ทรู ประกาศแผนเพิ่มทุน 1.31 หมื่นล้านบาท จากหุ้นคงเหลือที่ยังไม่ได้จัดสรร 6,727,436,752 หุ้น มั่นใจเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินสู่การลงทุนให้บริการ 3G ร่วมกับ กสท และหักชำระหนี้บางส่วน คาดเริ่มเปิดบริการมือถือ TrueMove H สู่ตลาดแมสประมาณไตรมาส 3
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การ ประกาศเพิ่มทุนครั้งนี้จุดประสงค์หลักเพื่อหาเงินทุนมาเพิ่มสภาพคล่องให้กับ การลงทุนโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ภายใต้แบรนด์ "TrueMove H" ที่ร่วม กับบริษัท กสท โทรคมนาคมในการให้บริการ รวมทั้งเงินจากการเพิ่มทุนบางส่วนจะถูกนำมาลดภาระหนี้ด้วย
"ทรูมองว่าการเพิ่มทุนสามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่เลือกการขายหุ้นเพิ่มทุน จะช่วยปรับโครงสร้างให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทรูก็มีแผนสำรองเตรียมไว้ในกรณีที่ไม่สามารถเพิ่มทุนได้ตามที่ต้องการ เช่น การเปิดขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นใหม่ หรือหาพาร์ตเนอร์มาร่วมทุนด้วย"
โดยก่อนหน้าการเพิ่มทุนครั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 ทางผู้ถือหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้มีการลงมติอนุมัติแผนเพิ่มทุน โดยการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่ เพื่อเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) จำนวน 19,500 ล้านบาท ในราคาหุ้นละ 1.95 บาท รวมทั้งหมด 10,000 ล้านหุ้น ซึ่งการเพิ่มทุนในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นจองซื้อทั้งหมด 3,272,563,248 หุ้น คิดเป็นวงเงินประมาณ 6,832 ล้านบาท หรือคิดเป็น 32.73% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
ส่งผลให้มีมติขายหุ้นที่เหลืออยู่จำนวน 6,727,436,752 หุ้น แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวในวันที่ 11 เมษายน 2554 ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม : 0.865 หุ้นใหม่ ในราคาเดิมที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้า ในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการจัดสรรตามสัดส่วนในรอบแรกแล้ว จะจัดสรรหุ้นส่วนที่เหลือแก่ผู้ถือหุ้นที่แสดงความจำนงจองซื้อเกินสัดส่วน แต่ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหุ้น โดยเปิดให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2554
นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการเงิน ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นมองว่าปัจจุบันกลุ่มทรู มีโครงสร้างหนี้เป็นจำนวนมาก จึงเล็งเห็นว่าควรมีการปรับเพิ่มทุนเพื่อนำมาลงทุน และปรับลดโครงสร้างหนี้
"การที่กลุ่มทรู ปลดล็อกปัญหาเรื่องระยะเวลาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่จะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วยการเข้าร่วมให้บริการโทรศัพท์มือถือบนเครือข่าย 3G กับ กสท แล้ว จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มทุนเพื่อนำมาลงทุนในบริการดังกล่าวให้มีความคล่อง ตัวมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลถึงโครงสร้างหนี้เดิมที่อาจส่งผลให้ไม่สามารถลงทุนได้ตามที่ กำหนด'
ปัจจุบัน กลุ่มทรูมีเงินกู้ทั้งหมดราว 67,000 ล้านบาท ต้องชำระคืนในปีนี้ประมาณ 5,700 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มทรูสามารถใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินการคืนได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามีการเพิ่มทุนและหักลบส่วนที่นำไปลงทุนแล้วก็สามารถนำมาหักลดหนี้ส่วน ดังกล่าวเพิ่มเติมได้
"ถ้าเราระดมทุนได้ครบ 13,100 ล้านบาท ก็ไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินกู้เพิ่มเพื่อมาลงทุนในการให้บริการโครงข่าย 3G ที่มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาทในช่วงระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ และยังมีเงินส่วนที่เหลือสำหรับไปหักกลบลบหนี้เดิมได้"
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มีนาคม 2554 11:16 น.