กสทฯ" อ้าแขนรอทรูมูฟซื้อฮัทช์เล็งปรับสัญญาใหม่ให้ "ทรูมูฟ" รับหน้าที่ทำตลาด 3จี บนคลื่น 850 MHz เลี่ยงมาตรา 46 กสทช.ห้ามขายต่อบริการ เดินหน้าชง ครม.ขอยกเลิกบริการ CDMA เป็น HSPA Plus ขยับบทบาท "เน็ตเวิร์กโพรไวเดอร์" ไฟเขียว "ดีแทค-ทรูมูฟ" ขยายพื้นที่ทดสอบ 3จี อีก 1,000 กว่าแห่ง แต่ยังไม่ให้เก็บตังค์รอเข้าคณะกรรมการ มาตรา 22 เดือนหน้า "วงใน" เชื่อ 2 คู่แข่งปักหลักลุยเต็มสูบอัพเกรดคลื่นเดิม ชู 3G สร้างแต้มต่อนำหน้าเจ้าตลาด "เอไอเอส"
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดเมื่อ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้แจ้งคณะรัฐมนตรีถึงการยกเลิกการเข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ตัวแทนทางการตลาดบริการซีดีเอ็มเอ ภายใต้แบรนด์ฮัทช์ รวมถึงเสนอแผนการปรับเปลี่ยนแนวทางทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ กสทฯให้เป็นผู้ให้บริการโครงข่าย (เน็ตเวิร์กโพรไวเดอร์) โดยจะยกเลิกการให้บริการเทคโนโลยี CDMA และเปลี่ยนมาเป็น HSPA Plus ที่มีความเร็วเทียบเท่า 3G หรือเหนือกว่า เนื่องจากสามารถอัพเกรดเป็น LTE หรือ 4G ได้ง่ายในต้นทุนถูกกว่า
พร้อมกันนี้ตนยังแจ้งให้บอร์ดทราบ ถึงข้อเสนอของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กรณีกำลังเจรจาซื้อกิจการฮัทช์ โดยทรูมูฟเสนอให้ กสทฯยกเลิกสัญญาที่ให้ฮัทช์ทำการตลาดบริการ CDMA บนคลื่น 850 MHz ก่อนเจรจาทำสัญญาใหม่กับ กสทฯ เนื่องจากสัญญาเก่ามีความซับซ้อน การยกเลิกทำใหม่จึงง่ายกว่า
สำหรับสัญญาใหม่ในเบื้องต้นจะเป็นการ เช่าใช้สถานีฐานซึ่งกันและกัน และให้ทรูมูฟได้รับสิทธิการทำตลาดในรูปแบบขายส่ง-ขายปลีก ภายใต้แบรนด์ กสทฯ โดย กสทฯเป็นเจ้าของสิทธิในคลื่น 850 MHz ทั้งหมด 15 MB รวมแบนด์วิดท์ของฮัทช์ แคทซีดีเอ็มเอ และทรูมูฟในส่วนทดลองบริการ HSPA ในปัจจุบันแล้ว
โดยขั้นตอนจากนี้คือรอให้ทรูมูฟเจรจาซื้อกิจการ ฮัทช์สำเร็จก่อนจึงจะเริ่มเจรจากับ กสทฯในรายละเอียดการทำสัญญาต่าง ๆ ที่จะไม่ใช่ลักษณะร่วมการเข้ากระบวนการของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่งสัญญาใหม่ที่จะทำขึ้นนี้คาดว่าจะมีอายุราว 14 ปีตามระยะเวลาที่ กสทฯมีสิทธิใช้คลื่น 850 MHz
"1-2 ปีแรก กสทฯจะเช่าใช้โครงข่าย 25 จังหวัดภาคกลางที่เป็นกรรมสิทธิ์ของฮัทช์เพื่อให้บริการ CDMA แก่ลูกค้าในช่วงระหว่างเปลี่ยนเทคโนโลยีโครงข่ายทั่วประเทศเป็น HSPA Plus และเจรจากับ ทรูมูฟว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนในโครงข่ายแต่ ละพื้นที่ รวมถึงการพิจารณาเข้าซื้อ โครงข่ายของทรูมูฟเพื่อก้าวสู่การเป็น เน็ตเวิร์กโพรไวเดอร์เต็มรูปแบบด้วย แต่ต้องประเมินความคุ้มค่าระหว่างการเช่ากับการซื้อโครงข่าย ขณะนี้ยังเร็วเกินไปกว่าที่จะบอกได้ว่าโครงการนี้ต้องใช้งบประมาณเท่าไร ยังต้องศึกษาและวิเคราะห์โครงการทั้งหมดอีกครั้ง รวมถึงให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาแนวทางการเจรจายกเลิกและทำสัญญาการตลาดใหม่ แล้ว" นายจิรายุทธกล่าว และว่า
กรณีมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ระบุว่า ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนแก่กันมิได้ แต่ตนมั่นใจว่ารูปแบบธุรกิจของ กสทฯแนวทางนี้ไม่เข้า ข่ายมาตราดังกล่าว เพราะเป็นการขายส่งขายปลีกบริการ ซึ่งมีประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้สิทธิไว้
และ การเข้าซื้อกิจการฮัทช์ของทรูมูฟเป็นเพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากฮัทช์มีลูกค้าราว 700,000 ราย เมื่อรวมกับลูกค้าแคทซีดีเอ็มแล้วจะมีกว่า 1 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าโพสต์เพดที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายสูงกว่าตลาด แต่การเจรจาเข้าซื้อกิจการเป็นเรื่องของเอกชน ซึ่ง กสทฯไม่มีสิทธิเข้าไปห้ามไม่ให้มีการเจรจา หากโอเปอเรเตอร์รายอื่นสนใจก็สามารถเจรจาซื้อได้เช่นกัน ขณะเดียวกันหาก กสทฯได้สิทธิในโครงข่ายฮัทช์ และรวมโครงข่ายเป็น HSPA Plus แล้วก็พร้อมให้ ผู้สนใจทุกรายเข้ามาเป็นผู้ขายส่งขายปลีกบริการได้เช่นกัน ไม่ได้จำกัดให้ทรูมูฟเพียงรายเดียว
"ราคาที่ทรูมูฟจะซื้อฮัทช์ได้ เชื่อว่าไม่ต่ำไปกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่ง กสทฯเคยเจรจาต่อรองไว้แต่ฮัทช์ปฏิเสธ หากทรูมูฟซื้อฮัทช์ไม่ได้ กสทฯก็ต้องหาแนวทางอื่นในการทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่เชื่อว่าแนวทางการเป็นเน็ตเวิร์กโพรไวเดอร์เป็นทางเลือกที่เหมาะสม
แหล่ง ข่าวจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ทรูมูฟน่าจะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทฮัทชิสัน เทเลคอมมูนิเคชั่น ไทยแลนด์ ซึ่งถือ 65% ในบริษัทฮัทชิสัน ซีเอที ไวเลส มัลติมีเดีย (อีก 35% เป็นของ กสทฯ) ซึ่งเป็นคู่สัญญาที่ได้สิทธิทำการตลาด "ฮัทช์" และถือหุ้น 100% ในบริษัทบีเอฟเคที เจ้าของโครงข่าย CDMA ใน 25 จังหวัด
นอกจากนี้ บอร์ด กสทฯยังอนุมัติ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบริษัททรูมูฟ เพิ่มจำนวนสถานีฐานเพื่อทดลองให้บริการ HSPA บนคลื่น 850 MHZ เพื่อให้บริการเทียบเท่า 3G ตามที่ดีแทคขอเพิ่มเป็น 1,220 แห่ง จากเดิมเปิดไปแล้ว 36 สถานีฐาน ส่วนทรูมูฟได้เพิ่มอีก 1,400 สถานีฐาน จากปัจจุบันเปิดทดสอบ 600 แห่ง คาดว่าไม่เกินไตรมาสแรกปีหน้าส่วนขยายเพิ่มจะเปิดให้บริการได้ เช่นเดียวกับสถานีฐานที่ กสทฯปรับเปลี่ยนจาก CDMA เป็น HSPA Plus
ส่วน การเปิดให้บริการ HSPA ในเชิงพาณิชย์ของดีแทค หลังฝ่ายกฎหมายของบอร์ดได้พิจารณาแล้วไม่น่ามีปัญหาเรื่อง ข้อกฎหมาย โดย กสทฯจะเสนอเรื่องนี้ให้ ที่ประชุมคณะกรรมการ มาตรา 22 พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) ที่กำกับดูแลสัมปทานของดีแทคในเดือน ม.ค. 2554 หากที่ประชุมอนุมัติดีแทคก็เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ทันที
สำ หรับทรูมูฟเนื่องจากสัญญาสัมปทานหลัก คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความออกมาแล้วว่า เป็นสัญญาที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ฉะนั้นต้องรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบสัญญาหลักของทรูมูฟก่อนดำเนินการอื่น ๆ
แหล่งข่าวในธุรกิจ โทรศัพท์มือถือ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ความร่วมมือระหว่าง กสทฯและทรูมูฟทำให้ธุรกิจ ของทรูมูฟมีความชัดเจนขึ้น เพราะอายุ สัมปทานของทรูมูฟเหลืออีกเพียง 3 ปี แม้ว่าจะยังมีอีกหลายขั้นตอนกว่าทั้งคู่จะดำเนินการทำสัญญาใหม่เสร็จ และในระหว่างทางอาจเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของ กสทฯว่าทั้งต่อกรณีการเข้าซื้อกิจการของทรูมูฟ การยกเลิกเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอที่ลงทุนไปแล้วหลักหมื่นล้านบาท ไม่รวมการซื้อกิจการฮัทช์ของ ทรูมูฟ หากซื้อได้ถูกกว่า 7 พันล้านบาท ซึ่ง กสทฯตกลงกับฮัทช์ไว้ก่อนหน้านี้
"นอกจากกรณีทรูมูฟกับฮัทช์แล้ว การอนุมัติให้ทรูมูฟและดีแทคติดตั้ง HSPA เพิ่มเติมอีกเจ้าละ 1,000 กว่าแห่ง ทำให้ทั้งคู่มีพื้นที่บริการ 3G มากกว่าผู้นำตลาดเอไอเอส แม้จะยังเก็บเงินไม่ได้ก็ถือเป็นจุดขายที่ลูกค้าให้ความสนใจ จากกระแสการใช้สมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมมาก คาดว่าในปีหน้าดีแทคจะเร่งมือขยายพื้นที่บริการเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ได้บรรลุข้อตกลงในสัญญาอัพเกรดโครงข่ายเดิมทั้งหมดของบริษัท เพื่อเตรียมเข้าสู่ 3G กับอีริคสันแล้ว"
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า เอไอเอสเสียเปรียบทรูมูฟและดีแทคกรณี 3G เพราะมีข้อจำกัดเรื่องความถี่ เว้นแต่จะมีการปรับแผนการลงทุนใหม่ นำคลื่น 900 MHz มาอัพเกรด 3G ใช้ 1800 MHz ทำ 2G ซึ่งทางเทคนิคทำได้แต่ระยะสัญญาสัมปทานอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเอไอเอสพยายามหาทางออกโดยการเจรจาโรมมิ่งดาต้ากับ 3G ของทีโอที รวมถึงการเสนอตัวเป็น MVNO แต่ทั้ง 2 ทางยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
ประชาชาติธุรกิจ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4274