ผู้เขียน หัวข้อ: ศึกมือถือเดือด! "AIS"จับมือ"DTAC"ขย่ม "True"อัดกลับผลประโยชน์ลดลง  (อ่าน 766 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1382
    • อีเมล์
"เอไอเอส" จับมือ "ดีแทค" แถลงข่าวขย่มรัฐบาล โวยรัฐนิ่งเงียบการคุมกติกาแข่งธุรกิจโทรคมนาคม ทำให้เกิดภาวะความอึมครึม ยันค่ายมือถือไม่ได้แหยงการลงทุน ด้านผู้บริหาร "ทรู" ควันออกหู สวนกลับทันควัน ถือเป็นการกระทำที่ไร้วุฒิภาวะ การออกมาโวยวายเพราะความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจลดน้อยลง ยันจ่ายส่วนแบ่งรายใด้ให้รัฐมากกว่า "เอไอเอส" ย้ำชัดหาก "ทรู" จะเรียกร้องผลักดัน กสทช. ต้องมีครบ 3 ค่าย พร้อมอัดเบอร์ 1 เบอร์ 2 ใจแคบ จับมือแถลงข่าวไม่เชิญชวนเข้าร่วม
       
       นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า การแถลงร่วมกันครั้งนี้เพื่อขอความชัดเจน 2 เรื่อง คือภายหลังจากที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ....(พ.ร.บ.กสทช.) มีผลบังคับใช้ ต้องการให้กำหนดการประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3จี โดยเร็วที่สุด และขอให้มีการแข่งขันกันอย่างยุติธรรม
       
       "ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยไม่สมบูรณ์ จากกฎเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจนหลายเรื่อง เช่น การเปิดให้บริการ 3จี บนคลื่นเดิมของเอไอเอส แม้จะทำได้แต่ต้องยอมรับว่ามีข้อจำกัดด้านเทคนิค ขณะที่ดีแทคไม่สามารถทดสอบเทคโนโลยีเอชเอสพีเอเพื่อให้บริการ 3จี บนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ได้ตามจำนวนที่ต้องการ เพราะต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 22 พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) ทั้งที่ได้ขอให้หน่วยงานรัฐพิจารณาและยื่นเรื่องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาถึงความไม่เป็นธรรม แต่ก็นิ่งเงียบ ไร้การดำเนินการใดๆ ที่จะให้เกิดความชัดเจน"
       
       อย่างไรก็ตาม หากการเรียกร้องครั้งนี้ยังไม่มีการตอบรับจากรัฐบาล บริษัทก็จะปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายว่าจะดำเนินการเช่นไรต่อไป ซึ่งต้องยอมรับว่าความไม่ชัดเจนต่อการผลักดันอุตสาหกรรมนี้ผลเสียจะเกิดกับ ผู้บริโภค โดยเฉพาะหากสัญญาสัมปทานสิ้นสุด บริการหยุดชะงัก ใครจะรับผิดชอบความสูญเสียที่เกิดจากการลงทุน การลงทุนวันนี้ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 7 ปี ดังนั้นระยะสัญญาที่เหลืออยู่ 5 ปี และ 8 ปี สำหรับดีแทค ความชัดเจนจึงต้องมีก่อน
       
       "เมื่อหยุดประมูล 3จี แล้วรัฐบาลก็ควรจะทำอะไรบางอย่าง เมื่อเร่งผลักดันกฎหมายแล้ว ก็ควรจะมีแอคชั่นต่อไปว่าจะทำอะไร อย่างกรณีมาบตาพุดเมื่อมีคำสั่งศาลชัดเจน ก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงาน มีอะไรที่แสดงถึงแอคชั่นต่ออุตสาหกรรมนั้น แต่กับโทรคมนาคม มีแต่คำพูดเป็นแพลนนิ่งที่นิ่งจริงๆ ทำให้เกิดความอึมครึม"
       
       นายวิเชียรกล่าวว่า ส่วนที่ทรูมูฟไม่ได้ร่วมการแถลงครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เปิดกว้าง เพียงแต่การหารือกันครั้งแรกนี้เอไอเอสและดีแทคมีวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ที่เข้าใจตรงกัน แต่หากทรูมูฟพร้อมที่จะเจรจาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกให้กับอุตสาหกรรมนี้ ก็ยินดีต้อนรับ
       
       ด้านนายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าวว่า ในฐานะนักลงทุนต่างชาติ ความชัดเจนนโยบายภาครัฐถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจวางแผนลงทุน บริษัทเห็นว่ารัฐบาลควรเตรียมเทเลคอม-โรดแม็พใน 2 เรื่อง คือ จะสามารถเปิดประมูล 3จี ได้เมื่อไหร่และการแปรสัญญาสัมปทานเข้าสู่ระบบใบอนุญาต ทั้งนี้ หลังจากที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะแปรสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาต เราเห็นด้วยอย่างมากและอยากให้เกิด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่ามมาก็ได้เข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินนโยบายนี้ต่อไป แม้ว่าจะติดขัดข้อกฎหมายต้องแก้ไข ก็ควรจะมีความชัดเจน เพราะการแข่งขันที่เป็นธรรมต้องกลับมาอยู่ในระบบใบอนุญาต
       
       "เราไม่ได้ตั้งใจโจมตีโอเปอเรเตอร์รายใดรายหนึ่ง แต่อยากให้มีการทำงานแบบโปร่งใส ชัดเจน ทุกคนได้รับสิทธิ์ที่เท่าเทียมกัน หลังจากนี้หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่ทำได้ก็คงต้องเดินหน้าเรียกร้องต่อไป ไม่ใช่ผลประโยชน์ของบริษัทอย่างเดียว แต่เพื่ออุตสาหกรรมโดยรวม"
       
       นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการ และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาแสดงความเห็นไม่พอใจทั้ง 2 ค่ายที่ออกมาแถลงข่าวดังกล่าว พร้อมเห็นว่า การออกมาโวยวายถือเป็นการกระทำที่ไร้วุฒิภาวะ และเป็นเรื่องไม่สมควรทำเนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นชัดว่า โอเปอเรเตอร์ทั้ง 2 รายกลัวว่า ความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจจะลดน้อยลงไป และขอยืนยันว่าที่ผ่านมา ทรูจ่ายส่วนแบ่งรายได้แก่รัฐมากกว่าเอไอเอสด้วยซ้ำ
       
       "เราไม่เคยได้รับการติดต่อจากใครให้มาร่วมแถลงข่าวดังกล่าว หากเอไอเอสและดีแทคจะพยายามอ้างว่าอยากให้รัฐผลักดัน กสทช. ก็ควรพูดเป็นเสียงเดียวกันทั้งตลาด คือ ต้องมีทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรูด้วย"
       
       ส่วนความคืบหน้าในการซื้อฮัทช์ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทาง รูปแบบการเข้าซื้อ ซึ่งยังไม่ได้มีถึงขั้นตอนของมาตรา 22 และ 13 ของพ.ร.บ.ร่วมทุน แต่ยอมรับว่า ปีหน้า ทรูมูฟต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เพื่อรับมือการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น
       
       นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า การออกมาจับมือแถลงข่าวของสองค่ายมือถืออันดับหนึ่งและสอง ได้แก่ เอไอเอสและดีแทค เมื่อวานนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยที่เดียว โดยเนื้อหาหลักกดดันให้รัฐและรัฐบาล ใช้มาตรฐานเดียวกันในการทำธุรกิจกับโอเปอเรเตอร์ทุกรายพร้อมเรียกร้องสร้าง โรดแมพโทรคมกำหนดทิศทางธุรกิจอนาคตได้แล้ว

ASTVผู้จัดการออนไลน์    9 ธันวาคม 2553 08:36 น.