AirCard

GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

TT&Tลุยเพื่อนบ้านAISจี้มั่นอนุมัติ 3G

ทีทีจีเอ็นเปิดแผน 51 ขอขึ้นฮับเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในภูมิภาค พร้อมตั้งเป้ามีรายได้จากลูกค้าต่างประเทศเป็นสัดส่วน 20%-30 เอไอเอสวอน "มั่น" ออกใบอนุญาต ไว-แมกซ์, 3G

นายสุวัฒน์ ปุณณชัยยะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีทีจีเอ็น จำกัด ในเครือ บมจ.ทีทีแอนด์ที เปิดเผยว่า ในปี 2551 ทีทีจีเอ็นมีแผนขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในภูมิภาค โดยขณะนี้ได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการซึ่งเป็นพันธมิตรอย่างกัมพูชา เพื่อจัดสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ และร่วมกันให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์แก่ลูกค้าในประเทศกัมพูชาได้ ขณะนี้ได้เตรียมวางระบบโครงข่ายเชื่อมโยงทั้งสองประเทศ โดยต่อไปจะพัฒนาไปยังลาวด้วย

โดยการเชื่อมโครงข่ายระหว่างประเทศจะสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเป็นรายได้สู่ประเทศได้อีกทางหนึ่ง ในส่วนการตลาดต่างประเทศนี้ ทางทีทีจีเอ็นคาดว่าจะสามารถจัดทำการเชื่อมโยงวงจรไปยังกัมพูชา พม่า และลาว ซึ่งเริ่มให้บริการได้ในปีนี้ เป้าหมายจะเป็นลูกค้าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และผู้ประกอบการต่างๆ ที่ประเทศนั้นๆ ที่ต้องการต่อเชื่อมเข้าอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ที่ประเทศไทย คาดว่าน่าจะมีรายได้จากลูกค้าต่างประเทศเป็นสัดส่วน 20%-30%

สำหรับปีนี้มีแผนที่จะขยายแบนวิธอีกเท่าตัวในทุกเส้นทาง เพื่อรองรับอัตราการเติบโตของของการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศที่มีความต้องการใช้งานมากขึ้น โดยตั้งเป้ากวาดรายได้ในปีนี้ 500 ล้านบาท

ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผยว่า คาดหวังนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที จะผลักดันให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ออกใบอนุญาตการให้บริการไวแม๊กซ์ และ 3G และส่งเสริมให้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) กระจายไปทั่วประเทศ เพราะไม่ว่าจะเป็นการมอบใบอนุญาตและการให้บริการบรอดแบนด์จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันกับประเทศอื่นได้

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าความร่วมมือโครงการฟิกซ์โมบายคอนเวอร์เจ๊นท์ (เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายในการให้บริการลูกค้า) ระหว่าง บมจ.ทีโอที และเอไอเอส นั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างทีมงานทั้ง 2 ฝ่ายกำลังเจรจาเพื่อหาบริการร่วมกัน โดยน่าจะมีความชัดเจน 3-6 เดือน.

ไทยโพสต์ 18 กุมภาพันธ์ 2551 | ข่าว 3G



กูรูโทรคมชี้ 3G บรอดแบนด์เหนือไว-แม็กซ์

CDG กับ GSMA ออกโรงยัน 3Gบรอดแบนด์ ไม่ว่าจะเป็น EV-DO/WCDMA/HSPA ยังคงเหนือชั้นกว่าไว-แม็กซ์ทั้งในด้านแอปพลิเคชั่นการใช้งาน จำนวนโอเปอเรเตอร์และผู้ใช้บริการทั่วโลก รวมทั้งจำนวนรุ่นของอุปกรณ์ปลายทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์แลปท็อบ

รายงานจาก CDG (CDMA Development Group) และสมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) ระบุว่าบริการ 3G (EV-DO/WCDMA/HSPA) ยังคงขยายและเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลกมากขึ้นตลอดเวลาทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างสูงแก่ผู้ให้บริการเครือข่าย 3G ในปัจจุบันการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายมีความพร้อมในการบริการให้บริการอย่างมาก จากจำนวนเครื่องลูกข่ายที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพที่สูงขึ้น ตลอดจนความหลากหลายของประเภทเครื่องลูกข่ายที่มีครอบคลุมผู้ใช้บริการทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาประหยัด, Data Card, USB โมเด็ม ไปจนถึงอุปกรณ์ที่มีความทันสมัย เช่น สมาร์ทโฟน, พีดีเอ คอมพิวเตอร์แลปท็อปที่มีโมเด็มฝังอยู่และ Fixed-Wireless Gateway ซึ่งโดยรวมแล้ว ปัจจุบันมีเครื่องลูกข่าย 3G ในท้องตลาดมากกว่า 1,000 รุ่น

นอกจากนั้นคอมพิวเตอร์แลปท็อปในท้องตลาดจากผู้ผลิตกว่า 16 รายที่สนับสนุนเทคโนโลยี 3G ทั้งที่เป็นเทคโนโลยี EV-DO และ HSDPA จำนวนมากกว่า 100 รุ่น ซึ่งต่างก็รองรับเทคโนโลยีไว-ไฟ และบลูทูธ ก็นับว่ามีจำนวนมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์แลปท็อป ที่รองรับเทคโนโลยี Wi-MAX อย่างไม่อาจเทียบกันได้

สำหรับความคล่องตัวในการให้บริการและลงทุนนั้นขีดความสามารถของเทคโนโลยี 3G ที่รองรับการใช้งานได้ในจำนวนมาก อีกทั้งยังสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลไร้สายความเร็วสูง ถือเป็นการเสริมศักยภาพในการให้บริการต่อผู้ประกอบการทั่วโลก นอกจากนั้นเทคโนโลยี 3G ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ตั้งแต่การใช้งานประจำที่ไปจนถึงการใช้งานขณะเคลื่อนที่ จากการใช้งานสื่อสารอย่างง่ายๆ ไปจนถึงการใช้งานที่ซับซ้อน จากกลุ่มผู้ใช้บริการในกลุ่มตลาดล่างไปถึงตลาดที่ต้องการความทันสมัย จากการใช้บริการเฉพาะเสียงพูดหรือรับส่งข้อมูลอย่างเดียว ไปเป็นการใช้งานแบบผสมผสาน ซึ่งผู้ให้บริการสามารถปรับเปลี่ยนความสามารถในการให้บริการสื่อสารของเครือข่ายได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องทุนเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ใดๆ

ผู้ให้บริการเครือข่ายยังมีอิสระในการกำหนดยุทธศาสตร์ในการเพิ่มหรือลดจำนวนช่องสัญญาณได้ตามต้องการทั้งสำหรับบริการเสียงหรือข้อมูล รวมถึงสามารถในการให้บริการใหม่ๆ ด้านมัลติมีเดียมากมาย

เทคโนโลยี 3G ยังช่วยสร้างนวัตกรรมและโอกาสใหม่ๆ แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก โดยการสร้างมูลค่าและรายได้เพิ่มจากบริการหลากหลายชนิดผ่านเครือข่ายไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น การใช้อินเทอร์เน็ต, การรับส่งอีเมล์, โทรศัพท์แบบเห็นภาพคู่สนทนา, การติดต่อสื่อสารของกลุ่ม(Social network), การรับข้อมูลระหว่างผู้ใช้บริการด้วยกัน, บริการดาวน์โหลดเพลง, เกมส์ เพื่อตอบรับกับแผนยุทธศาสตร์ของผู้ให้บริการเครือข่าย

ปัจจุบันการให้บริการอันหลากหลายผ่านเครือข่าย 3G สามารถกระทำได้ผ่านโครงข่ายไอพีโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโครงข่ายแบบข่ายสายเหมือนในอดีต ผู้ให้บริการ 3G รายใหม่ๆ สามารถเริ่มต้นสร้างเครือข่ายของตนไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี EV-DO หรือ HSDPA โดยไม่ต้องเริ่มต้นสร้างโครงข่ายสายอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน ความสามารถในการรองรับบริการที่หลากหลายของเทคโนโลยี 3G ไม่ได้มาจากศักยภาพในการรองรับแอปพลิเคชั่นแบบไอพีเพียงอย่างเดียว หากยังมาจากความสามารถในการบริหารจัดการคุณภาพการให้บริการและระดับความสำคัญของของบริการ (Quality of Service) ให้กับแอปพลิเคชั่นแบบไอพีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการโทรศัพท์แบบวีโอไอพี (VoIP) ไปจนถึงการท่องเว็บ เครือข่าย 3G รุ่นใหม่ ได้รับการเสริมศักยภาพให้รองรับการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว จนสามารถรองรับบริการอย่างในลักษณะวิทยุเฉพาะกลุ่ม หรือ Push to Talk (PTT) และยังคงความต่อเนื่องในการรับส่งข้อมูลแม้ในขณะเครื่องลูกข่ายย้ายข้ามพื้นที่ ซึ่งนับว่ามีความแตกต่างและเหนือกว่าขีดความสามารถของเครือข่ายไว-แม็กซ์ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับการรับรองว่าสามารถทำงานร่วมกับโครงข่ายไอพีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การให้บริการเครือข่าย 3Gช่นนี้จึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างบริการสื่อสารแบบบรอดแบนด์ไร้สาย ที่เทียบเคียงกับเทคโนโลยีบรอดแบนด์แบบมีสายได้ โดยมีข้อได้เปรียบจากต้นทุนที่ต่ำกว่าการลงทุนเครือข่ายแบบมีสาย และยังสะดวกต่อการกำหนดค่าบริการได้อย่างอิสระ

สำหรับความพร้อมของเทคโนโลยี 3G กับในการให้บริการนั้นด้วยขีดความสามารถของ 3G ไม่ว่าจะเป็น EV-DO, WCDMA/UMTS และ HSPA ที่รองรับการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงอย่างไร้ขอบเขตและมีการใช้งานในจำนวนมากทั่วโลกมาระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันมีผู้ให้บริการเครือข่าย 3G ทั่วโลกกว่า 230 รายให้บริการบรอดแบนด์แก่ผู้ใช้ประมาณ 110 ล้านราย ผ่านเครือข่ายบรอดแบนด์ EV-DO หรือ HSPA รวมทั้งมีผู้ผลิตอุปกรณ์ 3G และมีผู้ผลิตอุปกรณ์ลูกข่าย และเครือข่ายกว่า100 บริษัท ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มผู้ผลิตยังมีความพร้อมในการให้พัฒนาอุปกรณ์ต่างๆอย่างมากเนื่องจากเป็นเทคโนโลยี 3G ได้รับการพิสูจน์และยอมรับอย่างสูงจากทั่วโลก

ผู้จัดการออนไลน์ 25 มกราคม 2551 11:14 น. | ข่าว 3G



ยักษ์มือถือไม่ยอมตกขบวนยื่นขอคลื่นทดสอบ 3G

4 ยักษ์โทรคมนาคมซุ่มเงียบขอจัดสรรคลื่น 3G เพื่อทดสอบเทคโนโลยีและอุปกรณ์โครงข่าย 3G เตรียมพร้อมก่อนที่ กทช.จะมีการออกไลเซนส์ 3G ด้าน "ดีแทค" แจงเตรียมติดตั้งเซลไซต์เพื่อทดสอบที่สยามเซ็นเตอร์-ตียูคอมและดีแทค

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชนจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ 4.บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยื่นขอจัดสรร คลื่นความถี่เพื่อการทดลองหรือทดสอบเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ กทช.

ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การยื่นขอดังกล่าวเป็นการขอต่ออายุใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อการทดลอง หรือทดสอบเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เอไอเอสเคยได้รับอนุญาตให้ทดสอบการทำงานของระบบโครงข่ายคลื่นความถี่มาตรฐานทั่วไปของ 3G โดยได้ทำการทดลองที่ชุมสายจังหวัดนครปฐม อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบระบบการทำงานและประสิทธิภาพของการใช้งาน voice และ data ของผู้ผลิตแต่ละรายว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ และมีผลกระทบกับการให้บริการ voice อย่างไร

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดีแทคได้ยื่นขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อทดลอง 3G จริง เป็นการยื่นขอทดสอบอุปกรณ์เท่านั้น โดยจะทดสอบกับเซลไซต์บริเวณสยามเซ็นเตอร์ตึกยูคอมและตึกดีแทค ใช้เวลาทดสอบ 180 วันตามข้อกำหนดของ กทช. จากนั้นจึงจะส่งอุปกรณ์คืนให้ แก่ซัพพลายเออร์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าในการดำเนินการจัดทำร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต 3G นั้น ที่ผ่านมาสำนักงาน กทช.ได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแนวทางในการออกใบอนุญาต 3Gในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในช่วงการทำงานของบริษัทที่ปรึกษา

ประชาชาติธุรกิจ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550 | ข่าว 3G



อีริคสันเชื่อหลังเลือกตั้งบริษัทสื่อสารขนเงิน 65,000 ล้านบาทลงทุนพัฒนาระบบ หลังปีนี้กำเงินรอไม่กล้าใช้ ฟาก กทช.มั่นใจปีหน้าออกใบอนุญาต 3G แน่ ทรู-ดีแทคลั่นพร้อมลุย

นายฮันส์ โอ คาร์ลสัน ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของอีริคสันในประเทศไทยปีนี้ไม่เป็นตามเป้าหมายที่คาดไว้ว่าจะเติบโตในระดับ 50% เนื่องจากความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง รวมถึงความล่าช้าในการออกใบอนุญาตโครงข่าย 3 จี ทำให้ภาครัฐและเอกชนชะลอการลงทุน อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในปี 2551 สถานการณ์ต่างๆ น่าจะดีขึ้น โดยภายหลังการเลือกตั้งทั้งรัฐบาลและเอกชนจะมีการลงทุนทางด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารจำนวนมหาศาลไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 65,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการลงทุนในโครงการข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และโครงข่ายโทรศัพท์ 3G

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ในปีหน้าจะสามารถออกใบอนุญาต 3G ให้กับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ โดยขณะนี้คณะกรรมการ กทช.กำลังพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดประชาพิจารณ์ได้ภายในเดือนธันวาคมถึงมกราคมนี้

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูพร้อมลงทุนพัฒนาระบบโครงข่าย 3G ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตจาก กทช. หากผู้ประกอบการรายอื่นพัฒนาระบบจริง ทั้งนี้ ในปีหน้าทรูได้เตรียมงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการพัฒนาทั้งกลุ่ม ทั้งอินเทอร์เน็ตและโครงข่ายมือถือ

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ดีแทคได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการให้บริการในระบบ 3G และ HSDPA ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการขอใบอนุญาตจาก กทช. เชื่อว่าจะสามารถลงทุนได้ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า และคิดว่าอีก 5 ปีหลังจากนี้ก็จะมีการใช้งานจากระบบดังกล่าวเพิ่มเป็น 52% นอกจากนี้ดีแทคกำลังพยายามหาช่องทางที่จะช่วยเพิ่มยอดปริมาณการใช้ดาต้าให้มากขึ้น หลังจากตลาดมือถือ (วอยซ์) กำลังถึงจุดอิ่มตัว

ขณะเดียวกันหาก กทช.ยังมีการอนุมัติโครงข่าย 3Gล่าช้า ดีแทคก็พร้อมลงทุนใหม่ในการอัพเกรดระบบ 3G โดยจะเป็นการอัพเกรดในระบบ 1800 ที่เป็นเทคโนโลยีอิสระ.

ไทยโพสต์ 16 พฤศจิกายน 2550 | ข่าว 3G



“นาฬิกอติภัค”จี้โครงการ 3G ทีโอที ขีดเส้น2เดือนต้องผ่านครม

ทีโอทีเร่งลุยโครงข่ายมือถือ 3G “นาฬิกอติภัค” บี้ให้สรุปรายละเอียดแผนลงทุนแบบช่วยเหลือการลงทุนจากรัฐบาลต่างประเทศต่อบอร์ดเล็กให้ยุติในวันนี้ ก่อนชงเข้าเสนอบอร์ดใหญ่ อนุมัติในศุกร์ที่ 7 ก.ย. ให้ทันกรอบเวลา ทำเรื่องเข้าครม.อนุมัติก่อนสิ้นต.ค.ปีนี้

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการ บริษัท ทีโอที กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แห่งชาติ ระบบ 3G ว่า ในวันนี้ (3กันยายน) จะจัดทำสรุปแผนรายละเอียดโครงการในขั้นตอนสุดท้าย กับที่ประชุมของคณะทำงาน แล้วนำเข้าที่ประชุมกับคณะทำงานกลั่นกรองและการเงิน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้โครงการลงทุนดังกล่าวมีความชัดเจนในทุกมิติ ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทีโอที ในวันศุกร์ที่ 7 ก.ย.ต่อไป

ทั้งนี้ หากบอร์ด ทีโอที มีมติอนุมัติจะมอบให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ลงนามเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้นำเรื่องเสนอเข้ามติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ส่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยกรอบเวลาที่คณะทำงานกำหนดไว้จะให้ ครม. อนุมัติได้ภายใน 30 ต.ค.นี้ และ 1 พ.ย. ประกาศแจ้งเปิดรับให้ผู้สนใจเข้าร่วมสนับสนุนลงทุนได้

“กรอบเวลาของโครงการ ทางคณะทำงานต้องการให้มีข้อผิดพลาดให้น้อย สามรถดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลามากที่สุด และ มีข้อสรุปในการอนุมัติการสนับสนุนการร่วมลงทุนแบบรัฐบาลกับรัฐบาล หรือ G2G”

ส่วนข้อกำหนดคุณสมบัติผู้เหมาะสมให้สนับสนุนการลงทุน (ทีโออาร์) ระหว่างนี้คณะทำงานได้เริ่มจัดทำแล้วและจะแล้วเสร็จได้ทันก่อน กลางเดือนต.ค. เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมมากที่สุด และไม่มีอุปสรรคต่อการพิจารณาในการเปิดรับรัฐบาลที่สนใจเข้าร่วมลงทุน รวมถึงรองรับต่อมติครม.ที่อนุมัติให้ ทีโอที ดำเนินโครงการ ซึ่งรูปแบบนั้นจะกำหนดกรอบคุณสมบัติไว้กว้าง มีแผนชำระเงินและ สิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ซึ่งผู้ที่จะสรุปเงื่อนไขในขั้นตอนสุดท้ายในการคัดเลือกจะเป็น รมว.ไอซีที พิจารณาเลือกรัฐบาลที่เหมาะสมหลังจากที่เปิดให้ประเทศที่สนใจยื่นเอกสารแล้ว 15 วัน นับจากวันสุดท้ายของการปิดรับเอกสาร หรือวันที่ 30 พ.ย.

สำหรับประเด็นการจัดทำทีโออาร์จะมี 3 ประเด็นหลัก คือ 1. เทคโนโลยีที่จะมาใช้งานต้องเป็นเทคโนโลยีการใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังแล้ว ไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการทดลอง 2. เทคโนโลยีที่มาใช้งานต้องเป็นเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับเทคโนโลยีใหม่ หรือเก่าที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ เช่น อุปกรณ์ที่นำมาใช้งานสามารถใช้ร่วมกับของผู้อื่นได้ และ 3.ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ในกับ ทีโอที ต่อการพัฒนาบริการต่อไปในอนาคต เพื่อให้รองรับกับการขยายผลโครงการในระยะต่อไป

พ.อ.นาฬิกอติภัค กล่าวว่า จุดที่เป็นห่วงคือ ในขั้นตอน ครม. ที่จะพิจารณาเห็นชอบ ซึ่งในประเด็นนี้ หากผ่านมติ ครม. ทุกอย่างจะดำเนินการทันที และส่วนของการขออนุมัติเพื่อกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการลงทุนประมาณ 1.4-1.7 หมื่นล้านบาท ทีโอที จะต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะมีการพิจารณาว่าเงินกู้ดังกล่าวจะกระทบกับหนี้สาธารณะหรือไม่ หากกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่จำเป็นต้องกู้จากต่างประเทศ แต่ให้ใช้เงินจากกองทุนภายในประเทศได้ ทีโอที ก็จะต้องดำเนินการตามนั้น

สำหรับแผนการลงทุนในแบบการให้ช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ ในแบบ G2G การตัดสินใจต่างๆจะขึ้นอยู่มติครม. และ กระทรวงการคลัง ที่จะพิจารณาเห็นชอบในแบบใด ทั้งเรื่องกรอบเวลา จำนวนวงเงิน สิ่งค้ำประกันวงเงินโครงการของรัฐบาลไทย กับประเทศที่ให้การช่วยเหลือ

ส่วนในขั้นตอนของสภาพัฒน์ที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลอาจจะทำให้ให้ล่าช้านั้น จากที่มีผู้คิดเห็นนำไปเปรียบเทียบกับโครงการติดตั้งขยายซีดีเอ็มเอ 51 จังหวัด ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ที่มีการอนุมัติล่าช้า ทางคณะกรรมการฯคาดว่าจะไม่มีปัญหาเนื่องจากโครงการนี้เป็นการลงทุนแบบสนับสนุนจากรัฐบาลต่างประเทศ และทางสภาพัฒน์ได้เข้าใจกับการลงทุนขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งซีดีเอ็มเอ นั้นเป็นโครงการที่รัฐลงทุนเอง แต่ประเด็นนี้มีข้อแตกต่างกัน อีกทั้งในรายละเอียดเสนอต่อสภาพัฒน์คณะทำงานได้จัดทำตามกรอบของสภาพัฒน์ที่กำหนดไว้ ทั้ง 14 ข้อ ที่คณะทำงานต้องการให้รายละเอียดนำเสนอมีความสมบูรณ์มากที่สุด เพื่อให้สภาพัฒน์เข้าใจกับการลงทุนในครั้งนี้

ทั้งนี้ แผนดำเนินการขยายโครงข่ายที่คณะกรรมการฯได้จัดทำไว้ ในวงเงินประมาณ14,000 -17,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นให้พัฒนาปรับระบบในปัจจุบัน คือ จีเอสเอ็ม ให้เป็น ซีดีเอ็มเอ ทั้งส่วนของสถานีฐาน 533 แห่ง กับส่วนโครงข่ายชุมสายหลัก ก่อนที่จะดำเนินการขยายโครงข่ายทั่วประเทศ ในจำนวน 2 เฟส คือ

เฟสที่ 1 ดำเนินการติดตั้ง ในพื้นที่เขตนครหลวง คือ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และพื้นที่เขตภูมิภาค และเฟสที่ 2 ขยายติดตั้งใน 6 จังหวัดเศรษฐกิจ คือนครสวรรค์ เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี จำนวน 99 สถานีฐาน เพื่อให้ระบบสามารถรองรับต่อความต้องการ โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ให้ไม่น้อยกว่า 90% ของประชากรในพื้นที่ให้บริการ ซึ่งโครงข่ายจะต้องรองรับการให้บริการวิดีโอ เซอร์วิส (วิดีโอ สตีมมิ่ง) ได้อย่างมีคุณภาพ

ผู้จัดการออนไลน์ 3 กันยายน 2550 10:21 น. | ข่าว 3G



บอร์ด กสทฯ ดับฝันทีโอที ลงมติไม่ขายหุ้น "ไทยโมบาย" 42% พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ สั่งเซ็งลี้ 3G-ซีดีเอ็มเอ เล็งรายได้มหาศาล ขณะที่ทีโอทียังวุ่นไม่เลิก

บอร์ดดึงดันไฟเขียวแซดทีดีคว้า "M-San" ไม่สน สตง.ตรวจสอบล็อกสเปก สหภาพเตรียมยื่นหนังสือโวย "สิทธิชัย" อีกรอบ ชี้ไม่ทันเกมเจ้าพ่อหรือแกล้งโง่

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทฯ มีมติไม่ขายหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบาย 42% ให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ขอซื้อในวงเงิน 2,400 ล้านบาท หลังจากที่ผ่านมายังไม่มีข้อสรุปจนเป็นปัญหายืดเยื้อนานกว่า 4 ปี เนื่องจาก พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก ซึ่งมีแนวโน้มจะได้ตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานบอร์ด กสทฯ มอบนโยบายว่า ไทยโมบายเป็นธุรกิจที่มีอนาคต

"กสทฯ วางเป้าหมายร่วมลงทุนโครงการขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี และจะชำระหนี้ในส่วน กสทฯ กว่า 3,000 ล้านบาท เนื่องจากบอร์ด กสทฯ มองคลื่นความถี่ย่าน 1900 เมกะเฮิรตซ์เป็นคลื่นที่ดี สามารถสร้างรายได้ในอนาคตและจะทำให้ธุรกิจมือถือของ กสทฯ แข็งแรงมากขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้จากการที่ไทยโมบายลงทุน 3G และซีดีเอ็มเอภูมิภาค" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ ในการประชุมบอร์ดทีโอทีเมื่อวันที่ 14 ก.ย. กสทฯ ได้ส่งหนังสือให้บอร์ดทีโอทีรับทราบกรณี พล.อ.มนตรีจะไม่ขายหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบาย และหุ้น 40% ในบริษัท เอซีที โมบาย จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่ายรวมมูลค่า 2,400 ล้านบาทให้ทีโอทีอย่างแน่นอน

ส่วนแผนร่วมทุนกับฮัทชิสัน เทเลคอม เพื่อให้บริการซีดีเอ็มเอภูมิภาคได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้บริษัทใหม่ที่ตั้งขึ้นมี กสทฯ กับฮัทชิสันถือหุ้นคนละ 49% ส่วนอีก 2% เป็นกองทุนของรัฐบาล ซึ่งบอร์ดเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความการพิจารณาตามรูปแบบ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือสามารถใช้บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย เดิมได้ แต่ดำเนินการให้ถูกต้องผ่านคณะกรรมการมาตรา 13

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ทีโอทีได้จัดประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น) โครงการติดตั้งอุปกรณ์ชุมสายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่นครหลวง 4 (M-San) ในพื้นที่แจ้งวัฒนะ ปทุมธานี ดอนเมือง โดยบริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) เป็นผู้ชนะการประมูลในราคา 186 ล้านบาท จากราคากลาง 250 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการ (บอร์ด) อนุมัติและไม่ได้แสดงท่าทีท้วงติงใดๆ พร้อมทั้งให้พิจารณาโครงการ M-San ในเขตนครหลวงที่ 2 บางนา บางชัน และนครหลวงที่ 4 เขตฝั่งธนฯ ในการประชุมสัปดาห์ต่อไป

นายนุกูล บวรสิรินุกุล รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอที กล่าวว่า ในวันที่ 17 ก.ย. จะยื่นหนังสือเกี่ยวกับโครงการ M-San ให้นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พิจารณาในกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งชะลอโครงการ เนื่องจากเกิดปัญหาล็อกสเปก แต่บอร์ดชุดนี้กลับอนุมัติโครงการ

"บอร์ดชุดนี้ไม่ทันเกมเจ้าพ่อโทรคมนาคม หรือทันแต่แกล้งโง่เพราะเจตนาหรือเปล่า ถ้าเขาไม่รู้ต้องฟังข้อมูลจากหลายๆ ทาง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง" รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอทีกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ทีโอทีตั้งงบประมาณปี 2550 ติดตั้งอุปกรณ์ M-san วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยให้เปิดประมูลครั้งเดียว แต่บอร์ดมีมติแบ่งประมูลตามความต้องการของพื้นที่ โดยเขตพื้นที่นครหลวงเขต 4 เปิดประมูลแล้ว ส่วนเขตพื้นที่นครหลวงเขต 2 ในพื้นที่บางนา บางชัน บางพลี มูลค่า 365 ล้านบาท และพื้นที่เขต 3 ฝั่งธนบุรี มูลค่า 187 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดขายซองประกวดราคา คาดเปิดประมูลเดือน ต.ค.นี้

ไทยโพสต์ 17 กันยายน 2550 | ข่าว 3G



"สิทธิชัย" ส่งนโยบายให้ "สพรั่ง" ดึงรัฐบาลแต่ละประเทศร่วมลงทุน 3G ส่วนกรณี กสทฯ ปัดขายหุ้นไทยโมบาย บอร์ดทีโอทีชี้เปลี่ยนเงื่อนไขร่วมรับภาระหนี้ด้วยกัน

เล็งไม่จบยอดเน่าบานอีกทะลุ 4 พันล้าน พร้อมอนุมัติงบความมั่นคง 800 ล้าน ให้ "นที" เดินหน้า ด้าน กทช.ตั้งกรอบอนุมัติเลขหมายมือถือปีละ 10 ล้าน หลังแจกแหลก

นายชิต เหล่าวัฒนา โฆษกคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ส่งหนังสือมอบนโยบายแนวทางการลงทุนพัฒนาโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ให้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ดทีโอที โดยให้เป็นการลงทุนในลักษณะร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล และประกาศเชิญชวนรัฐบาลของแต่ละประเทศที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ

การพิจารณาเงื่อนไข ข้อตกลง หรือสัญญาใดๆ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้บริการ ไม่เป็นข้อจำกัดต่อการดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทีโอทีในอนาคต ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การแสวงหาผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ และมีข้อตกลงเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาองค์กรต่อไปได้

ส่วนกรณี บมจ.กสท โทรคมนาคม ยังพิจารณาวงเงิน 2,400 ล้านบาท ที่ทีโอทีขอซื้อหุ้นกิจการร่วมค้าไทยโมบาย 42% นั้น อยากให้ กสทฯ เข้าใจตัวเลขดังกล่าวเป็นมติบอร์ดชุดเก่าที่ตกลงกัน แต่ กสทฯ มีสิทธิ์พิจารณาวงเงินได้ และถ้าไม่ยอมขายหุ้นไทยโมบายให้ทีโอทีก็ไม่เป็นไร แต่เงื่อนไขที่ตกลงกันจากบอร์ดชุดเดิมต้องเปลี่ยนไป คือ กสทฯ ต้องร่วมเป็นหนี้กับทีโอทีในส่วนการดำเนินงานหลังเดือน ธ.ค.2548 และถ้าการดำเนินการยังไม่ชัดเจนอาจเกิดปัญหาเดิมคือขาดทุน ซึ่งปัจจุบันกิจการร่วมค้าไทยโมบายมีหนี้สะสมประมาณ 4,000 ล้านบาท

สำหรับการของบสนับสนุนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความมั่นคงให้หน่วยงานความมั่นคงของกองทัพบก 800 ล้านบาทนั้น พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที ได้ตั้งทีมศึกษารายละเอียดโครงการในการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายของทีโอทีเพื่อความมั่นคง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจกระทบต่อความมั่นคง

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ได้อนุมัติงบความมั่นคง 800 ล้านบาทตามแผนงานเดิม โดยเป็นงบลงทุนปี 2550 ประมาณ 9,200 ล้านบาท และให้ พ.อ.นทีดำเนินงานตามโครงการจ้างเหมาติดตั้งอุปกรณ์ชุมสายและโครงข่ายรองรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ทั่วประเทศ มูลค่า 900-1,000 ล้านบาทด้วยวิธีพิเศษ เนื่องจากเป็นการสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของชาติ

ด้านนายฐากร ตันฑสิทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า กทช.เตรียมตั้งกรอบการจัดสรรเลขหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกราย หลังจากเกิดกรณีเลขหมายขาดตลาด เพราะผู้ประกอบการใช้ทรัพยากรไม่เกิดประโยชน์ เช่น แจกเลขหมาย หรือเฉลี่ยผู้บริโภค 1 ราย ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2-3 เลขหมาย

ทั้งนี้ จากการศึกษาการใช้เลขหมายระยะ 1 ปี มีประมาณ 10 ล้านเลขหมาย ซึ่งปีนี้ กทช.ได้จัดสรรเลขหมายให้ผู้ประกอบการไปแล้ว 7 ล้านเลขหมาย โดยล่าสุดอนุมัติเลขหมายให้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน 1 ล้านเลขหมาย จากที่ขอมา 1.5 ล้านเลขหมาย และตั้งแต่ 1 ก.ย.2547 กทช.อนุมัติเลขหมายให้ผู้ประกอบการมือถือรวมแล้วกว่า 66.38 ล้านเลขหมาย และปัจจุบันตลาดรวมผู้ใช้บริการมือถือมีอยู่ประมาณ 40 ล้านเลขหมาย

ไทยโพสต์ 4 สิงหาคม 2550 | ข่าว 3G



ทีโอทีเร่ง 3G เปิดร่วมทุน "จีทูจี" จีน-ญี่ปุ่น-มะกันสนร่วมโครงการ

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการนโยบายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G ตามนโยบายของนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ต้องการให้ดำเนินการในลักษณะของรัฐต่อรัฐ (จี 2 จี) ส่งให้คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา โดยคาดว่าภายใน 2 เดือนจะได้ข้อสรุป และสามารถดำเนินโครงการได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

"ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อบอร์ดพิจารณาภายในสิ้นเดือนนี้ จากนั้นจะส่งให้ สศช.พิจารณาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ จึงจะเริ่มประกาศเพื่อหาผู้ร่วมทุนต่อไป"

พ.อ.นาฬิกอติภัคกล่าวว่า การจัดทำร่างข้อกำหนดเงื่อนไขการร่วมลงทุน (ทีโออาร์) จะกำหนดให้ระบบที่จะนำมาใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่มีอยู่ และระบบใหม่ที่จะดำเนินการในระยะต่อไปได้ ขณะเดียวกันต้องรองรับเทคโนโลยีในอนาคตด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้ามาดำเนินโครงการมีหลากหลาย ไม่ผูกขาดเพียงรายใดรายหนึ่งเท่านั้น

พ.อ.นาฬิกอติภัคกล่าวว่า ที่ผ่านมา ทีโอที ได้เจรจากับผู้แทนประเทศจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 3 ประเทศแสดงความสนใจที่จะให้ความช่วยเหลือในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาแสดงความสนใจจะร่วมลงทุนด้วย

มติชน 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550 | ข่าว 3G



ทีโอทีเดินหน้าลงทุน 3G

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการนโยบายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3G เปิดเผยว่า หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโน โลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มอบ นโยบายให้ทีโอทีลงทุนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G โดยทำสัญญาเงินกู้จากรัฐบาลต่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐ ความคืบหน้าในขณะนี้ได้มีการเจรจาเบื้องต้นกับตัวแทนจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ที่แสดง ความสนใจจะสนับสนุนเงินกู้ให้กับโครงการ

ดังกล่าวในลักษณะรัฐต่อรัฐ โดยเฉพาะสหรัฐ อเมริกา ได้รับการประสานจากสำนักงานผู้แทนทางการค้าสหรัฐหรือยูเอสทีอาร์ว่ามีงบฯช่วยเหลือด้านวิชาการและเทคโนโลยี

ส่วนขั้นตอนต่อไปต้องทำรายละเอียดโครงการตามมาตรฐานที่ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบก่อนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ โดยขั้นตอน ทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จได้ภายใน 2 เดือน

โดยโมเดลธุรกิจที่จะนำมาใช้หลังลงทุนพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3G แล้วนั้น ไทยโมบายจะให้โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละรายมาเช่าใช้โครงข่ายในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้เอกชนแต่ละรายไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อน ดังนั้นจึงต้องเร่งลงทุนให้ได้เร็วที่สุด เพราะหากล่าช้าไปเอกชนลงทุนเองไปแล้วก็จะไม่มีใครมาเช่าใช้โครงข่ายที่สร้างขึ้น

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2550 | ข่าว 3G



จีนให้ไทย 2 หมื่นล้านลงทุนไทยโมบาย 3G

รัฐบาลจีนเสนอเงินลงทุนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G 2 หมื่นล้านบาทให้ไทยโมบายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ในลักษณะจีทูจี “สิทธิชัย” ยันเป็นโครงการที่ดี-พลิกวิกฤตไทยโมบายให้ฟื้นตัวได้ ยันเตรียมเสนอเข้าบอร์ดทีโอทีสัปดาห์หน้า พร้อมส่งต่อเข้า ครม. คาดรายละเอียดทุกอย่างรู้ผลภายใน 2 สัปดาห์

วานนี้ ( 6 ก.ค.) นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที ) กล่าวว่า รัฐบาลจีนได้ประสานงานผ่านสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เสนอตัวลงทุนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือเทคโนโลยี 3Gในประเทศไทยให้กับกิจการร่วมค้าไทยโมบายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์โดยจะเป็นโครงการระยะยาว 10-15 ปี ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 1 ถึง 2 หมื่นล้านบาท โดยเป็นรูปแบบการลงทุนให้ก่อนแล้วผ่อนชำระที่หลังรวมทั้งมีระยะเวลาปลอดหนี้ด้วย โดยขณะนี้ได้ส่งเรื่องต่อให้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอที นำไปพิจารณาแล้ว และถ้าตกลงก็จะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

“เท่าที่ได้คุยกับประธานบอร์ดทีโอทีเห็นว่าถ้าเงื่อนไขใช้ได้ก็จะเดินหน้าต่อไปแต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าทีโอทีรับข้อเสนอนี้ ก็ไม่เสียหายอะไร แต่ที่สำคัญจะสามารถทำให้กิจการร่วมค้าไทยโมบายฟื้นตัวได้”

ทั้งนี้ข้อเสนอจากรัฐบาลจีนผ่านทูตพาณิชย์ เป็นเพียงการเข้ามาเสนอรูปแบบการลงทุนให้กับรัฐบาลไทยโดยโครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลจีนลงทุนให้แล้วผ่อนชำระโดยไม่ใช่การร่วมทุน ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องหรือต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงานฯ พ.ศ.2535 และการลงทุนโครงข่ายครั้งนี้จะเลือกใช้อุปกรณ์เครือข่ายของผู้ผลิตรายใดจะเป็นการตัดสินใจเลือกของรัฐบาลจีน

อย่างไรก็ตามความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น กระทรวงไอซีที จะนำเข้าหารือกับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง หลังจากที่บอร์ดทีโอทีมีข้อสรุปในรายละเอียดเพื่อจะนำไปประสานความช่วยเหลือและขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งโครงการนี้จะเป็นเรื่องของรัฐบาลกับรัฐบาลไม่มีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง

รมว.ไอซีทีกล่าวอีกว่าโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีสำหรับภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของการลงทุนและการพัฒนาบริการ ที่จะทำให้โทรศัพท์มือถือระบบ 3G เกิดขึ้นในประเทศไทยถึงแม้ในขณะนี้ยังมีปัญหาวิกฤติในด้านกำกับดูแล การออกไลเซนส์ให้บริการ 3G และคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ

สำหรับในส่วนของกิจการร่วมค้าไทยโมบายนั้นหากโครงการนี้ได้ผ่านการเห็นชอบอนุมัติ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานหรือการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ การให้บริการมีคุณภาพและประชาชนได้ประโยชน์เต็มที่

“สัปดาห์หน้าถ้าบอร์ดทีโอทีพิจารณาเห็นชอบก็จะไปเรียนต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ คาดว่ากระบวนการหารือในรายละเอียดและหาข้อสรุปจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์”

อย่างไรก็ตามโครงการลงทุนกับรัฐบาลจีนในครั้งนี้หากไม่มีข้อติดขัดด้านดำเนินการอาจจะ เสร็จทันวาระการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ และส่งต่อให้รัฐบาลชุดเลือกตั้งเข้ามารับช่วงดำเนินการต่อไป

ผู้จัดการรายวัน 7 กรกฎาคม 2550 00:10 น. | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard Driver Download| ExpressCard| AirCard USB| PCMCIA AirCard| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| EDGE AirCard| 3G AirCard| 3G Router| 3G Access Point| Speed Test| Speedtest| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์