เอกชนทำใจไลเซนส์ 3G ลากยาวถึงครึ่งปีหลังปีหน้า "เอไอเอส" พลิกแผนโหม nonvoice บน 2G คาดตลาดรวมโตอย่างมากแค่ 2-3% วอนอยากให้ออกใบอนุญาตใหม่โดยเร็วเพราะประเทศเสียโอกาสการแข่งขัน ด้าน "ดีแทค" ชี้ทีโอทีทำ 3G ก่อนเป็นเรื่องดีจะได้ดูผลตอบรับของลูกค้า แต่หลังจากนี้ไม่เกิน 1 ปีควรออกไลเซนส์ให้เอกชนแข่งขันด้วย ด้าน กทช.ชุดเก่าวางมือ รอชุดใหม่มาเดินหน้าประมูลต่อแทน
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการออกใบอนุญาต 3G ว่า น่าจะเลื่อนการประมูลออกไปเป็นช่วงครึ่งปีหลังของปี 2553 เนื่องจากกระบวนการออกใบอนุญาตล่าช้าออกไปจากที่ควรจะเป็น เพราะต้องรอให้กฤษฎีกาตีความอำนาจการออกใบอนุญาต 3G ของ กทช.หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ และต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการแต่งตั้ง กทช.ชุดใหม่เข้ามาทำงาน
"แผนธุรกิจปีหน้าเราก็คงต้องทำเป็น 2 แผนคือ แผนที่มี 3G เกิดขึ้นในตลาด และอีกแผนคือไม่มี 3G เกิดขึ้น ซึ่งหากไม่มี 3G เกิดขึ้นเราก็คงโฟกัสที่การทำตลาดบนโทรศัพท์ 2G โดยจะเน้นเรื่องการสร้างการเติบโตของบริการ nonvoice เป็นหลัก โดยเน้นเรื่องการพัฒนาโครงข่ายและเพิ่มจำนวนแอปพลิเคชั่นในการให้บริการ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมี mobile penetration เกิน 100% แล้ว และคาดว่าปี 2553 น่าจะมีการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการใหม่แค่ 2-3% เท่านั้น"
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีใบอนุญาตใหม่ 3G ออกมา ตลาดไม่น่าเติบโตมากกว่านี้ เนื่องจากโครงข่ายใหม่ที่เกิดขึ้นยังมีขนาดเล็ก ไม่มีนัยสำคัญอะไรต่อจำนวนรายได้แต่อย่างใด
นายวิเชียรกล่าวต่อว่า อยากให้ประเทศไทยมีการออกใบอนุญาต 3G โดยเร็ว เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเดียวที่สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตให้มีความครอบคลุมได้อย่างรวดเร็ว และต้นทุนต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่น สิ่งที่ตามมาคือการมี internet access ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย เกิดแอปพลิเคชั่นต่อยอดการใช้งานอีกมาก
"หากกระบวนการออกใบอนุญาตล่าช้าออกไป บริษัทไม่มีผลกระทบอะไร เพราะทุกวันนี้ฐานลูกค้าอยู่ตัว รายได้มีความมั่นคงแถมไม่ต้องเสียเงินลงทุนใหม่ แต่ประเทศจะเสียประโยชน์เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงพีกของเทคโนโลยี ราคาอุปกรณ์ต่ำกว่าอุปกรณ์ 2G 40-50% ขณะที่เรายังอยู่ในระบบทุนนิยมและยังต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอนนี้เอกชนมีความพร้อมจะลงทุน แค่เปิดให้เราลงทุนเท่านั้น จากนั้นใครจะอยู่ใครจะเจ๊งก็เป็นเรื่องของการแข่งขันในตลาด"
ส่วนประเด็นที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จะเปิดให้บริการ 3G เป็นรายแรกในวันที่ 3 ธ.ค. 2552 นั้น นายวิเชียรมองว่าเป็นผลดีต่อตลาด เพราะเอไอเอสจะได้ศึกษาผลตอบรับและเป็นการสร้าง ประสบการณ์ใช้งานใหม่ ๆ แก่ผู้บริโภค แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าปัจจุบันความคาดหวังของลูกค้าต่อการได้รับบริการมีสูงมาก และลูกค้าจะรับได้หรือไม่หากมีโครงข่าย 3G แค่ในกรุงเทพฯเท่านั้น
ขณะเดียวกัน การเปิด 3G ของทีโอทีก็เป็นการลดแรงกดดันของสังคมที่มีต่อการ ออกใบอนุญาตใหม่ที่หลายฝ่ายกังวลว่าเอกชนจะย้ายฐานลูกค้าและรัฐวิสาหกิจจะเสียรายได้ ซึ่งเมื่อทีโอทีเปิดให้บริการก่อนก็จะได้ทราบว่าตลาดตอบรับอย่างไร ลูกค้ามีการใช้งานมากน้อยแค่ไหน
"ทุกวันนี้เรามองกันสุดขั้วเกินไป ทุกวันนี้มือถือ 3G ยังไม่มีใครทำนะ เมื่อออกใบอนุญาตใหม่ โครงข่ายที่เกิดใหม่มีขนาดเล็กนิดเดียวเทียบกับโครงข่าย 2G ที่กว่าจะทำได้ขนาดนี้ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี ดังนั้นในระยะ 1-2 ปีนี้ลูกค้าไม่หนีไปไหนหรอก"
ด้านนายธนา เธียรอัฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดีแทคมองในทิศทางเดียวกันคือคาดว่าการประมูล 3G จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2553 หรือล่าช้ากว่านั้น แต่หากล่าช้าอีก 3-4 ปี จะไม่มีอะไหล่ของอุปกรณ์โทรศัพท์ 2G และมีผลต่อคุณภาพบริการในอนาคต เช่นเดียวกับประเทศที่เสียโอกาสในการแข่งขันด้วย"ผมว่าทุกวันนี้เรามองในเชิงของ pre-audit ไปหน่อย ทั้งที่บางอย่างน่าจะเป็น post-audit มากกว่า เช่นเรื่องความมั่นคงถ้ามีคนทำผิดกฎหมายจริงก็สามารถจับได้อยู่แล้ว มีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ดูเหมือนคนกลัวว่าเอไอเอส กับดีแทคจะได้ความถี่ไป แต่ถ้าดูวิวัฒนา การในตลาด 7-8 ปีที่ผ่านมาจะ เห็นว่าเราแข่งขันกันแรงมากนะ แข่งจนค่าบริการราคาต่ำติด 1 ใน 5 ของโลก ดังนั้นสิ่งที่น่าจะส่งเสริมคือควรเปิดให้มีการแข่งขันและปล่อย ให้เอกชนที่ชอบแข่งขันเข้ามาให้มาก ๆ"
ส่วนการที่ทีโอทีจะเริ่มให้บริการ 3G ก่อนรายอื่นนั้น นายธนามองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เห็นการตอบรับจากลูกค้าว่าเป็นไปในทิศทางใด รวมทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์ใช้งานแก่ลูกค้า แต่ในระยะ 1 ปีหลังจากนั้นควรจะมีการออกใบอนุญาตใหม่เพื่อให้ผู้บริการรายใหม่เข้ามาแข่งขันในตลาด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน มากกว่า
ขณะที่นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมวุฒิสภามีการลงคะแนนเลือกบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่ง กทช.ชุดใหม่แทนชุดที่ลาออก 1 คน และจับสลากออก 3 คนเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2552 ที่ผ่านมาในการประชุม กทช.วันที่ 25 พ.ย. 2552 กทช.เห็นว่าจะชะลอการตัดสินใจในเรื่องนโยบายสำคัญ รวมทั้งการออกใบอนุญาต 3G เพื่อรอให้ กทช.ที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ แทน คาดว่าน่าจะเข้าทำงานได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตอบข้อซักถามของสำนักงาน กทช.ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับขอบเขตอำนาจ หน้าที่ ในการจัดสรรคลื่นความถี่และออกใบอนุญาต 3G
นอกจากนี้ยังสั่งให้สำนักงาน กทช. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต 3G ทั้งหมด ทั้งที่มาที่ไปของการออกใบอนุญาต รายงานการศึกษาต่าง ๆ เพื่อเตรียมให้ กทช.ชุดใหม่ศึกษาเมื่อเข้ารับตำแหน่งด้วย
"เรื่องนโยบายต่าง ๆ คงจะรอให้ กทช.ชุดใหม่เข้ามาพิจารณาแทน แต่งานประจำต่าง ๆ ก็จะดำเนินการไปตามปกติ เช่น เรื่องการบังคับใช้หลักเกณฑ์ เป็นต้น"
ประชาชาติธุรกิจ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552