ค่ายมือถือดิ้นสู้ฟัด หลังใบอนุญาต 3G ส่อเค้าลากยาว 2 ปี "ทีโอที" สบช่องลุยปั๊มมาร์เก็ตแชร์ผ่าน "เอ็มวีเอ็นโอ" "ทรูมูฟ-เอไอเอส" เดินทุกทางทั้ง "อัพเกรดคลื่นเดิม-เจรจา MVNO" ขณะที่ "ดีแทค" เหลือทางออกเดียวผนึก "เทเลนอร์" ร้องนายกฯขอความเป็นธรรม ระบุอัพเกรดคลื่นเดิมแค่แก้ปัญหาระยะสั้น ดันเร่งประมูลไลเซนส์ใหม่-แปรสัมปทาน
นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากมาตรา 46 ของร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... (กสทช.) อาจมีปัญหากับรูปแบบการให้บริการแบบเช่าใช้โครงข่าย หรือ MVNO แต่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบกับ MVNO ของ ทีโอที เพราะทุกรายต่างได้รับใบอนุญาตจาก กทช.อย่างถูกต้อง ระหว่างนี้จึงดำเนินการต่อได้จนกว่าจะมีประกาศห้ามไม่ให้ทำ
หาก กฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้ทำ MVNO 3G ของทีโอทีก็ไม่ได้มีผลกระทบ เพราะมติ ครม.ระบุให้ทีโอทีทำหน้าที่ขายส่งบริการซึ่งมีหลายระดับ ถ้าทำรูปแบบ MVNO ไม่ได้ก็ใช้รูปแบบขายส่ง ให้พันธมิตรเป็นตัวแทนจำหน่ายทีโอที ได้กำไรมากกว่า MVNO เพราะมีค่าใช้จ่ายแค่ค่าการตลาด แต่ถ้าใช้รูปแบบขายส่งต้องลงทุนเพิ่มทั้งระบบบิลลิ่งและลูกค้าสัมพันธ์
และ จากความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย ทีโอทีใช้วิธีลงนามในบันทึกความตกลง ร่วมกัน (เอ็มโอยู) แทนทำสัญญาแต่งตั้งเป็น MVNO เพื่อให้มีความยืดหยุ่น โดยแต่ละครั้งมีระยะเวลา 6 เดือน-1 ปี ซึ่งเอ็มโอยูกำลังจะสิ้นสุดลงใน พ.ย.นี้ ซึ่งกำลังพิจารณาว่ารอบใหม่จะต่อแค่ 6 เดือน เพราะตามกรอบการลงทุน 3G ทั่วประเทศจะเปิดเฟสแรกใน 13 จังหวัดเศรษฐกิจในกลางปีหน้า และช่วงนั้นอาจมีความชัดเจนทางกฎหมายทำให้เปลี่ยนรูปแบบจากเอ็มโอยูเป็นการ เซ็นสัญญาหรือเมื่อโครงข่ายครอบคลุม อาจต้องปรับเงื่อนไขโดยเฉพาะเรื่องราคาเพราะปัจจุบันกำหนดราคาตามโครงข่าย ที่ยังไม่สมบูรณ์
"เงื่อนไขด้านราคาจะกำหนดอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค กัน ทั้งรายเล็กใหญ่ มีโครงข่ายหรือไม่มี หากซื้อเหมาปริมาณเท่ากันจะจ่ายค่าตอบแทนให้ทีโอทีอัตราเดียวกัน เราแบ่งกลุ่มผู้เช่าเป็น 2 กลุ่ม คือ MVNO ธรรมดากับที่เป็นค่ายมือถือ เพื่อกำหนดประเด็นเจรจากรณีค่ายมือถือเป็นการต่อยอดธุรกิจ แต่เงื่อนไขและการกำกับดูแลเหมือนกัน คือคุมห่าง ๆ เว้นแต่จะมีการตัดราคารุนแรง"
ดร.กำธรเปิดเผยด้วยว่า ได้บริษัทสวัสดีช็อปเป็น MVNO รายที่ 6 จากก่อนหน้านี้มี บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย, บมจ.ไออีซี, บมจ.ล็อกซเล่ย์, บริษัท เอ็มคอนเซ้าท์เทน จำกัด และบริษัท 365 คอมมูนิเคชั่น โดยสวัสดีช็อปจะทำตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งตนมองว่าการเพิ่ม MVNO หลังจากนี้คงยาก เพราะต้องได้รับใบอนุญาตจาก กทช. และมีแนวโน้มว่า กทช.อาจไม่ออกใบอนุญาตเพิ่ม เนื่องจากความไม่ชัดเจนของกฎหมาย กสทช.ส่งผลให้การเจรจากับ บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) ต้องยุติไปก่อน ขณะนี้จึงเหลือเพียงการเจรจากับเอไอเอสเพื่อเป็น MVNO รวมถึงการโรมมิ่งโครงข่าย
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่า หลังไม่มีการประมูลใบอนุญาต 3G ทรูต้องเดินทุกเส้นทางเพราะอายุสัมปทาน ของทรูมูฟเหลืออีกแค่ 3 ปี ทั้งโดยการเปิดบริการเชิงพาณิชย์บนคลื่นเดิมด้วยเทคโนโลยี HSPA แต่กรณีนี้ต้องเดินคู่กับการขอเช่าโครงข่ายจาก บมจ.กสท โทรคมนาคมต่ออีก 5 ปี ถ้าไม่ได้เช่าโครงข่ายต่อการลงทุนอัพเกรดคลื่นเดิมไม่คุ้มค่า รวมถึงรูปแบบธุรกิจ MVNO เช่นเดียวกับกรณีฮัทช์อยู่ในขั้นเริ่มต้นศึกษา โดยแต่ละแนวทางมีปัญหาต่างกัน ไม่รู้ว่าวิธีใดดีที่สุด แต่ง่ายและเร็วสุดคือขยายสัมปทานไป 3G ทั้งหมดควรชัดเจนก่อนสัมปทานสิ้นสุด 1 ปี
"สัมปทานสิ้นสุดไม่ใช่ทุกอย่างจบ เราเองมีใบอนุญาตอยู่ แต่ติดตรงคลื่นที่ต้องประมูล ภาพรวมของอุตสาหกรรมปีหน้า เรื่องใหญ่สุด คือ กสทช. ในแง่การลงทุน การวางแผนธุรกิจจะเป็นไปตามเงื่อนไขของสิ่งที่เกิดขึ้น ทรูมูฟลงทุนปีละ 3-4 พันล้าน ปีหน้าคงใกล้เคียงนี้ เว้นแต่จะมีอะไรชัดเจน เช่น ได้เช่าโครงข่าย 5 ปีก็จะลงทุนมากขึ้น แต่ถ้า กสทช.เปิดประมูลไลเซนส์ 3G ธ.ค. 2555จริงคงต้องเร่งให้สัมปทานเดิมทำ 3G เพราะถ้าต้องรอขนาดนั้นไป 4G เลยดีกว่า "
ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอส อัพเกรดคลื่น 900 MHz เพื่อให้บริการ 3G ในเชิงพาณิชย์แล้วในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ แต่คลื่นมีจำกัด เปรียบได้กับการแบ่งร้านขายเสื้อผ้าเดิมเปิดขายก๋วยเตี๋ยวเพิ่ม และด้วยอายุสัมปทานเหลือแค่ 5 ปี ในแง่การลงทุนจึงทำได้ไม่เต็มที่ แต่บริษัทมีทางเลือกอื่น ทั้งการขอโรมมิ่ง และเป็น MVNO บริการ 3G ของทีโอที ซึ่งบริษัทในเครือที่ได้ไลเซนส์ MVNO จาก กทช.มี 2 บริษัท คือ ดับบลิว ดีเอส ไวร์เลส ดีไวซ์ ซิสเต็ม และแอดวานซ์ มบาย บรอดแบนด์
ด้าน นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทคกล่าวว่า ดีแทคอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก บมจ. กสท โทรคมนาคม กรณียื่นขอทดลอง HSPA เพิ่มเติมเป็น 1,220 สถานี โดยยื่นขอไปตั้งแต่ต้นปี 2552 ไล่เลี่ยกับทรูมูฟ แต่ไม่ได้รับอนุมัติทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงภาพลักษณ์แบรนด์ เพราะความนิยมในการใช้ดาต้าเพิ่มขึ้นมากคิดเป็น 14.4% ของรายได้รวม จากเกือบ 10% ในปีก่อน อีกทั้งภาพรวมของธุรกิจโทรคมนาคมกำลังมุ่งไปยังตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเลต
"สีสัน และลูกเล่นไม่ได้อยู่ที่ซิมโทรศัพท์อีกต่อไป ลูกค้าเปลี่ยนซิมน้อยมาก แต่ต้องการดาต้าสปีดสูง ๆ ใน 1 ปีข้างหน้าเป็นช่วงที่ 3G ยังไม่เกิด รวมถึง 3G ของทีโอที และ กสทฯ เพราะอยู่ระหว่างสร้างโครงข่ายทำให้ค่ายมือถือมีทางเลือกน้อย จะอัพเกรดความถี่เดิมก็ติดปัญหา ซึ่งเราคงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อซัพพอร์ตความต้องการของลูกค้า หากทำไม่ได้อาจสูญเสียลูกค้าบางกลุ่มไป"
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า วันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหารกลุ่มเทเลนอร์จากประเทศนอร์เวย์ บริษัทแม่ของดีแทคได้เดินทาง มาเมืองไทย และเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลในโอกาสครบรอบ 10 ปี การลงทุนของเทเลนอร์ ในเมืองไทย โดยนายจอน เฟรดริด บัคซอส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า การไม่มี 3G ในไทย และขาดความก้าวหน้าเรื่องสัญญาสัมปทานเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะดำเนินการให้มี 3G โดยเร็วที่สุด รวมถึงเรื่องสัมปทานเพราะเป็นสิ่งสำคัญกับโอเปอเรเตอร์ในไทย ทำให้มีบริการใหม่แก่ลูกค้า ช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์เอเชียเสริมว่า ดีแทคและเทเลนอร์ต้องการให้ตลาดโทรคมนาคมไทยมีความยุติธรรมกับผู้เล่นทุกราย พร้อมกันนี้ได้มีการพูดคุยกับนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ ถึงปัญหาการอัพเกรดความถี่ 850 MHz ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งผู้บริหาร กสทฯรับปากว่าจะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมบอร์ด กสทฯต่อไป ทั้งนี้ตนมองว่าการอัพเกรดคลื่นเป็นโซลูชั่นระยะสั้น ในระยะยาวควรเป็นเรื่องการให้ใบอนุญาตบนคลื่นความถี่ 2.1 GHz และการแปรสัญญาสัมปทาน
นอกจากนี้ ดีแทคเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อขอความเป็นธรรมกับบริการ HSPA บนคลื่น 850 MHz เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยที่ผ่านมาได้ยื่นขอทดสอบการให้บริการจำนวน 1,200 สถานี แต่เปิดทดลองได้แค่ 36 สถานี เพื่อแลกกับไม่ฟ้อง กสทฯกรณีไม่จ่ายค่าเชื่อมโยงไอซีมูลค่า 2 พันล้านบาท และการจัดสรรคลื่น 2.5 MHz ให้ทรูมูฟ แต่คู่แข่งเปิดทดลองได้โดยไม่มีเงื่อนไข
ประชาชาติธุรกิจ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4264