AirCard

GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

‘กทช.’หวั่นกรรมติดจรวด ไม่กล้าออกใบอนุญาต 3G

กทช.ลังเลออกไลเซนส์ 3G หวั่นเป็นความผิด หลังรัฐบาลเปลี่ยนทิศ ฝากความหวัง กสช. แจ้งเกิด พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโตตาม

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า หลังการประชุมคณะกรรมการเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต ให้บริการ 3G (ไลเซนส์) มาแล้ว 3 ครั้ง ยังไม่มีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าให้สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องรอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดความผิดพลาดในภายหลังได้ เพราะตามกฎหมายแล้ว การออกไลเซนส์ในส่วนที่เป็นคลื่นความ ถี่ใหม่ ต้องรอ กสช.เกิดขึ้นก่อน เพื่ออนุมัติร่วมกันเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ทาง กทช.ได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความถึงอำนาจในการออกไลเซนส์ระหว่างที่ยังไม่มี กสช. และคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความว่า สามารถทำได้ โดยใช้ตารางกำหนดคลื่นความถี่วิทยุแห่งชาติที่ กทช.ได้ทำไว้ ตามมาตรฐานสหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (ไอทียู) ที่กำหนดลักษณะคลื่นความถี่ไว้ชัดเจน 3 รูปแบบ คือ 1.กลุ่มโทรคมนาคมโดยเฉพาะ 2.กลุ่มวิทยุโทรทัศน์ (บรอด คาสต์) และกลุ่มที่ใช้ร่วมกันได้ ระหว่าง โทรคมนาคม และบรอดคาสต์ แต่ก็ยังไม่ชัดเจน จึงไม่มีใครใน กทช. กล้าตัดสินใจว่า กทช.มีสิทธิ์ออกไลเซนส์ได้

สำหรับปัญหาของการให้บริการ 3G ในไทยคือภาวะสุญญากาศของ กสช. ทำให้การอนุมัติคลื่นความถี่ใหม่ไม่สามารถดำเนินการได้เลย ทั้งที่ทุกอย่างมีความพร้อมหมดแล้ว โดยขณะนี้ที่ กทช. ดำเนินการได้คือ การออกไลเซนส์ ให้กับ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวแมกซ์) ในย่านความถี่ 2.5 และ 3.8 กิกะเฮิรตซ์ ส่วนย่านความถี่ในระดับ 5 กิกะเฮิรตซ์ ที่เป็นเทคโนโลยีของ ชิปเซ็ท ดูอัลคอร์ นั้น อยู่ระหว่างการจัด ทำแผนแม่บทอยู่

“การที่ กทช.ชะลอเรื่องไลเซนส์ 3G ออกไปนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า กทช.ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยงานของ กสช.มาทำเองทั้งหมด” นายเศรษฐพร กล่าว

นอกจากนี้ ยังเตรียมเข้าพบ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ตามธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งที่มีรัฐบาลใหม่ และคาดว่าจะมีการหารือในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี กทช.ได้เตรียมพร้อมที่จะ ออกหลักเกณฑ์การขอไลเซนส์ 3G ทันทีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ แต่หลังจากเปลี่ยนเปลงทางการเมือง และนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไม่เห็นด้วยกับการลงทุน ในเทคโนโลยีดังกล่าว เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินลงทุนราว 4 แสนล้านบาท ทาง กทช.จึงชะลอการออกไลเซนส์

โพสต์ทูเดย์ 25 ต.ค.49 | ข่าว 3G



AIS ตั้งบ.ลูกขอไลเซนส์ 3G มีเม็ดเงินในกระเป๋าพร้อมลงทุน

เอไอเอส เตรียมโดดเข้าสู่บริการ 3G ตั้งบริษัทลูก จ่อคิวขอไลเซนส์ กทช. วิเชียรมั่นใจปีหน้าเปิดคัดเลือกได้ เล็งปรับแผนธุรกิจใหม่รองรับผนวกบริการเสียงกับโมบาล์ยไลฟ์ ขายซิมเป็นเซกเมนต์ หวังสร้างบริการนันวอยซ์ให้เกิด วางเป้ารายได้ 20 % จากรายได้รวมทั้งหมด

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ขณะนี้เอไอเอสได้ตั้งบริษัทลูก ในเครือมาดุแลธุรกิจการให้บริการเทคโนโลยีในระบบ 3G โดยตรง ซึ่งเชื่อว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) จะสามารถกำหนดหลักเกณฑ์และออกรูปแบบการพิจารณาให้ใบอนุญาตให้แก่ผู้ที่สนใจลงทุนให้บริการได้ในปี 2550 โดยระหว่างนี้รอเพียงความชัดเจน หากมีการประกาศใช้ 3G ไม่ว่าจะใช้วิธีประมูลคลื่นหรือจัดสรรตามความพร้อมด้านการให้บริการ

“หาก 3G เกิดปีหน้าได้จริง เอไอเอสก็พร้อมเดินหน้าทันที และเราก็ต้องทำตลาดโดยอาศัยความได้เปรียบเรื่องโครงข่ายของเราด้วย ผมมั่นใจว่าเอไอเอสยังคงเป็นผู้นำในด้านนี้อยู่ เพราะงบลงทุนเพื่อขยายโครงข่ายมากถึง 750 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี”

ส่วนแผนกลยุทธ์ที่เอไอเอสจะทำตลาดในปีหน้าจะขยายตลาดการใช้บริการเสริมในตลาดให้เพิ่มสูงมากขึ้นโดยตั้งเป้าไว้ว่าปีหน้าเอไอเอสจะต้องรายได้จากบริการดังกล่าว 20 % จากรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีนี้ที่ตั้งเป้าเอาไว้ 16-17% โดยจะเน้นบริการเสริมและมอบ สิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้ามากขึ้น จะนำเสนอโปรโมชันที่มีลักษณะรวมเป็นแพ็คเกจชุดๆ ที่จะประกอบไปด้วย ค่าโทร. คอนเทนต์และแอปพลิเคชัน(บริการเสียง+โมบาล์ยไลฟ์) เพื่อมุ่งเน้นให้ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด

นายวิเชียร กล่าวว่า ในแนวคิดของบริการแบบใหม่นั้น เอไอเอสจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.บรรจุเอาไว้ในเครื่องโทรศัพท์มือถือเลย โดยนำแอปพลิเคชันเกม, เพลง, บริการข้อมูลเฉพาะ เช่น บริการด้านการเงิน ข่าว ความรู้ บันเทิง 2.บรรจุแอปพลิเคชันเอาไว้ในซิมการ์ด เช่น ซิมการ์ดเพลง ซิมการ์ดเกม และซิมการ์ดที่เกี่ยวข่าว เป็นต้น

“การทำตลาดลักษณะนี้ ก็จะช่วยให้เอไอเอสสามารถขยายจำนวนผู้ใช้บริการเสริมให้มากขึ้นได้ และจะช่วยให้เอไอเอสทำตลาดตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเอไอเอส ต้องหาความแตกต่างให้ชัดเจน ทั้งในตัวรูปแบบและบริการ”

ส่วนแนวโน้มด้านอัตราค่าใช้บริการ เขาเชื่อว่า ในอนาคตอัตราค่าใช้บริการอาจจะถูกลงแต่ก็คงไม่นัก เนื่องจากปัจจุบันราคาที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็ถือว่า สมเหตุสมผล เป็นไปตามต้นตุนและเงื่อนไขทางการตลาดแล้ว ซึ่งหากมีการประกาศใช้ 3G คาดว่าจะช่วยให้มีการแข่งขันกันด้านนี้เพิ่มมากขึ้น

ผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2549 09:19 น. | ข่าว 3G



3G เมืองไทยมาแน่!ต้นปี 50 +จับตาโอเปอเรเตอร์ 'ดีแทค-เอไอเอส-ทรู' ขยับแผนตั้งรับเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3

โอเปอเรเตอร์มือถือพร้อมบริการโครงข่าย "3G" ค่าย "ดีแทค" ไม่มีปัญหาด้านเทคนิค ล่าสุดเร่งเตรียมแผนธุรกิจ ดึงต่างประเทศเป็นกรณีศึกษา ชี้ไทยเกิดช้าได้เปรียบ ขณะที่ "เอไอเอส" คลอดบริษัทลูกรอขอไลเซนส์ ฝั่ง"ทรู"ยันความพร้อมในการลงทุนโครงข่าย ด้าน"กทช." ย้ำชัดต้นปี 2550 ได้ใช้แน่

ความล้ำหน้าของยุคที่3 หรือ3G ได้ถูกกล่าวถึงพร้อมผลักดันให้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศ ขณะที่ประเทศไทยยังคงมีหลากหลายปัญหาให้ถกเถียงกันมานานหลายปี จนวันนี้ดูเหมือนว่าทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ได้ออกมาย้ำถึงความชัดเจนต่อเรื่องนี้อีกว่าราวต้นปี2550 ประกาศใช้ได้แน่

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกทช. เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าการพิจารณา3G ของกทช. ว่า แม้จะมีประเด็นให้พิจารณาอยู่มากแต่คาดว่าจะสามารถกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ได้เสร็จสมบูรณ์ประมาณปลายปี 2549 นี้

สำหรับประเด็นหลักๆที่ต้องพิจารณามีจำนวน2ประเด็น คือ 1.Macroeconomics หรือ เศรษฐศาสตร์มหาภาค ซึ่งต้องศึกษาถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวม ส่วนประเด็นที่2. คือการจัดสรรคลื่นความถี่ ต้องมีการกำหนดจำนวนผู้ประกอบการ

"ตอนนี้เรื่องนโยบายต้องชัดเจนก่อน ส่วนเรื่องเทคนิคค่อยว่ากันทีหลัง ซึ่งเราตั้งเป้าจะกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ให้แล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ จากนั้นจะนำไปหารือกับสาธารณะชน และหากทางสาธารณะชนเห็นชอบ เราจะนำไปเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา หากเห็นชอบก็จะประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาทันที และจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในต้นปี2550นี้"

ต่อเรื่องนี้ นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยถึงความพร้อมในการเปิดให้บริการโครงข่าย 3G ในประเทศไทยว่า หากทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. มีการประกาศใช้โครงข่าย 3G บริษัทเตรียมขอไลเซนส์ หรือใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ในด้านเทคนิคบริษัทมีความพร้อมอยู่แล้ว เนื่องจากบริษัท เทเลนอร์ จากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้ดำเนินธุรกิจ 3G ในประเทศต่างๆไปบ้างแล้ว ดังนั้นหากมีการเปิดให้บริการในประเทศไทย บริษัทจึงเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ โดยบริษัทเตรียมเงินลงทุนในระยะแรกทั้งหมด 8,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะลงทุนขยายโครงข่ายตามหัวเมืองใหญ่ๆเป็นอันดับแรก

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างรอความชัดเจนจากทาง กทช. บริษัทจะเน้นศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดให้บริการโครงข่าย 3G ในต่างประเทศเป็นหลัก โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และความล้มเหลว เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับตลาดในประเทศไทย

"เราไม่มีปัญหาทางด้านเทคนิค แต่สิ่งที่เราเน้นตอนนี้ คือ การเตรียมความพร้อมด้าน Business Case ซึ่งจากที่เราศึกษาพบว่ายังไม่มีประเทศใดในโลกที่ประสบความสำเร็จจากการทำตลาด 3G แม้แต่ประเทศเกาหลี สิงคโปร์ ที่มีการใช้ข้อมูลสูง ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเหล่านี้จากต่างประเทศ ว่าสิ่งไหนควรทำ และสิ่งไหนไม่ควรทำ" นายธนากล่าว

นายธนา กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยที่ทำให้ประเทศต่างๆไม่ประสบความสำเร็จในตลาด 3G คือ 1.ความเร็วไม่สูงอย่างที่ลูกค้าคาดหวัง 2.แอพลิเคชั่น หรือ ประโยชน์ใช้สอยไม่มีความแปลกใหม่ และ 3.พฤติกรรมผู้บริโภค ยังมีความต้องการใช้บริการเป็นจำนวนน้อย อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยเปิดให้บริการโครงการข่าย 3G ช้ากว่าประเทศอื่นๆ ถือว่าได้เปรียบใน 2 ด้าน คือ 1.อุปกรณ์และเครื่องมือมีราคาถูกลง และ 2.สามารถนำข้อมูลจากต่างประเทศมาเป็นกรณีศึกษา ว่าสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ

"แม้โดยส่วนตัวผมจะไม่เชื่อว่าการทำตลาด 3G จะประสบความสำเร็จ แต่บริษัทต้องมีการลงทุนโครงข่าย 3G อย่างแน่นอน เนื่องจากถือว่าเป็นพัฒนาเครือข่ายอีกขั้นที่โอเปอเรเตอร์จะต้องทำ โดยวิธีการทำตลาดของเราคือ ต้องทำเป็น Mass"

ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ก่อตั้งบริษัทในเครือขึ้นมาดูแลธุรกิจการให้บริการเทคโนโลยีในระบบ 3G โดยตรง ซึ่งหากมีการประกาศใช้ 3G บริษัทก็พร้อมยื่นขอไลเซนส์ทันที ซึ่งจะทำตลาดโดยอาศัยความได้เปรียบเรื่องโครงข่าย โดยบริษัทมีงบลงทุนเพื่อขยายโครงข่ายประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท

ส่วนกลยุทธ์ที่บริษัทจะทำตลาดในปีหน้า บริษัทจะขยายการใช้บริการเสริมให้เพิ่มสูงขึ้น โดยตั้งเป้ามีรายได้จากบริการดังกล่าวในปีหน้า 20% ของรายได้รวมทั้งหมด ทั้งนี้สำหรับแนวคิดของบริการรูปแบบใหม่ จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.บรรจุเนื้อหาต่างๆ อาทิ เกม,เพลง และบริการข้อมูลเฉพาะ เช่น บริการด้านการเงิน ข่าว ความรู้ บันเทิง เอาไว้ในเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ 2.บรรจุแอพลิเคชั่นเอาไว้ในซิมการ์ด เช่น ซิมการ์ดเพลง,ซิมการ์ดเกม และซิมการ์ดที่เกี่ยวกับข่าว เป็นต้น

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่ายเบอร์3 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัทกล่าวว่า กลุ่มทรูมีความพร้อมในการลงทุนโครงข่าย 3G โดยบริษัทสามารถนำบริการที่มีอยู่ในเครือมาผสมผสานและเปิดให้บริการในโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ได้

ฐานเศรษฐกิจ 14 - 16 ก.ย.49 | ข่าว 3G



"ดีแทค"ยื่นกทช.ขอสารพัดใบอนุญาต รวมถึง 3G เปิดบริการแบบครอบจักรวาล

นายสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคเตรียมยื่นขอใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (วีโอไอพี) และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ภายในปีนี้ เพื่อนำบริการดังกล่าวมาต่อยอดกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของดีแทคที่มีลูกค้าอยู่ประมาณ 11 ล้านราย โดยส่วนของบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณต้นปีหน้า รวมถึงจะยื่นขอคลื่นความถี่โทรศัพท์มือถือในระบบ 3G และคลื่นความถี่อื่นๆ ที่ กทช.จะออกให้กับบริษัทเอกชนเพื่อให้บริการครอบคลุมมากที่สุด

นายสันติกล่าวว่า สำหรับลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์มือถือในระบบจดทะเบียน (โพสต์เพด) ของดีแทคขณะนี้ เท่ากับลูกค้าของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสแล้ว คือประมาณ 1.9 ล้านราย คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะมีลูกค้าเข้าใช้ถึง 2 ล้านราย และจะเพิ่มเป็น 2.5 ล้านรายในสิ้นปี 2550 และในปี 2551 จะเพิ่มเป็น 3 ล้านราย "ครึ่งปีแรกนี้ ดีแทคถือเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่มีการเติบโตของลูกค้าในระบบโพสต์เพดมากที่สุด ประมาณ 350,000 ราย ขณะที่รายได้บริการเสริมบนโทรศัพท์มือถือเติบโตประมาณ 40-50% ส่วนบริการด้านเสียงลดลง ส่วนการให้บริการในครึ่งปีหลังจะเน้นการเติบโตของลูกค้าอย่างมั่นคง ล่าสุดร่วมมือกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้ลูกค้าที่เปิดใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติได้รับสิทธิสะสมไมล์การเดินทาง เมื่อใช้บริการตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป"

มติชน 24 ส.ค.49 | ข่าว 3G



กทช.เลิกรอกสช.เร่งออก3G แจกใบอนุญาตชุดแรกสิ้นปี49

กทช.เร่งออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3G ปลายปีนี้ ปรับกระบวนการชงเรื่องขอรัฐบาลใหม่ขออำนาจ เลิกรอ กสช.คาดแจกใบอนุญาตชุดแรกผู้ให้บริการคลื่น 470 และ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ปลายปีนี้

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยถึงการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่สำหรับบริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถออกใบอนุญาต เนื่องจากยังไม่มีหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติคุณสมบัติผู้ได้รับใบอนุญาต ประกอบกับการออกใบอนุญาตต้องออกโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ร่วมกับ กทช.จึงมีแนวคิดทำหนังสือถึงรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขอเพิ่มหน้าที่ให้ กทช.ในการออกใบอนุญาตโดยไม่ต้องมี กสช.เพื่อไม่ให้การออกใบอนุญาตล่าช้าออกไปมากกว่านี้ แม้ภาวะทางการเมืองยังไม่นิ่ง เพราะเชื่อว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มออกใบอนุญาตได้ภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ก่อนทำหนังสือถึงรัฐบาลชุดใหม่ กทช.ต้องร่างหลักเกณฑ์การอนุมัติคลื่นความถี่ 3G ออกมาก่อน หลังจากนั้นขอเพิ่มหน้าที่ในส่วนนี้ โดยเชื่อว่าประมาณปลายปีคงมีหลักเกณฑ์ออกมาและกลุ่มผู้ให้บริการช่องสัญญาณคลื่นความถี่ 470 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ คงเป็นกลุ่มแรกที่จะได้รับใบอนุญาต

ด้านนายสุรนันท์ วงศ์วิทยากำจร เลขาธิการ กทช.กล่าวว่า ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะมีการระดมความเห็นเพื่อวางแนวทางและหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต 3G ร่วมกับผู้ประกอบการในธุรกิจโทรคมนาคม ภายหลังได้หลักเกณฑ์แล้วจะนำร่างดังกล่าวเข้าให้คณะกรรมการพิจารณาก่อนทำประชาพิจารณ์ต่อไป โดยคาดว่าประมาณปลายปีนี้จะเริ่มออกใบอนุญาตได้ ซึ่งปัจจุบันนี้เทคโนโลยีของผู้ประกอบการทั้งหลายมีความพร้อมแล้ว เหลือเพียงแต่รอใบอนุญาตเท่านั้น.

ไทยโพสต์ 12 มิ.ย.49 | ข่าว 3G



กทช.เตรียมยึดคลื่น3G'กสท-ทีโอที' รีบจัดระเบียบเบอร์โทรศัพท์ ปลดล็อกซิมเก่าย้ายระบบได้

กทช.เตรียมร่างหลักเกณฑ์เรียกคืนคลื่นความถี่เร่งมือถือระบบ "3G" เล็งเป้า "กสท-ทีโอที" หลังได้คลื่นทำ 3G แต่ไม่คืบหน้า พร้อมแจงแผนจัดระเบียบแจกเลขหมายโทรศัพท์ใหม่

ยันปฏิวัติระบบ เปิดโอกาสลูกค้าเปลี่ยนค่ายมือถือใหม่ ใช้ซิมเบอร์เดิมได้

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า กทช.เตรียมร่างหลักเกณฑ์เรียกคลื่นความถี่วิทยุที่ได้จัดสรรให้ผู้ขอรับใบอนุญาต แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับคืนมา พร้อมกับออกระเบียบวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุดังกล่าวด้วย เนื่องจากคลื่นความถี่วิทยุที่ได้จัดสรรอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนจำกัด หากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ได้ใช้ประโยชน์ควรนำมาจัดสรรให้กับผู้ที่ต้องการต่อไป ซึ่งหลักเกณฑ์การเรียกคืนความถี่วิทยุในหลักการเบื้องต้นผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการแล้ว และมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้

สำหรับหลักเกณฑ์การเรียกคลื่นความถี่วิทยุกลับคืนมาจัดสรรใหม่ ยังรวมถึงคลื่นความถี่วิทยุ 2000 เมกะเฮิรตซ์ ที่ให้กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และคลื่นความถี่วิทยุที่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ให้กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G หรือระบบไอเอ็มที-2000 ได้ทันที หากไม่ได้ใช้ประโยชน์ต้องถูกเรียกคืนเช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. กทช.ได้เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะในวงจำกัดเรื่อง "การอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไอเอ็มที-2000 หรือระบบโทรศัพท์ 3G เพื่อกำหนดกรอบนโยบายการออกใบอนุญาต 3G ซึ่งภายหลังได้หลักเกณฑ์แล้วจะนำไปประกาศในเว็บไซต์ กทช. เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องแสดงความเห็น หลังจากนั้นเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะก่อนเสนอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสสุดท้าย

ประเด็นที่ผู้ร่วมสัมมนาแสดงความเห็นส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการเปิดเสรีโทรศัพท์ 3G หรือจะจำกัดจำนวนผู้ให้บริการ จำนวนผู้ให้บริการที่เหมาะสม ผลกระทบจากการเปิดเสรีและช่วงเวลาการเปิดบริการ ซึ่งในที่สุดแล้วการออกใบอนุญาตต้องมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ร่วมพิจารณาด้วย เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งภาพและเสียง

"การจัดสรรย่านความถี่ที่มีอยู่ตอนนี้นั้น ไทยใช้คลื่นยุค 2 จี และ 2.5 จี ซึ่งสามารถพัฒนาสู่ระบบ 3G ได้ โดยไม่ต้องใช้ย่านความถี่ใหม่และลดต้นทุนการให้บริการ เนื่องจากต้องลงทุนขยายโครงข่ายใหม่ทั้งหมด จะมีมูลค่าสูงมาก อีกทั้งไทยไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตอุปกรณ์วิทยุคมนาคม แต่การประยุกต์ใช้ย่านความถี่เก่ามาเป็น 3G ต้องพิจารณาอีกว่า กทช.ดำเนินการได้เลย หรือต้องรอ กสช.เกิดขึ้นก่อน" นายเศรษฐพรกล่าว

ตัวแทน บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า หาก กทช.ออกใบอนุญาต 3G ในปีแรกควรมีโอเปอเรเตอร์ 4 ราย และแบ่งสัดส่วนการครองคลื่น 3G เท่ากันทุกรายคือ รายละ 25% จึงจะเป็นธรรมมากที่สุด โดยจัดสรรใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายใช้คลื่นเท่าเทียมกันและพิจารณาให้ผู้ประกอบการรายเดิมก่อน เพราะลงทุนขยายโครงข่ายรองรับไว้แล้ว

ด้านนายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. กล่าวว่า ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ กทช.จะเสวนาแผนหมายเลขโทรคมนาคมใหม่ทั้งระบบ ทั้งหมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ และหมายเลขพิเศษต่างๆ เพื่อจัดระบบการให้เลขหมายโทรศัพท์แก่ผู้ใช้บริการและแก้ไขปัญหาหมายเลขมือถือที่ขาดแคลน โดยเพิ่มเลขหมาย 10 หลัก จากเดิม 9 หลัก ด้วยการเพิ่มหมายเลข 08 ด้านหน้า

"หมายเลขโทรศัพท์เดิม 9 หลัก ควรมีอยู่ในระบบ 90 ล้านหมายเลข แต่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการทั้งระบบไม่เกิน 35 ล้านหมายเลข หมายเลขที่เหลือไม่รู้หายไปไหน การเพิ่ม 08 จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเลขหมายส่วนหนึ่งและนำไปสู่ระบบนัมเบอร์พอร์ตที่ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้หากต้องการ เช่น เดิมเป็นลูกค้าเอไอเอส แต่ต้องการเปลี่ยนเป็นดีแทคก็ทำได้ทันที ทุกหมายเลขต้องมีข้อมูลผู้ใช้ทั้งชื่อที่อยู่ และผู้ให้บริการต้องนำข้อมูลให้ กทช." นายสุธรรมกล่าว.

ไทยโพสต์ 15 มิ.ย.49 | ข่าว 3G



กทช.ชี้ใบอนุญาต 3G ต้องรอกสช.

กทช.เตรียมออกประกาศเรียกคลื่นความถี่มาจัดสรรใหม่ ภายในปีนี้ รวมถึงความถี่ 3G ที่เล็งยึดคืนจากทีโอที และกสท หลังได้ใบอนุญาตเป็นปี แต่ไม่ดำเนินการอะไร ส่วนกรอบและหลักเกณฑ์ใบอนุญาต 3G เดินหน้าประชาพิจารณ์ล่วงหน้า ให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อรอกสช. ด้านเอกชนค้านหัวชนฝาไม่ควรใช้วิธีประมูลความถี่ เพราะสุดท้ายภาระต้นทุนที่สูงจะถูกผลักให้เอกชน

เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้มีการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะในวงจำกัด เรื่อง "การอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT-2000 หรือ ระบบโทรศัพท์ 3G เพื่อกำหนดกรอบนโยบายการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G" ที่ภายหลังจากได้หลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้วจะนำไปประกาศในเว็บไซด์ของกทช. เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่เกี่ยวข้องแสดงความเห็น รวมถึงให้ผู้ประกอบการนำเสนอข้อคิดเห็นเข้ามา หลังจากนั้นจะดำเนินการรับฟังความเห็นสาธารณะ ก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกทช. กล่าวว่า ประเด็นที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความเห็นส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของการเปิดเสรีโทรศัพท์มือถือ 3G หรือจะจำกัดจำนวนผู้ให้บริการ และควรมีผู้ให้บริการเท่าไรจึงจะเหมาะสมกับประเทศไทย และหากมีการเปิดเสรี จะต้องดูในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วยว่ามีผลดีผลเสียอย่างไร และการเปิดบริการควรจะเป็นเมื่อไรซึ่งในที่สุดแล้วการออกใบอนุญาตจะต้องมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) มาเป็นผู้ร่วมพิจารณาด้วย

“ขณะนี้ยังไม่มีกสช.การที่จะเปิดบริการ 3Gได้ จะต้องรอให้มีกสช.ก่อนหรือไม่ประกอบกับคลื่นความถี่ในย่านดังกล่าว กทช.สามารถดำเนินการได้เลย หรือต้องรอให้มี กสช.เกิดขึ้นก่อน”

อย่างไรก็ตามการจัดสรรย่านความถี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน หาก กทช. สามารถจัดสรรและสามารถพัฒนาไปสู่ระบบ 3G ได้ โดยไม่ต้องใช้ย่านความถี่ใหม่ ก็จะช่วยก็จะช่วยลดต้นทุนการให้บริการ เนื่องจากต้องมีการลงทุนขยายโครงข่ายใหม่ทั้งหมด จะมีมูลค่าสูงมาก อีกทั้งไทยไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตอุปกรณ์วิทยุคมนาคม ทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์ย่านความถี่ที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

นายเศรษฐพร กล่าวอีกว่า กทช. กำลังเตรียมร่างหลักเกณฑ์เรียกคลื่นความถี่วิทยุที่ได้จัดสรรให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับคืนมา พร้อมกับออกระเบียบวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุดังกล่าวด้วย เนื่องจากเห็นว่าคลื่นความถี่วิทยุที่ได้จัดสรรอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนจำกัด หากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ได้ใช้ประโยชน์ควรนำมาจัดสรรให้กับผู้ที่ต้องการต่อไป ซึ่งหลักเกณฑ์การเรียกคืนความถี่วิทยุนั้น ในหลักการเบื้องต้นผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการแล้ว คาดว่าจะหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะสามารถออกมามีผลบังคับใช้ได้ในปีนี้

สำหรับหลักเกณฑ์การเรียกคลื่นความถี่วิทยุกลับคืนมาจัดสรรใหม่นั้น รวมถึง คลื่นความถี่วิทยุที่ 2000 เมกะเฮิรตซ์ ที่ให้กับบริษัท กสท โทรคมนาคม และคลื่นความถี่วิทยุที่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ที่ให้กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G หรือระบบ IMT - 2000 ได้ทันที หากไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็จะต้องมีการเรียกคืนด้วยเช่นกัน

ด้านตัวแทนจากบริษัท กสท โทรคมนาคม แสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า กทช. ไม่ควรจัดสรรคลื่นความถี่ 3G ด้วยวิธีการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(อี-ออกชั่น) เพราะจะกลายเป็นต้นทุนให้ผู้ประกอบการนำไปคิดเป็นต้นทุนให้บริการกับประชาชน ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าผู้ที่มีคลื่นความถี่เดิมอยู่แล้วจะสามารถขอคลื่นใหม่ได้หรือไม่

ส่วนบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เสนอให้ กทช.เร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด เนื่องจากในต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบเพื่อนบ้าน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ได้มีการลงทุนและเปิดให้บริการกันแล้ว อีกทั้งกทช. ได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ในปีที่ผ่านมาและในปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนหรือความคืบหน้าออกมาแต่อย่างใด

ขณะที่บริษัท ทรูมูฟ ได้แสดงความเห็นว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง ควรพิจารณาถึงประโยชน์ที่ประชาชนได้รับมากกว่าราคาคลื่นความถี่ที่จะขายให้กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง เพราะหาก กทช.ยึดเรื่องราคาของคลื่นความถี่ให้กับบริษัทเอกชนที่เสนอราคาให้มาก ก็อาจจะส่งผลกระทบกับผู้ใช้บริการได้

ด้านนายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการกทช. กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่ กทช. จะยึดคลื่นความถี่ระบบ 3G ของ ทีโอทีและ กสท. คืน หากทั้งสองบริษัทยังไม่นำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในการให้บริการ เพราะหลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

เอกชนขอยืดเวลาส่งข้อมูลโทร.ไม่ติด

ขณะที่นายมนัส ทรงแสง รองเลขาธิการ กทช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานแก้ไขปัญหาโทร.ติดยาก กล่าวว่า ตามกำหนดเดิมที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ ทั้งเอไอเอส ทรูมูฟ และดีแทค

จะต้องส่งตัวเลขอัตราการโทร.สำเร็จ (Complete Call) และความคืบหน้าการขยายวงจรเชื่อมต่อในวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ทางผู้ประกอบการทุกรายได้ขอเลื่อนการส่งตัวเลข เนื่องจากอ้างว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมามีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงทำให้การรวบรวมข้อมูลไม่ครบ จึงจำเป็นต้องส่งตัวเลขให้กทช.มาในวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ สำหรับอัตราโทร.สำเร็จในเบื้องต้นที่ได้มีตกลงกันเอาไว้ ในช่วงเวลาเร่งด่วนคือ 80-90% ในเครือข่ายเดียวกัน และ 25-30% ในสำหรับการโทร.ระหว่างเครือข่าย

ผู้จัดการออนไลน์ 15 มิ.ย.49 | ข่าว 3G



ทีโอทีรีบเปิด3G AISขึ้นค่าโทร เลิกเมาธ์ไม่อั้น

ทีโอทีเร่งเปิดระบบมือถือ 3G หลังถูก กทช.ขู่ยึดคลื่นคืน เอไอเอสควักงบลงทุนเพิ่มแก้โทรติดยาก ออกแคมเปญใหม่แพงขึ้น

นายจำรัส ตันตรีสุคนธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดให้บริการระบบโทรศัพท์ 3G โดยกำลังติดตั้งโครงข่ายในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดต่างๆ เพราะอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

อย่างไรก็ตาม กทช.ระบุว่า ทั้งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม สามารถให้บริการ 3G ได้ทันที โดยไม่ต้องรอหลักเกณฑ์ใหม่ตามเงื่อนไขของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เนื่องจากคลื่นความถี่ย่าน 1900-2000 ที่ทั้งสองบริษัทมีอยู่สามารถพัฒนาเป็น 3G ได้ทันที ซึ่งหากทั้ง 2 รายยังไม่ดำเนินการใดๆ กทช.มีแผนยึดคลื่นคืน

นายวิเชียร เมฆตระการ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานปฏิบัติการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ "เอไอเอส" กล่าวว่า ตามที่อัตราการโทรสำเร็จของโทรศัพท์มือถือลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมผู้ใช้บริการ การส่งเสริมการตลาด โทรราคาประหยัดและอื่นๆ ซึ่งเอไอเอสตั้งเป้าภายในต้นเดือน ส.ค.นี้ อัตราการโทรสำเร็จจะดีขึ้น ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ อัตราการใช้สายของลูกค้าเฉลี่ยสายละ 2.5 นาที แต่ช่วงที่มีปัญหาเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 นาที

ปัจจุบัน อัตราการโทรสำเร็จของผู้ใช้บริการเอไอเอสภายในเครือข่ายเอไอเอสจาก 96% เหลือ 65% ส่วนการโทรข้ามเครือข่ายจาก 90% ลดลงเหลือ 21% ตาดว่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 85-90% ได้ เพราะเตรียมเพิ่มงบลงทุนระบบรองรับการใช้งานอีก 231 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ลงทุนอยู่แล้ว 450 ล้านเหรียญสหรัฐ

ล่าสุด เอไอเอสออกแคมเปญใหม่ที่ลดความรุนแรง โดยการโทรในช่วงเวลาเร่งด่วน โทรนาทีแรกคิด 3 บาท นาทีต่อไป 2 บาท หลังจากนั้นคิดนาทีละ 1 บาท จากเดิมที่คิดนาทีแรก 3 บาท นาทีที่ 2 คิด 1 บาท นาทีที่ 3 คิด 1 บาท หลังจากนั้นไม่คิดค่าบริการ ส่วนช่วงปกติตั้งแต่เวลา 00.00-14.00 น. คิดค่าโทรชั่วโมงละ 3 บาท เพื่อให้คุณภาพเหมาะสมกับราคา.

ไทยโพสต์ 16 มิ.ย.49 | ข่าว 3G



เอกชนจี้กทช.สร้างความเท่าเทียมก่อนออกไลเซ่น 3G

สหภาพแรงงานทีโอที ยื่นหนังสือขอชะลอใช้เกณฑ์ไอซี+ เอกชนจี้ กทช. สร้างความเท่าเทียมก่อนออกใบอนุญาต 3G แนะบีทีโอต้องชัด พร้อมดันวิธีจัดสรรแบบคัดเลือกเปรียบเทียบ "เศรษฐพร" เตรียม 30 วันยกร่างใบอนุญาต ก่อนประชาพิจารณ์ใหญ่ใน 3 เดือน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : จากที่ประชุมรับฟังความคิดเห็นในวงจำกัด เรื่อง การอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอเอ็มที- 2000 (3G) ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) วานนี้ (14) นายสรายุทธ บุญเลิศกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า การออกใบอนุญาตใหม่จะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมให้มีการพัฒนา

แต่ก่อนอื่น กทช. ต้องปรับพื้นฐานอุตสาหกรรมให้เท่าเทียมกันก่อน เพราะปัจจุบันมีต้นทุนที่แตกต่างทั้งจากเงื่อนไขบีทีโอ, สัญญาร่วมการงาน, การใช้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย เป็นต้น

“การลงทุนโครงข่ายเดิม อาศัยสิทธิของรัฐวิสาหกิจในการดำเนินการ ถ้าการลงโครงข่าย 3G เป็นของเอกชนเอง การดำเนินการอาจจะยุ่งยากกว่าในการติดตั้ง รวมถึงหากผู้ให้บริการเอกชนมีทั้งบริการที่มีสัญญาบีทีโอและบริการที่ไม่มีสัญญาบีทีโอ จะมีการแยกพิจารณาอย่างไร” นายสรายุทธ กล่าว

พร้อมกันนี้ ได้สนับสนุนการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ แต่ต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการรายเดิมที่มีคลื่นความถี่เดิมอยู่แล้วว่า มีผลได้ผลเสียอย่างไรหรือไม่ ทั้งควรออกหลักเกณฑ์ผลักดันให้มีการลงทุนโครงข่าย ก่อนจะสนับสนุนผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่ายของตัวเอง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุน

กสท เรียกร้องสิทธิ์

ด้านนายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กทช. ควรเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการที่มีความถี่เดิมอยู่แล้ว ขอจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ได้ด้วย แต่อาจกำหนดเงื่อนไขเพื่อขอคืนคลื่นความถี่เดิมได้

ส่วนวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่นั้น ควรเสนอแบบคัดเลือกเปรียบเทียบ เพราะทั้งวิธีการประมูลและวิธีผสมจะส่งผลให้เกิดต้นทุนค่าคลื่นความถี่สูง กระทบต่อค่าบริการที่ให้กับประชาชน

ขณะที่ตัวแทนจากบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวเช่นเดียวกันว่า ควรใช้วิธีคัดเลือกเปรียบเทียบ เพราะ กทช. สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกได้ ส่วนการใช้วิธีประมูลจะเป็นการผลักภาระไปให้ประชาชน

ใช้เวลา30วันยกร่าง

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการ กทช. กล่าวภายหลังการรับฟังความเห็นว่า กทช. จะรวบรวมข้อมูล และประมวลผล เพื่อยกร่างประกาศหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตและการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประกอบการโทรศัพท์มือถือ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วันในการยกร่าง

จากนั้นจะเผยแพร่แก่สาธารณะผ่านทางเวบของ กทช. และส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบอีกประมาณ 30 วัน แล้วจึงจัดทำประชาพิจารณ์ในวงกว้างในอีก 30 วันถัดไป ดังนั้น ถ้าทุกอย่างชัดเจน ภายในปลายปีนี้ กทช. จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าวแน่นอน

“การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อดูว่ามีปัญหาใดบ้างที่เอกชนพบ เช่น การจัดสรรคลื่นความถี่และวิธีการ การอนุญาตประกอบกิจการ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม และการประยุกต์ใช้ระบบ ซึ่งถือว่าสำคัญ เพราะคลื่นความถี่ย่านนี้สามารถให้บริการกระจายเสียงได้ จำเป็นต้องรอ กสช. ด้วยหรือไม่” นายเศรษฐพร กล่าว

สหภาพทีโอทีร้องชะลอเก็บไอซี

นายสมชัย แนวพานิช กรรมการกลาง สหภาพแรงงาน บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีทำหนังสือในนาม สหภาพแรงงานถึงคณะกรรมการ กทช. เลขที่ ปธ.3086 และ ปธ.3087 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2549 เพื่อขอความชัดเจนเรื่อง อำนาจการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างผู้ให้บริการเอกชน และขอให้ชะลอการใช้หลักเกณฑ์การเชื่อมต่อโครงข่าย (ไอซี)

ยกเหตุมีคณะบุคคลฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เกี่ยวกับการตรา พ.ร.ฎ. กำหนดเงื่อนเวลาการยกเลิก พ.ร.บ.องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2497 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอน พ.ร.ฎ.ดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดปัญหาตามมา เช่น สัญญาร่วมการงาน และทำให้รายได้ของภาครัฐรั่วไหล เป็นต้น

กรุงเทพธุรกิจ 15 มิ.ย.49 | ข่าว 3G



แกะปม 3G เมืองไทย หลากปัญหาไม่มีจบ!!จับตา กสท. - ฮัทช์ เร่งสปีด 3G เร็วสุด ส่วนไทยโมบายยังคลำทางไม่เจอ

ความล้ำหน้าของยุคที่ 3 หรือ “3G” ได้ถูกกล่าวถึงพร้อมผลักดันให้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งบางประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่พลาดกับการขึ้นขบวนรถด่วน 3G ที่ว่านี้ด้วยเช่นกัน ขณะที่เมืองไทยเอง ยังคงมีหลากหลายปัญหาให้ถกเถียงมานานหลายปีจนวันนี้ก็เหมือนจะวนเวียนในอ่างอยู่เหมือนเคย...

แต่อย่างไรแล้วอีกแง่มุมหนึ่งก็อาจมีความน่าสนใจให้จับตามองอยู่บ้าง โดยเฉพาะม้านอกสายตาอย่าง กสท โทรคมฯ และ ฮัทช์ ซึ่งมีคลื่นความถี่ CDMA ในมือนั้น “หัวเหว่ย” เป็นผู้รับภาระในการอัพเกรดซอฟต์แวร์ไปสู่ 3G ตามทีโออาร์ที่ระบุให้ได้ แถมไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มขึ้น

เพียงยังหวั่นอยู่แค่เกมรัฐคอยขัดขา ทำ กสท โทรคมฯ - ฮัทช์ เสียโอกาสทางเทคโนโลยีอีกครั้ง...

แม้วันนี้จะยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติหรือ กสช. จะถูกจัดตั้งขึ้นมาได้เมื่อใด ซึ่งนั่นหมายถึงว่า กระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ โดยเฉพาะคลื่นความถี่ในย่าน 2000 เมกะเฮิร์ตซ ซึ่งอยู่ในการรอคอยของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ ในการนำไปให้บริการโทรมือถือในยุคที่ 3 หรือ 3G นั้น ต้องถูกกระทบโดยปริยาย

เนื่องจากตามกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯได้กำหนดให้การจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ต้องมาจากกรรมการ 14 คนคือ จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช. 7 คนและอีก 7 คนมาจากกสช.นั่นเอง

แต่ถึงกระนั้น กทช. ก็เข้าใจในความจำเป็นของการพัฒนาอุตสาหกรรม และบริการใหม่เพื่อตอบรับหน้าที่ ในการหน่วยงานกำกับดูแล จึงมีความพยายามในการเดินหน้าร่างกรอบใบอนุญาตบริการมือถือ 3G ไปแบบคู่ขนาน ในช่วงที่เกิดสุญญากาศ กสช.

นอกจากนี้ กทช. ก็ยังวางแผนงานในการชี้ชัดในหน้าที่ของตัวเองไว้แล้ว หากกรอบใบอนุญาต 3G เรียบร้อยแล้ว แต่สุญญากาศกสช.ยังคงอยู่

“...ดูเผินๆเรื่องของ 3G เหมือนง่ายแต่สำหรับ กทช. แล้วยังมีประเด็นให้พิจารณาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม... ยิ่งธุรกิจโทรศัพท์มือถือมีมูลค่ามหาศาลก็อาจเป็นประเด็นขึ้นมาได้ว่า กทช. จะเร่งรีบเข้ามารวบรัดทำเองเกินไปหรือไม่ และต้องรอ กสช. หรือไม่ …”

ศ.เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวพร้อมให้แง่มุมหนึ่งอีกว่า ธุรกิจมือถือบ้านเรา ยังมีความไม่เท่าเทียมกันในหลายๆส่วน ทำให้มีการแนะนำให้ปรับฐานเดิมให้เท่าเทียมกันก่อนซึ่งถือเป็นประเด็นใหญ่ รวมถึงเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ 3G เช่นในประเทศญี่ปุ่นที่จะเป็นลักษณะของการทยอยให้ไปเพื่อได้ลองพัฒนา บริการดูก่อน ก็เป็นประเด็นที่ กทช. ต้องนำไปพิจารณาด้วยเหมือนกัน

ทางด้านประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กรรมการ กทช. กล่าวเสริมว่า การพิจารณาเรื่อง 3G ของ กทช. มีประเด็นให้พิจารณาอยู่มาก เช่น 1. จะให้ไลเซนส์พร้อมกันทีเดียวหรือทยอยกันให้ 2. ความได้เปรียบเสียเปรียบ ที่มีรายหนึ่งได้ไปแล้วกับรายใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งตรงนี้ กทช. ต้องตั้งเงื่อนไขให้ชัดเจน และ 3. สำคัญกว่านั้นจะเลือกวิธีใด แต่ไม่ว่าวิธีใดก็ตามต้องมี Roll out Plan ให้ดูทั้งหมดด้วย

“การพูดคุยเรื่อง 3G ในแต่ละครั้งก็อยากให้ช่วยๆกันทำใจให้เป็นกลาง จะได้สามารถหาโซลูชั่นที่ดีได้”

ขณะที่ พลเอก ชูชาติ พรมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกทช. ให้มุมมองน่าสนใจไว้ว่า กทช.ได้เดินหน้ารับฟัง ความเห็นกรอบของบริการมือถือในยุคที่ 3 มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และจนถึงขณะนี้ก็ยังทยอยทำกระบวนการรับฟังความเห็น เพื่อปรับปรุง ให้เกิดเงื่อนไขกรอบใบอนุญาตมือถือ 3G ให้สมบูรณ์ที่สุดตามตารางเวลา ที่เดิมคาดว่าจะสามารถสรุป รายละเอียดได้ทั้งหมดในไตรมาส 3 ปีนี้

อย่างไรก็หากกรอบใบอนุญาตมือถือ 3G เสร็จออกมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถมี กสช. เกิดขึ้นได้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถ จัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ได้ตามกฎหมาย กทช. ก็จะทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพื่อไม่เป็นการปิดกั้นการพัฒนาบริการและอุตสาหกรรม เพราะมองว่า รัฐบาลโดยเฉพาะสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สามารถเสนอเรื่องให้นายกฯพิจารณาประเด็นนี้ได้

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบางบริการที่คาบเกี่ยวเรื่องเข้าข่ายคลื่นความถี่ใหม่เช่นบริการสื่อสารอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ Wi-Max ซึ่งกทช.ได้ศึกษาหารือกับเนคเทคมาระยะหนึ่งด้วยเช่นกัน ว่าจะต้องรอ กสช.หรือไม่ด้วย

พลเอก ชูชาติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกิจการที่มีความถี่อยู่แล้วและสามารถพัฒนาบริการสู่ 3G service ได้จึงมี 2 ค่ายหลัก คือ ไทยโมบาย (กิจการร่วมทุนระหว่าง ทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม ในคลื่นความถี่ 1900 MHz) และ กสท. โทรคมนาคม ที่มี มือถือ CDMA ในคลื่นความถี่ 800 MHz

ดังนั้นผู้ให้บริการสองค่ายนี้ จึงสามารถที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรอบใบอนุญาต 3G ที่ กทช. ออกมาเท่านั้น ก็สามารถให้บริการมือถือ 3G ได้ จึงถือเป็นข้อได้เปรียบของหน่วยงานทั้งสองนี้ ซึ่งได้รับการจัดสรรก่อนที่จะมีหน่วยงาน กทช. ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม กทช. อยากเห็นคนที่มีคลื่นมีโอกาส พยายามพัฒนาบริการออกมาอย่างตั้งใจ แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ตั้งใจการพัฒนาบริการ 3G ออกมา ก็อาจต้องยึดคลื่นความถี่กลับมาเพื่อรอการจัดสรรต่อไปในอนาคต

กสท. - ฮัทช์ รอเปิดโต๊ะหารือ

โรมมิ่งเครือข่ายทั่วปท.รับมือ

ธีระศักดิ์ กาญจนศักดิ์ชัย กรรมการในบอร์ด กสท โทรคมฯ ให้รายละเอียดในโอกาสการรับมือบริการ 3G ว่า ปัจจุบัน กสท โทรคมฯได้รับการติดตั้ง ชุมสายและสถานีฐานสำหรับเทคโนโลยีระบบ CDMA 2000 1X EV-DO ใน 51 จังหวัด ไปแล้วราว 1000 สถานีฐาน ซึ่งดำเนินการติดตั้งโดย หัวเหว่ย เทคโนโลยี ผู้ชนะการประมูลไปในมูลค่าโครงการ 7200 ล้านบาท

โดยปัจจุบันเป็นการทยอยติดตั้งอยู่ในเฟสสอง ซึ่งจะครบกำหนดต้นปีหน้า ให้ได้จำนวนครบทั้ง 1600 สถานีฐาน หลังจากที่ผ่านการส่งมอบ เฟสแรก ไปแล้วเมื่อต้นปีจำนวน 800 สถานีฐาน

อย่างไรก็ตามในการเปิดเริ่มใช้งานจะให้บริการในยุค 2.75 G ไปก่อน แต่ กสท โทรคมฯก็พร้อมที่จะไปสู่ 3G ได้ทันที เพราะใน ทีโออาร์ในการติดตั้งโครงข่าย ระบุไว้ว่า หัวเหว่ยรับภาระในการ อัพเกรดซอฟต์แวร์ไปสู่ 3G ตามความต้องการของ กสท โทรคมฯ ซึ่งในการทำตรงนี้เป็นเพียงการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากมากมาย และสามารถ ทำเสร็จในเวลาที่รวดเร็ว เพราะ หัวเหว่ยมีแอพพลิเคชั่น เหล่านี้อยู่แล้ว

ทั้งนี้หากใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 3G เสร็จได้เร็ว กสท โทรคมฯก็พร้อมที่จะเข้าสู่เงื่อนไขของ กทช. และเปิดบริการไปที่ 3G ด้วยความถี่ 800 MHz ไปเลย ไม่ต้องเริ่มที่ 2.75 G โดยเทคโนโลยี CDMA ที่สามารถให้บริการไปสู่ 3G เรียกว่า CDMA release band A ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมไปสู่ CDMA 2000 1XEV-DV ในความเร็วขั้นต่ำของการรับส่งข้อมูลที่ 584 kbps

สิ่งที่ กสท โทรคมฯจำเป็นต้องดำเนินการกับ “ ฮัทช์ ” กิจการร่วมทุนระหว่างกสท.โทรคมนาคม และกลุ่มฮัทชิสัน วัมเปาของฮ่องกง คือ จะต้องเจรจาเพื่อความร่วมมือที่ดีในการ โรมมิ่งเครือข่าย เพื่อให้ลูกค้าของ ฮัทช์ ในภาคกลาง 25 จังหวัด และลูกค้าของ กสท โทรคมฯ สามารถใช้บริการได้ทั่วประเทศในมาตรฐานแบบไม่มีการสะดุดหรือ seamless

โดยการหารือเรื่องโรมมิ่ง จะต้องมีการกำหนดการแบ่งรายได้กัน หรืออาจเป็น อัตรา Interconnection ที่กำลังจะใช้ แต่ที่สำคัญกว่าคือความพร้อมของโครงข่าย เพราะเทคโนโลยี CDMA ที่ต่างเวอร์ชั่นกัน

กล่าวคือของ ฮัทช์ เป็น CDMA 2000 1X แต่ของ กสท โทรคมฯที่ติดตั้งโดยหัวเหว่ยเป็น CDMA 2000 1XEV-DO แม้จะไม่มีปัญหาในการสื่อสารด้วยเสียง แต่เมื่อใช้การรับส่งข้อมูลหรือมัลติมีเดียแล้ว จะต้องทำให้เครือข่ายทั้งหมด อยู่ในระนาบของเทคโนโลยีเดียวกัน เพื่อไม่เกิดปัญหาเมื่อส่งผ่านข้ามโครงข่ายกัน

ธีระศักดิ์ กล่าวว่า การคุยเพื่อความร่วมมือกัน ฮัทช์ ก็ต้องอัพเกรดเครือข่ายทั้งหมดในภาคกลางให้เป็นระดับเดียวกับกสท โทรคมฯ ซึ่งปัจจุบันฮัทช์ ก็ได้ทยอยทำไปแล้วบางพื้นที่โดยประกาศพัฒนาเป็น CDMA 1XEV-DV ซึ่งรองรับ 3G

ทั้งนี้ ฮัทช์ ก็คงมองโอกาสตรงนี้เช่นเดียวกับ กสท โทรคมฯ เพราะการที่ ฮัทช์ ให้บริการในส่วนภาคกลางที่ผ่านมา แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ดี และมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง แต่มีข้อจำกัดจนทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการตลาดนัก

เขายืนยันด้วยว่า ทุกวันนี้ กสท โทรคมฯกับฮัทช์ มีความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามข่าวที่เกิดขึ้นล่าสุดที่มีการระบุว่า บอร์ด กสท โทรคมฯ เตรียมทบทวนสัญญาเดิมที่ กสท โทรคมฯได้ให้ “ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย” ทำการตลาด CDMA ในภาคกลาง

และสัญญาที่ “ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย” เช่าใช้โครงข่ายจากบริษัท บีเอฟเคที (กิจการลูกของ Hutchison Hong Kong) นั้น เป็นเพียงข้อเสนอด้วยความห่วงใยจากบอร์ดบางคนว่ามีความสมบูรณ์ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่ หรือต้องปรับแก้ในจุดใดบ้าง

ดังนั้น วันนี้ยังไม่มีสัญญาใดเป็นโมฆะ และในส่วน การดำเนินงานของฮัทช์ ก็ดำเนินไปโดยปกติ เพราะเป็นคนละส่วนกัน

หวั่น กสท . ถูกสกัดดาวรุ่ง

เจอเตะถ่วงอีกเหมือนเคย

ดร.อนุภาพ ถิรลาภ ผู้อำนวยการสถาบัน Thailand Telecommunication Management Academy ให้ความเห็นว่า กสท โทรคมฯและฮัทช์ มีความสำคัญต่อกันและกัน ในการให้บริการสู่อนาคต เพราะสภาพปัจจุบัน เป็นแบบ “2 บริษัท แต่ให้บริการด้วย 1 ระบบเทคโนโลยีเดียวกัน” หรืออาจเรียกได้ว่า “1 บริษัทแต่มี 2 โครงข่าย ในเทคโนโลยีเดียวกัน” ซึ่งปัญหาที่ผ่านมามาจากปัจจัยการเมืองล้วนๆ ที่ต้องการเตะถ่วงไม่ให้เป็นคู่แข่งบริษัทยักษ์ใหญ่ ในระบบ GSM จึงน่าจับตาเพราะ CDMA รอบนี้ถือว่าน่ากลัวมาก หากไม่มีปัจจัยการเมืองมาพยายามกีดกัน

โดยต่างไปจากกรณีของ “ไทยโมบาย” ที่มีโครงสร้างเริ่มต้นที่ผิดมาแต่แรก เพราะไทยโมบายมีทีโอที และกสท โทรคมฯถือหุ้นร่วมกัน ในขณะที่ กสท โทรคมฯเองก็มีเทคโนโลยีระบบ CDMA ของตัวเองอยู่

นอกจากนี้ทั้ง ทีโอที และ กสท โทรคมฯ ก็ล้วนแต่มีสถานะการถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง ที่ผ่านการกำหนดนโยบาย มาจากรัฐบาล และตัวแทนบอร์ดของหน่วยงานทั้งสองนี้ก็มักผ่านความเห็นชอบมาจากคนในรัฐบาลด้วยเช่นกัน

“ไทยโมบายขาดความชัดเจนของแผนตั้งแต่แรก และไม่มีความพร้อมในการลงทุนแข่งกับเอกชนในบริการ 2G นอกจากนี้ยังมีปัญหาโครงสร้างที่แก้ไม่สำเร็จเสียที จนกระทั่งเสียโอกาสไปมาก แทบจะเรียกได้ว่าหมดโอกาส ในการแข่งขันที่ดี” ดร.อนุภาพ กล่าว

ไทยโมบาย สางปัญหาไม่จบ

เหตุจากโครงสร้างที่แก้ไม่ได้

หากมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าโครงการโทรศัพท์มือถือในระบบ 1900 เมกะเฮิร์ต ของไทยโมบายมีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการ

เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งบริษัท เอซีที โมบาย จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดย กสท โทรคมฯประมาณ 42% และทีโอที ประมาณ 58% เพื่อเข้ามาเป็นบริษัทกลางในการเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือไทยโมบาย แต่เมื่อพิจารณาตามหลักการที่ ครม.อนุมัติให้ ทีโอที และกสท โทรคมฯ เป็นผู้ดำเนินการร่วมกันแล้ว การจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทน ทีโอที และ กสท โทรคมฯจึงไม่สามารถดำเนินการได้

จนในที่สุด ทีโอที และ กสท โทรคมฯ ต้องร่วมมือกันเปิดให้บริการเอง ส่วนบริษัท เอซีที โมบาย จำกัด ซึ่งจัดตั้งเสร็จ เรียบร้อยแล้วก็ทำหน้าที่เป็นผู้สร้างโครงข่ายให้กับโทรศัพท์มือถือไทยโมบายแทน

หลังจากแก้ไขปัญหาแรกผ่านไป และสามารถเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือไทยโมบายได้ ก็มีปัญหากับ กสท โทรคมฯ มาอย่างต่อเนื่อง เพราะ ทีโอที ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องการที่จะบริหารงานเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้ขับเคลื่อนบริการได้จริง

ความพยายามของทีโอทีในการซื้อคืนหุ้นจากกสท โทรคมฯถูกพูดกันมากลายรอบ แต่ยังไม่เกิดข้อสรุปเสียที...

โดยข้อตกลงครั้งล่าสุดได้มีข้อตกลงร่วมกัน เป็นสองส่วนคือ 1. ในส่วนของการบริหารและสิทธิในการดำเนินงาน กสท โทรคมฯ ได้ยินยอมที่จะโอนสิทธิในการให้บริการและดำเนินแก่ ทีโอทีเพียงผู้เดียว เพื่อให้การให้บริการคล่องตัว และพร้อมที่จะแข่งขันได้ในตลาดอนาคต ด้วยเทคโนโลยี 3G

อย่างไรก็ตามในส่วนที่ 2. คือการเกลี่ยผลประโยชน์ทางตัวเลข ทาง กสท โทรคมฯ รับปากว่าจะไปหารือในบอร์ด และจะมีการสรุปร่วมกันอีกครั้งกับ ทีโอที

โดยรายละเอียดของการประเมินมูลค่าไทยโมบาย เพื่อตกลงผลประโยชน์ทางตัวเลขมูลค่ากิจการรวมอยู่ที่ 6,768 ล้านบาท ซึ่งหาก ทีโอที จะซื้อกิจการนี้ไปทั้งหมดทีโอทีจะต้องจ่ายเงินให้ กสท โทรคมฯ รวม 1,310 ล้านบาท แต่หาก กสท โทรคมฯ ตกลงจะซื้อกิจการนี้ไปจะต้องจ่ายให้ ทีโอที รวม 4,365 ล้านบาท เนื่องจากต้องรวมเอาหนี้สินของไทยโมบายที่มีอยู่กว่า 3,000 ล้านบาทบวกเข้าไปด้วย

ทั้งนี้มูลค่าที่เสนอเป็นตัวเงินนี้ เป็นการเสนอทั้งสองด้าน แต่ กสท โทรคมฯคงไม่ต้องการซื้อกิจการ ไทยโมบาย แน่นอน เพียงแต่จะใช้ตัวเลขทั้งสองด้านประกอบการพิจารณาในบอร์ด

แม้ว่าผู้บริหารทีโอทีเคยระบุว่า ไทยโมบายมีท่าทีดีขึ้น เพราะส่วนหนึ่งจากการที่ ครอบครัวชินวัตร ได้ออกจากธุรกิจ โทรคมนาคม และเอไอเอสในวันนี้เป็นของ เทมาเส็ก (Temesek) แล้ว สนามการแข่งขันจึงเปิดกว้าง และมีข้อขัดแย้ง ในระดับนโยบายน้อยลง ทำให้ทีโอทีบริหารสัญญาร่วมการงานกับเอไอเอสง่ายขึ้น และไทยโมบายก็สามารถจัดการ กับตัวเองเพื่อความอยู่รอดได้ชัดเจนขึ้น

แต่ปัญหาของ ไทยโมบาย ที่ผ่านมาเป็นเพราะระบบบริหารก็ส่วนหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าอีกส่วนหนึ่งมาจากเรื่องการเมืองด้วย โดยผ่านมาทางตัวแทนในบอร์ด จึงไม่แปลกที่เห็นได้ว่าทั้ง ไทยโมบายและ CDMA ของ กสท โทรคมฯ ก็ไม่ค่อยเดินหน้า แบบมีทิศทางมากนักในช่วงที่ผ่านมา

ในอดีต ไทยโมบาย ติดขัดในเรื่องการลงทุนและเวลาในการติดตั้ง โครงข่ายจึงต้องพึ่งพา เอไอเอส ในการขอทำ โรมมิ่ง เพื่อให้บริการได้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามการเข้าสู่ 3G ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ หาก ทีโอที มีพันธมิตรที่ดีและคล่องตัวมากขึ้น ก็จะสร้างโอกาสให้ตัวเอง

สำหรับ เอไอเอส เดิมที่เคยมีการมีการเจรจากับ ทีโอที เพราะสนใจ ไทยโมบาย เนื่องจากมีความถี่ย่าน 2000 MHz ที่สามารถไปใช้บริการ 3G ได้นั้น ปัจจุบันไม่ได้มีนัยสำคัญในการเจรจาในส่วนนี้แล้ว เพราะเอไอเอส เห็นว่าโอกาสในการทำ 3G ด้วยตัวเองดูดีกว่าและคล่องตัวกว่า

ชี้ กทช.ควรเดินตาม ITU กำหนด

พร้อมรวม EDGE เป็นหนึ่งใน 3G

ตัวแทนจาก ไทยโมบาย กล่าวถึงเรื่องการออกไลเซนส์ 3G หรือการอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT-2000 ในไทย ซึ่งยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า ถ้าอนาคตเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมเข้ามาอีกแล้วอย่างนี้ กทช. ต้องออกไลเซนส์ใหม่จากเทคโนโลยีใหม่ๆกันอีกหรือไม่

รวมถึงกรณีที่ ITU ได้กำหนดเทคโนโลยีตามมาตรฐาน 3G ประกอบด้วย W-CDMA , CDMA 2000 1x รวมถึง EDGE ดังนั้นการที่ กทช.ไม่ดึง EDGE เข้ามารวมอยู่ใน IMT-2000 ด้วยก็จะไม่ครบ ในขณะเดียวกันถ้าดึง EDGE เข้ามาด้วย ก็หมายความว่าคลื่นความถี่ 1800 ก็เป็น 3G ด้วยเหมือนกัน ซึ่งเหล่านี้ กทช. น่าจะหยิบขึ้นมากล่าวถึง และควรระบุ ให้ครบตามที่ ITU กำหนดไว้

นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆตามมา คือ 1. ถ้ารายเดิมมีความถี่อยู่แล้วอัพเกรดได้ก็ควรปล่อยให้อัพเกรดไปเลย โดยไม่จำเป็นต้องขอความถี่ใหม่ และ 2. เป็นประเด็นความเป็นธรรมเพราะส่วนใหญ่ก็อยากได้แบรนด์วิท กว้างๆ ความถี่ต่ำและมีความเป็นโกลบอล ซึ่ง กทช.ควรพิจารณาความเป็นธรรมให้ได้ครบทั้ง 3 ด้านที่กล่าวไปด้วย

ส่วนวิธีการจัดสรรนั้น ไทยโมบาย เห็นด้วยกับ การคัดเลือกแบบผสม (Hybrid) เพราะมองว่า สองวิธีแรก คือ มาก่อนได้ก่อน (First-Come First-Served: FCFS) และ การเลือกแบบสุ่ม (Lottery) ดูจะไม่มีความยุติธรรมเท่าใดนัก ส่วนวิธีคัดเลือก เปรียบเทียบ (Beauty Contest) และการประมูล (Auctions) ก็ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินเป็นหลักจึงดูไม่สมเหตุสมผล

ดังนั้นจึงมั่นใจว่า การคัดเลือกแบบผสม (Hybrid) น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมมากสุด เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่ผู้กำหนด เทคโนโลยีแต่เป็นผู้ตาม ซึ่งอาจเกิดปัญหาด้านเทคนิคได้ทำให้ต้องพิจารณาเทคโนโลยีที่มีอยู่ตามท้องตลาดเป็นหลัก

ทางด้าน ศ.ดร.ณรงค์ อยู่ถนอม ประธานคณะกรรมการมาตรฐาน คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวถึงการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยการคัดเลือกในแต่ละวิธีว่า กรณีการคัดเลือกเปรียบเทียบ หรือ Beauty Contest นั้นอาจดูดีแต่การจะทำได้ดีดังว่าก็ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสามารถแปรเป็นรูปธรรมให้ได้ มิเช่นนั้นจะเกิดการฟ้องร้อง ไม่สิ้นสุด ส่วนวิธีประมูล หรือ Auction ถ้าจะทำก็ต้องมีอะไรกำกับไปด้วยว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการได้มา ต้องไม่กระทบประชาชน โดยเฉพาะการเพิ่มต้นทุน

“เรื่องของการทำวิธีประมูลต้องมองว่า ผู้ประกอบการมีหลายระดับหลายสถานะ... บางรายใหญ่บางรายเล็ก บางรายเป็นรายใหม่บางรายเก่าแก่ ดังนั้นกติกาเป็นอย่างไรในการประมูลหรือ Auction ต้องเป็นธรรม ไม่ใช่แค่ว่า Auction จะดีเสมอไป”

“ดีแทค” ยังกังวลใจหลากประเด็น

ชี้ต้องปรับพื้นฐานเดิมให้เท่าเทียม

สรายุทธ บุญเลิศกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ภาพรวมในการนำ 3G มาให้บริการย่อมส่งผลดีให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเมืองไทย รวมทั้งเป็นจุดเด่นนอกเหนือจาก การนำระบบอินเตอร์คอนเนคชั่น ชาร์จ (IC) มาใช้เพราะจะก่อให้เกิดการแข่งขันใหม่ๆ ทั้งเทคโนโลยีใหม่ และสภาพแวดล้อมการแข่งขันใหม่

แต่แม้ว่าการนำ 3G มาให้บริการจะส่งเสริมอุตสาหกรรมโดยรวม แต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่มีความกังวลใจอยู่ ทั้งเรื่องของเงินลงทุน 3G และการจัดสรรความถี่ใหม่

จากเหตุเหล่านี้จึงอยากเน้นย้ำให้ กทช.เร่งปรับพื้นฐานของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในส่วนของ 2G ก่อน โดยเฉพาะปัญหาจากสัญญาบีทีโอ การเรียกเก็บค่าสัมปทานและการใช้อำนาจซ้ำซ้อน เพราะถือเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบ กับการให้บริการโทรศัพท์มือถือในไทย

มากกว่านั้นคือ การที่ 3G ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลนั้นก็มองว่า กทช. ต้องพิจารณาเกณฑ์มาตรฐานเทียบกับต่างประเทศ ด้วยว่าควรดำเนินอย่างไร

“ทรูมูฟ” แนะจัดสรรคลื่นความถี่ 3G

จำเป็นต้องสร้างกลไกให้ชัดเจนก่อน

ส่วนตัวแทนจากบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวเห็นด้วยกับ กทช.ว่าควรจะนำความถี่เดิมมาพิจารณาด้วยเพราะถ้า กทช. จัดสรรความถี่ใหม่ให้ได้เท่าๆกันอย่างไรก็คงไม่เท่ากันในเมื่อความถี่เดิมก็ยังได้ไม่เท่ากัน รวมถึงกรณีที่จะสามารถใช้ ย่านความถี่เดิมได้ (In-band Migration) มาพิจารณานั้น กทช.ก็ต้องพิจารณาต้นทุนในการทำ Migration กับการไม่ทำ Migration ด้วย

ขณะเดียวกัน ทรูมูฟ ยังมองว่า ผู้ประกอบการรายเดิมควรได้รับโอกาสในการพิจารณามากกว่าผู้ประกอบการรายใหม่ ในเมื่อผู้ประกอบการรายเดิมต่างกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนไปแล้วจำนวนมากจนทุกวันนี้ก็ยังมีหนี้สินนั้นอยู่

ส่วนเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่นั้นก็อาจมีการทยอยให้ก็ได้แต่ในส่วนนี้จำเป็นต้องสร้างกลไกเงื่อนไขที่ชัดเจนออกมา เช่นเดียวกับเรื่องของจำนวนผู้ให้บริการ 3G ควรจะมีกี่รายนั้นก็น่าจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากกว่า

“เอไอเอส” บ่นอุบ 3G ไทยไม่คืบ

พูดมานานแต่ท้ายสุดก็เงียบหาย

ตัวแทนจาก บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า เรื่องของ 3G มีการหยิบขึ้นมาพูดถึงตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ยังดูไปไม่ถึงไหนเสียที รวมถึงวันนี้ก็อยากให้พูดคุยกันแล้วน่าจะมีความคืบหน้าให้เห็นบ้าง ไม่ใช่คุยแล้วหาย คุยแล้วหาย... จึงอยากให้การพูดถึง 3G ในแต่ละครั้งควรมีความคืบหน้าออกมาให้เห็นได้บ้าง

เทเลคอม เจอร์นัล 26 มิ.ย.49 | ข่าว 3G



ข่าว 3G หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard Driver Download| ExpressCard| AirCard USB| PCMCIA AirCard| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| EDGE AirCard| 3G AirCard| 3G Router| 3G Access Point| Speed Test| Speedtest| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์