทำให้บริการต่างๆ เข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เมื่อประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ ก็ย่อมส่งผลให้ประเทศเติบโตล่าช้าไปด้วย โดยสิ่งนี้ยังไม่รวมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ประเทศพัฒนาช้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่ถ้าเอไอเอสลงทุนใน 3 ปี จะช่วยเพิ่มศักยภาพการใช้งานมากขึ้น ตลาดนอนวอยซ์ก็จะเติบโต จากลูกค้าเดิมที่ผันไปใช้มากขึ้น

แนะทีโอทีควรให้เอกชนลงทุน

ส่วนทิศทางให้บริการ 3Gนั้น ได้หารือกับทีโอที ซึ่งมีสิทธิบริหารกิจการร่วมค้าไทยโมบาย แต่ยังไม่รับรู้เงื่อนไขใดๆ จากทีโอที หากโมเดลทางธุรกิจส่วนไทยโมบายยังไม่สรุปว่าทีโอที หรือกสท จะบริหารร่วมกันต่อไปหรือไม่ ในแง่ของการจัดซื้อไม่ควรดำเนินการเอง แต่ควรให้เอกชนมาลงทุน ส่วนรูปแบบรายละเอียดความร่วมมือจะเป็นเช่นใด เอไอเอสพร้อมหารือทุกรูปแบบ

"มีผู้มาโจมตีว่าเอไอเอส ไม่สนใจให้บริการ 1900 เมกะเฮิรตซ์นั้นไม่จริงแต่อย่างใด หากทีโอทีได้ดำเนินการ เอไอเอสก็พร้อมมาลงทุน ซึ่งขึ้นกับเงื่อนไขของภาครัฐด้วย ถ้าภาครัฐจะให้บริการโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ เราก็พร้อมหารือ" นายวิเชียร กล่าว

ทั้งนี้ความเสี่ยงของการทำธุรกิจของเอไอเอส ในปัจจุบันคือเรื่องไม่มีแบนด์วิธ เพียงพอให้บริการ 3G ขณะที่ดีพีซีในเครือเอไอเอสเองก็ไม่ได้รับจัดสรรคลื่นจาก กสท เหมือนที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นได้รับ ทั้งที่ดีพีซีจ่ายส่วนแบ่งรายได้ต่อไปให้ กสท กว่า 1 พันล้านบาท และจ่ายตลอดมาเช่นกัน

"กรณีไทยโมบาย ถ้า กทช.เชื่อมั่นในกลไกการแข่งขันก็ต้องปล่อยให้บริการได้ โดยควบคุมที่ใบอนุญาตแทนไม่ให้มีการแข่งขันกันมากไป เพราะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็เจ๊งไป เพราะมีมากเกินไป ถ้าจะคิดค่าออกใบอนุญาตสูงเกินไปก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ถ้ามีคู่แข่ง 3-4 รายจะเหมาะสมกับคลื่นที่มีอยู่" นายวิเชียร กล่าว

ดีแทคย้ำ3Gดันเศรษฐกิจโต

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคมองว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะเติบโตไปไม่ได้ถ้าไม่มีการลงทุน โดยหากเปิดให้ใบอนุญาต 3G ก็จะเข้ามาเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตไปด้วย เพราะอุตสาหกรรมนี้ลงทุนสูง จึงมีธุรกิจต่อเนื่อง

จะเห็นได้จากที่แม้ยังไม่มีการลงทุน 3Gบนคลื่นความถี่ใหม่ แต่ดีแทคก็มีแผนลงทุนสถานีฐานใหม่เพิ่ม 1,500 แห่งที่ล้วนใช้แรงงานท้องถิ่นทั่วประเทศ

ไอซีทีเล็งให้เอกชนเช่าโครงข่าย

แหล่งข่าวกระทรวงไอซีที หน่วยงานกำกับนโยบายทีโอที และกสท กล่าวถึงรูปแบบการให้บริการของไทยโมบายว่า จะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาเช่าใช้โครงข่าย โดยทีโอทีมีสิทธิบริหาร ขณะที่ กสท ยังมีหุ้นอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิบริหาร ซึ่งเมื่อเอกชนบริหารส่งรายได้ตามส่วนแบ่งปีละ 25% ทั้งคู่จะยังได้ประโยชน์ และเอกชนก็ได้ประโยชน์แง่การประหยัดต้นทุน เรียกได้ว่า "วิน วิน" ทุกฝ่าย

ขณะที่แหล่งข่าว บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีได้หารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้วเรื่องการโอนสิทธิบริหารกิจการไทยโมบาย ซึ่งคาดว่าทีโอทีจะบริหารงานอย่างเด็ดขาดได้เอง โดย กสท ไม่มีสิทธิบริหาร

ทั้งนี้ปัจจุบันทีโอทีจัดทำแผนธุรกิจสำหรับไทยโมบายเสร็จแล้ว และมีหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล เช่นถ้ารัฐบาลต้องการให้เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายในรูปแบบโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ (เอ็มวีเอ็น โอ) ทีโอที ก็ได้เตรียมเงื่อนไข วิธีการ ไว้แล้วเช่นกัน

อีกทั้งพร้อมเปิดให้เอกชนทุกรายเสนอแบ่งผลประโยชน์ได้อย่างทัดเทียม ซึ่งคาดจะเสนอสู่การพิจารณาของบอร์ด ทีโอที เพื่อนำเข้าวาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 2-3 เดือน

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 : กรุงเทพธุรกิจ

04 กรกฎาคม 2551, 19:51 | ข่าว 3G



'มั่น'เร่งโอนคลื่น1900หนีม.39 ลุ้นสัปดาห์นี้รู้ผลการจัดสรรหุ้น

"ดร.มั่น" เผยภายในสัปดาห์นี้รู้ผลการจัดสรรหุ้นไทยโมบาย 1900 ระหว่าง กสท-ทีโอที แจงอยู่ระหว่างให้ กทช.พิจารณาการโอนคลื่นความถี่เผยหากล่าช้า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่มีผลบังคับใช้ หน่วยงานทั้งสองจะหมดสิทธิ์โอนคลื่นความถี่

ดร.มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดสรรหุ้นในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย 1900 โดยมีผู้ถือหุ้นคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถือครองหุ้นในสัดส่วน 52% และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จำนวน 48% ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ดำเนินการตรวจสอบเรื่องการโอนคลื่นความถี่ให้กับ บมจ.ทีโอที หากล่าช้าไปกว่านี้แล้วเมื่อกฎหมายใหม่ คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำลังจะเสนอเข้าสู่สภาในเดือนสิงหาคมนี้

อย่างไรก็ตามหาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ก็จะมีผลทำให้หน่วยงานทั้งสองไม่สามารถโอนคลื่นความถี่ดังกล่าวได้เนื่องจากมาตรา 39 ในร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ระบุว่าใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ได้รับใบอนุญาตจะโอนแก่กันมิได้ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง จะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้

ดร.มั่น ยังกล่าวต่ออีกว่าสำหรับนโยบายของกระทรวงไอซีทีในเรื่องของโครงสร้างผู้ถือหุ้นไทยโมบาย 1900 นั้นมีนโยบายชัดเจนแนวทางแรก คือ บมจ. กสทโทรคมนาคม จัดสรรหุ้นให้กับ บมจ.ทีโอที แต่ถ้าหากแนวทางแรกกล่าวคือ บมจ.ทีโอที ไม่ตกลงที่จะซื้อหุ้นคืน แนวทางที่สองคือให้บมจ. ทีโอที จัดสรรหุ้นให้กับ บมจ.กสทโทรคมนาคม

เรื่องนี้ควรจะรีบดำเนินการเพราะปลายปี กทช.ออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ให้กับเอกชนและมีเอกชนรายใหม่เข้ามาอีกหน่วยงานทั้งสองก็จะไม่สามารถแข่งขันได้"

ขณะที่นายสุรนันท์ วงศ์วิทยะกำจร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าวันที่ 3 กรกฎาคมนี้สำนักงาน กทช. จะนำเสนอเรื่องการโอนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์เสนอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อจะหาข้อสรุปและนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีให้รับทราบ

"ในหลักการไม่มีปัญหาแต่เราต้องพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายหากโอนคลื่นความถี่แล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ หรือ โอนไปแล้วผูกขาดหรือไม่"

นอกจากนี้แล้วหากต้องการให้เกิดความรวดเร็วก่อนที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่จะมีผลบังคับอย่างเป็นทางการ กระทรวงไอซีที ต้องเร่งหารือกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ว่าจะดำเนินการอย่างไรถึงจะเหมาะสมที่สุด เพราะหากยังปล่อยให้คาราคาซังต่อไปทั้ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ก็จะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่เอกชนมีความพร้อมในเรื่องของการระดมทุน และกลยุทธ์ทางด้านการตลาด

ก่อนหน้านี้ผลการประชุมคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทีโอที เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมาคณะกรรมการมีมติลดระยะเวลาผ่อนชำระการซื้อหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบายจำนวน 42%ของ บริษัท กสท โทรคมนาคม ในราคา 2,400 ล้านบาท เหลือ 5 ปี จากเดิมขอผ่อนชำระนาน 12 ปี ซึ่ง บมจ. ทีโอที จะเป็นผู้รับภาระหนี้สินจำนวน 6 พันกว่าล้านบาทพร้อมภาษีโอนทั้งหมด แต่ บมจ.ทีโอทียังต้องรอความชัดเจนเรื่องการโอนคลื่นความถี่ที่ต้องถามไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.อีกครั้ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2336 03 ก.ค. - 05 ก.ค. 2551

04 กรกฎาคม 2551, 19:49 | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913