GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

มั่น’ วางเดิมพันเก้าอี้รมว.ไอซีที กสทขายหุ้นไทยโมบายให้ทีโอที

มั่น’ ใช้ตำแหน่งรมว.ไอซีทีเดิมพันกัน สถิตย์’ ประธานบอร์ดกสทเบี้ยว ทุบโต๊ะให้กสทขายหุ้นไทยโมบายพร้อมโอนความถี่ 1900 MHz ให้ทีโอทีบริหารจัดการแต่เพียงผู้เดียว ด้วยมูลค่าหุ้น 2,400 ล้านบาทผ่อนนาน 5 ปี ด้านประธานบอร์ดทีโอทีคาดใช้เงิน 2-3 พันล้านบาทลงทุน 3G ในกทม.และปริมณฑลใน 6 เดือน

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า วานนี้ (2 มิ.ย.) ได้มีการประชุมซูเปอร์บอร์ดร่วมกับ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม เพื่อหาข้อสรุปการซื้อขายหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบาย โดยได้ข้อสรุปว่า กสท จะยอมขายหุ้นไทยโมบายที่ถืออยู่ 42 % ให้กับทีโอที ในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนชำระนาน 5 ปี และทีโอทีจะต้องเป็นผู้รับภาระหนี้สินทั้งหมดจำนวน 6,700 ล้านบาทแต่เพียงผู้เดียวรวมทั้งค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการซื้อขายหุ้นและโอนคลื่นความถี่ 1900 MHz ด้วยโดยจะต้องนำเรื่องนี้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีรับทราบเร็วๆ นี้

โดยสัปดาห์หน้าทีโอทีและกสท จะลงนามข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ในการซื้อขายหุ้นไทยโมบายต่อหน้ารมว.ไอซีทีเพื่อยืนยันการยินยอมซื้อขายหุ้นครั้งนี้และรมว.ไอซีทีให้คำมั่นว่าข้อสรุปการซื้อขายครั้งนี้จะเป็นข้อสรุปสุดท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะเรื่องนี้รมว.ไอซีทีเป็นผู้ขอร้องให้มีผลสรุปเพื่อให้ไทยโมบายสามารถดำเนินการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ตามนโยบายรัฐ

“เรื่องนี้เป็นการเร่งหาข้อสรุปตามนโยบายของผม ที่มีการแต่งตั้งซูเปอร์บอร์ดร่วมทีโอทีกับกสทเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างทีโอทีกับกสทที่คั่งค้างอยู่ โดยเรื่องไทยโมบายนั้นผมมีนโยบายให้ได้ข้อสรุปการซื้อขายหุ้นภายใน 1 เดือน ซึ่งปัจจุบันเรื่องนี้เลยกำหนดออกมาเล็กน้อยแล้วจึงจำเป็นต้องหาข้อสรุป และผมยืนยันว่ามติครั้งนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อีก เพราะหากเรื่องนี้ไม่จบผมเองที่จะจบ”นายมั่นกล่าวเดิมพันด้วยตำแหน่ง

ทั้งนี้ การหาข้อสรุปเรื่องซื้อขายหุ้นไทยโมบายล่าช้ากว่านโยบายที่รมว.ไอซีทีตั้งไว้เป็นเพราะต้องรอคำตอบจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กทช.) ว่าคลื่นความถี่ 1900 MHz จะสามารถโอนความถี่ให้รายใดรายหนึ่งไปดำเนินการได้หรือไม่ซึ่ง กทช.มีมติออกมาแล้วว่าคลื่นความถี่ดังกล่าวสามารถโอนได้

อย่างไรก็ดี การพิจารณาหาข้อสรุปไทยโมบายตั้งอยู่บนเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ 1. ทีโอทีซื้อไทยโมบายในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนนาน 5 ปี 2.กสทซื้อไทยโมบายในราคา 3,300 ล้านบาท ชำระเงินภายใน 7 วัน และข้อสุดท้าย ทีโอที และกสท ดำเนินการไทยโมบายร่วมกัน

ทั้งนี้ กสท จะนำมติซูเปอร์บอร์ดเรื่องการซื้อขายหุ้นไทยโมบายครั้งนี้เข้าสู่การประชุมบอร์ด กสท อีกครั้งในวันที่ 4 กรกฎาคม 51 เวลาประมาณ 09.00 น.เนื่องจากการประชุมซูเปอร์บอร์ดครั้งนี้นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานบอร์ดกสท ไม่ได้ร่วมประชุมด้วยเนื่องจากติดการประชุมงบประมาณที่กระทรวงการคลัง

นายมั่นกล่าวต่อว่า หลังจากได้ข้อสรุปเรื่องไทยโมบายแล้ว หลังจากนี้ซูเปอร์บอร์ดจะเร่งหาข้อสรุปเรื่องข้อพิพาทอินเตอร์คอนเน็กชันชาร์จ(IC) และแอ็กเซสชาร์จ (AC) ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ด้านนายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานบอร์ดทีโอที กล่าวว่าขณะนี้ทีโอทีได้ตั้งตัวแทนฝ่ายบริหาร และรัฐกิจสัมพันธ์ เพื่อประสานงานเรื่องการโอนคลื่นความถี่ 1900 MHz กับ กทช. ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการโอนคลื่นแล้วเสร็จภายใน 3 เดือนและระหว่างการดำเนินการโอนคลื่น ทีโอทีสามารถวางแผนธุรกิจ 3G ควบคู่ไปได้ทันที

ทั้งนี้ ตามหลักการทีโอทีจะใช้เงินรัฐบาลลงทุนโครงการ 3G โดยการลงทุนครั้งนี้จะต้องหารือรมว.กระทรวงการคลัง และรมว.กระทรวงไอซีทีก่อน โดยในเบื้องต้นทีโอทีจะใช้เงินลงทุน 3G ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทในพื้นที่กทม.และปริมณฑลโดยคาดว่าใน 6 เดือนจะสามารถให้บริการ 3G ในพื้นที่กทม.และใน 1 ปีจะสามารถให้บริการในพื้นที่ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ได้เลย

รายงานข่าวระบุว่าก่อนหน้านี้ในการประชุมซูเปอร์บอร์ดครั้งก่อนซึ่งนายสถิตย์ ประธานบอร์ด กสท ก็ไม่ได้เข้าประชุม เคยมีข้อสรุปว่า กสท ยอมขายหุ้นไทยโมบายให้ทีโอทีในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนนาน 12 ปี ซึ่งกสทขอนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทก่อน แต่เมื่อบอร์ดกสทประชุมโดยมีนายสถิตย์เป็นประธาน กลับมีมติไม่ขายหุ้นไทยโมบาย โดยให้เหตุผลว่าระยะเวลาผ่อนนานเกินไปอีกทั้งคำนวณราคาที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ตัวเลขที่ 2,400 ล้านบาท

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 กรกฎาคม 2551 10:48 น.

01 กรกฎาคม 2551, 13:25 | ข่าว 3G



เปิดกรณีศึกษา 'บรอดแบนด์ชนบท' ชี้ HSPA อัตราเติบโตสูงกว่า Wi-Max

เปิดตัวเลขกรณีศึกษาการให้บริการบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล เปรียบเทียบเทคโนโลยีระหว่าง 3G HSPA กับ Wi-Max ในหลายแกนไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าในการลงทุน ต้นทุน ค่าใช้จ่าย รายได้ในการให้บริการ

นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้จัดการอาวุโส ทางด้าน 3G และนวัตกรรม 3G ทำงานกับบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) มากว่า 12 ปีในฐานะผู้บริหารด้านพัฒนาธุรกิจกล่าวถึงกรณีศึกษาเรื่องบริการบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกลว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายช่วยให้การเข้าถึงบรอดแบนด์ทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและในราคาที่ถูกลง ประเทศในแถบยุโรปนั้นมีการคิดราคาประมาณ 1 ยูโร หรือ 50 บาทต่อ 1 กิกะไบต์ และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ตลาดบรอดแบนด์ทั้งแบบมีสายและไร้สายนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ด้วยความคุ้มค่าทางด้านการลงทุน ทำให้ผู้ให้บริการโครงข่ายไร้สายสามารถขยายการให้บริการบรอดแบนด์แก่ลูกค้าในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจจะถือได้ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดทางความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ (digital divide)

หน่วยงานของรัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศต่างผลักดันให้เกิดการริเริ่มต่างๆอย่างจริงจังเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบรอดแบนด์ในทุกหนทุกแห่ง และด้วยแรงเสริมจากการพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี High Speed Packet Access (HSPA) ทำให้การลงทุนนั้นถูกลง สิ่งที่เกิดขึ้นคือบริการนี้ขยายไปถึงลูกค้าในพื้นที่ที่ห่างไกล และทำให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในทุกๆสถานที่ในราคาถูกลง

โครงข่าย WCDMA/HSPA สามารถติดตั้งได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และสามารถให้บริการที่หลากหลายรวมถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการวิดีโอบนโทรศัพท์ บริการข้อมูลพื้นฐาน อาทิเช่น SMS และ MMS บริการข้อมูลไร้สายที่ทันสมัย อาทิเช่น ดาวน์โหลดเพลง บริการทีวีบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการบรอดแบนด์ไร้สายสำหรับกลุ่มผู้ใช้ แล็ปท็อป บริการบรอดแบนด์ไร้สายแบบติดตั้งประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) ซึ่งเทียบเท่า ADSL และบริการโทรศัพท์เสมือนโทรศัพท์พื้นฐาน PSTN

5 บริการแรกมุ่งที่กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขณะที่บริการบรอดแบนด์ไร้สายในเบื้องต้นมุ่งที่กลุ่มผู้ใช้ที่มี แล็ปท็อปที่ต้องการความรวดเร็ว เคลื่อนย้ายสะดวก ติดต่อได้ตลอดเวลาและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกหนทุกแห่ง ส่วนบรอดแบนด์ไร้สายแบบติดตั้งประจำที่และบริการโทรศัพท์เสมือน PSTN นั้นเป็นบริการบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สายเพื่อกลุ่มผู้ใช้ในบริเวณที่พักอาศัย

ด้วยความสะดวกในเรื่องไร้สาย ทำให้ตลาดของบริการโทรคมนาคมเติบโต โดยเฉพาะบริการบรอดแบนด์ ที่ลูกค้าหลักจะเป็นผู้ใช้รายบุคคล (personnel mobile broadband) และด้วยเหตุนี้ตลาดสำหรับบริการบรอดแบนด์ไร้สายแบบติดตั้งประจำที่และบรอดแบนด์ไร้สายจึงใหญ่กว่าตลาดบรอดแบนด์ประจำที่

อุปกรณ์การสื่อสารมีราคาถูกลง

ราคาของอุปกรณ์การสื่อสาร WCDMA/HSPA นั้นถูกลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการผลิตอุปกรณ์การสื่อสารแบบใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น HSPA ชิปเซ็ตมีในอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น ใน PC-cards หรือติดตั้งในแล็ปท็อปและในโมเด็มสำหรับบรอดแบนด์ไร้สายแบบติดตั้งประจำที่ ความก้าวหน้านี้ส่งผลให้ผู้ผลิต HSPA ชิปเซ็ต และผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสาร HSPA มีข้อได้เปรียบอย่างยิ่งในด้านการประหยัดจากการขยายการผลิต (economy of scale) ซึ่งทำให้ยากสำหรับผู้ผลิตที่เลือกเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายอื่นเช่น Wi-MAX จะแข่งขันได้

Signals Research Group คาดการณ์ว่า ภายในปี 2551 ตลาดโลกสำหรับ HSPA จะมีประมาณ 200 ล้านเครื่อง ซึ่งมากกว่าตลาดชิปเซ็ต WCDMA ธรรมดาที่มี 130 ล้านเครื่อง

กรณีศึกษาจากผู้ให้บริการโครงข่าย

กรณีศึกษาที่นำเสนอนี้อยู่บนพื้นฐานสถานีฐาน WCDMA/HSPA บนแถบความถี่2100 MHz ที่ติดตั้งเซลล์ด้วยระบบเสาอากาศสามทาง (three-sector cell) ด้วยเขตรัศมี 12 กิโลเมตร ให้พื้นที่ครอบคลุมต่อเซลล์ 280 ตารางกิโลเมตร ค่าเฉลี่ยความหนาแน่นของประชากรคือ 15 คนต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งทำให้หนึ่งเซลล์ครอบคลุมประชากรประมาณ 4,200 คน โดยมีการให้บริการ ดังนี้ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (เสียง, ข้อมูล, mobile TV) บริการบรอดแบนด์ไร้สาย และบริการบรอดแบนด์ไร้สายแบบติดตั้งประจำที่

ด้วยการคำนวณแบบประมาณอย่างต่ำๆ (conservative calculation) แต่ใช้ตัวเลขที่เป็นจริงของการเข้าถึงของบริการ (service penetration) และรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) สามารถคำนวณรายได้ของสถานีฐานต่อปี บริการเหล่านี้จะสร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 1,100 ยูโร หรือ 55,000 บาทต่อตารางกิโลเมตร

ทางด้านค่าใช้จ่าย สมมติฐานเรื่องค่าใช้จ่ายต้นทุนของสถานีฐาน (CAPEX) คือประมาณ 240,000 ยูโรหรือประมาณ 12 ล้านบาทสำหรับการอัปเกรดสถานีฐานของ GSM 900 ให้เป็น WCDMA/HSPA รวมทั้งการอัปเกรดเครือข่ายระบบสื่อสัญญาณ เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่อปี (OPEX) เท่ากับ 100% ของค่าเสื่อมราคา CAPEX ต่อปี และคิดจากค่าเสื่อมราคาในเวลา 6 ปี จากสมมติฐานเหล่านี้ทำให้ทราบมูลค่าต้นทุนของสถานีฐานในการถือครองกรรมสิทธิ์โดยรวม (Total Cost of Site Ownership) นั้นน้อยกว่า 285 ยูโร หรือ 14,250 บาทต่อตารางกิโลเมตร ส่งผลให้ยอดกำไรขั้นต้นต่อสถานีฐานของผู้ให้บริการโครงข่ายจะมีมากกว่า 75%สำหรับการให้บริการ 3G

ขณะที่รายได้จากการให้บริการด้านเสียงของโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มลดลง บริการบรอดแบนด์กลายเป็นแหล่งที่มาของรายได้ที่สำคัญ และคาดว่าบริการเหล่านี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะส่งข้อมูลจากบรอดแบนด์วิ่งผ่านบน WCDMA/HSPA ไปถึงผู้รับได้ในราคาที่ตำกว่า 1 ยูโร หรือ 50 บาทต่อกิกะไบท์ ในขณะที่ผู้ให้บริการ DSL ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนเพื่อเช่าการเชื่อมต่อผ่านสายทองแดงสู่เครือข่ายการเชื่อมต่อ ค่าบริการนี้มีความแตกต่างกันในแต่ละตลาด แต่โดยรวมแล้วจะเท่ากับหรือมากกว่าค่าใช้จ่ายในการให้บริการรับส่งข้อมูล 10 GB โดยผ่านโครงข่าย WCDMA/HSPA (ตามปกติผู้ใช้บริการ ADSL จะส่งและรับข้อมูลประมาณ 2-3 dB ต่อเดือน)

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า บนสมมติฐานที่มีการใช้งานปานกลาง การเลือกใช้เทคโนโลยี 3G เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายแบบประจำที่จะคุ้มค่ากว่าการเลือกใช้ ADSL

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2551 12:03 น.

30 มิถุนายน 2551, 17:54 | ข่าว 3G



เอไอเอสท้วงกทช.แบ่งคลื่นผิดกม. ยันอนุมัติ 850 MHz ต้องแก้สัญญา

เอไอเอสปรับยุทธศาสตร์ HSPA ให้บริการแค่เชียงใหม่จังหวัดเดียว จี้กทช.แบ่งความถี่ 850 MHz ให้ดีแทค ทรูมูฟ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาสัมปทาน จำเป็นต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐกับเอกชน 2535 ท้วงอนุมัติสุ่มสี่สุ่มห้าอาจผิดกม.ยันทุกฝ่ายควรเคารพสัญญาสัมปทานมากกว่าหาประโยชน์จากช่องว่าง

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสกำลังจะยื่นหนังสือทักท้วงและขอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) พิจารณาอย่างรอบคอบในกรณีที่จะอนุญาตให้ดีแทคและทรูมูฟได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 850 MHz เพื่อให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA เนื่องจากกรณีดีแทคถึงแม้ความถี่ 850 MHz จะเป็นย่านความถี่เดิมซึ่งดีแทคให้บริการตามสัญญาร่วมการงานกับบริษัท กสท โทรคมนาคมอยู่แล้วก็ตาม

แต่การเกลี่ยหรือจัด slot ความถี่ใหม่ ต้องถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาสัมปทาน จำเป็นต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 22 ของพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชนพ.ศ.2535 และอาจต้องรายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบด้วย

ส่วนกรณีทรูมูฟ อาการหนักกว่าดีแทคเพราะตามสัญญาสัมปทานของ กสท ทรูมูฟไม่ได้สิทธิให้บริการด้วยความถี่ 850 MHz ตั้งแต่ต้น หาก กทช.อนุญาตให้ทรูมูฟให้บริการ HSPA ด้วยความถี่ 850 MHz ต้องถือว่าเป็นการแก้สัญญาในประเด็นหลักหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการให้สัมปทานใหม่เพิ่มเติมด้วยซ้ำ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตามพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชนพ.ศ.2535

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากทช.จะไม่เข้าไปยุ่งกับคู่สัญญาสัมปทาน แต่หากครั้งนี้ กทช.ยอมให้เกิดการจัดสรรความถี่ดังกล่าวขึ้นเท่ากับกทช.กำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานหลัก และทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันของธุรกิจ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดประเด็นถกเถียงหรือข้อโต้แย้งทางด้านกฎหมายในอนาคต

รวมทั้งการที่ กสท ต่ออายุสัมปทานทรูมูฟออกไปอีก 5 ปีในลักษณะเปลี่ยนเป็นการเช่าโครงข่าย ก็อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์เฉพาะบริษัทรายเดียวทำให้ กสท เสียหายเนื่องจากไม่ได้เปิดกว้างให้เอกชนรายอื่นมีโอกาสเช่าโครงข่ายอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีดีพีซีซึ่งถือเป็นบริษัทภายใต้สัญญาสัมปทาน กสท เช่นเดียวกับดีแทคและทรูมูฟ

แนวคิดในการท้วงติง กทช.เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณาอนุญาตเรื่องความถี่ เพราะไม่อยากให้เกิดกรณีพิพาทในภายหลัง และในด้านหนึ่งเอไอเอสก็ต้องการให้ทุกฝ่ายยึดถือตามสัญญาสัมปทานเป็นหลัก มากกว่าหาช่องว่างเอื้อประโยชน์กันและกัน’

ปรับแผน HSPA เหลือแค่เชียงใหม่

นายวิเชียรกล่าวว่าเอไอเอสได้ปรับแผนการให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ให้เหลือที่จังหวัดเชียงใหม่เพียงที่เดียวจากเดิมที่มีแผนเปิดให้บริการในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยที่เชียงใหม่จะติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบประมาณ 100 สถานีฐานซึ่งเอไอเอสจะทำหนังสือแจ้งไปยัง กทช.ใหม่เพื่อระบุสถานที่ติดตั้งอุปกรณ์ว่าจะดำเนินการในเชียงใหม่เพียงจังหวัดเดียว

จุดยืนเอไอเอสคือให้บริการ HSPA ที่เชียงใหม่จังหวัดเดียวภายใต้ความถี่เดิมที่มีอยู่ เพื่อง่ายต่อการทำตลาด’

อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า การที่เอไอเอสต้องให้บริการHSPA ที่ความถี่ 900 MHz ซึ่งเป็นความถี่เดิมที่ให้บริการลูกค้าในปัจจุบันอยู่ และในทางสัญญาสัมปทานไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญา แต่ในทางเทคนิคหากให้บริการลูกค้า HSPA ที่เน้นรับและส่งข้อมูลจำนวนมาก อาจกระทบศักยภาพในการสื่อสารของลูกค้ารายอื่น เนื่องจากความถี่เบียดกัน

ทั้งนี้ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้าในเชียงใหม่ที่ใช้บริการHSPA ประมาณกว่า 300 รายเท่านั้นขณะที่ผู้ใช้บริการด้านสื่อสารข้อมูล (data service)ทั่วไปของเอไอเอสในเชียงใหม่ มีอยู่ประมาณ 3 พันราย

หากเอไอเอสอยู่เฉยให้คู่แข่งให้บริการ HSPA อย่างเต็มที่ในความถี่ 850 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่จากการจัดสรรคลื่นใหม่ และไม่รบกวนความถี่เดิมที่คู่แข่งให้บริการลูกค้าอยู่นั้นเอไอเอส ก็จะเสียเปรียบมากเพราะเอไอเอสให้บริการ HSPAไม่ได้เต็มที่และความถี่ใหม่ในย่าน 2.1 GHz ก็ยังไม่เห็นอนาคตว่าจะสามารถเปิดประมูลเมื่อใด’

ก่อนหน้านี้ กสท ได้ส่งหนังสือไปยังกทช.เพื่อขออนุญาตจัดสรรความถี่ในย่าน 850 MHz และขออนุญาตให้ดีแทคและทรูมูฟ นำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ HSPA จำนวน 1,200 และ 650 สถานีฐานตามลำดับ ซึ่งคาดว่า กทช.จะพิจารณาในการประชุมวันที่ 3 ก.ค.ที่จะถึงนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2551 09:53 น.

25 มิถุนายน 2551, 16:13 | ข่าว 3G



ไอซีทีท้วงบอร์ดกสทไม่เป็นธรรม แบ่งความถี่“ทรูมูฟ”ไม่แยแสดีพีซี

กสทเดินหน้ายุทธศาสตร์เครือข่ายไร้สายหลายเทคโนโลยีหลายความถี่ทั้งซีดีเอ็มเอ HSPA และ 3G ไทยโมบาย ด้านไอซีทีส่งหนังสือถึงบอร์ดกสทให้ความเป็นธรรมเรื่องความถี่ 850 MHz ของดีพีซี วิเชียร’ โวยภายใต้สัมปทาน กสทเหมือนกับทรูมูฟได้ ดีพีซีก็ควรได้ด้วย คนในวงการชี้ทีกสท ยังอยากมีหลายเครือข่ายแต่กรณีดีพีซีกลับอ้างเอไอเอสมี HSPA 900 MHz แล้วเอียงกระเท่เร่หาความยุติธรรมไม่เจอ

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่าโครงสร้างใหม่ของกสทที่แบ่งเป็นสายธุรกิจ ตามมติบอร์ดกสทในการประชุมเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสายธุรกิจสื่อสารเคลื่อนที่หรือ Mobile Business Unit จากเดิมที่รับผิดชอบงานด้านการเงินหรือ Chief Financial Officer (CFO)

โครงสร้างใหม่เป็นการเดินหน้าตามแผนพลิกฟื้นธุรกิจหรือ Turnaround Plan เพื่อให้เกิดความกระชับในการบริหาร และการตัดสินใจก่อนนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด’

สำหรับงานในด้าน Mobile Business ถือเป็นงานท้าทายที่บอร์ดมอบหมายให้ เพราะเป็นทั้งโอกาสและจุดเปลี่ยนสำคัญในระยะกลางถึงระยะยาวของกสทและจะต้องมีการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน โดยงานด้าน Mobile Business มีทั้งหมด 3 แนวทางคือ 1.บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ CDMA 2000 1X ในส่วน 25 จังหวัดภาคกลางที่กสท ให้บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดียหรือฮัทช์ทำการตลาด และCDMA 2000 1X EV-DO ใน 51 จังหวัดภูมิภาค ที่กสทลงทุนเองและให้หัวเว่ยดำเนินการติดตั้งซึ่งยังไม่มีข้อสรุปในการส่งมอบรับมอบและปัญหาค่าปรับโดยที่กสททำการตลาดเองในขณะนี้

2.บริการโทรศัพท์มือถือโดยการให้สัมปทานประกอบด้วยดีแทคในย่านความถี่ 800 และ1800 MHz ,ทรูมูฟ ในย่านความถี่ 1800 MHz และดีพีซีในย่านความถี่ 1800 MHz โดยที่ดีแทคและทรูมูฟกำลังพัฒนาบริการใหม่เพื่อก้าวสู่ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ในย่านความถี่ 850 MHz ซึ่งหมายถึง กสทจะได้รับส่วนแบ่งรายได้ที่มากขึ้น

3.บริการโทรศัพท์มือถือของไทยโมบายซึ่งกสทได้สิทธิในการให้บริการย่านความถี่1900 MHz ร่วมกับทีโอทีถึงแม้ยังมีปัญหาเรื่องการซื้อขายหุ้นให้เหลือทีโอทีหรือกสทให้บริการเพียงรายเดียว หรือยังคงให้บริการต่อไปร่วมกันในบริการ 3G ซึ่งถือว่าบริการ 3G ในย่านความถี่ 1900 MHz อยู่ในย่านความถี่มาตรฐานที่มีมูลค่ามหาศาลในตัวของมันเอง

ในส่วนของซีดีเอ็มเอคงต้องรอความชัดเจนเรื่องเทคโนโลยีราว 6 เดือน เพื่อเห็นทิศทางในการตัดสินใจพัฒนาบริการเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอในอนาคต’

ในส่วนของการเจรจากับกลุ่มฮัทชิสันที่เคยเซ็นเอ็มโอยูตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา ก็จะดำเนินการต่อเพื่อให้กลุ่มฮัทชิสันมาทำการตลาดซีดีเอ็มเอทั่วประเทศ 76 จังหวัด โดยเฉพาะหลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้ว่าการดำเนินการตลาดของกลุ่มฮัทชิสันใน 25 จังหวัดภาคกลางนั้นไม่เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชนพ.ศ.2535เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีการรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

หมายถึงหากกสทจะดำเนินการพัฒนาซีดีเอ็มเอทั่วประเทศต่อในประเด็นด้านการตลาด ก็เพียงส่งเรื่องไปที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อเอาเรื่องสัญญาการตลาดของกลุ่มฮัทชิสันเดิมที่ทำใน 25 จังหวัดเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หลังจากนั้นก็สามารถดำเนินการในส่วน 51 จังหวัดได้เลยโดยไม่ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีก

นายจิรายุทธกล่าวว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากสทได้ส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อดำเนินการขออนุญาตการจัดสรรความถี่เดิมย่าน 850 MHz ที่กสทมีอยู่เพื่อให้เอกชนให้บริการภายใต้สัมปทานเดิมและขออนุญาตเพื่อให้ดีแทคและทรูมูฟบริษัทภายใต้สัมปทาน นำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ HSPA เพื่อมาให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA โดยดีแทคขออนุญาตนำเข้าและติดตั้งจำนวน 1,200 สถานีฐานส่วนทรูมูฟขอ 650 สถานีฐาน

ทรูมูฟได้ดีพีซีต้องได้ด้วย

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีทีได้ส่งหนังสือด่วนให้บอร์ดกสทพิจารณาให้ความเป็นธรรมดีพีซี ที่เป็นบริษัทในกลุ่มเอไอเอส และอยู่ภายใต้สัมปทานของกสทเหมือนทรูมูฟ ให้ได้รับการจัดสรรความถี่ในย่าน 850 MHz เพื่อให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA เช่นเดียวกับทรูมูฟ

หลังเอไอเอสส่งหนังสือขอความเป็นธรรมไปที่ไอซีทีกับกทช. ปรากฏว่ารมว.ไอซีทีได้ส่งหนังสือไปยังบอร์ดกสทให้ช่วยพิจารณาในขณะที่ด้านกทช.ยังไม่มีอะไรตอบกลับมา’

เขาย้ำว่าถึงแม้ดีพีซีจะมีฐานลูกค้าไม่มาก แต่เอไอเอสจ่ายค่าโรมมิ่งให้เอไอเอสปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งหมายถึงส่วนแบ่งรายได้จำนวนมากที่กสทได้รับเช่นกัน และหากดีพีซีสามารถให้บริการ 3G HSPA ได้ ด้วยศักยภาพทุกด้านของกลุ่มเอไอเอส ย่อมทำให้กสทได้รับผลประโยชน์กลับมาจำนวนมาก

ภายใต้สัมปทานกสทเหมือนกัน ถ้าทรูมูฟได้ ดีพีซีก็ควรได้ด้วย ถึงแม้อาจจะต้องมีข้อถกเถียงอีกมากสำหรับบริการ 3G HSPA ย่านความถี่ 850 MHz ว่าถูกต้องมากน้อยแค่ไหน แต่ควรให้ความเป็นธรรมแก่ดีพีซีด้วย’

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่าหากเปรียบเทียบดีแทคและทรูมูฟที่เสนอขอติดตั้ง HSPA ด้วยตัวเลขจำนวนสถานีฐาน ที่มากกว่าผู้นำอย่างเอไอเอสที่ขออนุญาตกทช.เพียงกว่า 60 สถานีฐานเท่านั้นเป็นเพราะทั้ง 2 บริษัทตั้งใจให้บริการ HSPA ให้เกิดจริงจัง ในช่วงที่ยังไม่มีใบอนุญาต 3G และเพราะความถี่ย่าน 850 MHz ที่กสทอนุญาตให้ดีแทคและทรูมูฟไปดำเนินการนั้น ไม่ได้ไปเบียดบัง bandwidth ความถี่เดิมที่ทั้งดีแทคและทรูมูฟให้บริการอยู่ส่วนกรณีเอไอเอสนั้นให้บริการ HSPA ในความถี่เดิมย่าน 900 MHz ซึ่งเป็นการเบียดบัง bandwidth ที่ใช้อยู่ทำให้หากพัฒนาไปมากหรือเร็ว ก็อาจมีผลต่อการใช้งานของลูกค้า GSM เดิมได้

แหล่งข่าวกล่าวว่าการเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ดีพีซีของเอไอเอสเป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่ง เพราะเหตุผลของบอร์ดกสทที่ไม่พิจารณาให้ดีพีซีได้รับการจัดสรรความถี่ 850 MHz ประการหนึ่งคืออ้างว่าในกลุ่มเอไอเอสก็มีบริการ HSPA บนความถี่ 900 MHz อยู่แล้ว ดีพีซีจึงไม่สมควรได้รับการพิจารณา

แต่ถ้าบอร์ดกสท หันกลับมาดูตัวเองก็จะพบว่า บอร์ดกสทก็ยังต้องการมีเครือข่ายไร้สายหลายเทคโนโลยีหลายระบบไว้เพื่อให้บริการ ทั้งซีดีเอ็มเอ HSPA พร้อมทั้งเกี่ยว 3G ของไทยโมบายไว้ด้วย อีกทั้งดีพีซีก็เป็นสัมปทานภายใต้กสท การไม่พิจารณาแบ่งความถี่ให้ดีพีซี เท่ากับบอร์ดกสทเลือกปฏิบัติ ไม่ให้ความเป็นธรรมและสร้างให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการทำธุรกิจแข่งขันเสรี

บอร์ดกสทยังอยากมีเครือข่ายไร้สายหลายเครือข่าย แต่พอดีพีซีกลับอ้างว่าเอไอเอสมี HSPA 900 MHz อยู่แล้ว คิดดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ในขณะที่ดีพีซีกับทรูมูฟก็ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กสทเหมือนกัน รายหนึ่งได้ความถี่อีกรายกลับไม่ได้ อย่างนี้เรียกได้ว่าเป็นธรรมหรือเปล่า หรือมีอะไรกับทรูมูฟแต่ดีพีซีไม่ยอมให้ เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่ บอร์ดกสทต้องตอบให้ชัดเจน’

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2551 11:33 น.

21 มิถุนายน 2551, 06:27 | ข่าว 3G



อีริคสัน พร้อมหนุนโครงข่าย 3G บรอดแบรนด์ต้นทุนต่ำ

นาย บัญญัติ เกิดนิยม ผู้จัดการอาวุโสด้าน 3G และนวัตกรรม 3G บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้ให้บริการโครงข่าย 3G สามารถลดต้นทุนการให้บริการบรอดแบนด์และลดระยะเวลาในการติดตั้งโครงข่ายใน พื้นที่ชนบทห่างไกล โดยใช้พื้นที่สถานีฐานของโครงข่าย จีเอสเอ็ม (GSM cell site) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเทคโนโลยี WCDMA/HSPA บนคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz นั้นมีประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ผู้ใช้ได้มากกว่าเทคโนโลยี GSM บนความถี่ 900 และ 1800 MHz แต่เนื่องจากแถบความถี่สูงกว่า จึงทำให้ WCDMA/HSPA มีพื้นที่ครอบคลุมของแต่ละสถานีฐานได้น้อยกว่า

ผจก.อาวุโสฯ บ.อิริคสัน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มพื้นที่ครอบคลุมได้มากขึ้น เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของตัวรับสัญญาณของสถานีฐาน การเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการส่งสัญญาณของสถานีฐาน (Output Power) การใช้เสาอากาศที่มีภาครับสัญญาณสูงขึ้น (High-Gain Antennas) การเพิ่มระดับความสูงของเสาอากาศรับสัญญาณ และการเพิ่มช่องภาครับและส่งสัญญาณของเสาอากาศจากเดิมสามช่อง (Three- Sector Antenna) เป็นหกช่อง (Six-Sector Antenna) เป็นต้น

นายบัญญัติ กล่าวอีกว่า เพื่อลดต้นทุนการติดตั้งสถานีฐานในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลมากๆ ที่สถานีฐานไม่ไปบดบังความสวยงามด้านทัศนียภาพนั้นผู้ให้บริการสามารถใช้ เสาอากาศต้นทุนต่ำประกอบกับนวัตกรรมดังกล่าวเพื่อเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมได้ มากยิ่งขึ้น ส่วนในบริเวณที่ยังไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐาน ผู้ให้บริการโครงข่ายสามารถใช้เทคโนโลยีไมโครเวฟในการติดต่อระหว่างสถานี ฐานแทนการใช้โครงข่ายไฟเบอร์ออพติค (Fiber infrastructure) เพื่อช่วยลดต้นทุนดังกล่าวได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ความเร็วที่ผู้ใช้บริการบรอดแบนด์พึงพอใจ คือความเร็วในการส่งข้อมูลที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับบรอดแบนด์มีสาย จากการทดสอบโครงข่ายดังกล่าวของผู้ให้บริการในเขตเมืองของเอาเซียนในเดือน ส.ค.ปี 2550 ที่ผ่านมา โดยมีอัตราดาวน์ลิงก์มากกว่า 7 Mbps และในเขตชนบทที่มีคลื่นแทรกน้อยกว่า จะมีอัตราความเร็วการรับส่งข้อมูลได้สูงกว่า ทั้งนี้ภายในปี 2551 เทคโนโลยีดังกล่าวจะมีการพัฒนาอัตราความเร็วการสูงถึง 14 Mbps สำหรับดาวน์ลิงก์ และ 5.8 Mbps ในส่วนอัพลิงก์ อีกทั้งภายในปี 2553-2554 หรือสองสามปีนี้ ดาวน์ลิงค์ จะพัฒนาอัตราความเร็วการรับส่งข้อมูลเพิ่มสูงถึง 42 Mbps ด้วย

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เทคโนโลยี WCDMA/HSPA สามารถกำจัดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (digital divide) ด้วยการให้บริการสื่อสารและบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกลในราคาที่เหมาะสม โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถูกพัฒนาและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ด้วยวิสัยทัศน์ หนึ่งโครงข่าย หนึ่งเทคโนโลยีเพื่อบริการที่ครบวงจร และก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการประหยัดจากการขยายการผลิต (economy-of-scale) ล่าสุดมีประมาณ 220 WCDMA/HSPAโครงข่ายที่ให้บริการเชิงพาณิชย์ ใน 94 ประเทศทั่วโลก และเครื่องลูกข่าย อุปกรณ์โทรศัพท์ มากกว่า 800 แบบ จากผู้ผลิตกว่า110 ราย

ไทยรัฐ [16 มิ.ย. 51 - 05:25]

16 มิถุนายน 2551, 14:50 | ข่าว 3G



ทีโอทีประกาศชัดพร้อมทำ3G มากที่สุด

ทีโอทียืนกรานพร้อมนำไทยโมบายให้บริการ 3G มากที่สุด ย้ำการบริหารจัดการเพียงรายเดียวจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการผลักดันให้บริการมากว่า 2 ราย ยันบริหารร่วมกันมีบทเรียนจนก่อหนี้ ลั่น 150 วัน เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล สำหรับให้บริการทั่วประเทศขอเวลา 1 ปี 6 เดือน

นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า บอร์ดทีโอทีมีความเห็นว่าทีโอที มีความพร้อมและตั้งใจพัฒนากิจการร่วมค้าไทยโมบายเพื่อให้บริการ 3G ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศตามนโยบายของนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และรัฐบาล และมั่นใจว่าทีโอทีเป็นผู้ที่มีความพร้อมในการดำเนินงาน 3G ครบทุกด้าน

“บอร์ดทีโอทียืนยันว่ามีความพร้อมในการให้บริการ 3G มากที่สุดในขณะนี้ เพราะทีโอทีมีความพร้อมและความตั้งใจผลักดันให้เกิดบริการ 3G อย่างรวดเร็ว และเรามีความเห็นว่าการผลักดันไทยโมบายเพื่อให้บริการ 3G จะต้องมีผู้ดำเนินการเพียงคนเดียวเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและอิสระในการบริหารจัดการ และการบริหารร่วมกันที่ผ่านมามีบทเรียนให้เห็นคือไทยโมบายขาดทุน”

ทีโอทีมีความเห็นว่าการบริหารจัดการไทยโมบาย ให้บริการ 3G นั้นจะต้องมีผู้ดำเนินการเพียงรายเดียว จึงจะมีความคล่องตัวมีความรวดเร็วในการผลักดันให้บริการ 3G ให้เกิดเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยทีโอทีมีเป้าหมายให้บริการ 3G ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลในระยะเวลา 150 วัน และให้บริการครอบคุลมที่พื้นที่ในประเทศไทยภายในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน

ทั้งนี้ การดำเนินการ 3G ภายใต้ไทยโมบาย จะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล รมว. ไอซีที และข้อสรุปเรื่องการโอนคลื่นความถี่จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ส่วนกรณีที่รมว.ไอซีที ออกมาระบุว่าจากการหารือร่วมกับ กทช. ที่ผ่านมากทช.ได้ให้แนวทางว่า ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ควรทำโครงข่ายหลักให้เอกชนเช่าให้บริการ 3G เกิน 5 รายเพราะคลื่นความถี่ 1900 MHz นั้นมติครม.เดิม ที่ระบุว่าคลื่นความถี่ดังกล่าวจะต้องให้ทีโอทีและกสท บริการร่วมกันนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรมว.ไอซีทีว่าจะเห็นเหมาะสมอย่างไร

นายธรีวุฒิกล่าวว่า ทีโอทีได้ทำหนังสือถึงกทช. เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2551 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการให้สิทธิใช้คลื่นความถี่ 1900 MHz ว่า สามารถมอบให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งดำเนินการเพียงรายเดียวได้หรือไม่ ซึ่งหากได้รับคำตอบจาก กทช. ก็จะสามารถหาข้อสรุปเรื่องนี้ได้

“ตอนนี้สำหรับเรื่องไทยโมบายต้องรอความชัดเจนจากนโยบายของรมว.ไอซีที รัฐบาล และคำตอบเรื่องการให้สิทธิคลื่นความถี่จาก กทช. เพื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้”

สำหรับข้อเสนอที่ทีโอทียืนให้ กสท ล่าสุดที่ราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนจ่ายนาน 5 ปีไม่รวมดอกเบี้ย พร้อมรับค่าใช้จ่ายค่าโอนต่างๆ แต่เบื้องต้นทีโอทีคาดการว่าค่าใช้จ่ายจากการโอนคลื่นจะไม่มี

นายระเฑียร ศรีมงคล โฆษกบอร์ดทีโอที กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ดทีโอที ได้มีการรายงานผลการประชุมหุ้นให้ที่ประชุมรับทราบ ว่ากระทรวงการคลังผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เรียกเก็บเงินปันผลจากทีโอที เป็นเงิน 5,511 ล้านบาท ซึ่งทีโอทีต้องจ่ายเงินภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.51 เป็นต้นไป

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 มิถุนายน 2551 09:22 น.

13 มิถุนายน 2551, 01:56 | ข่าว 3G



กสทฯหนุน"ดีแทค-ทรูมูฟ"ลุย 3G DPCโวยไม่ได้รับความเป็นธรรม

"ไทยโมบาย" เจอทางตันอีกหลัง "กทช." ติงโอนคลื่นไม่ได้ "กสท" เร่งทำหนังสือขอความชัดเจน ด้าน "ดีแทค-ทรูมูฟ" ได้เฮหลังบอร์ดอนุมัติเกลี่ยคลื่นใหม่อัพเกรดขึ้น 3G บน 850 MHz ลุยยื่นขอ "กทช." จัดสรรคลื่นใหม่-อนุมัตินำเข้าอุปกรณ์อัพเกรดโครงข่ายตามรอย "เอไอเอส" พร้อมเปิดทางเจรจาปรับแก้สัญญาสัมปทานมือถือก่อนถึงวันหมดอายุ ข้าง "ดีพีซี" ร้องขอความเป็นธรรม

พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ดวันที่ 6 มิ.ย.2551 ที่ผ่านมาว่ามีมติให้ กสทฯทำหนังสือไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ขอความชัดเจนหลังได้รับแจ้งผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กับ กทช.ว่า กสทฯ และทีโอทีไม่สามารถโอนสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 1900 MHz ที่อยู่ในความครอบครองของกิจการร่วมค้าไทยโมบาย เพราะประกาศ กทช.ห้ามไม่ให้มีการโอนคลื่นระหว่างกัน ถ้าไม่มีความจำเป็นและ เหมาะสม

"จึงต้องรอคำตอบจาก กทช.ว่าโอนคลื่นความถี่ได้หรือไม่ หาก กสทฯ และทีโอทีไม่สามารถโอนสิทธิการใช้คลื่นไทยโมบายได้ การซื้อขายหุ้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอีก ทั้งคู่ก็ต้องบริหารร่วมกันต่อไป"

ขณะเดียวกัน บอร์ด กสทฯยังมีมติให้ทำหนังสือแจ้งไปยัง กทช.เพื่อขออนุญาตเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz ซึ่งอยู่ในความครอบครองของ กสทฯใหม่ทั้งหมด เพื่อให‰เกิดประสิทธิภาพในการใช‰คลื่น และเพื่อให้ เอกชนผู้รับสัมปทานจาก กสทฯสามารถเปิดให้บริการ 3Gได้ด้วยเทคโนโลยี HSPA (High Speed Packet Data)

ด้านนายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า กสทฯมีคลื่นความถี่ทั้งหมด 25 เมกะเฮิรตซ์ แต่ใช้งานกระจายกันอยู่ขณะที่การให้บริการ 3Gด้วยเทคโนโลยี HSPA ผู้ให้บริการแต่ละรายต้องมีช่วงความถี่อย่างน้อย 5 เมกะเฮิรตซ์ จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการคลื่นที่มีอยู่ใหม่หลังจาก บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ยอมให้มีการเกลี่ยคลื่นใหม่ โดยดีแทคได้รับจัดสรร 10 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงความถี่ย่าน 885-894 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัดจะได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ 5 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วง 879-884 เมกะเฮิรตซ์ อีก 10 เมกะเฮิรตซ์ที่เหลือ ช่วง 869-879 เมกะเฮิรตซ์ เป็นการใช้งานของโทรศัพท์มือถือในระบบซีดีเอ็มเอทั้งของ กสทฯ และฮัทช์

สำหรับบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี ไม่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อนำไปเปิดให้บริการ HSPA แต่อย่างใด เนื่องจากมีจำนวนโครงข่ายและลูกค้าน้อยกว่าดีแทคและทรูมูฟมาก คือมีลูกค้าประมาณ 100,000 กว่าราย ขณะที่ ดีแทคมีลูกค้ากว่า 17 ล้านราย ส่วนทรูมูฟมีกว่า 12 ล้านราย อีกทั้งดีพีซียังเป็นบริษัทในเครือเดียวกับเอไอเอส ซึ่งเปิดให้บริการ 3Gไปแล้ว เท่ากับมีทางเลือกให้ลูกค้าแล้ว

โดยภายในสัปดาห์นี้ กสทฯจะเร่งทำหนังสือขออนุมัติให้มีการบริหารจัดการคลื่นใหม่ โดยขอให้ กทช.พิจารณาในเงื่อนไขเดียวกันที่อนุญาตให้เอไอเอสดำเนินการไปก่อนหน้านี้ รวมถึงขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่ออัพเกรดโครงข่ายด้วย ซึ่งไม่น่ามีปัญหาเพราะเป็นเพียงการขยับคลื่นที่ กสทฯเป็นเจ้าของทั้งหมดอยู่แล้ว ขณะที่ดีแทคและทรูมูฟเองก็ยอมรับเงื่อนไขในการยินยอมให้แบรนด์ของ กสทฯปรากฏในชื่อบริการ 3G ที่จะเกิดขึ้นหลังได้รับการเกลี่ยคลื่นใหม่ และทั้งคู่ยังยอมใช้เกตเวย์ของ กสทฯในการให้บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ รวมถึงจะปฏิบัติเงื่อนไขตามสัญญาเดิม อาทิ การส่งมอบอุปกรณ์ตามสัญญาแบบบีทีโอที (สร้าง-โอน-ดำเนินการ)

พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวต่อว่า ทั้งดีแทคและทรูมูฟยังดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการให้บริการ 3G ไม่ได้จนกว่า กทช.จะอนุญาตให้ กสทฯบริหารคลื่นใหม่ และอนุญาตให้เอกชนอัพเกรดโครงข่ายเมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายอีกครั้งว่าดีแทคและทรูมูฟจะอัพเกรดและเปิดบริการได้เลยหรือไม่ คาดว่าทั้งคู่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯก่อน โดยดีแทคต้องเข้ากระบวนการตามมาตรา 22 ส่วนทรูมูฟต้องเข้ากระบวนการตามมาตรา 13 เพื่อให้มีการแก้ไขเนื้อหาในสัญญาสัมปทานให้บริการโทรศัพท์มือถือ เนื่องจาก สัญญาเดิมมีการกำหนดช่วงคลื่นความถี่ไว้

นอกจากนี้ บอร์ด กสทฯยังมีเปิดกว้างให้เอกชนทั้ง 2 รายเข้ามาเจรจายื่นข้อเสนอในการดำเนินธุรกิจหลังอายุสัญญาสัมปทานหมดลงได้โดยทรูมูฟมีอายุสัญญาเหลืออีก 5 ปี ส่วนดีแทคเหลืออีก 7 ปี

ด้านนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จะยื่นเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยัง กสทฯในกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการอนุมัติคลื่น 850 MHz เพื่ออัพเกรดบริการเป็น 3G เช่นเดียวกับผู้รับสัมปทานอีก 2 ราย ได้แก่ ดีแทค และทรูมูฟ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าในฐานะผู้รับสัมปทานจาก กสทฯเหมือนกันก็ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน เพราะดีพีซีเองก็ยื่นข้อเสนอขอคลื่นเพื่อนำมาอัพเกรดบริการให้ลูกค้าด้วย

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4009 (3209)

11 มิถุนายน 2551, 01:01 | ข่าว 3G



AIS ขออัปเกรด 3G แบบระบุสถานี ดึงคืนใบขอนำเข้า HSPA จากกทช.

เอไอเอสขอคืนใบคำร้องขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ HSPA จากกทช. เพราะต้องการเปลี่ยนรูปแบบการขอใบอนุญาตใหม่ เป็นวิธีระบุจำนวนสถานีฐานที่ต้องการอัปเกรดแทน ยอมรับแผนให้บริการเชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯช้ากว่ากำหนด ยันไม่มีผลกระทบ กลับส่งผลดีเพราะจะได้วิเคราะห์การทดลองให้บริการในเชียงใหม่ได้ละเอียดมากขึ้น

นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เวอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสได้ขอคืนใบยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ HSPA อัปเกรดคลื่อนความถี่ 900 MHz ใช้งานระบบ 3Gในพื้นที่กรุงเทพฯ จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช . ก่อนที่กทช.จะพิจารณาให้ใบอนุญาตในการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2551 ที่ผ่านมา

สาเหตุที่เอไอเอสต้องขอใบคำร้องขอใบอนุญาตคืนนั้นเป็นเพราะเอไอเอสต้องการนำกลับมาแก้ไขและยื่นขอใหม่ โดยเอไอเอสจะเปลี่ยนรูปแบบการยื่นขอเป็นลักษณะเดียวกับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ที่ยื่นขอเป็นจำนวนสถานีที่จะอัปเกรด ซึ่งดีแทคต้องการยื่นขอจำนวน 3,000 สถานีฐาน

“ที่เราขอใบคำร้องขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์อัปเกรด 3G จากกทช.คืนนั้นเป็นเพราะเราต้องการปรับปรุงวิธีการขอใหม่จากเดิมที่ยื่นขอเป็นบริเวณในกรุงเทพฯ เป็นการยื่นขอตามจำนวนสถานีฐานที่ต้องการอัปเกรด เช่น เราอาจจะยื่นของจำนวน 300-400 สถานีฐานที่ต้องการอัปเกรดแล้วค่อยเลือกติดตั้งในพื้นที่ที่มีความต้องการเป็นต้น”

ผู้บริหารเอไอเอสยอมรับว่าการขอใบคำร้องดังกล่าวกลับคืนนั้นจะส่งผลให้การเปิดให้บริการ 3G ในกรุงเทพฯ ที่มีแผนจะเปิดให้บริการทดลองเชิงพาณิชย์ในกลางเดือนมิ.ย. นี้ต้องเลื่อนออกไป แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร เพราะเอไอเอสต้องการศึกษาพฤติกรรมลูกค้า และประสิทธิภาพการใช้งาน 3G บนความถี่ 900 MHz ในเชียงใหม่ให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ก่อนที่จะเริ่มให้บริการในส่วนอื่นๆของประเทศ

นายวิกรมกล่าวว่า พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่มีความเหมาะสมที่จะเลือกเป็นจังหวัดทดลองให้บริการ 3Gมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่นักท่องเที่ยวแห่งธุรกิจ และสถาบันการศึกษาอย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมีภูมิประเทศสลับซับซ้อน เหมาะแก่การทดสอบประสิทธิภาพของการส่งสัญญาณเป็นอย่างดี

ตามแผนในปีนี้เอไอเอสจะเปิดให้บริการ 3G ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น ภูเก็ต โคราช และสงขลา ซึ่งหากทดสอบการให้บริการในเชียงใหม่จนเป็นที่น่าพอใจแล้วก็จะเริ่มอัปเกรดตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่งการขอใบอนุญาตเป็นจำนวนสถานีฐานจะช่วยให้สามารถอัปเกรดได้เร็วเพราะไม่จำเป็นต้องขอแบบเฉพาะพื้นที่

ทั้งนี้ เอไอเอสมองว่าการมีบริการ 3G บนคลื่นความถี่ที่หลากหลาย จะช่วยให้เอไอเอสมีบริการที่เป็นทางเลือกให้ลูกค้าให้เลือกใช้ได้มากยิ่งขึ้น โดยเอไอเอสมีนโยบายลงทุน 3Gในคลื่นความถี่ทั้ง 3 รูปแบบคือ 900 MHz 2.1 GHz ที่กทช.จะออกใบอนุญาตให้เร็วๆนี้ และคลื่น 850MHz ที่บริษัท ดิจิตอลโฟน ได้ยื่นขอใช้ความถี่จาก บริษัท กสท โทรคมนาคม ผู้เป็นเจ้าของความถี่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 มิถุนายน 2551 11:02 น.

09 มิถุนายน 2551, 20:02 | ข่าว 3G



สหภาพกสทค้านซื้อไทยโมบาย

สหภาพ กสท เข้าพบรมว.ไอซีที คัดค้านข้อเสนอบอร์ดกสท ยื่นซื้อไทยโมบาย หวั่นส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเงิน อีกทั้งพนักงานส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ชี้กสท.ควรเดินหน้าทำซีดีเอ็มเอให้ดีที่สุด ขอให้ช่วยกระทุ้งบอร์ดเร่งยื่นขอไลเซนส์ นำเข้าอุปกรณ์อัปเกรด 3G เกรงเอไอเอสหนีห่าง

นายสมบูรณ์ ทรัพย์สาร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า หลังสหภาพได้เข้าพบนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารหรือไอซีที ได้ยื่นหนังสือต่อรมว.ไอซีทีเพื่อคัดค้านมติคณะกรรมการ(บอร์ด) กสท ที่มีมิติให้ซื้อคืนหุ้นในกิจการร่วมค้าไทยโมบายของบริษัท ทีโอที จำนวน 58% ด้วยมูลค่า 3,300 ล้านบาท ผ่อนจ่าย 5 ปี พร้อมรับภาระหนี้สินประมาณ 6,600 ล้านบาท เนื่องจาก กสท ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะไปซื้อหุ้นและรับภาระหนี้สินดังกล่าวได้

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการตัดสินใจของบอร์ดเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ไม่ได้สอบถามหรือรับฟังความคิดเห็นของพนักงานกสท ซึ่งมติที่ออกมาส่งผลให้พนักงานจำนวนมากมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และพนักงานส่วนใหญ่ต่างมีความเห็นว่า กสท ควรจะเปิดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซีดีเอ็มเอ ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่จะไปซื้อกิจการร่วมค้าไทยโมบายเพิ่ม เพราะลำพังเพียงการให้บริการซีดีเอ็มเอเพียงอย่างเดียว กสท ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จึงมองว่าการซื้อหุ้นจาก ทีโอที จะกลายเป็นภาระที่เพิ่มมากขึ้นให้ กสท มากกว่า และยังส่งผลผลต่อสถานะการเงินการคลังของบริษัทเป็นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของ กสท ก็จะประสบปัญหาต้องเข้าโครงการฟื้นฟู และพนักงานจะต้องรับภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการบริหารงานที่ล้มเหลวของโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทยโมบาย ดังนั้นจึงควรจะขายหุ้นคืนให้แก่ ทีโอที จะดีกว่า

พร้อมกันนี้ สหภาพ กสท ยังขอให้รมว.ไอซีที เร่งรัดบอร์ด กสท ส่งเรื่องขออนุญาตปรับปรุงโครงข่าย และนำเข้าอุปกรณ์เอชเอสพีเอ เพื่อให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ นำไปติดตั้งเพื่อให้บริการ 3G ภายใต้คลื่นความถี่เก่าโดยเร็ว เพราะขณะนี้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ซึ่งเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับ ทีโอที ได้เปิดให้บริการล้ำหน้าไปนานแล้ว หากยังล่าช้ากว่านี้ก็เกรงว่าทั้ง 2 บริษัท จะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เห็นว่าการที่บอร์ดไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาถึงแม้จะมีการประชุมหลายครั้งอาจจะมีประเด็นอื่นที่น่าสงสัย จึงต้องการให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกันก็ยังขอให้ระงับการปรับโครงสร้างใหม่ของ กสท เพราะเห็นว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าวไม่มีความชัดเจนว่าจะเกิดประโยชน์กับ กสท แต่กลับเพิ่มค่าใช้จ่ายในเรื่องการบริหารบุคคลมากขึ้น จากเดิมที่มีตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ 8 คน ก็เพิ่มเป็น 11 คน โดยเห็นว่าการขยายโครงสร้างตำแหน่ง ก็เพื่อรองรับบุคคลที่ถูกเสนอโดยบอร์ดบางคน ขณะที่ปัญหาการบริหารงานในภูมิภาคกลับไม่ได้รับการแก้ไข มีสายงานบังคับบัญชาที่ซับซ้อนเกิดความล่าช้า และที่สำคัญโครงสร้างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนปีที่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนใหม่แต่อย่างใด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 มิถุนายน 2551 11:25 น.

09 มิถุนายน 2551, 20:02 | ข่าว 3G



'กสท'ชงอัปเกรด 3G ให้ดีแทค-ทรูมูฟ

กสท ยื่นหนังสือถึงกทช.. ขอบริหารจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ เพื่อจัดสรรให้ดีแทค และทรูมูฟใช้อัปเกรดทำ 3G ปัดไม่อนุมัติลคลื่นให้ดีพีซีทำ 3G เพราะเป็นบริษัทในเครือเอไอเอสที่ได้สิทธิ์อัปเกรดบนความถี่ 900 MHz จากทีโอทีแล้ว

นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมง ซึ่งที่ประชุมอนุมัติ ให้ กสท ทำหนังสือแจ้งถึง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช..) เพื่อขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขความถี่ใหม่ ให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่ของ กสท มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการนำมาให้บริการ 3G ตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะส่งหนังสือถึง กทช. ในสัปดาห์นี้

ปัจจุบัน กสท มีคลื่นความถี่อยู่ 25 เมกะเฮิรตซ์ โดยช่วงความถี่ 10 เมกะเฮิรตซ์นำไปให้บริการในระบบซีดีเอ็มเอ ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงคลื่นความถี่ 869-879 ซึ่งช่วงคลื่นความถี่ที่เหลือไม่เรียงกัน ดังนั้น กสท จะทำหนังสือถึง กทช. เพื่อขอขยับช่วงคลื่นความถี่ที่เหลือให้อยู่เรียงกัน แล้วนำมาจัดสรรใหม่ให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ คือ ช่วงความถี่ตั้งแต่ 884-894 และนำมาจัดสรรให้บริษัท ทรูมูฟ จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ ตั้งแต่ช่วงคลื่นความถี่ 879-884

นายพิศาล กล่าวว่า ส่วนบริษัท ดิจิตอลโฟน หรือดีพีซี ทาง กสท ไม่ได้อนุมัติคลื่นความถี่ให้เนื่องจากเห็นว่าเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ซึ่งได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ในการจัดทำ 3Gจาก กทช. แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้การปรับคลื่นความถี่เพื่อจัดสรรใหม่ กสท จะสามารถทำได้ เพราะตามสัญญาที่ทำไว้กับดีแทคระบุไว้ แต่ กสท ก็ต้องทำหนังสือถึง กทช. เพื่อขออนุญาต

ด้านนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการ กทช.. กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “3G พลิกโทรคมนาคม : คนไทยได้อะไร?” ว่า การให้บริการ 3G ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้บนคลื่นความถี่เดิมที่มีเพื่อให้บริการได้ เพราะ กทช. ไม่สามารถอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ใหม่เพื่อให้บริการ 3Gได้ เนื่องจากต้องตัดสินใจร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่า กทช..จะออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ประเภทโทรศัพท์มือถือ 3G และไว-แม็กซ์ ได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยในเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ จะทำประชาพิจารณ์ เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม เนื่องจากการให้ใบอนุญาตแต่ละครั้งจะมีอายุประมาณ 10-15 ปี จึงต้องทำอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ในวันเดียวกันระหว่างประชุมบอร์ด กสท คณะกรรมการ กทช. ได้เข้าพบรมว.ไอซีที เพื่อแจ้งให้ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่า การโอนคลื่นความถี่ในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ซึ่งให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ระหว่าง ทีโอที และ กสท ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคณะกรรมการบริหารคลื่นความถี่ (กบถ.) ได้อนุมัติคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ให้ทีโอที และ กสท ดำเนินงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ตามประกาศของ กทช. ระบุว่า คลื่นความถี่โอนให้กันไม่ได้ แต่ถ้าจำเป็น และกทช.. เห็นว่าเหมาะสมก็สามารถทำได้ ดังนั้นการพิจารณาเรื่องไทยโมบาย จึงต้องรอคำยืนยันเรื่องการโอนหุ้นจากกทช..ก่อน แต่ถ้าโอนไม่ได้ก็คงต้องดำเนินงานร่วมกันเหมือนเดิม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 มิถุนายน 2551 11:52 น.

06 มิถุนายน 2551, 03:34 | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913