AirCard

GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

ทีโอทีรอ 20 ก.ค. ชัดเจนแนวทางลงทุน 3G ฟุ้งอัลคาเทล-โวดาโฟน-กองทุนรัสเซียและรัฐบาลจีนแห่แย่งเค้ก ทีทีแอนด์ทีดิ้นรายได้หายชูทีวีบรอดแบรนด์

นายชิต เหล่าวัฒนา โฆษกคณะกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการทีโอที เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำการพิจารณาแผนการลงทุนสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G และปรับแผนธุรกิจการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าวันที่ 20 ก.ค.นี้ น่าจะมีความชัดเจนว่าผู้ใดจะเข้ามาลงทุนให้กับกิจการร่วมค้าไทยโมบาย เนื่องจากในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงแค่รัฐบาลจีนที่ให้ความสนใจเท่านั้น เพราะยังมีผู้ประกอบการรายอื่นได้เตรียมเสนอรูปแบบการลงทุนโครงข่าย 3Gด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ บริษัทที่ได้ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนประกอบด้วย บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมอันดับ 2 ของประเทศฝรั่งเศส บริษัท โวดาโฟน จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ของประเทศอังกฤษ กองทุนเพื่อการลงทุนจากประเทศรัสเซีย เป็นต้น ซึ่งวันที่ 13 ก.ค.นี้ อัลคาเทลจะเข้ามาเสนอรูปแบบการดำเนินงานการวางโครงข่าย 3 จีกับทีโอที ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 22,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งประมาณ 17,381 ล้านบาท ทำการปรับปรุงโครงข่าย ส่วนที่เหลืออีก 5,100 ล้านบาท จะนำไปใช้ชำระหนี้สิน 2,700 ล้านบาท และจะนำไปซื้อหุ้นคืนจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จำนวน 42% คิดเป็นเงิน 2,400 ล้านบาท

ด้านนายประจวบ ตันตินนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากรายได้โทรศัพท์พื้นฐานที่ให้บริการมีอัตราการเติบโตลดลงประมาณ 10-20% ต่อปี และกำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ใช้บริการ ประมาณ 1.2 ล้านเลขหมาย ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายต่อเดือนเพียง 400 บาทเท่านั้น และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจึงลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันบริการ "Triple Play" ชมทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ IPTV ผ่านโครงข่ายบรอดแบรนด์ ซึ่งบริษัทคาดว่าสัดส่วนรายได้กลุ่มอินเทอร์เน็ตจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นใน 1-2 ปี อยู่ที่กว่า 50% ของรายได้รวม.

ไทยโพสต์ 12 กรกฎาคม 2550 | ข่าว 3G



‘ไทยโมบาย’ฟื้นจากหลุม ต่างชาติรุมตอมลงทุน 3G

ไทยโมบายเนื้อหอม ต่างชาติหอบเงินมาให้ลงทุน พัฒนาโครงข่ายเป็น 3G ทั้งรัฐบาลจีน โวดาโฟน อัลคาเทล กองทุนการลงทุนต่างประเทศรัสเซีย เปิดแผนศึกษา ‘พ.อ.นาฬิกอติภัค’ ประธานกก.นโยบายโครงข่าย 3G ชี้ไทยโมบายต้องใช้เงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาทในการขยายโครงข่าย 3Gทั่วประเทศ เตรียมส่งเรื่องให้บอร์ดทีโอทีตัดสิน 20 ก.ค. ด้านอัลคาเทลเตรียมให้ข้อมูลคณะทำงานศุกร์ 13 ก.ค.นี้

นายชิต เหล่าวัฒนา โฆษกและกรรมการบอร์ด บริษัท ทีโอที กล่าวว่า การเสนอทุนให้กู้ยืมของรัฐบาลจีน เพื่อเข้ามาสนับสนุนการขยายโครงข่ายให้รองรับทั่วประเทศและพัฒนาจาก 2 จี เป็น 3Gของกิจการร่วมค้าไทยโมบายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์จะต้องรออีกสัปดาห์ในการประชุมบอร์ดวันที่ 20 ก.ค.นี้ ว่า ทีโอที จะให้ ไทยโมบาย รับการสนับสุนนอย่างไร โดยระหว่างนี้ทาง คณะกรรมการนโยบายโครงข่าย 3Gซึ่งมี พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท เป็นประธานกำลังศึกษาและหารูปแบบรองรับการสนับสุนจากรัฐบาลจีนอยู่

“ยังตอบไม่ได้ว่าจะรับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนอย่างไร แต่ภาพการฟื้นฟูของไทยโมบายนั้นเกิดขึ้นแน่ ซึ่งบอร์ดทีโอทียังหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในไทยโมบายทั้งหมดในวันนี้อาจจะนำสู่จุดเปลี่ยนกับธุรกิจให้สามารถแข่งขันด้านบริการได้ เพราะทุกวันนี้ปัญหาของทีโอทีมากและไทยโมบายก็เป็นหนึ่งในปัญหาหนึ่งที่เร่งดำเนินการอยู่”

นอกจากรัฐบาลจีนแล้ว ขณะนี้ยังได้มีผู้แสดงความสนใจเสนอตัวเข้ามาลงทุนหรือเสนอตัวเป็นแหล่งเงินลงทุนในการติดตั้งโครงข่ายเพื่อให้บริการ 3G อีก 3 ราย คือ อัลคาเทล,โวดาโฟนและกองทุนการลงทุนต่างประเทศของรัสเซีย ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ กลุ่มตัวแทนของอัลคาเทล มีนัดจะหารือและนำเสนอข้อมูลด้านเทคโนโลยีกับคณะทำงานชุด 3Gของทีโอที นอกจากนี้ในส่วนของกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ก็เคยมีการพูดกันด้วยวาจาในเรื่องความเป็นไปได้ของการร่วมมือในลักษณะที่เอกชนไทยอาจจะขอใช้โครงข่ายร่วมของไทยโมบายหรือช่วยในเรื่องการพัฒนาบริการ

สำหรับแผนการลงทุนในการให้บริการในรูปแบบ 3Gที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากที่คณะกรรมการนโยบายโครงข่าย 3Gได้ศึกษาจัดทำไว้เบื้องต้นเพื่อนำเสนอบอร์ดทีโอที เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา กำหนดให้ปรับจากระบบจีเอสเอ็ม ในรูปแบบ 2 จี ไปสู่เทคโนโลยีระบบ WCDMA บนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรทซ์ ซึ่งการลงทุนขยายโครงข่ายอยู่ในวงเงินประมาณ 17,381 ล้านบาท โดยส่วนแรกจะใช้งบลงทุนราว 1,400 ล้านบาท เพื่อพัฒนาปรับระบบในปัจจุบันจากจีเอสเอ็มให้เป็นซีดีเอ็มเอ ทั้งส่วนของสถานีฐาน 533 แห่ง กับส่วนโครงข่ายชุมสายหลัก ก่อนที่จะดำเนินการขยายโครงข่ายทั่วประเทศ แบ่งเป็น 2 เฟส

กล่าวคือเฟสที่ 1 ในวงเงิน 15,508 ล้านบาท ดำเนินการติดตั้ง ในพื้นที่เขตนครหลวง คือ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และพื้นที่เขตภูมิภาค เป็นจำนวน 1,327 สถานีฐานและ เฟสที่ 2 อีกจำนวน 400 ล้านบาท ใน 6 จังหวัดเศรษฐกิจ คือนครสวรรค์ เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น ภูเก็ต สุราษฎ์ธานี จำนวน 99 สถานีฐาน เพื่อให้ระบบสามารถรองรับความต้องการและมีคุณภาพสัญญาณที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้แผนการขยายโครงข่ายจะดำเนินการสร้างโครงข่ายและขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 90% ของประชากรในพื้นที่ให้บริการ ซึ่งโครงข่ายจะต้องรองรับการให้บริการวิดีโอ เซอร์วิส(วิดีโอสตีมมิ่ง) ได้อย่างมีคุณภาพ

ขณะที่เป้าหมายการสร้างจำนวนลูกค้าผู้ใช้บริการ ได้กำหนดไว้ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. แบบเร่งด่วน คือให้มีลูกค้าใช้งาน 2 ล้านรายภายใน 3 ปี 2.แบบระดับกลาง คือ ให้มีลูกค้า ใช้งาน 2 ล้านรายภายใน 4 ปี และ 3. แบบช้ คือในยะเวลา 5 ปี จะมีลูกค้าใช้งาน 2 ล้านรายและมีระบบบริการเสริมในรูปแบบต่างๆ

“ผู้ดูแลการจัดสร้างขยายโครงข่ายยังคงเป็น เอซีที โมบาลย์ ส่วนกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ก็ดูแลงานด้านตลาด ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงการแก้ไขด้านโครงสร้างหนี้และร่วมทุน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องแยกออกไปอีกกลุ่มหนึ่งแต่ภาพจะต้องเคลียร์ถึงแนวทางปลดหนี้และการสร้างรายได้”

ส่วนภาระหนี้สินจำนวน 6,532 ล้านบาทจากการบริหารงาน ทั้งเรื่องค่าเช่าโครงข่าย เอซีที โมบาล์ย 841.5 ล้านบาท บริษัท กสท โทรคมนาคม 66.6 ล้านบาท ทีโอที 3,969 ล้านบาท และ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย 1,555 ล้านบาท ก็จะนำเข้าไปรวมในส่วนแผนแก้ไขและกู้ยืมเงินด้วย ส่วนเรื่องการซื้อหุ้นคืนจาก กสท นั้น เบื้องต้นทีโอที ยังคงเสนอการซื้อหุ้นที่ กสท ถืออยู่ทั้งหมดมาบริหารเองในสัดส่วน 42.41% จากการร่วมทุนเริ่มต้นในอัตรา 508.93 ล้านบาท ซึ่งการเจรจาในช่วงที่ผ่านมาได้ตีราคาอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท แต่กระบวนการซื้อขายหุ้นยังไม่ได้ข้อยุติ

นายชิต กล่าวอีกว่ารายละเอียดของเงื่อนไขความร่วมมือทั้งหมดเป็นเรื่องของอนาคตอันใกล้ ซึ่งทีโอทีมีเจตนาจะหาข้อสรุปและเจรจาให้มีความชัดเจนภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลเพราะห่วงความต่อเนื่องของบอร์ด

อย่างไรก็ตามแนวทางแผนธุรกิจใหม่ของไทยโมบายเกิดขึ้นจากคณะกรรมการนโยบายโครงข่าย 3Gซึ่งทำงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของบอร์ด ทีโอที และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริหารไทยโมบาย โดยคณะทำงานชุดนี้ได้ดำเนินการศึกษาแผนแก้ไขไทยโมบายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน เพื่อเร่งหาทางฟื้นฟูภาวะวิกฤติจากรายได้และลูกค้าที่ถดถอย ภาวะหนี้สินและการพัฒนาระบบให้บริการจาก 2 จี เป็น 3G ตามภารกิจของบอร์ดที่จะเข้ามาฟื้นฟูและปรับโครงสร้างการบริหารธุรกิจให้เข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

ผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2550 09:33 น. | ข่าว 3G



ไทยโมบายทำแน่บริการมือถือระบบ 3G

ไทยโมบายประกาศชัดเจนเดินหน้าทำมือถือ 3G เล็งทุนหนุน จากจีนและญี่ปุ่น ส่วนช่องการจัดจำหน่ายเชื่อมือถือไออีซี บลิสเทล ขณะที่ดีแทคเสนอให้โรมมิ่งเครือข่ายทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมกันนี้บอร์ดทีโอทียังเห็นชอบให้จัดตั้งเทเลคอมพูลใน 10 ขั้นตอน จี้ให้เห็นผลขั้นที่ 1-4 ภายในก.ย.นี้

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการบริษัท ทีโอที ในฐานะประธานกรรมการนโยบายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เปิดเผยว่า ทีโอทียืนยันที่จะให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 MHz ของกิจการร่วมค้าไทยโมบาย โดยไม่มีการหยุดหรือยกเลิกบริการแต่อย่างใด และขณะนี้คณะกรรมการฯ 3G ได้ข้อสรุปเบื้องต้นของการกู้ยืมเงินกองทุนจากรัฐบาลต่างประเทศที่เสนอตัวเข้ามาให้การสนับสนุน โดยจะพิจารณาเลือก 2 ประเทศ จากที่เสนอตัวเข้ามาคือ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย ซึ่งประเทศที่อยู่ระหว่างพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายคือ จีน และญี่ปุ่น

สำหรับการสนับสนุนเงินกองทุนให้กู้ยืมนั้นจะมีรูปแบบคล้ายคลึงกัน โดยประเทศจีนจะให้เงินกู้ยืม 400-700 เหรียญสหรัฐ เป็นลักษณะรัฐบาลกับรัฐบาล หรือจีทูจี พร้อมให้ทางเลือก 2 แนวทางในการใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตคือ บริษัท หัวเหว่ย กับบริษัทแซดทีอี

ส่วนประเทศญี่ปุ่น ทางคณะกรรมการฯ 3G ยังต้องรอเอกสารและรายละเอียดอีกส่วนหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้ได้แสดงความจำนงไว้ แต่ข้อมูลเบื้องต้นของทางญี่ปุ่นจะให้เลือกใช้อุปกรณ์ของบริษัท เอ็นอีซี ส่วนมูลค่าเงินสนับสนุนนั้น ยังไม่ได้ให้รายละเอียด ซึ่งขณะนี้ระหว่างทางทูตพาณิชย์จะส่งรายละเอียดข้อมูลและแนวทางการสนับสนุนมาให้คณะกรรมการฯ 3G พิจารณา

“ต้องเงื่อนไขที่จะเกิดประโยชน์กับเราสูงสุด โดยไม่กำหนดระยะเวลา แต่เราจะเร่งให้ทำงานให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ไทยโมบายสามารถเดินหน้าต่อไปได้”

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่คณะกรรมการฯ 3G ไม่พิจารณาเลือกประเทศรัสเซีย เนื่องจากมีอุปสรรคทางด้านการร่วมทุน ซึ่งเข้าข่ายต่อการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการร่วมทุนรัฐวิสาหกิจ ที่จะต้องใช้เวลาตรวจสอบและเสนอต่อหลายฝ่ายพิจารณาให้สอดคล้อง ไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยอาจส่งผลให้ขั้นตอนต้องใช้ระยะเวลาในการหาข้อสรุป

ทั้งนี้ การขอรับสนับสนุนเงินจากกองทุนของ ทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกความเหมาะสมอีกครั้ง เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเข้าเสนอต่อสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ในกองทุนของประเทศที่จะสนับสนุน โดยจะนำเงินที่ให้การสนับสนุนกิจการร่วมค้าไทยโมบาย พัฒนาโครงข่ายให้เป็น 3G และจะใช้งบประมาณตามแผนที่จัดทำไว้ 17,000 ล้านบาท

ดีแทคยื่นข้อเสนอให้โรมมิ่งทั่วปท.

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ 3G ยังได้ขอเสนอจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ในการให้โรมมิ่งเครือข่ายมือถือกับโทยโมบายทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และมีการขอเช่าเลขหมาย จากไทยโมบายจำนวนหนึ่ง จากที่มีอยู่ 10 ล้านเลขหมาย โดยไม่ต้องไปยื่นขอต่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพราะเห็นว่าการขอจัดสรรใช้เวลานาน และไม่เพียงพอต่อการนำไปจำหน่ายให้บริการได้ โดยดีแทค จะให้ค่าเช่าเลขหมายละ 2 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ยังได้มีการเจรจากับทางบริษัท อินเตอร์เนชั่นเนิลเอ็นจิเนียริ่ง หรือไออีซี และบริษัท บลิสเทล ในเรื่องของการจัดจำหน่าย และเป็นช่องทางในการแจ้งโปรโมชันต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้รับทราบ โดยลูกค้าไทยโมบายสามารถซื้อเครื่องข่ายของไทยโมบาย ซิมการ์ด รวมถึงสามารถชำระค่าบริการไทยโมบายโดยไม่ต้องเสียค่าบริการได้ที่ร้าน Blisstel ทุกสาขา ที่มีอยู่กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ไม่ต้องจ่ายผ่านศูนย์บริการของ ทีโอที

“การเจรจาผลประโยชน์กับเอกชนในประเด็นต่าง ๆ จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าของไทยโมบายทั้งสิ้น เช่น การจัดแคมเปญ โทร.ราคาถูกทั่วไทย และคาดว่าจะส่งผลให้มีผู้สนใจใช้บริการไทยโมบายเพิ่มขึ้น 3–5 แสนรายภายในปีนี้”

บอร์ดเห็นชอบรูปแบบเทเลคอมพูล

นายชิต เหล่าวัฒนา กรรมการและโฆษกบอร์ด กล่าวถึงผลการประชุมบอร์ด ทีโอที ว่า ที่ประชุมได้ลงมติความเห็นในการจัดตั้งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อให้เป็นบริษัท บริหารจัดการโครงข่ายของประเทศ หรือเทเลคอมพูล และให้มีดำเนินการตามแผนให้แล้วเสร็จได้ภายใน 1 ปี ใน 10 ขั้นตอน คือ 1.การยืนยันหลักการและเหตุผลในการจัดตั้งบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้ชัดเจน 2. การกำหนดขอบเขตการจัดตั้งบริษัท โทรคมนาคมฯ 3. การรับมอบโครงข่ายโทรคมนาคมจากคู่สัญญา 4. การปรับเปลี่ยนชื่อบริษัท ทีโอที ให้เป็นบริษัท โทรคมนาคม

5.การแสวงหาพันธมิตรโทรคมนาคมแห่งชาติ 6.การทำสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายระหกว่างพันธมิตรโทรคมนาคมแห่งชาติ 7. การทำสัญญาพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีโครงข่ายระหว่างพันธมิตร 8. การเสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างบริษัทโทรคมนาคมฯกับหน่วยงานกำกับดูแล 9. การทำสัญญาใช้โครงข่ายโทรคมนาคม กับเอกชนผู้ให้บริการ และ 10. การสร้างมาตรการในการให้บริการโทรคมนาคมแห่งชาติเพื่อสังคมและประชาชน

“แผนขั้นที่ 1 ถึง 4 จะต้องมีความเป็นรูปธรรมให้ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนชื่อบริษัท ทีโอที ใหม่ เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ ทาง ทีโอที จะทำประชาสัมพันธ์กับประชาชนให้เข้าใจกับเรื่องเทเลคอมพูล ทั้งขอบเขตการทำงาน สิ่งที่ได้รับและเหตุผลให้เป็นที่เข้าใจด้วย”

ผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2550 09:23 น. | ข่าว 3G



ดีแทคกระตุ้น กทช.ตั้งศูนย์วิจัย 3G หนุน "เทเลคอมพูล" แก้ลงทุนซ้ำซ้อน

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ต้องการให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เร่งออกใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) โทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3Gโดยเร็ว แต่หากยังออกไลเซ่นส์ในเชิงพาณิชย์ไม่ได้ ก็ควรจะพิจารณาตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเฉพาะกิจขึ้นมาก่อน เนื่องจากการให้บริการในระบบ 3G เริ่มแพร่หลายในต่างประเทศแล้ว

"กทช.มีอำนาจที่สามารถทำได้ ถ้าไม่ออกไลเซ่นส์ใหม่ ก็สามารถเปิดทดลองเพื่อศึกษารายละเอียดของเทคโนโลยีก็ได้"

นายธนากล่าวว่า ขณะนี้ ดีแทค ได้วางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีในระบบ 3G ภายใต้ชื่อ เอชเอสดีพีเอ (High Speed Downlink Packet Access) ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย (ไว-ไฟ) และจีพีอาร์เอสไว้แล้ว หากสามารถให้บริการได้เมื่อไร ก็สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้งได้ทันที โดยระบบดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าระบบ 3Gเก่าที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันหลายเท่า ซึ่งประเทศมาเลเซียได้เปิดทดลองใช้ 3G ในระบบนี้ไปแล้ว

สำหรับเงินลงทุนพัฒนาโครงข่าย 3Gใหม่นี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณหลักหมื่นล้านบาท หากต้องการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย แต่หากต้องการเปิดทดลองใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ก่อน ในเบื้องต้นอาจจะต้องลงทุนประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ต่อผู้ประกอบการ 1 ราย

"บริษัทเห็นด้วยกับการตั้งบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเทเลคอมพูล เพื่อลงทุนโครงข่าย 3Gไม่ให้ซ้ำซ้อน เพราะหากให้ผู้ประกอบการทุกรายลงทุนสร้างโครงข่ายเองหมดก็จะทำให้ต้องเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์"

09 เมษายน 2550 | ข่าว 3G



ซิคเว่ ดึง“แอนดรูว์ แม็คบีน”รวมทีมขุนพลลุยแอพลิเคชั่นไร้สายสร้างตลาดรับยุค 3G

“ซิคเว่” เปิดบ้าน รับ “แอนดรูว์ แม็คบีน” อดีตผู้บริหารไมโครซอฟท์ เริ่มงาน 1 เม.ษ.นี้ สวมตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลลูกค้าองค์กร เทียบ “สันติ-ธนา” วางหมากเดินสู่ผู้นำตลาด พัฒนาแอพลิเคชั่นไร้สาย เพิ่มมูลค่าธุรกิจรับยุค 3G วางเป้าปี 50 ขอส่วนแบ่งตลาด 50% พร้อมดันรายได้เพิ่มขึ้น 30-40%

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เปิดเผยถึงการเข้าร่วมงานของ นายแอนดรูว์ แม็คบีน อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) ในตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร ว่าจะเข้ามาร่วมงานกับดีแทคในวันที่ 1เมษายนนี้ ซึ่งจะรับผิดชอบดูแลการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ องค์กรบริษัทข้ามชาติ ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก

ทั้งนี้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย เป็นตลาดที่น่าจับตามอง ไม่น้อยกว่าในประเทศอื่น เป้าหมายของดีแทคในส่วนตลาดองค์กร คือ การรุกเข้าสู่ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศ องค์กรบริษัทข้ามชาติ

นายซิคเว่ กล่าวว่า ในช่วงเวลา 3-6 เดือน สิ่งที่อยากให้นายแอนดรู ไปโฟกัส คือ 1. การสร้างทีมงาน 2.การกำหนดแผนธุรกิจการและเป้าหมายขยายตลาดลูกค้าองค์กร และ 3. พัฒนาโซลูชั่นให้บริการให้สอดรับกับกลุ่มธุรกิจของลูกค้าองค์กร โดยภาพรวมจะเป็นในลักษณะเอนด์-ทู-เอนด์ (End to End) ส่วนเรื่องการขยายฐานการเติบโตยังไม่มุ่งเน้นเป็นพิเศษ

สำหรับตำแหน่งที่ นายแอนดรู เข้ามารับผิดชอบ ทาง ดีแทค ไม่มีการปรับโครงสร้างใหม่แต่อย่างใด และตำแหน่งของนายแอนดรู จะเป็นหนึ่งในทีมบริหารระดับสูง จากปัจจุบัน ที่มี อยู่ 6 ตำแหน่ง เป็น 7 ตำแหน่ง โดยระดับหน้าที่รับผิดชอบก็จะเทียบเท่า นายสันติ เมธาวิกุล ที่ดูแลงานบริการโพสเพด นาย ธนา เธียรอัจฉริยะ บริการพรีเพด โดยตำแหน่งนี้ เดิมเป็นความรับผิดชอบของนายสันติ โดยหลังจากนี้จะไปบริหารงานด้านบริการโพสเพด บริการดูแลลูกค้า คอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้การโฟกัสในแต่ละตลาดมีความชัดเจนขึ้นต่อการพัฒนาบริการสอดรับกับผู้ใช้ ซึ่งทิศทางของดีแทค หลังจากนี้ไป จะเน้นการตอบสนองการใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก

ทั้งนี้การเพิ่มนายแอนดรูเข้ามา นายซิคเว่ ต้องการให้เข้ามาเพิ่มศักยภาพการให้บริการตลาดลูกค้าองค์กร ขึ้นไปอีกก้าว โดยเฉพาะการสร้างบริการในรูปแบบที่ตอบสนองการใช้งานของลูกค้าองค์กร ในด้านแอพลิเคชั่นไร้สาย

โดยทิศทางของดีแทค จากนี้ไปจะเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการสื่อสารไร้สาย ครบวงจร หรือไวเลส คอมปานี บนยุคเทคโนโลยี 3G ไว-ไฟ ไว-แมกซ์ โดย ดีแทคได้เตรียมงบประมาณลงทุนในช่วง 2 ปี จากนี้ไป เป็นจำนวน 2 ถึง 3 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.การพัฒนาเครือข่ายจากจีพีอาร์เอส เป็นเทคโนโลยีเอดจ์ 2.การขยายโครงข่ายให้มีพื้นที่ครอบคลุมมากขึ้น 3. การปรับประสิทธิภาพซอฟต์แวร์บริการให้สูงขึ้น ให้รองรับบริการใหม่ ในด้านสื่อสารไร้สาย

“การรับแอนดรูเข้ามา ผู้บริหารทุกคน มีความเข้าใจและยินดีต่อการเข้ามาร่วมงาน ซึ่งผมก็รู้ว่าหลังจากนี้ไปภาพการทำงานภายในจะเปลี่ยนแปลงขึ้น ทุกกลุ่มงานจะเกิดการแข่งขัน สร้างบริการในมุมของตนเอง และสอดรับต่อตลาดของตนเอง”

สำหรับเป้าหมายการเติบโตในกลุ่มลูกค้าองค์กร ดีแทค ได้วางเป้าหมายในปี 2550 ให้มีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 50% ของตลาดโดยรวม มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 15-20% ของรายได้กลุ่มโพสต์เพด จากเดิมมีอยู่ที่ 10% หรือ มีรายได้จากเดิมขึ้นอีก 30-40% จากปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสัดส่วนรายได้ทั้งหมด เป็น บริการพรีเพด 55% โพสเพด 35% และ องค์กร 10% โดยรายได้ทั้งหมด จะมีรายได้บริการเสริมแฝงรวมอยู่ด้วย 10%

นายแอนดรู กล่าวว่า การเข้ามารับตำแหน่ง ตนไม่ได้คิดถึงเรื่องการเปลี่ยนสถานะบทบาทตัวเองจากธุรกิจข้ามชาติ มาเป็นระดับประเทศ แต่จะเป็นการเปลี่ยนวิถีการเรียนรู้ ในองค์กร ที่มีความท้าทายต่อการทำงาน การเข้ามาดูแลส่วนนี้ไม่มีการพูดคุยกับองค์กรอื่น แต่เป็นการชื่นชอบต่อวัฒนธรรมองค์กรทั้งในด้านการทำงาน วิธีคิด

ตลาดลูกค้าองค์กร ยังมีช่องว่างการเติบโตอีกมาก และเป็นตลาดที่ใหญ่ โดยบริการสื่อสารที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่ได้ตอบโจทก์ให้กับลูกค้าได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของบริการเสียงมากกว่า โดยผู้ให้บริการจะมองโฟกัสหลักไปที่เรื่องเสียงในตลาดแมสมากว่า”

นอกจากนี้ นายซิคเว่ ยังได้กล่าวถึง เรื่องการตรวจสอบเรื่องภาษีรายได้จากผลการใช้อัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือ อินเตอร์คอนเน็กชั่นชาร์จ(ไอซี) ว่า ทางดีแทค ยินดีต่อกระบวนการตรวจสอบ และเข้าใจถึงแนวทางของ นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ในการเข้าคุ้มครองผู้บริโภค ในการใช้ค่าบริการ โดยเรื่องนี้ ทางดีแทค จะส่งข้อมูลให้ นอกจากส่งให้กับ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ถึงจำนวนการใช้และการเชื่อมต่อ พร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบการ

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองถึงต้นทุน ค่าไอซี ที่ใช้ 1 บาท ในอัตราของการเก็บปลายทาง(เทอร์มิเนต) และมีผลต่อค่าการใช้งานของผู้บริโภคที่จะต้องจ่ายสูงขึ้น นายซิคเว่ กล่าวว่า ผู้บริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ซึ่งการจ่ายส่วนนี้จะเป็นทางผู้ประกอบการมาหักค่าใช้จ่ายระหว่างกันเอง เมื่อมีการโทรข้ามเครือข่าย และในขณะเดียวกัน หากลูกค้าโทรในเครือข่ายหรือโทรหากันเองแล้ว เนื่องจากดีแทคให้ โทรฟรี ไม่มีการคิดค่าใช้จ่าย

ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2550 09:31 น. | ข่าว 3G



ทีโอทีจับมือกสทลุยมือถือ 3G

"สิทธิชัย"สั่ง"สพรั่ง"ตั้งบ.ร่วมฯ

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า กระทรวงไอซีทีได้มีนโยบายให้ ทีโอที ร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G หลังจากนั้นก็ให้นำบริษัทดังกล่าวเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุน สร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป โดยมั่นใจว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดผลประโยชน์ต่อทั้งสององค์กรแน่นอน

"การหยิบโครงการดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เพราะในตอนแรกตั้งใจจะให้ทีโอทีลงทุนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 4 จี ไปเลย เพราะคุ้มค่ามากกว่า แต่ขณะนี้ระบบ 4 จี เกิดปัญหาในทางเทคนิค ดังนั้น การให้บริการในระบบ 3G คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงธุรกิจได้ดีมากกว่า ขณะเดียวกันก็จะไม่ซ้ำซ้อน กับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซีดีเอ็มเอ ของ กสท ที่ได้เริ่มเปิดให้บริการด้วย เพราะเป็นการให้บริการในความเร็วที่แตกต่างกัน"

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์องค์กร กสท กล่าวว่า กสท จะต้องเจรจากับ ทีโอที ถึงรูปแบบการดำเนินการที่ชัดเจนอีกครั้งว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เพราะที่ผ่านมาต้องประสบปัญหามาโดยตลอด ทั้งนี้ หากสามารถรวมธุรกิจโทรศัพท์มือถือไทยโมบาย และซีดีเอ็มเอ เข้าด้วยกันได้จริง คาดว่าจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในเชิงธุรกิจได้เป็นอย่างมาก เพราะสามารถให้บริการในรูปแบบมัลติมีเดียโฟน ที่สามารถรองรับได้ทั้ง 2 ระบบในเครื่องเดียว

นายสิทธิชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ให้ บริษัท ทีโอที ที่มีโครงข่ายใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออพติก) ทั่วประเทศ เปิดให้เอกชนที่มีใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ แบบบอกรับสมาชิก (เคเบิลทีวี) เช่าใช้ เพราะขณะนี้มีเพียงบริษัท ทรูวิชั่น จำกัด เพียงรายเดียวเท่านั้นที่เช่าใช้บริการ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น

มติชน 20 กุมภาพันธ์ 2550 | ข่าว 3G



ทีโอทีเจรจา AIS-ดีแทค รุกมือถือ 3G

พลอากาศโทสมชาย เธียรอนันท์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีโอทีได้เจรจากับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส

และบริษัท โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ถึงธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 3 (3G) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2550 แต่ยังไม่ได้ข้อตกลงจากการเจรจา

โดยการเจรจามาจากแนวคิดที่ว่าลูกค้าไทยโมบายจำนวนไม่ถึง 1 แสนคน จะหาลูกค้าได้อย่างไร ในเมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้บริการเอไอเอสและดีแทค ทีโอทีจึงเร่งสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยทีโอทีจะเข้าเป็นผู้เชื่อมต่อเครือข่าย (โรมมิ่ง) โดยที่เอไอเอสและดีแทคไม่ต้องลงทุน 3G เพราะระบบไทยโมบายเป็นระบบที่รองรับ 3Gอยู่แล้ว

สำหรับกรณีทีโอทีจะซื้อหุ้นไทยโมบาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์ จากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นั้น ทีโอทีได้จัดตั้งทีมเพื่อเข้าพบคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และได้รับข้อเสนอ 3 ทางเลือก คือ 1.ต้องรอให้มีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ 2.ลดสัดส่วนการถือหุ้น กสท และกระทรวงการคลัง กระทรวงไอซีทีต้องทำหนังสือยื่นต่อ กทช.เพื่อมอบหมายว่าทีโอทีได้รับสิทธิในการดูแลเพียงผู้เดียว

ทั้งนี้ วันที่ 9 ต.ค.นี้ พลอากาศโทสมชายได้นัดเจรจากับนายพิศาล จอโภชาอุดม รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท เรื่องการขายหุ้นไทยโมบาย

ส่วนกรณีศาลปกครองรับคำร้องฟ้องทีโอทีและกระทรวงไอซีทีที่ไม่เพิกถอนสิทธิสัมปทานนั้น ในสัญญาระหว่างทีโอทีและเอไอเอสเป็นสัญญาร่วมงานเท่านั้น ส่วนการจะเพิกถอนสิทธิเอไอเอสต้องเป็นหน้าที่ของ กทช.ที่เป็นผู้ออกใบอนุญาต.

ไทยโพสต์ 9 ต.ค.49 | ข่าว 3G



ไอซีทีดับฝันมือถือ 3G

ชี้ไม่คุ้มค่าการลงทุน เทคโนฯอื่นใหม่กว่า รวม3บอร์ดเหลือ1

ไอซีที แตะเบรก ลงทุน 3G 4 แสนล้านบาท ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย พร้อมเปิดทางเอกชนแปรสัญญาสัมปทาน สั่งรวมบอร์ด ทีโอที-กสทฯ-ไปรษณีย์ เหลือหนึ่งเดียว

นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการลงทุนโครงข่ายเทคโนโลยียุคที่ 3 (3G) ในประเทศไทย เนื่องจากยังขาดบริการที่จะดึงดูด หรือ คิลเลอร์ แอพพลิเคชัน (Killer Application) ให้คนใช้มือถือเดิมที่มีอยู่ครึ่งประเทศให้เปลี่ยนไปใช้ 3G ทั้งหมด ซึ่งจะไม่คุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่ลงทุนไปที่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ เทคโนโลยี 3G เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญ เพราะขณะนี้มีเทคโนโลยีที่ใหม่และสร้างความคุ้มค่ามากกว่า 3G ซึ่งประเทศใหญ่ๆ อย่างอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ต่างให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นกัน

นอกจากนี้ยังเปิดให้ผู้ให้บริการเอกชนภายใต้สัญญาสัมปทานของบริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม สามารถยื่นเรื่องขอแปรสัญญาสัมปทาน หรือขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ได้ เพราะเอกชนย่อมมีสิทธิ์เลือกจ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่น้อยกว่าได้ เพราะต้นทุนการดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตประกอบการรายใหม่ ย่อมถูกกว่าการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานอยู่แล้ว เพราะตาม นโยบายต้องการให้ ทีโอที และ กสทฯ ให้บริการประชาชนเป็นหลักมากกว่าที่จะ มุ่งเน้นทำกำไรแต่เพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ จะนัดหารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ถึงบทบาทและหน้าที่ที่ชัดเจนของแต่ละฝ่าย เพราะ กทช. ไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นหน่วยงานอิสระทางการเมือง ดังนั้นรัฐบาลสามารถรับรู้หรือประสานการทำงานกับ กทช. ได้

ส่วนการรวมบอร์ดทั้ง 3 หน่วยงานในสังกัดเข้าด้วยกันนั้น เพื่อช่วยการดำเนินงานซึ่งกันและกัน แม้หลายคนมองว่าไปรษณีย์จะไม่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อสาร แต่ความเป็นจริง ทั้งทีโอที และ กสทฯ สามารถใช้จุดแข็งในเรื่องของสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศให้บริการประชาชนได้ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษา ประกอบด้วยตัวแทนหน่วยงานละ 3 ท่าน รวมทั้งกำหนดให้แต่ละเรื่องที่เข้าบอร์ดต้องมีรายละเอียดอย่างชัดเจน เพื่อสามารถรายงานรัฐมนตรีได้ตลอดเวลา

โพสต์ทูเดย์ 19 ต.ค.49 | ข่าว 3G



กทช.ยอมรับยังไม่กล้าอนุมัติโทร. 3G ขอรอกสช.ร่วมพิจารณาด้วย

กทช.ยอมรับว่า ยังไม่กล้าตัดสินใจอนุมัติคลื่นความถี่โทร.เคลื่อนที่รายใหม่ และโทร. 3G เนื่องจากมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายภาพและเสียง จึงต้องรอให้มี กสช.มาร่วมพิจารณาด้วยแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน

ด้านเอกชนระบุ 3G ควรมีเพียง 2 รายเท่านั้น นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวในการประชาพิจารณ์เรื่อง การบริหารคลื่นความถี่ (Spectrum Management) ว่า กทช.ยังไม่กล้าตัดสินใจอนุมัติคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3G เนื่องจากมีบางส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายภาพและเสียง จึงต้องให้มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กสช. มาร่วมพิจารณา แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการสรรหา กสช. ดังนั้น กทช.จึงต้องรอความชัดเจนของรัฐบาลในการสรรหา กสช. แม้ว่าก่อนหน้านี้ กทช.จะยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้เป็นเครื่องรับโทรทัศน์ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเกี่ยวข้องกับการกระจายภาพและเสียง

อย่างไรก็ตาม อำนาจของ กทช.ที่สามารถอนุมัติได้ในขณะนี้ คือ คลื่นความถี่สำหรับให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย หรือ ไวร์แม็กซ์ ซึ่งใช้ย่านความถี่ 2.4 , 3.8 และ 5 กิกะเฮิรตซ์ และขณะนี้มีผู้ยื่นขอไปทดสอบแล้ว โดยบริการดังกล่าวจะทำให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายได้ครอบคลุมระยะไกลหลายกิโลเมตร ทำให้ลดช่องว่างการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของพื้นที่ห่างไกล

ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า การอนุญาตให้สร้างโครงข่ายโทรศัพท์ 3Gในไทย ควรมีเพียง 2 รายจึงจะเหมาะสม เพื่อไม่ให้ลงทุนซ้ำซ้อน แต่ต้องเปิดให้รายอื่นเช่าใช้ในราคาเป็นธรรม เช่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศอิตาลี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กทช.จะใช้เวลาอีกนานนับปีกว่า จะให้ใบอนุญาต 3Gได้ ส่วนจะใช้เงินลงทุนเท่าใด ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่ในเบื้องต้นโทรศัพท์ 3Gยังไม่เหมาะสมกับการใช้งานในชนบท

กรุงเทพธุรกิจ 24 ต.ค.49 | ข่าว 3G



3Gชะงักกทช.ลังเลอำนาจ ทรูหนุนรัฐแปรสัญญาฯ

กทช.รับไม่กล้าปล่อยใบอนุญาต 3G หลังบางส่วนเกี่ยวข้องกระจายภาพและเสียงต้องรอ กสช. ด้านดีแทคชี้ 3G ควรมีผู้ประกอบการเพียง 2 ราย

ขณะที่ทรูหนุนรัฐแปรสัญญาสัมปทาน ส่วนเอไอเอสโต้กลับ ร้องสอบสวนคู่แข่งออกโปรโมชั่นราคาถูก

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวในการประชาพิจารณ์เรื่องการบริหารคลื่นความถี่ (Spectrum Management) ว่า กทช.ยังไม่กล้าตัดสินใจอนุมัติคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3G เนื่องจากมีบางส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายภาพและเสียง จึงต้องให้มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กสช. มาร่วมพิจารณา แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการสรรหา กสช. ดังนั้น กทช.จึงต้องรอความชัดเจนของรัฐบาลในการสรรหา กสช.

แม้ว่าก่อนหน้านี้ กทช.จะยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้เป็นเครื่องรับโทรทัศน์ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเกี่ยวข้องกับการกระจายภาพและเสียง

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า การอนุญาตให้สร้างโครงข่ายโทรศัพท์ 3G ในไทย ควรมีเพียง 2 รายจึงจะเหมาะสม เพื่อไม่ให้ลงทุนซ้ำซ้อน แต่ต้องเปิดให้รายอื่นเช่าใช้ในราคาเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กทช.จะใช้เวลาอีกนานนับปีกว่าจะให้ใบอนุญาต 3G ได้ ส่วนจะใช้เงินลงทุนเท่าใดยังไม่สามารถประเมินได้

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเห็นด้วยกับการแปรสัญญาสัมปทาน เพราะจะทำให้ตลาดแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ก่อให้เกิดบริการที่ดี ซึ่งผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ โดยมองว่าการแปรสัญญาจะไม่ส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลลดลง เนื่องจากภาคเอกชนก็จะต้องจ่ายเงินภาษีคืนให้กับรัฐอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่เกรงว่า รัฐวิสาหกิจจะเสียประโยชน์และแข่งขันไม่ได้นั้น รัฐบาลและ กทช.ควรจะต้องหาแนวทางสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ให้แข่งขันได้ อาทิ การงดเว้นไม่ต้องจ่ายเงินสนับสนุนกองทุนยูเอสโอ (Universal Service Obligation) และสามารถให้รัฐวิสาหกิจสามารถหักลบต้นทุนบางสิ่งที่ได้ลงทุนไปจากเงินกองทุน USO ดังกล่าว เป็นต้น

ด้านนายชำนาญ เมธปรีชากุล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า ตามที่ผู้ประกอบการรายอื่นยื่นเรื่องต่อ กทช.ให้ทำการตรวจสอบการออกโปรโมชั่น และมีกำหนดการไต่สวนเป็นระยะเวลา 30 วันนั้น เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ กทช.ให้ทำการตรวจสอบทั้งผู้ประกอบการรายอื่นด้วย โดยแนบโปรโมชั่นของตัวเอง และผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ที่มีการออกโปรโมชั่นในราคาเท่ากันไว้เพื่อพิจารณา

ขณะที่นายพิศาล จอโภชาอุดม รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า แผนการลงทุนในอนาคตของ กสท จะปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นประสิทธิภาพการใช้เงินลงทุนอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นเงินของประชาชน ส่วนจะมีการปรับลดขนาดการลงทุนในโครงการต่างๆ อย่างไร เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กสท จะพิจารณา.

โพสต์ทูเดย์ 25 ต.ค.49 | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard Driver Download| ExpressCard| AirCard USB| PCMCIA AirCard| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| EDGE AirCard| 3G AirCard| 3G Router| 3G Access Point| Speed Test| Speedtest| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์