GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

ธนา’เลิกง้อกสทหันพึ่งใบอนุญาต 3G กทช.

ดีแทคเปลี่ยนเป้าหมายโฟกัสใบอนุญาตจากกทช. หลังกสทอืดอาดไม่ยอมไฟเขียวยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์อัปเกรดบนความถี่เดิม ซัดสุดท้ายกสทจะเสียประโยชน์เองเพราะกทช.ริบคลื่นเดิมที่ไม่ใช้ประโยชน์ ด้านเอไอเอสเผยให้บริการ 3G ในกรุงเทพฯอาจช้ากว่ากำหนดเปิดเดิมกลางเดือนมิ.ย.นี้ มั่น’ ฟันธงกลางเวทีสัมมนาผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ 3Gไทยได้เห็นใน 6 เดือน

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น กล่าวว่า กรณีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ กสท พิจารณาการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์HSPA เพื่ออัปเกรดคลื่นความถี่ 850 MHz ให้บริการ 3G ล่าช้านั้น อาจจะส่งผลให้ดีแทคหันไปพิจารณาการลงทุนบนใบอนุญาตใหม่ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. แทน เนื่องจาก กทช. ระบุว่าจะสามารถออกใบอนุญาตได้เร็วๆนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์

ไม่มีเหตุผลที่กสทจะไม่เร่งยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ อัปเกรดความถี่เดิมให้ดีแทค เพราะการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลดีต่อกสทเองเนื่องจากเป็นการนำคลื่นความถี่เดิมที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และหากไม่ได้นำความถี่นี้มาอัปเกรด อนาคตกทช.ก็ต้องเรียกคลื่นคืน ซึ่งขณะนี้ดีแทคอาจจะพิจารณาไปรอลงทุนในใบอนุญาตที่กทช.กำลังจะออกให้ เพราะมีค่าใบอนุญาตถูกกว่า ทั้งยังเป็นการลงทุนถาวร ซึ่งการลงทุนอัปเกรดความถี่เดิมก็มีข้อเสียที่อายุสัมปทานเหลือเพียง 10 ปี และมีส่วนแบ่งรายได้สูง ที่ผ่านมาดีแทครอมานานถึงขั้นอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สายบัว จำกัด(มหาชน)แล้ว” นายธนากล่าว

สำหรับเทคโนโลยี 3Gนั้นความจริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่เป็นเพียงเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่จะเพิ่มความรวดเร็วในการสื่อสารผ่านมือถือ เหมือนเทคโลยี EDGE หรือ GPRS แต่ที่ผ่านมาเกิดความล่าช้าเพราะหลายฝ่ายไปมองว่าเป็นเรื่องใหญ่โต ทั้งที่ในแง่การลงทุนนั้นก็เป็นเอกชนที่ต้องลงทุนจะขาดทุนหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเอกชน

อย่างไรก็ดี มีอุตสาหกรรมโดยรอบหลายอุตสาหกรรมที่รอเติบโตตามอุตสาหกรรมหลักอย่างโทรศัพท์มือถือเมื่อมีการนำเทคโนโลยี 3G มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจำหน่ายเครื่องมือถือ อุตสาหกรรม คอนเทนต์ และซอฟต์แวร์เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีการพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งาน 3G บนมือถือ

นายสรรชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอสกล่าวว่า หาก กทช.พิจารณาออกใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ HSPA เพื่ออัปเกรดความถี่ 900 MHz ให้บริการ 3Gในพื้นที่กรุงเทพฯในวันนี้(5 พ.ค.51) อาจจะทำให้การให้บริการ 3G ในพื้นที่กรุงเทพฯ ล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิมที่จะเปิดให้บริการในกลางเดือน มิ.ย.นี้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ เอไอเอสมีแผนจะเปิดให้บริการ 3G ใน 7 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต โคราช ขอนแก่น ชลบุรี สงขลา และกรุงเทพฯ และตั้งเป้าจะมีลูกค้าใช้บริการ ทั้งสิ้น 6 -7 หมื่นรายในปลายปี โดยในส่วนจังหวัดเชียงใหม่ที่เปิดให้บริการไปแล้วมีลูกค้าใช้บริการแล้ว 1,500 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 35 % ใช้งานแอร์การ์ดถึง 35 % และเชื่อว่าในระยะยาวเมื่อมีการให้บริการ 3G อย่างทั่วถึงจะส่งผลให้มีลูกค้าใช้บริการแอร์การ์ดเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น

นายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีที กล่าวในการปาฐกถาเรื่อง 3G พลิกธุรกิจโทรคมนาคมไทย คนไทยได้อะไร จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่ายังเชื่อมั่นว่าภายใน 6-12 เดือนนี้จะสามารถให้บริการเทคโนโลยีระบบ 3G ได้แน่นอน ซึ่งในปัจจุบันยังต้องรอ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ.กสช.) ซึ่งคาดว่ากฎหมายดังกล่าวน่าจะออกใช้ได้ภายในปีนี้

การมี 3Gจะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศที่สำคัญ โดยปัจจุบันคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้น้อยมาก เพราะการให้บริการบรอดแบนด์ทางสายมีข้อจำกัดในการเข้าถึง ฉะนั้นบริการ 3Gจะสามารถเข้ามาให้บริการประชาชนในส่วนนอกข่ายสายได้เป็นอย่างดี”นายมั่นกล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของการเพิ่มความเร็วบรอดแบนด์ก็น่าจะทำได้ภายในระยะเวลา 15 เดือน ซึ่ง ครม.ได้มีการอนุมัติงบลงทุนปรับปรุงโครงข่ายไอพีบรอดแบนด์ให้บริษัท ทีโอที ไปแล้วจำนวน 4.7 ล้านบาทในการเพิ่มความเร็วของบรอดแบนด์

นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท เปิดเผยว่า 3G จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคนไทยให้เปลี่ยนไปเพราะจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้คนสามารถทำงานและติดต่อสื่อสารกันในทุกที่และต่อไปการติดต่อกันด้วยเสียงจะเป็นส่วนน้อย เพราะการติดต่อด้วยข้อมูลข่าวสารจะเติบโตมาทดแทน

นายวรุธ สุวกร รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า เทคโนโลยี 3Gจะทำให้คนไทยได้บริการที่หาไม่ได้บนเทคโนโลยี 2G อาทิ วีดีโอคอล Virtual Environment , Global Mobility

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2551 10:57 น.

06 มิถุนายน 2551, 00:58 | ข่าว 3G



เอไอเอสท้วงกทช.แบ่งคลื่นผิดกม. ยันอนุมัติ 850 MHz ต้องแก้สัญญา

เอไอเอสปรับยุทธศาสตร์ HSPA ให้บริการแค่เชียงใหม่จังหวัดเดียว จี้กทช.แบ่งความถี่ 850 MHz ให้ดีแทค ทรูมูฟ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาสัมปทาน จำเป็นต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐกับเอกชน 2535 ท้วงอนุมัติสุ่มสี่สุ่มห้าอาจผิดกม.ยันทุกฝ่ายควรเคารพสัญญาสัมปทานมากกว่าหาประโยชน์จากช่องว่าง

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสกำลังจะยื่นหนังสือทักท้วงและขอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) พิจารณาอย่างรอบคอบในกรณีที่จะอนุญาตให้ดีแทคและทรูมูฟได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 850 MHz เพื่อให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA เนื่องจากกรณีดีแทคถึงแม้ความถี่ 850 MHz จะเป็นย่านความถี่เดิมซึ่งดีแทคให้บริการตามสัญญาร่วมการงานกับบริษัท กสท โทรคมนาคมอยู่แล้วก็ตาม

แต่การเกลี่ยหรือจัด slot ความถี่ใหม่ ต้องถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาสัมปทาน จำเป็นต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 22 ของพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชนพ.ศ.2535 และอาจต้องรายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบด้วย

ส่วนกรณีทรูมูฟ อาการหนักกว่าดีแทคเพราะตามสัญญาสัมปทานของ กสท ทรูมูฟไม่ได้สิทธิให้บริการด้วยความถี่ 850 MHz ตั้งแต่ต้น หาก กทช.อนุญาตให้ทรูมูฟให้บริการ HSPA ด้วยความถี่ 850 MHz ต้องถือว่าเป็นการแก้สัญญาในประเด็นหลักหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการให้สัมปทานใหม่เพิ่มเติมด้วยซ้ำ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตามพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชนพ.ศ.2535

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากทช.จะไม่เข้าไปยุ่งกับคู่สัญญาสัมปทาน แต่หากครั้งนี้ กทช.ยอมให้เกิดการจัดสรรความถี่ดังกล่าวขึ้นเท่ากับกทช.กำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานหลัก และทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันของธุรกิจ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดประเด็นถกเถียงหรือข้อโต้แย้งทางด้านกฎหมายในอนาคต

รวมทั้งการที่ กสท ต่ออายุสัมปทานทรูมูฟออกไปอีก 5 ปีในลักษณะเปลี่ยนเป็นการเช่าโครงข่าย ก็อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์เฉพาะบริษัทรายเดียวทำให้ กสท เสียหายเนื่องจากไม่ได้เปิดกว้างให้เอกชนรายอื่นมีโอกาสเช่าโครงข่ายอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีดีพีซีซึ่งถือเป็นบริษัทภายใต้สัญญาสัมปทาน กสท เช่นเดียวกับดีแทคและทรูมูฟ

แนวคิดในการท้วงติง กทช.เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณาอนุญาตเรื่องความถี่ เพราะไม่อยากให้เกิดกรณีพิพาทในภายหลัง และในด้านหนึ่งเอไอเอสก็ต้องการให้ทุกฝ่ายยึดถือตามสัญญาสัมปทานเป็นหลัก มากกว่าหาช่องว่างเอื้อประโยชน์กันและกัน’

ปรับแผน HSPA เหลือแค่เชียงใหม่

นายวิเชียรกล่าวว่าเอไอเอสได้ปรับแผนการให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ให้เหลือที่จังหวัดเชียงใหม่เพียงที่เดียวจากเดิมที่มีแผนเปิดให้บริการในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยที่เชียงใหม่จะติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบประมาณ 100 สถานีฐานซึ่งเอไอเอสจะทำหนังสือแจ้งไปยัง กทช.ใหม่เพื่อระบุสถานที่ติดตั้งอุปกรณ์ว่าจะดำเนินการในเชียงใหม่เพียงจังหวัดเดียว

จุดยืนเอไอเอสคือให้บริการ HSPA ที่เชียงใหม่จังหวัดเดียวภายใต้ความถี่เดิมที่มีอยู่ เพื่อง่ายต่อการทำตลาด’

อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า การที่เอไอเอสต้องให้บริการHSPA ที่ความถี่ 900 MHz ซึ่งเป็นความถี่เดิมที่ให้บริการลูกค้าในปัจจุบันอยู่ และในทางสัญญาสัมปทานไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญา แต่ในทางเทคนิคหากให้บริการลูกค้า HSPA ที่เน้นรับและส่งข้อมูลจำนวนมาก อาจกระทบศักยภาพในการสื่อสารของลูกค้ารายอื่น เนื่องจากความถี่เบียดกัน

ทั้งนี้ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้าในเชียงใหม่ที่ใช้บริการHSPA ประมาณกว่า 300 รายเท่านั้นขณะที่ผู้ใช้บริการด้านสื่อสารข้อมูล (data service)ทั่วไปของเอไอเอสในเชียงใหม่ มีอยู่ประมาณ 3 พันราย

หากเอไอเอสอยู่เฉยให้คู่แข่งให้บริการ HSPA อย่างเต็มที่ในความถี่ 850 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่จากการจัดสรรคลื่นใหม่ และไม่รบกวนความถี่เดิมที่คู่แข่งให้บริการลูกค้าอยู่นั้นเอไอเอส ก็จะเสียเปรียบมากเพราะเอไอเอสให้บริการ HSPAไม่ได้เต็มที่และความถี่ใหม่ในย่าน 2.1 GHz ก็ยังไม่เห็นอนาคตว่าจะสามารถเปิดประมูลเมื่อใด’

ก่อนหน้านี้ กสท ได้ส่งหนังสือไปยังกทช.เพื่อขออนุญาตจัดสรรความถี่ในย่าน 850 MHz และขออนุญาตให้ดีแทคและทรูมูฟ นำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ HSPA จำนวน 1,200 และ 650 สถานีฐานตามลำดับ ซึ่งคาดว่า กทช.จะพิจารณาในการประชุมวันที่ 3 ก.ค.ที่จะถึงนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2551 09:53 น.

25 มิถุนายน 2551, 16:13 | ข่าว 3G



กทช.ออกไลเซนส์อัปเกรด 3G ความถี่เดิม เมินรมว.ไอซีทีให้รอออกพร้อมดีแทคทรูมูฟ

กทช.เตรียมออกไลเซนส์นำเข้าอุปกรณ์ HSPA อัปเกรดความถี่ 900 MHz ในกรุงเทพฯ 30 สถานีฐานสัปดาห์หน้า ไม่ฟังเสียงรมว.ไอซีทีขอให้ชะลอออกไลเซนส์พร้อมดีแทค อ้างต้องทำตามกฎเกณฑ์ พร้อมเลื่อนอนุมัติเลขหมายใหม่ให้ทรูมูฟ 4 ล้านเลขหมายเพราะข้อมูลไม่ครบ

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่าที่ประชุม กทช.จะพิจารณาออกใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่ออัปเกรดคลื่นความถี่ 900 MHz ที่ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้ร้องขอเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ HSPA (High Speed Packet Access) จำนวน 30 สถานีฐานเพื่อให้บริการ 3G เชิงพาณิชย์ชั่วคราวซึ่งเอไอเอสได้ยื่นความจำนงขออนุมัติจาก กทช.มาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ กทช.ไม่สามารถชะลอการให้ใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ในพื้นที่ดังกล่าวของเอไอเอส ให้พร้อมกับการออกใบอนุญาตแก่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ตามที่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ต้องการให้ชะลอการอนุมัติการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อพัฒนา 3G บนคลื่นความถี่เดิมของเอไอเอส เนื่องจากกทช.มีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการเมื่อมีการร้องขอตามกฎเกณฑ์

“ใครขอมาเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น เอไอเอสขอมา 30 สถานีที่เชียงใหม่ก็ต้องติดตั้งที่เชียงใหม่ไม่สามารถมาติดตั้งอุปกรณ์ในกรุงเทพฯได้ ซึ่งผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือต้องระบุให้ชัดว่าจะขยายตรงไหนเพื่อที่ กทช.จะได้สามารถบันทึกได้” นายสุรนันท์กล่าว

นอกจากนี้การประชุมคณะกรรมการ กทช.เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศ กทช. เกี่ยวกับการขออนุญาตขยายข่ายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนความถี่เดิม โดยคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่จะปรับปรุงโครงข่ายสื่อสารนั้นต้องเป็นผู้ที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่เท่านั้น ซึ่งถ้าใช้เทคโนโลยีเดิมผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ทันที แต่ถ้าเป็นเทคโนโลยีใหม่ต้องเสนอต่อ กทช.เพื่อขอความเห็นชอบ และต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ติดตั้ง วิธีการติดตั้ง และระยะเวลา

นายสุรนันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ยังได้ขื่นขอเลขหมาย กทช.อีกจำนวน 4 ล้านเลขหมาย และจะเสนอไปเป็นวาระที่ประชุมในสัปดาห์ต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม กทช.ได้มอบใบอนุญาตเพื่อให้บริการคอลลิ่ง การ์ดให้กับผู้ประกอบการ 6 ราย ประกอบด้วย บริษัท บลูดอท คอมมูนิเคชั่น จำกัด, บริษัท โกลบอล เทเลลิ้งค์ (ประเทศไทย ) จำกัด, บริษัท ฮาเร็ม ทาวน์ เอ็กซปอร์ต จำกัด, บริษัท เคิร์ช จำกัด, บริษัท สมาร์ทเทล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฟู่อัน จำกัด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2551 17:16 น.

01 มิถุนายน 2551, 03:18 | ข่าว 3G



เอไอเอสปันงบ600ล.ชิมลาง3Gเชียงใหม่

เอไอเอสปันงบ 600 ล้านบาท เปิดบริการ 3G ที่เชียงใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “3GSM advance” ด้านทีโอทียันเป็นการอัปเกรดเทคโนโลยีตามสัญญาร่วมการงาน ตั้งยอดขายสิ้นปีนี้ 8 หมื่นถึงแสนราย พร้อมพาสื่อทดสอบระบบรอบเมืองเชียงใหม่

นายกิติพงศ์ เตมียะประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์มีเพิ่มมากขึ้น การให้บริการผ่านสายเคเบิลอย่างเดียวไม่พอ ทั้งนี้ ด้วยความก้าวหน้าของไวร์เลสที่ย่านความถี่ 900 เมกะเฮิตรซ์ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอสที่ให้บริการอยู่ในขณะนี้ สามารถอัปเกรดเทคโนโลยีได้ตามสัญญาร่วมการงาน ซึ่งมีการอัปเกรดมาแล้วหลายครั้ง่

การอัปเกรดครั้งนี้เอไอเอสได้นำเทคโนโลยี HSPA - High Speed Packet Access บนคลื่นความถี่เดิม เนื่องจากย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ติดปัญหาเกี่ยวกับระเบียบภาครัฐ การอัปเกรดครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างทีโอทีกับเอไอเอส ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร หรือไอซีที ที่เห็นว่าไทยน่าจะมีอินเทอร์เน็ตผ่านไวร์เลสได้แล้ว และจะต้องเป็น WCDMA หรือ 3G ต่อไป่

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการเอไอเอส กล่าวว่า ตามที่เอไอเอสได้ประกาศความพร้อมในการเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมือถือเห็นหน้าได้ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์เป็นรายแรกของไทย ภายใต้ชื่อ 3GSM advance เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานั้น่

ด้วยความพร้อมดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เอไอเอสจึงได้เริ่มจำหน่ายเครื่องและเปิดให้ลูกค้าชาวเชียงใหม่ได้ใช้บริการอย่างเป็นทางการ โดยจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ HSPA ทั่วเมืองเชียงใหม่

“การเปิดให้บริการครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของไทยที่มี 3G ซึ่งเราเองก็อยากให้บริการมานานแล้วแต่ติดขัดหลายๆเรื่องจึงได้นำแบนด์วิดท์ที่มีอยู่มาให้บริการ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าผู้ใช้จะให้การตอบรับอย่างดี”่

บริการดังกล่าวเอไอเอสได้ดึงความถี่เดิม 5 เมกะเฮิรตซ์มาทำ และยืนยันว่าผู้ใช้บริการรายเก่าทั้งระบบจีเอสเอ็ม วัน-ทู-คอลจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ยังจะได้รับคุณภาพการให้บริการเท่าเดิม่

ด้านนายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดเอไอเอส กล่าวว่า 3GSM advance เป็นบริการยุคที่ 3 บนมาตรฐาน WCDMA (Wide Band CDMA) ที่คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ สามารถรองรับการใช้งานรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง (HSPA) ขนาด 7,200 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งแตกต่างจาก GPRS หรือ EDGE ที่ปัจจุบันให้ความเร็วเพียง 160 กิโลบิตต่อวินาทีหรือต่างกันถึง 45 เท่า จึงทำให้สามารถให้บริการต่างๆ ได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ, โทรศัพท์แบบเห็นหน้า (Video Call) หรือ บริการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะของ Video Clip, Video Streaming, Full Song, Music Video, ฯลฯ ซึ่งลูกค้าที่ใช้ 3GSM advance จะสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ทั้งหมดด้วยหมายเลขเดิมในระบบ GSM advance่

ส่วนเหตุผลที่เลือกเชียงใหม่เป็นพื้นที่เริ่มต้นในการให้บริการ เพราะเป็นจังหวัดอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากกรุงเทพฯที่มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ Lifestyle ที่ไม่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเอไอเอสในการให้บริการในจังหวัดอื่นๆที่ไม่ใช่เพียงกรุงเทพฯ เพราะในอนาคตรูปแบบของบริการจะต้องสามารถตอบสนองได้ทั้งลูกค้าที่อยู่ในต่างจังหวัด และเขตกรุงเทพฯ่

ทั้งนี้ ลูกค้าปัจจุบันของ GSM advance สามารถเปลี่ยนมาใช้ 3GSM advance ได้โดยใช้เบอร์เดิม เพียงซื้อเครื่องโทรศัพท์และเปลี่ยนเป็นซิม 3GSM advance โดยโปรโมชัน Voice Call จะเป็นโปรโมชันเดิมที่ใช้งานอยู่ ส่วนโปรโมชันการใช้งาน Data จะคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้งานจริง่

สำหรับงบประมาณในการเปิดให้บริการ 3GSM advance เอไอเอสเตรียมไว้ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่อยู่ในส่วนของการพัฒนาเครือข่ายปี 2551 ที่เตรียมไว้ราว 16,000 ล้านบาท สำหรับการเปิดตัวที่เชียงใหม่นี้เบื้องต้นมีสถานีฐานจำนวน 27 แห่ง ที่ครอบคลุมใจกลางเมืองเชียงใหม่ทั้งหมด และมีแผนจะลงอีก 3 แห่ง ส่วนในกรุงเทพฯและพื้นที่อื่นๆนั้นจะทยอยให้บริการตามลำดับ โดยจะพิจารณาจากความต้องการในแต่ละพื้นที่ต่อไป่

ส่วนแผนการตลาดได้มีการทำสื่อโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ท้องถิ่น วัสดุส่งเสริมการขาย รวมถึงสื่อออนไลน์ เป็นต้น่

ด้านเครื่องลูกข่ายขณะนี้สามารถใช้ได้ 3 รุ่นคือ โนเกีย6121 PhoneOne 3GM602 และ PhoneOne 3GE500 อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้โนเกียมีแผนนำเครื่องลูกข่ายออกสู่ตลาดอีก 9 รุ่น และโฟนวันอีกหลายรุ่น่

จากการเปิดให้บริการ 3G ครั้งนี้ ผู้บริหารเอไอเอสเชื่อว่าจะมีลูกค้าใช้บริการภายในปีนี้ประมาณ 8 หมื่นถึงแสนราย่

พร้อมกันนี้ เอไอเอสได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมชมการเปิดให้บริการ 3GSM advance ที่เชียงใหม่ในครั้งนี้ โดยโชว์การทดสอบการ Convergence เทคโนโลยี HSPA ที่ เชียงใหม่ร่วมกับเทคโนโลยี WiMAX จาก จ.เชียงราย (ซึ่งเอไอเอสได้รับใบอนุญาตทดสอบ WiMAX ในบริเวณมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) ผ่านบริการต่างๆ ซึ่งโดยรวมแล้วสามารถให้บริการได้ แต่ส่วนที่เป็นภาพยังมีการกระตุกอยู่บ้าง

ผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2551 10:43 น. | ข่าว 3G



มุมมอง 3G ในประเทศไทยของควอลคอมม์

เจฟฟ์ เจคอปส์ รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายการตลาด ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล ย้ำว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับ 3G โดยที่อุตสาหกรรมไร้สายในทุกวันนี้มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกกว่า 3.4 พันล้านราย ซึ่งมีผู้ใช้บริการ 3G ในปัจจุบันกว่า 620 ล้านราย ยิ่งไปกว่านั้นมีประชากรกว่า 1 พันล้านรายเชื่อมต่อกว่า 435 เครือข่ายบรอดแบนด์ไร้สาย 3G ปีที่แล้วโทรศัพท์มือถือ 3G มียอดขายกว่า 290 ล้านเครื่อง ขณะที่ มียอดขายเครื่องมือถือ CDMA 2000 กว่า 210 ล้านเครื่อง ยอดขายโทรศัพท์มือถือ WCDMA / UMTS กว่า 180 ล้านเครื่อง ขณะที่ควอลคอมม์คาดการณ์ว่าปีนี้จะมียอดขายโทรศัพท์มือถือ3G กว่า 500 ล้านเครื่อง ยอดขายโทรศัพท์มือถือ CDMA 2000 จำนวน 220 ล้านเครื่อง และยอดขายโทรศัพท์มือถือ WCDMA/UMTS จำนวน 280 ล้านเครื่อง

คนไทยพร้อมหรือยังสำหรับเทคโนโลยี 3G

มีโอกาสเกิด 3G อย่างมากในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนประชากร 66 ล้านคนในขณะที่มียอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถึง 55 ล้านราย ซึ่งถ้ามีการเปิดให้บริการ 3G จะก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างสูงในตลาดทางด้านการให้บริการมัลติมีเดียและแอปพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งมีผลทำให้ราคาการให้บริการต่างๆ ของ 3G ถูกลง ขณะนี้ประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึง ADSL เพียง 8% ดังนั้น เมื่อมีการให้บริการเชื่อมต่อ HSPA ผ่านโทรศัพท์มือถือจะมีอัตราสูงกว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทาง ADSL ส่วนทางด้านผู้ให้บริการเครือข่าย การเปิดให้บริการ 3G จะเพิ่มรายได้ต่อผู้ใช้ประมาณ 22% อาทิเช่น อเมริกาคิดค่าบริการ 3G ราคา 25เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่า 3G จะส่งเสริมการแข่งขันในตลาดและสามารถเพิ่มรายได้ต่อผู้ใช้

แอปพลิเคชั่นของ 3G ที่ประสบความสำเร็จที่สุด

แอปพลิเคชั่นของ 3G ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ PC Card, USB download รวมทั้งการดาวน์โหลดเกมส์ เพลง navigation, e-banking, mobile TV ซึ่ง Mobile TV จะเป็นการใช้เครือข่าย MediaFlow ซึ่งเป็นเครือข่ายที่แยกออกมาต่างหาก อาทิเช่น ประเทศสหรัฐฯ ใช้เครือข่ายแยกกันระหว่างการให้บริการโทรศัพท์มือถือและทีวี ปัจจุบันนี้ ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยต่างให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีสำหรับการออกใบอนุญาต 3G บนแถบความถี่ 2.1GHz.

3G ดีกว่า Wi-MAX?

Wi-MAX และ 3G เป็นเทคโนโลยีบนตระกูลและเทคโนโลยี IP-based เนื่องจาก Wi-MAX จะถูกใช้เฉพาะพื้นที่ที่ครอบคลุมอย่างเจาะจง ในขณะที่ 3G ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกลกว่า ตัวอย่างเช่น เกาหลีเปิดให้บริการทั้ง 3G และ Wi-MAX ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเกาหลีมีผู้ใช้บริการ 3G กว่า 43 ล้านคน ขณะที่มีผู้ใช้บริการ Wi-MAX เพียงแค่ 50,000 ราย ตลาดคาดว่าจะมีการเปิดให้บริการเทคโนโลยี 4G ภายในปี 2010 แต่ทว่ามันจะยังคงเป็นตลาดใหม่และยังขาดความได้เปรียบทางการผลิต ผมเชื่อว่าประเทศไทยควรจะเปิดการให้บริการ 3G ในประเทศไทยเนื่องจากว่ามีผู้ใช้บริการ 3G ทั่วโลกกว่า 603 ล้านราย ซึ่งหมายความว่า 3G ได้เปรียบทางการผลิต ดังนั้น เทคโนโลยี 3G CDMA จึงเป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย ที่ส่งผลดีทั้งทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

มีปัญหาทางด้านแถบความถี่สเปคตรัมไหม

ประเทศไทยสามารถนำประโยชน์จาก in-band migration โดยการใช้คลื่นความถี่ 850 หรือ 900 เมกะเฮิรตส์ อย่างไรก็ตาม ควรจะมีใบอนุญาต 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตส์ เพราะในแง่ของเทคโนโลยีแล้ว คุณภาพของ 3G จะดีกว่า Wi-MAX เป็นที่แน่นอนว่าควอลคอมม์ จะให้การสนับสนุนคลื่นความถี่ทั้งสองในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการ 3G ให้เร็วที่สุดในประเทศก็มีความสำคัญ แล้วค่อยพิจารณาให้ใบอนุญาต 3G บนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตส์ ในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน มีแต่ประเทศไทยยังไม่มีใบอนุญาต 3G แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนาม ซึ่งกำลังจะเปิดประมูลภายใน 3 เดือนนี้รวมทั้งประเทศส่วนมากในแถบเอเชียแปซิฟิก ได้ออกใบอนุญาต 3G แล้ว

ควอลคอมม์ได้ค่าลิขสิทธิ์ชิพจาก Wi-MAX ไหม

จริงๆ แล้ว ควอลคอมม์ได้ค่าลิขสิทธิ์ชิพทั้งจากเทคโนโลยี 3G, Wi-MAX, WCDMA, และ OFDMA เนื่องจากควอลคอมม์ได้ซื้อ Flarion ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยี Wi-MAX ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบทางด้านการผลิตของเทคโนโลยี 3G จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ทั้งราคาการให้บริการที่ลดลงและราคาโทรศัพท์มือถือ ควอลคอมม์คาดหวังการใช้ประโยชน์จากแถบความถี่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากแถบความถี่เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ถ้าผู้ให้บริการเครือข่ายของไทยใช้แถบความถี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในการให้บริการทางด้านข้อมูล จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางด้านเสียงที่ลดลง

ดังนั้น ผู้ให้บริการเครือข่ายของไทยไม่สามารถลดราคาการให้บริการ EDGE, GPRS มาก เพราะถ้ามีผู้ใช้บริการทางด้านข้อมูลมากก็จะมีผลกระทบต่อการให้บริการทางด้านเสียงอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี 3G จะช่วยแก้ปัญหาการให้แถบความถี่สเปคตรัมได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการให้บริการทางด้านข้อมูลและเสียง

ผู้จัดการ 12 พฤษภาคม 2551 11:07 น. | ข่าว 3G



AIS เฮ! กทช.จ่อไฟเขียว 3G

กทช.เตรียมอนุมัติเอไอเอสติดตั้งเอชเอสพีเอเพิ่มที่กรุงเทพฯ หลังเรื่องยืดเยื้อกว่า 2 สัปดาห์ ด้านทีโอทีสั่งศึกษาทำธุรกิจ 3G

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กทช.จะนำกรณีที่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) จะขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์เอชเอสพีเอ (High Speed Packet Access) จำนวน 30 สถานีฐานเพื่อให้บริการ 3Gเชิงพาณิชย์ชั่วคราวเข้าที่ประชุมในสัปดาห์หน้า หลังจากเอไอเอสได้ยื่นความจำนงขออนุมัติจาก กทช.มาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ ส่วนกรณีที่นายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีที ต้องการให้ชะลอการอนุมัติการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อพัฒนา 3Gบนคลื่นความถี่เดิมของเอไอเอส เพราะไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการรายอื่นเสียเปรียบในการให้บริการนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่โดยพื้นฐาน กทช.ควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศออกมาอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ควรให้เทคโนโลยีเป็นกลางต้องมีการแยกแยะ เพราะถ้าหากมีการติดตั้งอุปกรณ์เอชเอสพีเอแล้วทำให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ควรอนุญาต

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการเอไอเอส กล่าวว่า แผนการให้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเห็นหน้าที่วางไว้ว่าจะเปิดให้บริการใน กทม.เป็นแห่งที่ 2 รองจากเชียงใหม่ กลางเดือนหน้า ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องรอ กทช.อนุมัติเรื่องการให้บริการเสียก่อน

ด้านนายระเฑียร ศรีมงคล โฆษกคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ในที่ประชุมบอร์ดทีโอที เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดได้ชี้แจงให้รับทราบเรื่องสรุปราคาซื้อขายหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบายที่ตกลงกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม ในราคา 2,400 ล้านบาท พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแผนดำเนินงาน 3G โดยให้กรอบไว้ 3 แนวทางเบื้องต้น คือ 1.ทีโอทีจะเป็นผู้ดูแลและบริหารเอง 2.หาพันธมิตรเพื่อร่วมดำเนินการในบางส่วนที่คิดว่าทีโอทีไม่เชี่ยวชาญ 3.สัมปทานให้กับเอกชน.

ไทยโพสต์ 31 พฤษภาคม 2551 | ข่าว 3G



ปฏิบัติการ "3G" สายฟ้าแลบ ค่ายมือถืออัพเกรดโครงข่ายเดิม

หลังนั่งเก้าอี้ รมต.ไอซีทีมาได้เดือนเศษ แม้ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งหมาดๆ "มั่น พัธโนทัย" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดใจอีกว่า ไม่เพียงไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมานั่งเก้าอี้นี้ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเกี่ยวกับเทคโนโลยี ขนาดอินเทอร์เน็ตก็ใช้ไม่เป็น แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะทำงานไม่ได้เพราะถนัดเรื่องการบริหารจัดการ

เกือบโดนค่อนขอดอยู่แล้วเชียวว่า ถ้ามีใครจัดอันดับ รมต.โลกลืมอาจติดโผกับเขาด้วย ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.2551) หลังเชิญผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนทั้ง บมจ.ทีโอที, กสท โทรคมนาคม และ 3 ค่ายยักษ์มือถือ "เอไอเอส-ดีแทค และทรูมูฟ" มาหารือร่วมกัน เพียงไม่กี่อึดใจก็ออกมาประกาศเสียงดังฟังชัดได้ว่า ไม่เกิน 1 ปีข้างหน้า ประชาชนไทยจะมีโอกาสได้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G !!!

ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าไม่รีบเปิดบริการ 3G ไทยจะล้าหลังประเทศอื่น ไม่ใช่การทำตามแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่จะนำความเจริญและการพัฒนาในทุกๆ ด้านไปสู่ชนบท ขอประกาศให้โลกรู้ว่า เราจะพัฒนา 3G เต็มรูปแบบใน 6-12 เดือน ซึ่งได้ถาม

ไปยัง กทช.แล้วว่าทุกค่ายทำได้ ขอให้กระทรวงไอซีทีสนับสนุน จึงหารือกับทีโอที, กสท และเอกชน ซึ่งทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะลืมเรื่องบาดหมางเดิมไว้ก่อน และจะจับมือกันรีบเร่งให้มี 3G โดยเร็วด้วย"

โดยการอัพเกรดโครงข่ายเดิมบนความถี่เดิม ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า HSPA หรือ high-speed packet access

"วิเชียร เมฆตระการ" กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสสามารถพัฒนาโครงข่ายเพื่อให้บริการ 3G ได้ทันที โดยขณะนี้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์มาปรับปรุงโครงข่ายบนคลื่น 900 MHz เดิมที่บริษัทให้บริการอยู่แล้ว

"ที่ผ่านมามีความคิดจะทำอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องให้เจ้าของสัมปทานเห็นชอบด้วย และขอใบอนุญาตให้ จริงๆ ตั้งใจจะขอใบอนุญาตให้บริการ 3Gของ กทช.เลย แต่ไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไร ส่วนการลงทุนในครั้งนี้เมื่อทำบนคลื่นความถี่เดิมก็ใช้เงื่อนไขตามสัญญาสัมปทานเดิม และคาดว่าจะคุ้มทุนแบบเดิมๆ"

ทั้งนี้เอไอเอสได้สั่งนำเข้าอุปกรณ์แล้ว และมั่นใจว่าจะเปิดทดลองให้บริการได้ใน 6 เดือนแน่นอน

"การลงทุนจะมีต้นทุนเฉลี่ย 1,500 บาทต่อเลขหมาย หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท จากฐานลูกค้าปัจจุบันของเอไอเอส 24 ล้านเลขหมาย แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เตรียมเงินลงทุนไว้เนื่องจากทุกอย่างได้รับการผลักดันเร็วมาก แต่พร้อมที่จะลงทุน แม้เป็นการลงทุนภายใต้สัญญา BTO (build-transfer-operate) ที่ต้องโอนโครงข่ายทั้งหมดให้เจ้าของสัมปทาน โดยในเบื้องต้นจะอัพเกรด 30 สถานีฐาน เน้นที่หัวเมืองใหญ่"

บิ๊กบอส "เอไอเอส" กล่าวอีกว่า การให้บริการ 3G ในครั้งนี้จะทำบนคลื่น 900 MHz อย่างเดียว และถือเป็นทุกขลาภของ เอไอเอส เพราะเป็นภาระที่ท้าทายของบริษัท วิศวกร ช่างเทคนิค ในการจัดสรรคลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากต้องแบ่งคลื่นให้รองรับการบริการทั้งใน 2.5 จีแบบเดิม และระบบใหม่ให้มีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพที่สุด

"HSPA เป็นของใหม่ในอุตสาหกรรมที่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้ หลังจากไม่มีเทคโนโลยีใหมมาระยะหนึ่ง เอไอเอสจะเจาะตลาดลูกค้ารายย่อยก่อน เพราะต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะพัฒนาคุณภาพให้เหมาะกับลูกค้าองค์กร โดยการอัพเกรดบนโครงข่ายเดิมคาดว่าจะใช้งานไปได้อีกเป็น 10 ปี"

ถ้ายังจำกันได้ "ดีแทค" ก็เพิ่งทดสอบระบบดังกล่าวบนคลื่นความถี่ 850 MHz ไปหมาดๆ โดยร่วมกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม และอีริคสันนำอุปกรณ์ไปติดตั้งและทดสอบบริการที่จังหวัดมหาสารคาม

ต่างกันตรงที่ "ดีแทค" ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก "กทช." แต่ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ขณะที่พี่ใหญ่ "เอไอเอส" ได้ใบอนุญาตมาแล้วเรียบร้อย

โดย "ซิคเว่ เบรคเก้" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า พร้อมลงทุนอัพเกรดโครงข่ายที่มีอยู่แล้วทันทีทั่วประเทศ เตรียมเงินไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ไล่เลี่ยกับเอไอเอส เพราะมีความพร้อมในระดับหนึ่งหลังเคยทดสอบบริการร่วมกับกสทฯแล้ว

และว่า "ดีแทค" ได้เปรียบกว่าคู่แข่ง รายอื่น เนื่องจากเครื่องลูกข่ายที่รองรับการใช้งาน HSPA บนคลื่น 850 MHz มีมากกว่า ทั้งมีคลื่นเหลือมากกว่า 10 MB ที่ไม่เกี่ยวกับการให้บริการเดิม จึงไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการความถี่ระหว่างบริการเดิมกับบริการที่จะปรับปรุงใหม่

"กรณีใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่อนำมาปรับปรุงโครงข่าย ทางกสทฯกำลังจะดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ก็เรียบร้อย" ซิคเว่กล่าวอย่างอารมณ์ดี

เปรียบค่ายมือถือ 3 ราย "ทรูมูฟ" น้องเล็กเสียเปรียบกว่าเพื่อน ด้วยว่าไม่มีคลื่นทั้ง 800 และ 900 MHz ที่จะนำไปอัพเกรดได้เหมือน

แต่เปรียบมวยระหว่างดีแทคกับเอไอเอส

ต้องยอมรับว่า "ดีแทค" ได้เปรียบกว่าอย่างที่ "ซิคเว่" ว่าไว้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องลูกข่ายในตลาดปัจจุบันที่ผลิตบน 850 MHz แล้วเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความถี่เหลือเฟือในมือ ไม่ต้องกระเบียดกระเสียรแบ่งความถี่จีเอสเอ็มเดิมมาอัพเกรด

อย่างไรก็ตาม "ทรูมูฟ" ไม่ถึงกับหมดหนทาง เมื่อ "พิศาล จอโภชาอุดม" เอ็มดีกสทฯ การันตีเองว่าจะแบ่งคลื่นจาก "ฮัทช์" มาให้ทำ แม้พูดง่ายทำไม่ง่ายก็ยังดี

"ศุภชัย เจียรวนนท์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ที่ผ่านไม่ใช่เอกชนไม่ยอมลงทุน 3G เพียงแต่ไม่มีใบอนุญาตและไม่มีคลื่นที่จะนำมาพัฒนา วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับความชัดเจนว่าจะมีการเดินกันอย่างไรต่อไป

"ทรูมูฟยืนยันว่าถ้าทำ 3G ได้โดยร่วมมือกับกสทฯก็พร้อมลงทุน โดยมองที่ 850 และ 900 MHz เพราะถ้าไปพัฒนาที่ 1800 MHz มาตรฐานเทคโนโลยีและเครื่องลูกข่ายจะแตกต่างกันมากเกินไป"

หากได้คลื่นมาพัฒนาก็พร้อมนำกระแสเงินสดมาลงทุน แม้ต้องใช้เงื่อนไขการลงทุนตามสัญญาสัมปทานเดิมก็ตาม โดยในเบื้องต้นจะใช้เงินประมาณ 6 พันล้านบาท จากกระแสเงินสดของทรูที่มีอยู่ 2 หมื่นล้าน หรือหากจะมีการระดมทุนเพิ่ม ทรูมูฟก็ทำได้หลายทาง คาดว่าจะใช้เงินทั้งหมดประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

"ทรูมูฟเสียเปรียบผู้ให้บริการรายอื่น เนื่องจากยังไม่มีคลื่นที่จะนำมาพัฒนา 3G ได้ แต่ได้เจรจากับกสทฯแล้ว และมั่นใจว่ากสทฯจะแบ่งคลื่น 850 MHz มาให้ได้ ในเงื่อนไขที่เท่าเทียมกับดีแทค ในฐานะที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานของกสทฯเช่นเดียวกัน"

ประชาชาติธุรกิจ 27 มีนาคม 2551 | ข่าว 3G



เอไอเอสรุกฆาตบริการมือถือ 3G เปิดตัวเชียงใหม่ก่อนบุกยึดกทม.

เอไอเอสเตรียมเปิดบริการ 3G ที่เชียงใหม่แห่งแรกประเดิม 6 พ.ค. นี้ ตามด้วย กทม. 15 มิ.ย. ลั่นปลายปีให้บริการได้ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวมือถือ 3 รุ่นรองรับบริการ 3G เผยเลือกเชียงใหม่เพราะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 แต่บริการตลอดจนการเข้าถึง ADSL หรือบรอดแบนด์ทางสายยังน้อย ตั้งเป้าปลายปีมีลูกค้าใช้บริการไม่น้อยกว่า 8 หมื่นราย

นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสจะเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ภายใต้แบนด์ 3GSM advance โดยจะประเดิมให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่แรกซึ่งจะเริ่มให้บริการในวันที่ 6 พ.ค.นี้

“สาเหตุที่เลือกให้บริการที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรก เพราะเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 รองจากกทม. และมีจำนวนลูกค้าใช้งานประเภทดาต้าประจำจำนวน 3,800 ราย และไม่ประจำจำนวน 60,000 รายประกอบกับเชียงใหม่มี ADSL ใช้งานน้อยกว่ากรุงเทพฯ จึงมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายเป็นอย่างมาก”

หลังจากนั้นเอไอเอสก็จะเปิดให้บริการ 3GSM advance ในพื้นที่กทม.เป็นแห่งที่ 2 ในวันที่ 15 มิ.ย. โดยมีเป้าหมายให้บริการทั่วประเทศในปลายปีนี้ แต่จะยังไม่สามารถใช้บริการได้ทุกจังหวัด โดยจะใช้งานได้จำนวน 20 จังหวัดที่มีความต้องการใช้งานก่อนและคาดว่าจะมีผู้ใช้งานปลายปีนี้ 7-8 หมื่นราย

อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นเอไอเอสได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่สามารถให้บริการ 3G ได้จำนวน 3 รุ่นรองรับการใช้งานระบบ 3G บนคลื่น 900 MHz ได้แก่ โนเกีย 6121 มีกล้อง 2 ตัว รองรับการใช้งาน 3Gได้ทั้งในย่านความถี่ 900 MHz และ 2.1 GHz , โฟนวัน TGM 602 และโฟนวัน 3G E500 โดยจะเปิดให้ลูกค้าที่มีความสนใจใช้งานสั่งจองเครื่องที่ร้านเทเลวิซและร้านสาขา ที่เชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 1-5 พ.ค.51 และกรุงเทพฯสั่งจองตั้งแต่วันที่ 1-14 มิ.ย.51 และคาดว่าจนถึงปลายปีจะมีมือถือ 3G ย่านความถี่ 900 MHz ออกมาวางจำหน่ายประมาณ 10 รุ่น

“3GSM advance เป็นระบบโทรศัพท์มือถือใน Generation ที่ 3 บนมาตรฐาน WCDMA (Wide Band CDMA) ที่คลื่นความถี่ 900 MHz หรือที่เรียกกันว่า 3G ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง (HSPA) ขนาด 7,200 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งแตกต่างจาก GPRS หรือEDGE ปัจจุบันที่ให้ความเร็วเพียง 160 กิโลบิตต่อวินาทีหรือต่างกันถึง 45 เท่า ดังนั้นจึงทำให้สามารถให้บริการต่างๆได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ (High Speed Internet), โทรศัพท์แบบเห็นหน้า (Video Call) หรือ บริการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะของ Video Clip, Video Streaming, Full Song, Music Video ซึ่ง 3GSM advance พร้อมที่จะเปิดให้บริการดังกล่าวทั้งหมด ส่วนค่าบริการยังอยู่ในอัตราเดิมกับเทคโนโลยี EDGE ส่วนบริการ ดาต้า เซอร์วิสหากต้องการรับส่งข้อมูลปริมาณมากกว่า 500 MB คิดราคาเพิ่ม 10 บาท/50 MB”

นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอส เปิดเผยว่า สำหรับงบประมาณในการติดตั้ง 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ในปีนี้จะใช้งบประมาณ 600 ล้านบาทจากงบขยายเครือข่ายปีนี้ที่ตั้งไว้ 16,000 ล้านบาท โดยเงินดังกล่าวใช้สำหรับค่าแรงวิศวกรในการติดตั้งอุปกรณ์ ส่วนอุปกรณ์ที่จะนำมาติดตั้งนั้นเวนเดอร์ให้นำมาทดลองใช้จำนวน 4 ราย ได้แก่ หัวเว่ย อิริคสัน โนเกีย-ซีเมนส์ และเอ็นอีซี สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น เอไอเอส ได้ติดตั้งอุปกรณ์ HSPA จำนวน 20 สถานีฐาน โดยอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้เป็นของหัวเว่ย

“สำหรับความเร็วของ 3G นั้นมีความเร็วสูงกว่าเทคโนโลยี EDGE ถึง 45 เท่าโดย EDGE มีความเร็ว 160 กิโลบิต/วินาที ในขณะที่ 3G มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงถึง 7,200 กิโลบิต/วินาที สำหรับความสามารถของคลื่นความถี่ 900 MHz ที่เด่นกว่าคลื่นความถี่อื่นคือมีความสามารถในการส่งสัญญาณได้ไกลเหมาะแก่การขยายเครือข่ายในต่างจังหวัด”

ผู้จัดการออนไลน์ 10 เมษายน 2551 10:47 น. | ข่าว 3G



"มั่น"อวดผลงาน2เดือน ปลดล็อกโทร.มือถือ 3G

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

“มั่น”อวดผลงานรมว.ไอซีที 2 เดือน ชิ้นโบว์แดงปลดล็อกให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G แก่เอกชน 3 รายใหญ่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ อัปเกรดความถี่เดิมให้บริการ 3G ลั่นไม่ขอแพ้เวียดนาม ภายใน 6 เดือนคนไทยมี 3G ใช้ทัดเทียมทั่วโลก

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปิดเผยว่าใน ช่วง 2 เดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่งภายใต้การนำรัฐบาลชุดนี้ ได้ดำเนินการปลดล็อกข้อจำกัดพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นระบบ 3G โดยการได้ข้อสรุปร่วมกันระหว่างภาครัฐบาลเจ้าของสัมปทาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และภาคเอกชน ผู้รับสัมปทาน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) อัปเกรดคลื่นความถี่เดิมด้วยเทคโนโลยี HSDPA (Hi Speed Downlink Packet Access) เพื่อใช้งานในระบบ 3G ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม

ทีโอทีจะเริ่มดำเนินการได้ก่อน ขณะที่เอไอเอสได้รับใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่ออัปเกรดคลื่นความถี่ 900 MHz ใช้งานในระบบ 3G จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกทช. เรียบร้อยแล้ว คาดว่าใน 6 เดือนหลังจากนี้เอไอเอสจะสามารถให้บริการ 3G เป็นรายแรกในประไทย

ด้านกสทนั้น ดีแทคผู้รับสัมปทานจากกสทก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการอัปเกรดคลื่นความถี่เดิม 850 MHz เนื่องจากดีแทคได้ทำการทดลองระบบ 3G ด้วยการอัปเกรดคลื่นความถี่เดิมมาโดยตลอด เหลือเพียงแต่ให้ กสท ยื่นขอใบอนุญาต นำเข้าอุปกรณ์จาก กทช. เท่านั้น แต่ กสท ต้องการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์พร้อมทรูมูฟ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ยังไม่มีโครงข่ายสำหรับอัปเกรดให้บริการในระบบ 3G โดยกสท มีแผนจะขอแบ่งความถี่ 850 MHz ที่บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวเลส มัลติมีเดีย จำกัด ให้บริการ เพื่อให้ทรูมูฟนำไปอัปเกรดให้บริการครึ่งหนึ่ง โดยขณะนี้ทรูมูฟกำลังอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตแบ่งใช้ความถี่ดังกล่าว

“ผลงานในช่วง 2 เดือนของผมที่ผ่านมา ก็คงจะเป็นเรื่องการผลักดันลงทุน 3G ในประเทศหลังจากปล่อยให้ล้าช้าตามหลังประเทศเพื่อนบ้านไปหลายประเทศแล้ว โดยได้ปรึกษาขอความร่วมมือกทช. และได้แนวทางว่าสามารถอัปเกรดความเดิมให้บริการ 3G ภายใต้สัมปทานเดิมได้ ซึ่งหลังจากนี้ประเทศไทยจะมีเทคโนโลยี 3G ใน 6 เดือน” นายมั่นกล่าว

นายมั่นกล่าวต่อว่า สาเหตุที่เป็นตัวจุดประกายในตนลุกขึ้นมาผลักดันประเทศสูงการพัฒนา 3G นั้นเป็นเพราะ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทรูมูฟ ได้ระบุกับตนว่า ประเทศเวียดนามประกาศนโยบายลงทุน 3G ในประเทศภายในปีนี้ และรับทราบข้อมูลอีกว่าปัจจุบันในแถบประเทศเพื่อนบ้าน เหลือเพียงไทยและพม่าเท่านั้นที่ยังไม่ได้ลงทุน 3G

“พอผมได้ข้อมูลจากศุภชัย เจียรวนนท์มีก็มีความตั้งใจเลยว่าประเทศไทยจะต้องไม่แพ้เวียดนาม ประเทศไทยต้องมีการลงทุน 3G ยอมรับว่าที่ผ่านมาเราเสียโอกาสในการพัฒนาไปหลายปีจนปล่อยให้ประเทศที่เคยตามหลังเรานำหน้าไปหลายประเทศ และหลังจากนี้เราจะตามหลังเค้าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”นายมั่นกล่าว

ทั้งนี้ความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทย ส่งผลให้ธนาคารโลก (World Bank) จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงต่ำ อยู่อันดับที่ 37 ของโลก วัดผลจากการสำรวจความสามารถในการเข้าถึง ICT ของประเทศต่างๆทั่วโลก ส่วนประเทศมาเลเชียที่เริ่มการพัฒนาไอซีทีพร้อมกับไทย กลับถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงสูง อยู่ในอันดับที่ 26 โดยการจัดอันดับดังกล่าวพิจาณาจากการมีระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายและ 3G ด้วย

นอกจากนี้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นายมั่นระบุว่าได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบอร์ด ทีโอที และ กสท แล้วเสร็จ โดยมีนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ซึ่งเชื่อว่าบอร์ดชุดนี้มีศักยภาพพอที่จะผลัดดันทั้ง 2 องค์กรให้เดินหน้า และจะผลักดันนโยบาย 3G ให้แล้วเสร็จตามกำหนด

"ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วงเดือนแรกที่เข้ารับตำแหน่งต้องใช้เวลา เข้าพบอดีตรัฐมนตรีไอซีที และ อาจารย์ ผู้เชียวชาญด้านไอซีที เพื่อขอความรู้และความเคลื่อนไหวไอซีทีที่ผ่านมาเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานในกระทรวงให้ถูกทิศถูกทาง"

นายมั่นกล่าวต่อว่าสำหรับเดือนที่ 3 ของการทำงานจะเข้าไปดูแลสำนักงานสถิติแห่งชาติมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา สถิติไม่มีบทบาทกับการพัฒนาประเทศเท่าที่ควรทั้งมีเป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลที่สำคัญของประเทศอยู่ในมือ โดยปัจจุบันสถิติมีสำนักงานสารสนเทศแห่งชาติ แต่ยังไม่ได้ใช้งานเท่าที่ควร จึงมีแนวคิดที่จะบรูณาการข้อมูลให้ข้อมูลราคาพื้นผลต่อเกษตรการในต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับคนกรุงเทพฯรับข้อมูลราคาหุ้น

"ผมมีแนวคิดให้สถิติเป็นผู้ทำโพลล์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เพราะเรื่องข้อมูลของทุกภาคส่วนในประเทศไทย สถิตินั้นเป็นผู้ที่มีข้อมูลมากที่สุด ดังนั้นความแม่นยำในการทำผลสำรวจต่างจึงน่าจะเป็นที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุด โดยจะตั้งเข็มทิศสำหรับการให้ข้อมูลเกษตรกรมากที่สุด และยังมีแผนของความร่วมมือกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วย"

ผู้จัดการออนไลน์ 16 เมษายน 2551 11:37 น. | ข่าว 3G



สมาคมจีเอสเอ็มโลกกล่อมกทช. ออกใบอนุญาต 3G ย่าน 2100MHz

สมาคมจีเอสเอ็มโลกจับเข่าถกปัญหากทช.ทำไมไม่ยอมออกใบอนุญาต 3G ย่านความถี่ 2100 MHz ทั้งที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล หรือแอปพลิเคชันการใช้งานต่างๆที่เอื้อประโยชน์เชิงธุรกิจ

นายริคาร์โด ทาวาเรส รองประธานบริหารอาวุโส ฝ่ายนโยบายสาธารณะของสมาคมจีเอสเอ็มโลก (GSM Association หรือ GSMA) กล่าวว่า ในวันนี้ (22 เม.ย.) จะเข้าพบคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อเรียกร้องให้ กทช.ออกใบอนุญาตการให้บริการ 3G บนแถบความถี่ 2100 MHz ภายในเดือนสิงหาคม 2008 นี้ การเปิดให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA จะก่อให้เกิดการปรับปรุงการให้บริการบรอดแบนด์ในประเทศไทยอย่างมหาศาล เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ของครัวเรือนเพียง 2.2% ทำให้ประเทศมีอัตราการเติบโตด้านการสื่อสารสารสนเทศล้าหลังกว่าหลายๆ ประเทศเพื่อนบ้าน

การวางระบบการเชื่อมต่อโครงข่ายพื้นฐาน (fixed line) มีต้นทุนที่สูงและมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจกับประเทศไทยจากการให้บริการบรอดแบนด์ที่แพร่หลายทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าการปรับปรุงการให้บริการ 3G บนแถบความถี่ 900MHz และ 850MHz จะช่วยเริ่มขยายตลาดบรอดแบนด์ไร้สาย

แต่ทว่าการออกใบอนุญาตการให้บริการ 3G บนแถบความถี่ 2100 MHz ยังเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดบรอดแบนด์ไร้สาย เนื่องจากโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถูกออกแบบการทำงานบนแถบความถี่ที่สอดคล้องกันนี้ทั่วโลก

ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือชั้นนำทั้ง 3 รายของประเทศไทย ทั้งเอไอเอส ดีแทคและทรูมูฟ ต่างเชื่อว่าตลาดระบบสื่อสารไร้สายของไทยพร้อมแล้วสำหรับการเปิดให้บริการ 3G ซึ่งผู้ให้บริการทุกรายต่างกระตือรือร้นที่จะเปิดให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย HSPA เพื่อตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อความเร็วสูงทั้งทางด้านอินเทอร์เน็ตและบริการมัลติมีเดียต่างๆ โดยตลาดการสื่อสารไร้สายยุค 2G ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตถึงจุดอิ่มตัวแล้วด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ 56.2 ล้านราย (98.2% เลือกใช้ระบบจีเอสเอ็ม) และมีประชากรโทรศัพท์มือถือสูงถึง 88.3% ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเข้าถึงการสื่อสารไร้สายที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นายริคาร์โด ทาวาเรสเชื่อว่า หากกทช.ให้ใบอนุญาต 3G ที่ย่านความถี่ 2100 MHz จะทำให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันเพราะทุกโอเปอเรเตอร์จะเริ่มจากตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดที่ประเทศอินโดนีเซียคือผู้ให้บริการรายใหญ่สุดอาจไม่ได้มีส่วนแบ่งตลาดมากเท่าเดิมอีกต่อไป นอกจากนี้ย่านความถี่ 2100 MHz มีการใช้งานที่กว้างขวางทั่วโลกทำให้ได้ประโยชน์ในเรื่องต้นทุนอุปกรณ์และเครื่องลูกข่าย ในขณะที่การใช้ HSPA ที่ย่านความถี่เดิมไม่ว่าจะเป็น 850 หรือ 900 MHz ก็ยังมีประโยชน์ในด้านพื้นที่ครอบคลุมที่ไปได้ไกลกว่า ถึงแม้คาปาซิตีในการส่งข้อมูลจะน้อยกว่าความถี่ 2100 MHz ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ครอบคลุมน้อยกว่าก็ตาม

"ผมหวังว่ากทช.คงมีคำตอบว่าทำไมถึงไม่ออกใบอนุญาต 3G ที่ความถี่ 2100 MHz ทั้งๆที่เป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ"

สำหรับ GSMA เป็นสมาคมอุตสาหกรรมไร้สายระดับโลก ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายกว่า 700 ราย ในกว่า 218 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้ผลิต และตัวแทนกว่า 200 ราย ผู้ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักที่มีส่วนในการริเริ่มให้ความสนับสนุนสมาคม

วัตถุประสงค์หลักของสมาคมจีเอสเอ็ม คือ การทำให้การให้บริการไร้สาย และโทรศัพท์มือถือสามารถใช้งานได้ทั่วโลก และเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย เพิ่มคุณค่าทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ให้บริการ และผู้ผลิต ปัจจุบันนี้สมาชิกของสมาคมได้ให้บริการแก่ผู้ใช้กว่า 2.5 พันล้านคน ซึ่งนับเป็นจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกกว่า 85%

ผู้จัดการออนไลน์ 22 เมษายน 2551 10:42 น. | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913