GPS ติดรถ


GPS ติดตามรถ


  Software ติดตามรถยนต์
  ทดลองใช้งาน Software

AirCard


ถาม-ตอบ Aircard, 3G Router, GPS Navigator
Speedtest : ความเร็ว Air Card


© AirCard Shop.com

หน้าแรก

กทช.เดินหน้าเปิดประมูล"Wi-Max" ชูใบอนุญาต2แบบ"ทั่วปท.-เฉพาะภูมิภาค"ก.ย.นี้

กทช.เตรียมสรุปประเด็น Wi-Max ก่อนเตรียมคิกออฟประมูลความถี่กันยายนนี้ ยังไม่เคลียร์จะจัดสรรความถี่อะไร มูลค่าเท่าไหร่ และเป็นใบอนุญาตทั่วประเทศหรือแยกตามภูมิภาคดี ด้านคณะกรรมการ Wireless Broadband แนะให้ทั้ง 2 แบบ ให้ครอบคลุมทั้งในเมืองและชนบท

ศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าการออกใบอนุญาต Wi-Max ว่า กทช.จะออกหนังสือเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประกวดราคาคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ Wi-Max ในเดือนกันยายนนี้ โดยจะให้เวลาผู้สนใจประมูลเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินและแผนธุรกิจประมาณเดือนครึ่ง แล้วจึงจะเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาในช่วงปลายปี

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทช.ยังมีประเด็นนโยบายที่ต้องตัดสินใจหลายประเด็นได้แก่ 1.คือจะจัดสรรความถี่สำหรับใช้งานในย่านใด ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าความถี่ 2.3 และ 2.4 GHz สามารถจัดสรรได้เพราะประเทศไทยยังมีแบนด์วิดท์เหลืออยู่และจะไม่เกิดการรบกวนความถี่กัน แต่สำหรับย่านความถี่ 2.5-2.6 GHz ยังมีปัญหาอยู่เนื่องจากเป็นย่านที่นำไปใช้งานกับเทคโนโลยี LTE ได้ด้วย

ประเด็นที่ 2 ยังไม่มีการคำนวณมูลค่าความถี่ โดยข้อมูลที่ กทช.มีอยู่เป็นมูลค่าความถี่ในส่วนของ 3G ที่มีการประกวดราคาในต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องคำนวณหามูลค่าของความถี่ Wi-Max ว่าควรมีมูลค่าเท่าใด เพราะถึงแม้จะไม่สูงเท่าความถี่สำหรับ 3G แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่นำไปใช้ประกอบธุรกิจได้และยังมีโอกาสนำไปใช้กับเทคโนโลยี LTE ในอนาคตได้ที่ย่านความถี่ 3.5 GHz

ประเด็นที่ 3 คือจะออกใบอนุญาตในลักษณะทั่วประเทศหรือแบ่งตามภูมิภาค ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยกับการให้ใบอนุญาตแยกตามภูมิภาคเพราะหากให้บริการเสียงและมีการโทร.ข้ามเขตก็จะมีต้นทุนการโรมมิ่งหรือค่าเชื่อมต่อโครงข่ายเกิดขึ้น รวมทั้งต้องมีการเสียภาษีที่เกิดจากรายได้ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการใช้บริการสูงขึ้นตามไปด้วย

ส่วนเงื่อนไขการติดตั้งโครงข่ายนั้น กทช.จะให้ครอบคลุม 90% ของจำนวนประชากรเนื่องจากผู้ประกอบการสามารถสร้างโครงข่ายในเขตพื้นที่ชุมชนและให้บริการได้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด แต่ก็อาจมีปัญหาการติดตั้งโครงข่ายในพื้นที่ป่าเขาหรือพื้นที่ที่เป็นเกาะแก่งในทะเลได้

"ต้นทุนการติดตั้งโครงข่าย Wi-Max จะถูกกว่า 3G ครึ่งหนึ่งเพราะจำนวน cell site ที่ต้องติดตั้งน้อยกว่า เมื่อต้นทุนถูกกว่าการให้บริการแก่ประชาชนย่อมราคาถูกกว่าแน่นอน ที่สำคัญคือจะทำให้ Internet Coverage กระจายได้เร็วขึ้น เราพยายามจะให้เป็นใบอนุญาตทั่วประเทศ ซึ่งในท้องถิ่นทุรกันดารที่สายโทรศัพท์เข้าไปไม่ถึง Wi-Max ก็จะเป็นตัวที่เข้าไปตอบสนองในจุดนั้นได้"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2552 สำนักงาน กทช.จะจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเรื่องร่างแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ International Mobile Telecommunications (IMT) และกิจการ Broadband Wireless Access (BWA) โดยคณะกรรมการเตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการ Broadband Wireless Access (BWA) ได้จัดทำเอกสารประกอบการสัมมนา โดยเสนอให้มีทั้งใบอนุญาตแบบทั่วประเทศและแบบภูมิภาค โดยมีเป้าหมายในการให้บริการที่แตกต่างกันคือ ใบอนุญาตแบบทั่วประเทศมีเป้าหมายในการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายแบบเคลื่อนที่ เหมาะกับการให้บริการพื้นที่ในเขตเมือง ส่วนใบอนุญาตแบบภูมิภาคมีเป้าหมายในการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายแบบประจำที่และเหมาะกับการให้บริการในพื้นที่ชนบท

เอกสารดังกล่าวยังสรุปถึงข้อดีข้อเสียระหว่างใบอนุญาตแบบทั่วประเทศและแบบภูมิภาค โดยใบอนุญาตแบบทั่วประเทศจะมี economy of scale ในการลงทุนที่ดีกว่า เนื่องจากเป็นการลงทุนทั้งประเทศและมีการลงทุนใช้ Core Network ที่เป็น ของตนเอง ส่วนใบอนุญาตแบบภูมิภาคมีข้อดีคือ สนับสนุนให้เกิดผู้ให้บริการขนาดย่อยหรือ SME ที่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ที่ดีกว่า และเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาใบอนุญาตแบบภูมิภาคจะมีการลงทุนให้บริการในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่ให้ผลตอบแทนสูงก่อน ส่วนพื้นที่ที่ประชากรเบาบางต้องรอเป็นเวลานานหลายปี ถึงแม้จะมีการส่งเสริม USO ผลที่เกิดขึ้นก็ยังไม่มีการกระจายตามที่ควรจะเป็น ดังนั้น ใบอนุญาตแบบภูมิภาคจะผลักดันให้เกิดการให้บริการในพื้นที่เหล่านี้ตามแรงขับดันของคนในพื้นที่เอง

ประชาชาติธุรกิจ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 | ข่าว ทั่วไป



กทช.ทิ้งทวน3ใบอนุญาติ บิ๊กมือถือจ้องฮุบตาเป็นมัน

อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมช่วง 6 เดือนสุดท้ายคึกคัก กทช.เตรียมออกใบอนุญาต ฮัลโหล 3G-ไว แม็กซ์ และ เลขหมายเดียวข้ามระบบ จับตาประมูลคลื่นความถี่มือถือไฮไลท์เด็ดสิ้นปี พร้อมยื่นคำขาดเบอร์เดียวข้ามระบบต้องเสร็จใน30วันหลังประกาศใช้ ขณะที่ค่ายมือถือทุกรายจ่อเข้าประมูล ด้าน เอไอเอส ยื่นเงื่อนไขชิงทุกประเภท ส่วนAIT เตรียมจับมือจัสมินและล็อกเลย์ร่วมลงทุน3จีด้วย

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กรอบแผนงานของ กทช. ในระยะเวลา 6 เดือนหลังจากนี้ คณะกรรมการ กทช. จะเร่งออกใบอนุญาตใหม่ 3 ใบ ประกอบด้วย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ในย่านความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮริตซ์ , WiMAX (Worldwide Interoperability for Microwave Access;เป็นเทคโนโลยีบรอดแบรนด์ไร้สายความเร็วสูง) และ การคงสิทธิ์เลขหมาย หรือ Number Portability ขณะนี้สำนักงาน กทช.ได้ลงร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผ่านทางเว็บไซต์ www.ntc.or.th แล้ว

สำหรับใบอนุญาตทั้ง 3 ใบนั้น กทช. จะออกใบอนุญาตบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G สำหรับผู้ชนะประมูลคลื่นความถี่เป็นอันดับแรก ซึ่ง ได้แบ่งคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิ๊กกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮริตซ์ แบ่งให้ผู้ประกอบการ 3-4 ราย จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ และ 15 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 1 ราย คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

"น่าจะออกใบอนุญาต 3G ได้ภายในปีนี้แต่ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะจัดสรรได้ในเดือนไหน"

พล.อ.ชูชาติ กล่าวอีกว่า หลังจากออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G อย่างเป็นทางการแล้ว ต่อไป กทช.จะออกใบอนุญาต WiMAX ส่วนการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยังหาข้อยุติไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการจัดทำระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ หรือ ตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เปลี่ยนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังค่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นเมื่อผู้บริโภคต้องการ ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงทุนร่วมกันทำระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้

"วันที่ 7 กรกฏาคมเป็นวันสุดท้ายที่ส่งแสดงความคิดเห็นดังนั้นผู้ให้บริการต้องจัดให้มีบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใน3เดือนนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับซึ่งระบบเคลียริ่งเฮาส์จะต้องแล้วเสร็จ"

อย่างไรก็ตาม การมีเทคโนโลยีใหม่ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้อินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงขึ้น และใช้ได้ในทุกสถานที่ โดย กทช.จะมีหน่วยงานที่คอยดูแลให้ความเป็นธรรมในเรื่องราคาค่าใช้บริการ ซึ่งคาดว่าจะไม่สูงกว่าเดิมมากนัก เพราะจะมีผู้ประมูลหลายราย และทำให้เกิดการแข่งขัน

"ใครทำอยู่เดิมมีโอกาส และสุดท้ายเกิดการแข่งขันโดยประชาชนได้ประโยชน์"

สำหรับการสรรหา กทช.ทดแทนคณะกรรมการที่จับสลากออกจำนวน 3 คนและลาออกจำนวน 1 คนขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มต้นกระบวนการสรรหา เนื่องจากต้องส่งรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดให้วุฒิสภาคัดเลือกใช้ระยะเวลา 2-3 เดือนหลังจากได้รายชื่อคณะกรรมการแล้วจะต้องส่งรายชื่อเพื่อโปรดเกล้าฯแล้วกระบวนการจึงจะสิ้นสุด

"เชื่อว่าเรื่อง 3G น่าจะทันในยุคของผมถ้าไม่ทันกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำตามกระบวนการเรื่องก็ยุติแต่ถ้ามารื้อโครงสร้างสังคมก็ตำหนิ"

ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯยื่นขอใบอนุญาตทุกประเภทจาก กทช. เพราะขณะนี้ได้ลงทุนจัดตั้ง 2 บริษัท คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เพื่อยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ในย่านความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิรตซ์ และ บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบรนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ SBN เพื่อยื่นขอใบอนุญาตอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ Wi-Max โดยบริษัททั้งสองแห่งมี เอไอเอส เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 99%

"แต่คาดว่าใบอนุญาต 3G น่าจะออกก่อน ไว แม็กซ์ เพราะ กรรมการ กทช.มีการออกมาเปิดเผยแล้วว่าจะประมูลภายในไตรมาสสาม"

อย่างไรก็ตาม การออกใบอนุญาตของ กทช.ในครั้งนี้จะส่งผลให้มีการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและประชาชนก็จะสามารถสืบค้นข้อมูลอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G มีการรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง

ขณะที่สองค่ายมือถือ คือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด หรือ ทรูมูฟ มีความประสงค์เข้าร่วมประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ในย่านความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิรตซ์เช่นเดียวกัน

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2552 บริษัทฯ จะเข้าประมูลงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสื่อสารและโทรคมนาคมมูลค่ากว่า 2,000-3,000 ล้านบาท ทั้งจากการลงทุนขยายงานของภาครัฐที่ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆทั้งเทคโนโลยี 3 จี และ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นต้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดให้สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2552 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 3,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเบื้องต้นกับบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (มหาชน) หรือ JAS และบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY ในการร่วมมือทางธุรกิจเพื่อรองรับโครงการลงทุนด้านเทคโนโลยี 3 จี

ฐานเศรษฐกิจ 09 ก.ค. - 11 ก.ค. 2552 | ข่าว ทั่วไป



5บิ๊กสื่อสาร-กทช.ปิ้งไอเดีย ให้จุฬาฯทำแผนกระตุ้นบรอดแบนด์เสนอนายกฯ

กทช.ออกโรงจับมือผู้ประกอบการ 5 ราย ทรู ทีโอที กสท ดีแทค เอไอเอส ตั้งคณะกรรมการบรอดแบนด์ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่างแผน หวังนำบรอดแบนด์กระตุ้นเศรษฐกิจ เดินหน้าเสนอนายกและรมว.ที่เกี่ยวข้องใน 3 เดือน “ศุภชัย” ควักงบสนับสนุนโครงการ พร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมนัดที่สอง

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมของคณะทำงานบรอดแบนด์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชน (Meaningful Broadband) ว่าเตรียมขอเข้าพบนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือและยื่นเอกสารเรื่องการนำบรอดแบนด์มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในประเทศ โดยเบื้องต้นจะเน้นการพัฒนาแอปพลิเคชันด้านการศึกษา และสาธารณสุข

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้มีการหารือครั้งแรกเพื่อวางแนวทางจัดทำเอกสารเพื่อเสนอนายกรัฐมตรีภายใน 3 เดือนนับจากนี้ โดยการหารือครั้งหน้า ทรูจะเป็นเจ้าภาพในการประชุม

ส่วนกรณีการให้ใบอนุญาต 3G และไวแมกซ์ซึ่งมีผลต่อการกระจายบรอดแบนด์ให้เข้าถึงประชากรทั่วประเทศนั้นเป็นไปตามกำหนดเดิม คือ สามารถเปิดประมูลได้ภายในไตรมาส 3 นี้แน่นอน ไม่มีการเลื่อนการเปิดประมูล

นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ คณะกรรมการ กทช.กล่าวว่า นโยบายสำคัญในการพัฒนาบรอดแบนด์ในประเทศไทยนั้นต้องประกอบด้วย อัตราค่าบริการที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ การเข้าถึงบรอดแบนด์ของประชากรจำนวน 28 ล้านคน มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร ทรู เปิดเผยว่า สาเหตุที่มีความเห็นร่วมกันที่จะนำบรอดแบนด์มาใช้ด้านการศึกษา เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องสนับสนุน แม้แต่กทช.เองก็ให้ความสำคัญและสนับสนุอย่างต่อเนื่อง โดยทรูจะเป็นผู้สนับสนุนการศึกษาวิจัยการนำบรอดแบนด์มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยรวมถึงการพัฒนาสังคม แต่ยังไม่มีการสรุปตัวเลขงบสนับสนุนการวิจัยดังกล่าว

ทั้งนี้หากมีเทคโนโลยี 3G เกิดขึ้นในประเทศไทยจะช่วยให้ราคาบรอดแบนด์ลดลงเนื่องจากมีความสามารถเข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ การช่วยกันสนับสนุนข้อมูลการนำบรอดแบนด์มาใช้ในโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แท้จริง และสามารถนำมาปฎิบัติได้จริงในแผนพัฒนา 3 ปี โดยการส่งเสริมจะต้องทำพร้อมกันโดยรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือให้ราคาอุปกรณ์ลูกข่าย มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค มีราคาถูกลงเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่มีกำลังซื้อต่ำเข้าถึงได้

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กรกฎาคม 2552 | ข่าว ทั่วไป



‘ทอเร่’ชี้ 3G เสิร์ฟข้อมูลเกษตรถึงหัวบันไดบ้าน

ดีแทคมุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีตอบแทนคุณแผ่นดินไทย เดินหน้าโครงการโทร.*1677 ทางด่วนข้อมูลเกษตรกรฟรีทุกขั้นตอนส่งข้อมูลการเกษตรน่ารู้ถึงหัวบันไดบ้าน หวังเพิ่มผลิตผล และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่กระดูกสันหลังของชาติ เผยล่าสุดมีผู้ใช้บริการกว่า 1.8 แสนคนมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 3 เท่าตัว ต่อยอดความสำเร็จปีนี้เดินหน้าสานต่อโครงการลงเชิงลึกระดับอำเภอและหมู่บ้าน ‘ทอเร่’ย้ำ 3G ของดีแทคจะเสริมเขี้ยวเล็บให้เกษตรกรไทย

โครงการโทร. *1677 เชื่อมโยงเกษตรกรไทยจากถิ่นเหนือสู่แดนใต้เชื่อมสายใยแห่งภูมิปัญญาได้จัดงานเสวนา เรื่อง ‘รักษ์ทะเล ดูแล ธรรมชาติ สร้างรากฐานที่ยั่งยืน’ ขึ้นที่อาคารตลาดเทศบาลบางตะบูนจังหวัดเพชรบุรี เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทคต้องการคืนสิ่งดีๆกลับสู่สังคมและประชาชนเพื่อตอบโจทย์การนำเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสังคมไทยให้ดีขึ้น

แม้เก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะเปลี่ยนมือสู่นายทอเร่ จอห์นเซ่น แต่นโยบายการดำเนินงานด้าน CSR ผ่านโครงการดังกล่าวไม่ได้ถูกลดน้ำหนักลงแต่กลับให้ความสำคัญมากขึ้นเนื่องจากทอเร่เห็นว่าการสร้างความประทับใจผ่านการให้กลับคืนจะทำให้ผู้ใช้บริการมีความนิยมชื่นชมในแบรนด์ของดีแทค

นายทอเร่กล่าวถึงนโยบายการดำเนินงานด้าน CSR นี้ว่า จะยังคงเดินหน้า โครงการต่างๆที่ดีแทคทำให้เห็นภาพชัดและลงถึงประชากรรากหญ้าของไทยให้มากที่สุด ส่วนเม็ดเงินที่ใช้นั้นดีแทคไม่ได้วางเป็นงบประมาณตายตัว เพราะเล็งเห็นว่าความจำเป็นในการช่วยเหลือสังคมไทยควรจะสามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์และความจำเป็น

สำหรับโครงการโทร. * 1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร นั้นเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในระดับที่ดี เพราะสามารถนำเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือมาช่วยเพิ่มผลผลิตเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ โดยอนาคตเชื่อว่าหากเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G สามารถใช้งานในประเทศไทยได้จริง ดีแทคมีแผนจะนำข้อมูลการเกษตร

ส่งตรงถึงเกษตรกรถึงหัวบันไดบ้านได้ทั้งภาพและเสียง เพราะเทคโนโลยี 3Gสามารถเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่มทุกพื้นที่และถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศสุดท้ายที่มีการลงทุน 3G ก็ไม่ถือว่าช้าหากจะเริ่มลงทุนวันนี้เพราะประโยชน์ของเทคโนโลยีสามารถช่วยพัฒนาประเทศได้อีกมาก

ด้านนายพีระพงษ์ กลิ่นละออ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิดดีแทค ผู้ล้มลุกคลุกคลานปลุกปั้นโครงการ CSRของดีแทคมาปีกว่ากล่าวว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าเกษตรกรไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยี GPRS ด้วยการส่งผ่านข้อมูล MMS ไปถึงมือเกษตรกร หรืออาจจะเป็นรูปแบบวิดีโอสั้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรรู้วิธีการแก้ปัญหาการเกษตรและเพิ่มผลผลิตใหม่ให้มากยิ่งขึ้นจากปัจจุบันเป็นการให้บริการผ่านข้อความสั้น (SMS) และบริการให้ข้อมูลทางเสียง

‘มาถึงวันนี้ผลตอบรับ*1677 ออกมาดีเกินคาดชนิดหายเหนื่อยและผมเชื่อว่าจะมีการขยายผลออกไปแบบปากต่อปากมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเกษตรกรรับข้อมูลผ่าน * 1677 จำนวน 180,000 รายเกินกว่าตัวเลขที่ตั้งไว้ 60,000 ราย ถึง 3 เท่าตัวและเป้าหมายในปีนี้เราตั้งไว้ว่าถึงสิ้นปีจะมีเกษตรกรสนใจรับข่าวสารผ่าน * 1677 ซึ่งเป็นบริการฟรีไม่คิดค่าบริการ 200,000 รายแต่ก็เชื่อว่าจะมีผู้ใช้บริการเกินเป้าหมายที่วางไว้’

สาเหตุที่ทำให้เกษตรกรสนใจใช้บริการ คาดว่ามาจากการให้ข้อมูลปากต่อปาก โดยการเสวนาแต่ละครั้ง ดีแทคจะเลือกเอาผู้นำชุมชน อาทิ กำนันผู้ใหญ่บ้านมาเข้าร่วม ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนมีภาวะความเป็นผู้นำสูงกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ และเมื่อเห็นว่าข้อมูลที่ได้จากบริการเป็นประโยชน์ ผู้นำชุมชนเหล่านี้ก็จะนำไปบอกต่อเกษตรกรที่อยู่ในความดูแล

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าโครงการนี้ จำเป็นจะต้องกะเทาะเปลือกความกลัวเทคโนโลยีของเกษตรกรด้วยการลงพื้นที่ไปจัดสัมมนาในจังหวัดต่างๆโดยดีแทคจะส่งทีมพนักงานลงไปให้ความรู้และเปิดโอกาสให้ชาวต่างจังหวัดได้ทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีเช่นการใช้ SMS และการสอบถามข้อมูลเสียงกับศูนย์ข้อมูล เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการอย่างแท้จริง

สำหรับแผนการดำเนินงานโครงการในปีนี้จะเป็นเน้นทำกิจกรรมในเชิงลึกระดับอำเภอและหมู่บ้าน หลังจากปีที่ผ่านมาจะเน้นพื้นที่เขตตัวจังหวัดก่อน โดยในปีนี้ดีแทคมีแผนการจัดสัมมนาจำนวน 10-12 ครั้งจากปีที่ผ่านมาเดินหน้าจัดเสวนาทั้งสิ้น 34 ครั้งโดยสาเหตุการลดจำนวนการจัดสัมมนาลงไม่ได้ทำให้การขยายโครงการลงลึกในชนบทน้อยลงเพราะดีแทคมีแผนประสานงานกับหน่วยงานส่วนภูมิภาค เช่นองค์กรบริหารส่วนตำบล และองค์กรบริหารส่วนจังหวัดเปิดให้เกษตรกรสามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมผ่านศูนย์การเรียนรู้ของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและยังมีแผนนำโครงการดังกล่าวประสานกับโครงการอื่นๆของดีแทคไปให้ความรู้แก่เกษตรกรในเขตพื้นที่ต่างๆอีกด้วย

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2552 | ข่าว ทั่วไป



ICT ดันบรอดแบนด์ลดราคาลง50%

ไอซีทีหวังเห็นราคาบรอดแบนด์ไทยลดลงจากเดิม 50 % ยอมรับมีความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง รองปลัดเผยเสนอของบ 2,000 ล้านบาทภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 เพื่อนำไปกระจายการใช้บรอดแบนด์เข้าสู่ชุมชน ผ่านโครงการไอซีทีชุมชน และการวางโครงข่าย GIN อินเทล ชี้ไทยเป็นประเทศสุดท้ายที่จะลงทุนไวแมกซ์ในภูมิภาคนี้เพราะกทช.ยังไม่ชัดเจนเรื่องการออกใบอนุญาต

นายนิมิตร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยภายหลังการประชุมการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการวางรากฐานระบบไอซีทีว่า กระทรวงฯได้เห็นถึงความสำคัญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง จึงมีแผนผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยเบื้องต้นเห็นว่าปัจจัยที่จะทำให้บรอดแบนด์สามารถเข้าถึงประชากรได้ทั่วถึงมากขึ้นคือการทำต้นทุนบริการบรอดแบนด์ใหม่มีราคาถูกลง 50% จากปัจจุบันค่าบริการอินเทอร์เน็ตรายเดือนความเร็ว 3 เมกะบิตอยู่ที่ 590 บาท

“กระทรวงไอซีทีเห็นถึงความสำคัญของบรอดแบนด์ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของประเทศ โดยต้นทุนค่าบริการรายเดือนของบอรดแบนด์เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันบรอดแบนด์ให้เข้าถึงประชากรในประเทศ ดังนั้นค่าบริการบรอดแบนด์ควรถูกลงจากปัจจุบัน 50 % เช่นบรอดแบนด์ความเร็ว 1 เมกะบิต ราคา 300 บาท ต่อเดือน”นายนิมิตกล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้มีการวางเป้าหมายสำหรับแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 2 เพื่อช่วยให้บรรลุพันธกิจและวิสัยทัศน์ดังกล่าวในระดับประเทศ โดยภายในปี 2553 จะต้องมีประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนครัวเรือนทั้งประเทศ สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยบริการบรอดแบนด์ หรือคิดเป็นผู้จดทะเบียนการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 8 ล้านพอร์ต ขณะเดียวกันก็จะทำให้เป้าหมายของการเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านเครื่องภายในปี 2553 ด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศขึ้นอย่างน้อย 15 อันดับ ภายในปี 2556 จากการจัดอันดับของ Networked Readiness Rankings

นายอังสุมาล ศุนาลัย รองปลัดกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า กระทรวงไอซีทีได้ยื่นของบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้โครงการลงทุนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบรอดแบนด์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี นับจากปี 2553-2554

ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าว แบ่งเป็น สำหรับโครงการศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนจำนวน 800 ล้านบาท และการวางโครงข่ายเชื่อมโยงสื่อสารข้อมูลภาครัฐ (GIN) กระจายสู่ระดับอำเภอประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการจะช่วยผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ตลอดจนการใช้บริการในราคาที่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบรอดแบนด์ขึ้น โดยมีนายอังสุมาลเป็นประธาน และคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ เบื้องต้นเพื่อทำหน้าที่หารือกับบริษัทโทรคมนาคม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐในการจัดสรร ติดตั้ง และการเช่าใช้โครงข่าย โดยจะประชุมนัดแรกสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนหารือกับภาคเอกชนต่อไป

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ในต่างประเทศต่างให้ความสำคัญต่อการลงทุนบรอดแบนด์เนื่องจากเล็งเห็นว่ามีความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เช่น ประเทศออสเตรเลีย จีน รวมถึงประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ลาวได้ลงทุนไวแมกซ์ไปแล้วส่วนประเทศเวียดนามก็ประกาศชัดเจนว่าจะมีการลงทุนในปีนี้

สำหรับประเทศไทยเชื่อว่าจะเป็นประเทศสุดท้ายเช่นเคยสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยี ไวแมกซ์ เนื่องจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการขับเคลื่อนใบอนุญาตไวแมกซ์ ทั้งนี้เห็นว่ากทช.ควรจะเร่งผลักดันออกใบอนุญาตเทคโนโลยี 3 จี 3.5 จี 4 จี ให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ประเทศสูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปมากกว่านี้

อย่างไรก็ดี ในต่างประเทศพบว่ามีการนำบรอดแบนด์มาใช้อย่างแพร่หลายเพราะเล็งเห็นว่าจะช่วยพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในทุกๆด้าน เช่น ด้านการศึกษาที่นักเรียนนักศึกษาสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายขึ้นโดยผ่านระบบ บรอดแบนด์ ด้านภาคธุรกิจ บรอดแบนด์สามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถทำตลาดได้กว้างขึ้น ด้านบริการภาครัฐ บรอดแบนด์สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐผ่านอินเทอร์เน็ตได้สะดวกสบาย ลดการเดินทางไปทำธุรกิจตามศูนย์ราชการได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ในส่วนอัตราค่าบริการบรอดแบนด์ในประเทศไทยยังสูงกว่าต่างประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ต่อหัวของประชากรตัวอย่างเช่น ในรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกาค่าบริการบรอดแบนด์ต่อเดือนอยู่ที่ 20-35 เหรียญ หรือ 700-1,000 บาท จากรายได้ต่อหัวของประชากรเฉลี่ย 25,000 เหรียญ หรือ 800,000 บาท ส่วนในประเทศไทยอัตราค่าบริการอยู่ที่ 590 บาทต่อเดือน จากรายได้ต่อหัวของประชากรเฉลี่ย 15,000 บาท

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2552 | ข่าว ทั่วไป



อินเตอร์แมคโชว์คอมพ์ 3G ตั้งแวลูคู่ค้าเจาะขนส่ง

อินเตอร์แมคส่งคอมพิวเตอร์พกพาที่รองรับเทคโนโลยี 3G รุ่น CN50 และ CN4 ลงตลาด พร้อมตั้งแวลูเป็นหัวหอกในรุกตลาดประเทศไทย มีกลุ่มเป้าหมายคือธุรกิจขนส่ง

นายแจ็ค เทย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชีย ดูแลรับผิดชอบการทำตลาดภาคสนาม และการทำตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท อินเตอร์แมค กล่าวว่า บริษัทได้นำคอมพิวเตอร์พกพารุ่น CN50 และ CN4 ออกสู่ตลาด หลังมีการสั่งจองจากลูกค้า โดยมีกลุ่มหมายหลักคือ ธุรกิจขนส่งและรับส่งสินค้า หรือลอจิสติกส์ นอกจากนี้ เพื่อความคล่องในการทำตลาดประเทศไทย บริษัทได้แต่งตั้งบริษัท เดอะแวลูซิสเต็มส์ เป็นตัวแทนจำหน่ายแบบเพิ่มูลค่า หรือแวลู แอดเดด ดิสทริบิวเตอร์

ทั้ง CN50 และ CN4 รองรับเทคโนโลยีระบบ 3G ไร้สาย สำหรับการทำงานนอกสถานที่ นอกจากนี้ CN50 ยังรวมเอาเทคโนโลยีวิทยุ 3.75G WWAN HSUPA ไว้ในตัวเครื่อง ส่วน CN4 เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบ 3.5G และถูกออกแบบให้สามารถตกจากที่สูงได้ถึง 6 ฟุต ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง หรือมุมทั้ง 4 ด้าน ขณะเดียวกันก็เป็นโซลูชันที่สมบูรณ์แบบสำหรับกิจการด้านขนส่งเชิงพาณิชย์การรับส่งสินค้า และการให้บริการนอกสถานที่

ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่น CN3 ที่เน้นลูกค้าภาคราชการ อสังหาริมทรัพย์ และสุขภาพที่มีการการบริหารจัดการในกลุ่มโรงพยาบาล นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังมาพร้อมกับออปชันเสริม Enhanced Mobile Document Imaging ช่วยให้พนักงานนอกสำนักงานแปลงเอกสารเต็มหน้ากระดาษให้อยู่ในรูปเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวก รวดเร็ว ณ จุดให้บริการ ด้วยฟังก์ชันนี้

พร้อมกันนี้ ยังรองรับระบบสมาร์ทซิสเต็ม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามอุปกรณ์พกพาได้ ลดระยะเวลาในการติดตั้ง ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเดิมได้ง่าย และมีระบบบริหารจัดการอุปกรณ์จากระยะไกล

จากการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกสู่ตลาด และการมีคู่ค้าอย่างแวลู อินเตอร์แมคเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณการใช้งานนอกสำนักงานได้ 20-30% และจะมีส่วนในการผลักดันยอดขายรอบปีนี้ให้ถึง 10% ตามเป้าที่วางไว้ เพราะจะมีความคล่องตัวในการทำตลาด จากเดิมการจัดส่งสินค้าจะต้องมาจากคลังที่สหรัฐอเมริกา ส่วนรายในรอบปีที่ผ่านมามีอัตราการโตอยู่ที่ 10-20%

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2552 | ข่าว ทั่วไป



บอร์ดตั้ง"กฤษดา"รับผิดชอบธุรกิจ CDMA เล็งประชุมปลายสัปดาห์หน้า หาทางออก CAT CDMA มั่นใจซื้อคืน HUTCH บริหารเองรอด

ทั้งนี้ บอร์ด ชุดดังกล่าวประชุมในปลายสัปดาห์หน้า หาทางออกการดำเนินธุรกิจซีดีเอ็มเอ โดยเฉพาะเจรจากับ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด เพื่อซื้อโครงข่ายในเขต 25 จังหวัดภาคกลางมาดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะสามารถบริหารได้เองเป็นอย่างดี

ปัจจุบัน กสท มีลูกค้าภูมิภาคประมาณ 3 แสนราย และอยู่ระหว่างการเจรจาแนวทางทำธุรกิจร่วมกับ ฮัทช์ ในการให้บริการซีดีเอ็มเอทั่วประเทศ

ทั้งนี้บอร์ดแสดงความเป็นห่วงกสท ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก และยังมีปัญหาการทับซ้อนกับ บมจ.ทีโอที และข้อพิพาทกับบริษัทเอกชน ที่ต้องเร่งแก้ไขหาทางออก

“เรื่องข้อพิพาท เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งกรณี กสท กับ ทีโอที และ กสท กับ บริษัทเอกชน บอร์ดได้เร่งรัดไปยังฝ่ายบริหารแล้วให้มานำเสนอแนวทางออกในการประชุมครั้งต่อไป” นายนัที กล่าว

นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และกรรมการ กสท กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ จะให้ผู้สมัครทั้ง 7 คน มาแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ให้เสร็จภายในวันเดียว จากนั้นจะประชุมลงคะแนน พร้อมเสนอบอร์ดพิจารณาในวันที่ 24 มิ.ย. 2552

หากบอร์ดเห็นชอบ ก็จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาค่าตอบแทน จากนั้นบอร์ดจะส่งไปกระทรวงการคลังอีกครั้ง คาดว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดภายในเดือนก.ค. นี้

กรุงเทพธุรกิจ 13 มิถุนายน 2552 โดย : พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์ | ข่าว ทั่วไป



กทช.เดินเครื่องสเปกมือถือ 3G เลือก 'เนร่า'เป็นที่ปรึกษา

"กทช." ทุ่ม 27 ล้านบาทเลือก "เนร่า" เป็นที่ปรึกษากำหนดการประมูลมือถือ 3 G กำหนดกรอบระยะเวลา 4 เดือนแล้วเสร็จพร้อมเปิดประมูลอี-ออกชัน ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ค่ายมือถือ "เอไอเอส-ดีแทค-ทรูมูฟ" พร้อมเข้าประมูล

นายสุรนันนท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภายในสัปดาห์นี้ กทช.จะเซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัท เนร่า จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่ปรึกษากำหนดเกณฑ์การประมูล (Auction Design) และกำหนด เงื่อนไขต่างๆในการประกวดราคา สำหรับเงื่อนไขสัญญาว่าจ้างกำหนดระยะเวลา 4 เดือนภายหลังจากเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ในวงเงิน 27 ล้านบาท ดังนั้นคาดว่ากทช.จะออกประกาศเปิดประกวดราคาใบอนุญาต 3จี ได้ประมาณเดือนสิงหาคม - กันยายน และเชื่อว่าจะเปิดประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์(e-Auction) ประมาณเดือนตุลาคม หรือ อย่างช้าสุดภายในสิ้นปีนี้ หลังจากผู้เข้าประกวดราคาผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในเบื้องต้น

"วงเงินดังกล่าวได้รับอนุมัติจากบอร์ด กทช.เรียบร้อยแล้วงานระดับโปรเจ็กต์หมื่นล้านบาทกับการว่าจ้างที่ปรึกษาในระดับวงเงินเท่านี้ถือว่าคุ้ม"

ขณะที่ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับการเปิดประมูลออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อาจจะไม่เป็นไปตามกรอบเวลาเดิมที่วางไว้ในช่วงไตรมาสที่สาม เนื่องจาก กทช.คัดเลือกที่ปรึกษาเกณฑ์การประมูล แต่ยังเชื่อว่าจะสามารถเห็นการเปิดประมูลได้ภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม กทช. ได้ตัดสินใจที่จะว่าจ้างบริษัท เนร่า จากประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงรายเดียวมาเป็นที่ปรึกษาออกแบบเกณฑ์การประมูลและเงื่อนไขต่าง ๆ โดยจะมีการลงนามสัญญาภายในเร็วๆนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาสรุปแผนการดำเนินการบนคลื่นความถี่ สำหรับในส่วนที่ปรึกษาทางเศรษฐศาสตร์นั้นคาดว่าจะว่าจ้างบริษัท เนร่าฯ เช่นกัน

พล.อ.ชูชาติ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้จะเป็นการเปิดประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G บนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์แต่คงไม่ทันภายในไตรมาสที่ 3 ตามกำหนดเดิมเพราะ กทช.เพิ่งได้คัดเลือกที่ปรึกษา แต่ก็จะเดินหน้าอย่างเต็มที่เนื่องจากภาครัฐบาลให้การสนับสนุน ส่วนคณะรัฐมนตรีที่นำเรื่อง 3G ของ บมจ.ทีโอที เข้าไปพิจารณานั้นเป็นคนละบทบาทหน้าที่

ก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศจำนวน 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่มีผู้ใช้บริการจำนวน 27 ล้านราย,บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค มีผู้ใช้บริการจำนวน 19 ล้านเลขหมาย และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทรูมูฟ มีจำนวนผู้ใช้บริการจำนวน 15 ล้านราย มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมประมูล หาก กทช. กำหนดแผนอย่างเป็นทางการ

ฐานเศรษฐกิจ 11 มิ.ย. - 13 มิ.ย. 2552 | ข่าว ทั่วไป



ญี่ปุ่นลุย Wi-Max เร็วที่สุดในโลก

โอเปอเรเตอร์ให้บริการเครือข่ายสื่อสารเคลื่อนที่ของญี่ปุ่นนาม UQ Communications แถลงข่าวร่วมกับผู้บริหาร Intel เพื่อให้บริการเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูงไวแมกซ์ (WiMAX) ที่เร็วที่สุดในโลกวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ระบุความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดคือ 40Mbps และสามารถอัปโหลดข้อมูลด้วยความเร็ว 10Mbps

นอกจากการเริ่มให้บริการไวแมกซ์เต็มตัวเป็นรายแรกในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม ทั้งสองยังร่วมกันเปิดตัวชิปเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูงไวแมกซ์ (WiMAX) ของอินเทลสำหรับติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งทันทีที่บริษัท UQ ออกมาประกาศว่าพร้อมให้บริการไวแมกซ์ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกว่า 13 รายก็พร้อมใจกันออกคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อไว้ใช้งานกับเทคโนโลยี WiMAX แล้ว

ไวแมกซ์ (WiMAX) ย่อมาจากคำว่า Worldwide Interoperability for Microwave Access หรือมาตรฐาน IEEE 802.16 คือเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงระยะไกล มีรัศมีทำการกว้างถึง 30 ไมล์ (ประมาณ 48 กิโลเมตร) ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงสุด 75 เมกะบิตต่อวินาที สามารถส่งสัญญาณได้แม้มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้หรืออาคาร และบนรถที่มีการเคลื่อนที่

หนึ่งในนั้นคือระบบเนวิเกเตอร์สำหรับนำทางในรถยนต์ของฮิตาชิ มาพร้อมชิปไวแมกซ์ของอินเทลที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลจากเครือข่ายไวแมกซ์ในขณะรถวิ่ง นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กใหม่ของเอ็นอีซีนาม "LaVie Light BL350" โน้ตบุ๊กไวแมกซ์ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์อะตอม (ATOM) ของอินเทล มาพร้อมแอลซีดี 10.1 นิ้ว ซึ่งเอ็นอีซีมีแผนจะวางตลาดอย่างเป็นทางการวันที่ 11 มิถุนายนนี้

การทำให้บริการไวแมกซ์เกิดขึ้นได้จะต้องใช้ชิปสำหรับรับสัญญาณคลื่นความถี่พิเศษ และโครงข่ายกระจายสัญญาณ จุดนี้อินเทลระบุว่า กลุ่มทุนของอินเทลได้เทเงินทุนกว่า 43 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยให้ UQ สามารถสร้างเครือข่ายให้บริการแก่ลูกค้าในประเทซญี่ปุ่นได้ โดยเครือข่ายข่ายขณะนี้ครอบคลุมเมืองโตเกียวทั้งเมือง ส่วนเมืองใกล้เคียงอย่างคาวาซากิและโยโกฮามาจะต้องรออย่างช้าคือสิ้นปีนี้ โดย UQ ระบุว่ามีแผนขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่อาศัยของประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ในปี 2012

การเปิดตัวบริการเครือข่ายไวแมกซ์ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดศึกแข่งขันอย่างเต็มตัวระหว่างโอเปอเรเตอร์เบอร์หนึ่งและเบอร์สองแดนปลาดิบอย่างเอ็นทีทีโดโคโม (NTT DoCoMo) และเคดีดีไอ (KDDI) โดย UQ นั้นได้รับการสนับสนุนจากเคดีดีไอในขณะที่โดโคโมมีแผนให้บริการเครือข่ายข้อมูลไร้สายความเร็วสูง HSUPA แทน ความเร็วในการอัปโหลดข้อมูลคือ 5.7Mbps ความเร็วในการดาวน์โหลด 14Mbps ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวภายในปีนี้เช่นกัน

ท่ามกลางการแข่งขันสุดมันส์ ประเทศไทยกลับไม่มีวี่แววการออกใบอนุญาตให้บริการไวแมกซ์ซึ่งใช้คลื่นความถี่พิเศษที่ผู้ให้บริการต้องขออนุญาตจากรัฐบาลประเทศนั้นๆ ทั้งที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนามหรือมาเลย์เซียล้วนได้รับไฟเขียวและพร้อมให้บริการในเร็ววันนี้แล้ว

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มิถุนายน 2552 | ข่าว ทั่วไป



รู้จักผู้อยู่เบื้องหลังบริการ Wi-Max บนยอดดอย

“ดร.มนตรี” ผู้รับผิดชอบโครงการนำร่องของทีทีแอนด์ที ในการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สาย มาให้บริการ เพื่อสร้างสังคมองค์ความรู้ และขยายโอกาสทางการศึกษา ...

ขณะนี้ การใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยได้เติบโตขึ้นจากหลายปีก่อน จากเดิมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เคยพูดถึงบรอดแบนด์ 1 ล้านพอร์ต แต่ปัจจุบันเมื่อจำนวนการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่เป็นเป้าหมายต่อไปคือ การทำให้พื้นที่บริการครอบคลุมไปยังทุกส่วนของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย หรือไวแมกซ์ ที่ล่าสุดได้ทดลองให้บริการนำร่องในพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดเชียงราย โดยบริษัททีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีไวแมกซ์ใช้งาน แต่ส่วนหนึ่งยังไม่ทราบว่าไวแมกซ์นำไปใช้ปะโยชน์อะไรได้บ้าง ประเทศไทยพร้อมให้บริการหรือไม่ แล้วเมื่อผู้ให้บริการได้รับอนุญาติจาก กทช.ให้ดำเนินการให้บริการเชิงพาณิชย์ จะพร้อมเปิดให้บริการได้เมื่อใด

ผู้ที่ตอบคำถามนี้ได้ คงหนีไม่พ้น ดร.มนตรี เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการไวแมกซ์ บริษัททีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) ผู้รับผิดชอบโครงการ และเป็นแกนหลักคนหนึ่งของไทยในไวแมกซ์ฟอรัม ส่วนมุมมองต่อภาพรวมโครงสร้างอินเทอร์เน็ตเมืองไทย และการนำไวแมกซ์ไปใช้งานจะเป็นอย่างไร เชิญติดตามได้ ณ บัดนี้...

IT Digest: มุมมองภาพรวมของโครงสร้างเครือข่ายบรอดแบนด์เมืองไทย

ดร.มนตรี: ขณะนี้ ตลาดอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีศักยภาพ (Potential Market) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอัตราส่วนประชากรต่อจํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2551 อยู่ที่ 20.5% และจํานวนผู้ใช้บริการมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 มีจํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น 13,416,000 ราย เพิ่มสูงขึ้นถึง 483.3% เทียบกับปี 2543 สําหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ มีแนวโน้มขยายตัวแบบก้าวกระโดด ด้วยอัตราส่วนประชากรต่อจํานวนผู้ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2551 อยู่ที่ 1.6% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 17.3% ในปี 2556 ในขณะที่ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ มีจํานวนผู้ใช้งานลดลงอย่างชัดเจนนับจากปี 2548 เป็นต้นมา

เนื่องจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ประจําที่ หรือ ฟิกซ์ไลน์ เช่น ทีทีแอนด์ทีเห็นว่า โทรศัพท์ประจำที่มีศักยภาพตลาดที่ลดลง จึงหันมาให้ความสนใจ และเตรียมที่จะส่งเสริมกิจกรรมการตลาดในบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น และต้องการขยายไปสู่การให้บริการ IP-based transit แก่ผู้ให้บริการรายย่อย รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้บริการไวแมกซ์ (WiMAX) ในอนาคต เพื่อกระตุ้นความต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง และขยายจํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าว ชัดเจนในเขตพื้นที่เมืองใหญ่ หรือ พื้นที่เชิงพาณิชย์มากกว่าในระดับภูมิภาคที่ การใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ยังคงขยายตัวเข้าแทนที่อินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำได้ช้ากว่า เนื่องจากข้อจํากัดด้านโครงข่ายและเทคโนโลยี

IT Digest: ปัญหาและอุปสรรคในการขยายโครงข่าย และการให้บริการรอดแบนด์

ดร.มนตรี: สำหรับในประเทศไทย รูปแบบการให้บริการบรอดแบนด์ ยังเป็นการให้บริการที่เน้นในเขตชุมชนอยู่ เนื่องจากพิจารณาในเชิงความคุ้มค่าต่อการลงทุน (Return on Investment) และปัญหาหลักๆ คือ สายเคเบิลทองแดงของไทยนั้น มีประสิทธิภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด โดยจุดนี้แก้ปัญหาได้โดยการเปลี่ยนจากสายทองแดง เป็นเคเบิลไยแก้วนำแสง หรือ ไฟเบอร์ออปติคแทน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในขณะนี้ WIMAX เป็นคำตอบของทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการขยายการบริการ และโครงข่ายที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

IT Digest: ไวแมกซ์ เหมาะสมกับเมืองไทยมากน้อยแค่ไหนและอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยได้ใช้ไวแมกซ์ช้ากว่าเพื่อนบ้าน

ดร.มนตรี: จากเหตุผลที่เล่าไปแล้ว ด้วยข้อจำกัดของการใช้งานระบบ ADSL ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจำกัดชุมสาย ระยะทางระหว่างผู้ใช้กับชุมสาย รวมถึงจำนวนของโอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการได้ ทำให้กลุ่มผู้ใช้ตามที่อยู่อาศัยถูกจำกัด ไม่สามารถให้บริการได้เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงการพยายามทำให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์เข้าถึงพื้นที่ในชนบท

ดังนั้น การนำ WiMAX มาใช้จะตอบโจทย์ดังกล่าว และเกิดบริการต่างๆ ที่เรียกกันว่า ทริปเปิ้ลเพลย์ คือ บริการเสียง บริการภาพ และบริการเนื้อหา ในเครือข่ายเดียวได้มากขึ้นด้วย เช่น การพูดคุยผ่านทางอินเทอร์เน็ต (VoIP) เป็นต้น ซึ่งก้าวต่อไปของการพัฒนาคือการทำให้เป็น Home Gateway ขณะนี้ ในกลุ่มยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศที่เจริญแล้วในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือไต้หวัน ได้มีการเปิดให้บริการแล้ว สำหรับไวแมกซ์แล้วจำเป็นต้องได้รับไลเซนต์ หรือ ใบอนุญาตการให้บริการ หากยังไม่มีไลเซนต์ ก็ยังไม่สามารถให้บริการไวแมกซ์ได้ นั่นคือสาเหตุที่คนไทยได้ใช้งานไวแมกซ์ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน

IT Digest: จากการลองใช้งานจริงที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ตอบสนองความต้องการได้อย่างไรบ้าง

ดร.มนตรี: โครงการที่ ม.แม่ฟ้าหลวงมีชี่อว่า “โครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ กทช. โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา อีกทั้งยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สู่โรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ชนบท ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายครู ในการพัฒนาการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และ เพื่อพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาอาชีพของชุมชนในชนบท

จากโครงการฯ นี้เยาวชนไทยในชนบทจะได้รับการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา โดยสาระสำคัญคือการสร้างเครือข่ายทางการศึกษา โดยโครงการต้นแบบนี้ เริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยเทคโนโลยีหลักที่ใช้ คือ ไวแมกซ์ ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบันนี้ ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนจำนวนหลายหมื่นคน บริเวณพื้นที่รัศมีโดยรอบมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวนทั้งสิ้น 21 โรงเรียนจะเป็นเยาวชนกลุ่มแรกที่ได้ใช้งานไวแมกซ์

การนำไวแมกซ์ มาใช้ในด้านการศึกษา จะช่วยเติมเต็ม และต่อยอดด้านการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ช่วยลดช่องว่างด้านการเรียนรู้ เนื่องด้วย ไวแม็กซ์ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงที่มีรัศมีการรับส่งสัญญาณกว้างไกล สามารถครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้หลายตารางกิโลเมตร และยังมีความเร็วสื่อสารข้อมูลสูงกว่าเทคโนโลยีไร้สายในปัจจุบันหลายเท่า ทั้งนี้ ไวแมกซ์ สามารถรองรับการให้้บริการระบบงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ การสื่อสารข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet) ข้อมูลภาพ (Video) และข้อมูลเสียง (VoIP) อีกทั้ง ไวแม็กซ์ ยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการบริการแบบมีสายเช่นในอดีต

ไวแม็กซ์ในโครงการฯ นี้ใช้เพื่อการสื่อสารและประยุกต์ ใช้ร่วมกับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ อาทิเช่น การใช้งานระบบห้องสมุดดิจิตอล (E-Libraries) ระบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) ซึ่งเป็นการจำลองห้องเรียน บทเรียน องค์ความรู้ตลอดจนรูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันมาเรียนกันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารไร้สายไวแม็กซ์ ซึ่งจะส่งผลให้ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ก่อให้เกิดการเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere-Anytime) ในลักษณะปฏิสัมพันธ์จริงระหว่างคุณครู และนักเรียนด้วยสื่อผสม (Multimedia-Edutainment) ทั้งภาพ เสียงและเนื้อหา ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนไปในคราวเดียวกัน เป็นการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายครู อาจารย์และนักเรียนในการพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของครู อาจารย์และนักเรียน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย

โครงการนี้ อาศัยรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในชุมชนทั้ง 21 โรงเรียน ด้วยการสนับสนุนจาก กทช.ทั้งนี้นอกเหนือจากจะเป็นการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาที่ เด็กจะไม่เป็นเพียงผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถที่จะนำความรู้ที่ได้เรียนรู้จากคุณครู (Supply-Side Learning) มาทำการแลกเปลี่ยนแบ่งปันกับคุณครูผู้สอน และระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน แบบไม่จำกัดแต่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังแลกเปลี่ยนแบ่งปันระหว่างเพื่อนต่างห้องเรียน และแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันระหว่างโรงเรียน (Collaboration) ได้อีกด้วย

สิ่งที่กล่าวมาก่อให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ระหว่างเด็กนักเรียนด้วยกันเอง (Demand-Side Learning) นำไปสู่กระบวนการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development) ในที่สุด ในอนาคตยังขยายรูปแบบและหลักการ ปฏิบัติในลักษณะของสังคมแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปัน เช่นนี้ เพื่อการสร้างความรู้ การสร้างงาน การพัฒนาอาชีพของชุมชน โดยหลักการที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทั้งหมดนี้ ได้อิงตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม์มายุครบ 80 พรรษา

IT Digest: ทิศทางของทีทีแอนด์ที กับการใช้บรอดแบนด์ ผ่านไวแมกซ์เป

ดร.มนตรี: หาก กทช. ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้เทคโนโลยี WiMAX ในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ทีทีแอนด์ที จะดำเนินการต่อยอดโครงข่าย WiMAX ให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างครบถ้วนพัฒนาเป็นโซลูชั่นด้านการศึกษา คือ สมมุติว่า กทช.ออกใบอนุญาตภายใน ก.ค.2552 ทีทีแอนด์ทีจะให้บริการไวแมกซ์ได้ภายใจ 6 เดือน หรือปลายปี 2552 หลังจากปรับปรุงโครงข่ายเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้แล้ว ยังจะสร้างโซลูชั่นเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการตั้งแต่รายเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ได้ โดยจะนำประโยชน์จาก WiMAX มาพัฒนาเป็นโซลูชั่น ที่จะยังประโยชน์ให้แก่ลูกค้าในเชิงธุรกิจอีกด้วยโดยยึดหลัก 3 ประการสำหรับลูกค้าคือ 1.ลดค่าใช้จ่าย 2.สะดวกสบาย และ3.เพิ่มรายได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า เมื่อลูกค้าของห้างเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าจะมี Pop-up โฆษณาสินค้า ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นของทางห้าง ตลอดจนสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านแคตตาล็อคออนไลน์ ที่ปรากฏบนหน้าจออุปกรณ์เคลื่อนที่ อาทิ เน็ตบุ๊คหรือ โทรศัพท์มือถือที่รองรรับไวแม็กซ์ ได้ทันที

นอกจากนี้ สามารถนำประโยชน์จากไวแมกซ์ มาช่วยการในการติดต่อสื่อสารขององค์กรที่มีสำนักงานสาขาจำนวนมากได้ด้วย โดยใช้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ VoIP ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนค่าโทรศัพท์ขององค์กร รวมถึงการพัฒนาโซลูชั่นด้านความปลอดภัยเช่นระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย ซึ่งจะทำให้ระบบการรักษาความปลอดภัยมีประหยัดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ เป็นต้น

IT Digest: กลยุทธ์ของทีทีแอนด์ที ต่อการผลักดันสังคมไทยสู่องค์ความรู้เป็นอย่างไร

ดร.มนตรี: การผลักดันสังคมไทยสู่สังคมแห่งความรู้ หรือ Knowledgebase Society นั้นจำเป็นต้องร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน สำหรับทีทีแอนด์ที มองแนวคิดในเชิงของสังคมแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปัน โดยพื้นฐานนั้นสอดคล้องกับแนวคิดและการดำเนินการในโครงการต้นแบบฯ ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และกทช. โดยการเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสื่อและองค์ความรู้ การสนับสนุนจากเครือข่ายทางสังคม ผลผลิต (Productivities) และคุณภาพการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนตลอดจนความยั่งยืนของโครงการฯ

IT Digest: หาก กทช.ไม่ออกใบอนุญาตไวแมกซ์ในปีนี้ ยังมีเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้บริการลูกค้าอีกหรือไม่

ดร.มนตรี: ขณะนื้ ระหว่างรอใบอนุญาตไวแมกซ์ ทีทีแอนด์ทีได้จับมือกับพันธมิตรคือ อินเทลและเบนคิว จัดทำโครงการ “MAX IQ โน๊ตบุ๊คอัจฉริยะ” “Max IQ โน๊ตบุ๊กอัจฉริยะ – ใช้เน็ตไม่อั้น” ผ่านบริการ Maxnet บรอดแบนด์และไวไฟ “Max IQ โน๊ตบุ๊กอัจฉริยะ – โทรหากันฟรี” บนบริการ VoIP และ “MAX IQ โน๊ตบุ๊คอัจฉริยะ – ความรู้ดีๆจาก E-Book Online” เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพใน การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การเรียน และความรู้ทั่วไป ที่น่าสนใจอีกมากมาย เพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความรู้

จากประสบการณ์ที่เราได้ร่วมทำโครงการศูนย์ต้นแบบทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบทเฉลิมพระเกียรติ โดยมีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและกทช. เป็นผู้ริเริ่ม นั้น เราพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในโครงการฯ เพื่อการเข้าถึง หนังสือหรือบทเรียนออนไลน์ เยาวชนจะได้รับการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา โดยสาระสำคัญ คือ การสร้างเครือข่ายทางการศึกษา การแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน

สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ลดข้อจำกัดด้านเวลา และสถานที่ก่อให้เกิดการเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere-Anytime) ในลักษณะปฏิสัมพันธ์จริงระหว่างครู และนักเรียนด้วยสื่อผสม (Multimedia-Edutainment) ทั้งภาพ เสียงและเนื้อหา ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนไปในคราวเดียวกัน ถือเป็นการเตรียมบริการและคอนเทนท์ต่างๆ ให้พร้อมรอรับการให้บริการ เพื่อที่เมื่อมีการให้บริการจริง จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่

IT Digest: มองการทำงานของกระทรวงไอซีที และกทช.ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และอยากให้เร่งดำเนินการด้านใดบ้าง

ดร.มนตรี: อยากให้กำลังใจคนทำงานทุกคนทั้งภาครัฐบาล เอกชน หรือ กทช. เวลานี้สังคมไทยของเรา ต้องให้กำลังใจกัน เหมือนกับเราเชียร์นักกีฬาไทย ที่ต้องออกไปแข่งขันกับต่างประเทศ เพื่อนำชัยชนะมาสู่ประเทศของเรา เมื่อ 28-29 เม.ย.2552 ที่ผ่านมา ส่วนตัวได้รับเกียรติเชิญ เข้าร่วมการบรรยายในงาน WiMAX Forum Congress ASIA ณ ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับอีกหลายประเทศทั่วโลก สิ่งที่พบคือความตื่นตัวในการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการพัฒนาประเทศของหลายๆประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของไวแมกซ์หากมองไปรอบๆบ้านเราพบว่า (ข้อมูลจาก WCIS: World Cellular Information Services) มาเลเซีย เริ่มให้บริการเมื่อ มิ.ย.2548 กัมพูชา เริ่มให้บริการเมื่อ ก.พ.2549 พม่า เริ่มให้บริการเมื่อ พ.ย.2550 และ ลาว เริ่มให้บริการเมื่อ ก.ย.2551

ในเมื่อประเทศไทยต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในเวทีโลก จึงต้องพยายามรู้เขารู้เรา พิจารณาดูว่าเพื่อนบ้านเขาไปถึงไหน แล้วเราอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ ทั้งภาครัฐและเอกชน อะไรที่ช่วยเหลือเสริมกันได้ควรจะลงมือทำ โดยทุกประเทศที่อยู่ในไวแมกซ์ฟอรัม ต่างมีนโยบายการใช้ไอซีทีพัฒนาประเทศเป็นวาระแห่งชาติ เมืองไทยอาจจะนำเอาตัวอย่างเหล่านี้ มาปรับใช้ ตรงไหนทำได้ หรือไม่ได้ต้องมาช่วยกัน ดังนั้นที่กล่าวมานี้จึงมองว่าเป็นเวลาที่คนไทยต้องให้กำลังใจกัน และช่วยกันมากกว่า

IT Digest: อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง

ดร.มนตรี: ผมมีแนวคิดว่าอยากจะมอบ ซอฟแวร์ห้องเรียนเสมือนจริง และการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องให้กับ โรงเรียนต่างๆ ที่ต้องการ นำไปใช้ในการเรียนการสอน เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำขึ้นมานี้ จะมีประโยชน์มากพอสมควร อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสทางการศึกา สร้างการเรียนการสอนแนวใหม่ ไม่น่าเบื่อเด็กๆ ไม่ต้องมาอ่านตำราเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตร่วมด้วยได้ ขณะเดียวกันเมื่อกลับมาที่การใช้อินเทอร์เน็ต ต้องใช้ให้คุ้มค่ากับประโยชน์ที่มีอยู่ เวลานี้การนำไวแมกซ์มาใช้งานยังไม่ช้าเกินไป เพราะเทคโนโลยีนี้ยังใหม่อยู่ได้อีกหลายปี

ขณะที่ การแข่งขันที่มากขึ้นของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจากนี้ไป ก็เป็นโอกาสของผู้บริโภค ที่จะเลือกสินค้าที่คุ้มค่า และบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น ไม่เป็นการผูกขาด อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนในสังคมอยู่ในโลกความเป็นจริง เปิดใจมองว่าสังคมกำลังก้าวไปทางไหน แล้วเราเดินไปร่วมกัน เพราะหากคนในประเทศทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะเกิดแนวทางการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน และการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ จะไม่ใช่เรื่องยากที่จะไปให้ถึง...

ไทยรัฐ 6 มิถุนายน พ.ศ.2552 | ข่าว ทั่วไป



ข่าว ทั่วไป หน้าที่   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15 

ข่าว 3G || ข่าว IT

AIS Aircard| AirCard| แอร์การ์ด| AirCard USB| GPRS| EDGE| 3G| Dtac aircard| 3G AirCard| 3G Router| GPS ติดรถ| GPS| GPS คืออะไร| GPS Navigator| ราคา GPS ติดรถ| ราคา GPS| GPS ติดตามรถ| GPS tracking| GPS tracker| GPS กันขโมย| ระบบติดตามรถยนต์

GPSIAMDOTCOM 323/8 ซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว41 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์ : 02-9399-616 - 17, 02-939-8912 / Fax : 02-939-8913