ผู้เขียน หัวข้อ: "inet"มือถือเฮาส์แบรนด์น้องใหม่ควงไออีซีปูพรมตลาด"3G"  (อ่าน 1378 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1382
    • อีเมล์
"ไอเน็ท คอนเน็ค"ปั้นมือถือเฮาส์แบรนด์ "inet" ชิงแชร์ตลาด ตั้งเป้าปีหน้าฟันยอดขายเดือนละ 3 หมื่นเครื่อง ขอมาร์เก็ตแชร์ 3% พร้อมเดินหน้าผนึก "ไออีซี" ส่งสมาร์ตโฟนขายพร้อมบริการ 3G ของทีโอที ภายใต้แบรนด์ "IEC 3G" ชูแอปพลิเคชั่นเป็นจุดขาย

นายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ท คอนเน็ค จำกัด เจ้าของโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ "inet" ในเครือไออีซี เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มนำเข้าและทำตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ inet เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าตลาดเฮาส์แบรนด์ปัจจุบันเริ่มเติบโตอย่างยั่งยืน มีการแบ่งแยกกลุ่มผู้ใช้จากเครื่อง อินเตอร์แบรนด์อย่างชัดเจนจึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้ามาทำตลาด เบื้องต้นนำเข้ามาทำตลาดทั้งหมด 20 รุ่น และภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 25 รุ่น ที่ผ่านมาค่อนข้างพอใจกับการตอบรับของตลาด ทำยอดขายได้ 3 หมื่นเครื่อง ภายใน 4 เดือน ซึ่งกว่า70%มาจากต่างจังหวัด

"เรายังอยู่ในช่วงลองผิดลองถูก ช่วงแรกเจอปัญหาโรงงานผลิตสินค้าไม่ได้ตามมาตรฐานบ้าง ถูกโกงบ้าง ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไป แต่จากนี้เชื่อว่าทุกอย่างจะดำเนินการไปได้ด้วยดี เพราะหาโรงงานที่ผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานและไว้ใจได้แล้ว"

บริษัทได้วางตำแหน่งสินค้าเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.สมาร์ตโฟน 2.เบสิกโฟน 3.แฟชั่นโฟน และ 4.เอ็นเตอร์เทนเมนต์โฟน ตั้งราคาไว้ที่ระดับ 2-3 พันบาท สำหรับเครื่องทั่วไป และ 4-5 พันบาท สำหรับสมาร์ตโฟน รวมทั้งจะนำเบสิกโฟนราคาต่ำกว่า 2 พันบาท เข้ามาขายเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือไออีซี ให้เป็นผู้ทำตลาดและกระจายสินค้า และป้อนสมาร์ตโฟน 3G สนับสนุนการเป็นผู้ให้บริการแบบ MVNO ของไออีซี ซึ่งเป็นตัวแทนการตลาดให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนและแอร์การ์ดอย่างละรุ่นในวันเปิดตัวบริการ 3G วันที่ 3 ธ.ค. 2552 นี้

"จุดขายของเรา คือ เป็นมือถือ 3G ที่ราคาไม่แพง ฟีเจอร์แรกของ 3G ที่คนอยากเล่นมากที่สุดคือ Video Call ซึ่งเครื่องอินเตอร์แบรนด์ที่รองรับฟีเจอร์นี้ได้ราคาเฉลี่ยจะ 10,000 บาท ถ้าจะใช้วิดีโอคอลต้องมี 2 เครื่องขึ้นไป แต่ของไอเน็ทราคาจะอยู่ที่ 5,000 บาท เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้มือถือ 3G ที่ใช้เครื่องราคาถูก"

การทำตลาด MVNO จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น อยู่ที่ตัวผู้ให้บริการโครงข่ายด้วยว่าจะมีมาตรการผลักดันมากน้อยแค่ไหน เช่น มีการบันเดิลแอร์ไทม์ หรือบริการสำหรับ 3G มากับเครื่อง

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าว่าในปี 2553 จะทำยอดขายให้ได้เดือนละประมาณ 30,000 เครื่อง หรือมีส่วนแบ่งประมาณ 3% โดยมองว่าโอกาสการเติบโตของเฮาส์แบรนด์ยังมีอีกมาก เนื่องจากยังมีจุดที่ไม่ได้พัฒนา คือ กล้องที่ยังเป็น VGA, ระบบจอสัมผัสที่ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นต้น แต่เชื่อว่าในปี 2553 จุดด้อยเหล่านี้จะพัฒนาขึ้นทำให้ตลาดเฮาส์แบรนด์คึกคักมากกว่านี้

แหล่งข่าวจากบริษัทไออีซีเปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมในการทำตลาดแบบ MVNO ให้ทีโอที โดยใช้แบรนด์ "IEC 3G" เน้นจุดขายที่การให้บริการแอปพลิเคชั่น โดยได้ลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท และส่งทีมงานเข้าไปศึกษาทั้งในเกาหลีและญี่ปุ่น เพื่อนำแอปพลิเคชั่นใหม่มาพัฒนาและปรับใช้ให้เหมาะกับการใช้งานของคนไทย

บริษัทมีความพร้อมในการทำระบบบิลลิ่งและ CRM เองเพราะมีประสบการณ์จากที่เคยเป็น Airtime Provider ให้ดีแทคในอดีต ตอนนี้ก็ได้รับเลขหมายจากทีโอทีมาทดสอบบริการแล้ว ส่วนอัตราโปรโมชั่นค่าโทร.อยู่ระหว่างการศึกษาแพ็กเกจราคาที่เหมาะสมกับกลุˆมลูกค‰า

ประชาชาติธุรกิจ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552