ผู้เขียน หัวข้อ: 3G TOT ยื่นซอง 10 ม.ค.เคาะราคา 28 ม.ค.54  (อ่าน 1112 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1382
    • อีเมล์
3G TOT ยื่นซอง 10 ม.ค.เคาะราคา 28 ม.ค.54
« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 12:04:21 am »
ทีโอทีประกาศเปิดขายซองประกวดราคาโครงการ 3G TOT ระหว่างวันที่ 14-27 ธ.ค.53 ให้ยื่นข้อเสนอ 10 ม.ค.2554 เคาะราคาอี-ออคชัน 28 ม.ค. 54 ก่อนเซ็นสัญญา 15-18 ก.พ. 54 หลังจากนั้น 180 วันใช้งานได้ทุกพื้นที่กทม.และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจรวมทั้งพิษณุโลกด้วย
       
       นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีเปิดขายซองประกวดราคาโครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ระหว่างวันที่ 14-27 ธ.ค.นี้ และให้ยื่นข้อเสนอในวันที่ 10 ม.ค.2554 พร้อมวางเงินค้ำประกันซองหรือแบงการันตี 3% ของโครงการหรือประมาณ 500 กว่าล้านบาท โดยใช้วิธีประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชัน) ในวันที่ 28 ม.ค.54 และคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ประมาณวันที่ 15-18 ก.พ. 2554
       
       สำหรับโครงการ 3G TOT ทั่วประเทศมูลค่า 19,980 ล้านบาท แบ่งเป็นการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างมูลค่า 17,440 ล้านบาท งบสำรองโครงการมูลค่า 540 ล้านบาท และการปรับปรุงโครงข่ายเดิมของเอทีซี โมบายจาก 2G เป็น 3G มูลค่า 2,000 ล้านบาท
       
       ทั้งนี้การประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ประกอบด้วย ระบบโครงข่ายหลักจำนวน 1 ระบบ (Core Network) ระบบสถานีฐาน (UTRAN) จำนวน 4,772 แห่ง ระบบสื่อสัญญาณ (Transport Network) ระบบบริการจัดการโครงข่าย (OSS) จำนวน 1 ระบบ ระบบบริการเสริมพื้นฐาน (VAS) จำนวน 1 ระบบ ระบบสนับสนุนการให้บริการ (Business Support System) จำนวน 1 ระบบ รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์และการจัดเตรียมสถานที่ (Site Preparation) และอุปกรณ์สนับสนุนและบำรุงรักษาโครงข่าย โดยสถานที่ติดตั้งเซลไซต์มาจาก 3 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นโครงข่ายเดิมของทีโอทีที่มีอยู่แล้ว 2.เป็นการใช้โครงข่ายร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่น (Co-Network) และ 3.เป็นโครงข่ายที่สร้างใหม่
       
       "การสร้างโครงข่ายเป็นเรื่องที่ทีโอทีวางแผนเองว่าจะลงไซต์ ที่ไหนบ้าง"
       
       นายกำธรกล่าวถึงเงินกู้ในโครงการนี้ว่า จะเลือกแหล่งเงินกู้ที่ดีที่สุดระหว่าง 1.ทีโอทีกู้เองจากสถาบันการเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำแผนธุรกิจเสนอต่อแหล่งเงินกู้ 2.เป็นข้อเสนอที่มากับข้อเสนอเทคนิคของผู้เข้าประมูล แต่จะไม่นำข้อเสนอด้านเงินกู้มาพิจารณาประกอบ หากเทคนิคผ่านตามข้อกำหนดก็จะเข้าสู่ขั้นตอนอี-ออกชั่นต่อไป โดยคาด ว่าจะมีซัปพลายเออร์ 4-5 รายให้ความสนใจคือโนเกีย-ซีเมนส์ อีริคสัน อัลคาเทล หัวเว่ย แซดทีอี
       
       ทั้งนี้ ภายหลังจากการเซ็นสัญญากับผู้ที่ชนะการประมูล เฟสแรกและเฟสที่ 2 จะต้องเปิดให้บริการภายใน 180 วันหรือราวเดือนส.ค.2554 ในกรุงเทพฯ ทุกพื้นที่ ปริมณฑล 4 จังหวัด และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น และหนองคาย ส่วนเฟสสุดท้ายจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก 59 จังหวัด ภายใน 360 วัน โดยทีโอทีจะพิจารณาจากพื้นที่ที่มีความต้องการสูงและมีศักภาพในการสร้างราย ได้
       
       "การลงทุนด้านเครือข่ายต้องลงไซต์ในที่มีตลาด เพราะเรากู้เงินมาลงทุน"
       
       นายกำธรกล่าวถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นผู้ขายส่งบริการ (MVNO) ว่านอกจาก 5 รายเดิมที่เซ็นเอ็มโอยูรายละ 6 เดือนและเริ่มทำตลาดมาได้สักระยะมีลูกค้าในระบบแล้วประมาณ 2.4 แสนรายแล้วทีโอทียังอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท สวัสดี ที่จะมาเป็น MVNO รายที่ 6 นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างคัดเลือกที่ปรึกษาด้าน MVNO ให้ทีโอที ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาจะเสร็จในไตรมาสแรกปี 2554 และหลังจากนั้นก็จะทำสัญญาระยะยาวกับ MVNO
       
       สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลที่สำคัญอยู่ในข้อ 4.1 คุณสมบัติทั่วไป
       
       4.1.1 ผู้เสนอราคาที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย รายเดียวหรือทุกรายที่รวมกันในฐานะกิจการร่วมค้า จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 (สาม) ปีนับถึงวันยื่นซองเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (ยกเว้นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ในข้อ 4.1.2) และจะต้องประกอบธุรกิจประเภทรับจ้างงานดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
       
       4.1.1.1 กรณีที่เสนอราคารายเดียว จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 300 (สามร้อย) ล้านบาทหรือ 4.1.1.2 กรณีที่เป็นนิติบุคคลหลายราย จะต้องยื่นซองเสนอราคาในฐานะกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ Consortium) และจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วรวมกันไม่น้อยกว่า 300 (สามร้อย) ล้านบาท โดยนิติบุคคลทุกรายในกลุ่มจะต้องเป็นคู่สัญญาและต้องรับผิดชอบร่วมกันและแทน กันต่อ ทีโอที
       
       4.1.2 ผู้เสนอราคาที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 (สาม) ปีนับถึงวันยื่นซองเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และจะต้องประกอบธุรกิจประเภทรับจ้างงานดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งจะต้องมีคุณสมบัติทั้งสองประการดังนี้
       
       4.1.2.1 จะต้องเสนอราคาในรูปกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ Consortium) เท่านั้นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศดังกล่าว และจะต้องได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ก่อนลงนามสัญญา
       
       4.1.2.2 จะต้องมีนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยอย่างน้อย 1 (หนึ่ง) ราย ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 300 (สามร้อย) ล้านบาท เป็นผู้นำกลุ่ม (Lead Firm) โดยนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยดังกล่าว จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 (สาม) ปีนับถึงวันยื่นซองเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และจะต้อง ประกอบธุรกิจประเภทรับจ้างงานดังกล่าวข้างต้น
       
       4.1.3 ผู้เสนอราคาจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
       เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา จะได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น สำหรับในกรณีที่เป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ Consortium) นิติบุคคลทุกรายในกลุ่มผู้เสนอราคาในฐานะกิจการร่วมค้า จะต้องไม่เป็นผู้ถูกต้องห้ามดังกล่าว
       
       4.1.4 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นและหรือ ต้องไม่เป็น
       ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลาง อิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคาฯ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยผู้เสนอราคาต้องยื่นหนังสือรับรองการไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันตามแบบพิมพ์ ในภาคผนวกความต้องการด้านพาณิชย์ (C-25) ในกรณีที่เป็นกิจการร่วมค้า นิติบุคคลทุกราย ในกลุ่มผู้เสนอราคาในฐานะกิจการร่วมค้า จะต้องไม่เป็นผู้ถูกต้องห้ามดังกล่าว
       
       4.1.5 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทาง ราชการ หรือของ ทีโอที หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใดและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้ง งานตามระเบียบของทางราชการหรือตามระเบียบของ ทีโอที หรือหน่วยงานของรัฐอื่นใด ในกรณีที่เป็นกิจการร่วมค้า นิติบุคคลทุกรายในกลุ่มผู้เสนอราคาในฐานะกิจการร่วมค้า จะต้องไม่เป็นผู้ถูกต้องห้ามดังกล่าว
       
       4.1.6 ผู้เสนอราคาดังกล่าวต้องมีประสบการณ์ในงานระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่ มีมูลค่างาน 500 (ห้าร้อย) ล้านบาทขึ้นไปต่อหนึ่งสัญญา ในระบบใดระบบหนึ่ง หรือหลายระบบรวมกันดังนี้
       
       4.1.6.1 ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้แก่ระบบชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือระบบสถานีฐาน
       
       4.1.6.2 ระบบโทรศัพท์ประจำที่ ได้แก่ระบบชุมสายโทรศัพท์ประจำที่หรือระบบชุมสายย่อย (MSAN)
       
       4.1.6.3 ระบบสื่อสัญญาณวิทยุไมโครเวฟ หรือระบบวิทยุแบบ Point to Multi-Point หรือ ระบบสถานีลูกข่ายสื่อสารดาวเทียม
       
       4.1.6.4 ระบบสื่อสัญญาณ Optical Fiber
       
       ผู้เสนอราคาจะต้องแนบต้นฉบับและสำเนาหนังสือรับรองผลงานที่ออกให้โดย ผู้ว่าจ้างในประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นกิจการของรัฐ หรือหน่วยงานหรือนิติบุคคลที่ร่วมงาน หรือดำเนินการกับรัฐ หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานผู้ว่าจ้างในต่างประเทศแสดงวงเงินค่างาน ทั้งหมดและวันที่งานแล้วเสร็จ โดยผลงานวงเงิน 500 (ห้าร้อย) ล้านบาทดังกล่าวข้างต้น จะนับจากวันที่ผลงานแล้วเสร็จจนถึงวันยื่นซองเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 (ห้า) ปี ผู้เสนอราคาจะต้องแนบสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าวมาด้วย ซึ่ง ทีโอที จะทำการตรวจสอบและคืนต้นฉบับหนังสือรับรองให้แก่ผู้เสนอราคาในวันยื่นซอง เอกสารประกวดราคา และ ทีโอที สงวนสิทธิ์ในการขอต้นฉบับสัญญาและข้อตกลงมาตรวจสอบ
       
       กรณีที่ผลงานระบุวงเงินเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ทีโอที จะคิดคำนวณเป็นสกุลเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง (Selling Rate) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันประกาศประกวดราคาฯ
       
       เอกสารสัญญาและหนังสือรับรองผลงานดังกล่าวข้างต้น ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ กรณีที่เอกสารสัญญาหรือหนังสือรับรองผลงานออกโดยหน่วยงานผู้ว่าจ้างในต่าง ประเทศ เอกสารสัญญาหรือหนังสือรับรองดังกล่าวต้องเป็นภาษาอังกฤษ หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ จะต้องมีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย โดยผู้เสนอราคาจะต้องแนบสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงพร้อมกับต้นฉบับที่ถูกแปล ซึ่ง Notary Public หรือกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นและสถานทูต หรือสถานกงสุลของไทยในประเทศนั้นๆ ลงนามรับรองเอกสารและคำแปลดังกล่าว พร้อมทั้งผู้เสนอราคาจะต้องแจ้งรายละเอียดข้อมูลของผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ รวมทั้งจะต้องอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลของผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ ดังกล่าวด้วย
       
       สำหรับกรรมการประกวดราคา ประกอบด้วย นายอานนท์ ทับเที่ยง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงข่ายเป็น ประธานกรรมการ ส่วนกรรมการคือ นายทวีป เพชร์สุวรรณ์ นายยงยุทธ์ วัฒนสินธุ นายศุภชัย ฐิติประวัติและนายศิลา เนืองนิตย์นราภรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
       
       ส่วนกรรมการตรวจรับ ประกอบด้วย นายกำธร ไวทยกุล เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการคือนายจุมพล ธนะโสภณ นายศุภมิตร ทัพอินพรหม นายนฤาชา จิตรีขันธ์ และนายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล เป็นกรรมการและเลขานุการ

ASTVผู้จัดการออนไลน์    13 ธันวาคม 2553 18:37 น.