ผู้เขียน หัวข้อ: 'ศุภชัย เจียรวนนท์' ทำไม 3G ติดไฟแดง?  (อ่าน 489 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1382
    • อีเมล์
แม้ตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ยังไม่ออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์เพื่อให้บริการมือถือ 3G เนื่องจากรอการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเรื่อง  กทช. มีสิทธิ์ออกใบอนุญาตหรือไม่ หรือ แม้แต่ในขณะนี้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติให้หน่วยงานภายใต้สัญญาสัมปทาน คือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ทดลองให้บริการคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ HSPA ( High Speed Packet Access หรือ การรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วตั้งแต่ 8-10 เมกะบิต) ซึ่งต้องนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการตามมาตรา 22 ของพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชนพ.ศ.2535 และอาจต้องรายงานในคณะรัฐมนตรีด้วย
  อย่างไรก็ตาม "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับแผนธุรกิจของกลุ่มทรู ต่อจากนี้
*** ถ้าไม่มี 3G ตลาดมือถือจะเป็นอย่างไร
 ในแง่ตลาดมือถือเชื่อว่าคงจะทรงตัว แต่ถ้ามีระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เปิดให้บริการจะส่งผลให้เรื่องของคอนเทนต์และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากยิ่งขึ้นและจะทำให้เกิดการแข่งขันกันค่อนข้างมากจะทำให้เกิดมิติใหม่ของอุตสาหกรรม เพราะจะทำให้คนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากขึ้นนอกจากนี้รัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อประยุกต์เรื่องของเทคโนโลยีกับโนว์ฮาวเข้าด้วยกัน แล้วให้เอกชนเป็นผู้ผลักดัน ขณะเดียวกันหากภาครัฐให้การสนับสนุนเรื่องโน้ตบุ๊กก็จะทำให้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการใช้แบนด์วิดธ์ (ความถี่) เกิดขึ้นจำนวนมหาศาล
*** ทดลองติดตั้งระบบ HSPA ไปมากน้อยแค่ไหน
 เราได้ใช้เงินลงทุนทดลองติดตั้งระบบ HSPA โดยใช้งบประมาณการลงทุนไปแล้ว 100 ล้านบาทโดยในปีนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯได้ติดตั้งเครือข่ายไปแล้ว 50-60 สถานี และในพื้นที่ต่างจังหวัดประกอบด้วย หัวหิน,เชียงใหม่ และ ภูเก็ต ตามสถานที่ติดตั้งเครือข่ายฮอตสปอต(จุดให้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย)  หรือ เมืองที่มีศักยภาพใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่พื้นที่จำกัด
***แต่ยังไม่มีรายได้
 ใช่...ลงทุนก็จำกัดลงทุนเราคิดว่าในที่สุดมั่นใจว่าเปิดให้บริการเพราะมีคลื่นความถี่และเทคโนโลยีพร้อมมีประโยชน์ที่ชัดเจนต่อการสื่อสารและทำไมถึงยังไม่เปิด
***แล้วติดปัญหาอะไร
 ต้องไปถามที่ กสท เพราะตอนนี้เราพร้อมทุกอย่าง
*** ปีนี้ลงทุนเท่าไหร่สำหรับธุรกิจโทรคมฯ
ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนในส่วนของธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 50% แต่ถ้าได้ใบอนุญาต 3G ก็จะมีการลงทุนเพิ่มอีกปีละ 5 พันล้านบาท โดยเป็นการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯหรือเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นก็ได้ ซึ่งกลุ่มทรูมีความพร้อมที่จะลงทุนอยู่แล้ว เพราะมีรายได้ก่อนหักภาษีทั้งปีกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้มีศักยภาพในการลงทุนปีละ 9 พันล้านบาทถึง 1 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือนั้นคาดว่าภายใน 3 ปีสัดส่วนบริการด้านข้อมูล (นอนวอยซ์) จะมากกว่า 50%
       สำหรับในปีนี้การลงทุนระบบ HSPA เราจะลงทุนติดตั้งเพิ่มเติมใช้งบประมาณ 300-500 ล้านบาทติดตั้งเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีก 100 สถานี ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นข้อเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เพื่อขอนำเข้าอุปกรณ์เพื่อทำการติดตั้งเครือข่าย HSPA เพิ่มเติม
*** ประมาณการรายได้ในปีนี้
 คาดว่ารายได้ในปี 2553 จะสูงกว่าปี 2552 แต่ยังโตเป็นตัวเลขหลักเดียว ส่วนปี 2552 มีรายได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย คือ เติบโตราว 5% เพราะรายได้เติบโตในปีนี้ยังเป็น single digit ตามเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้น

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,496  14 -16  มกราคม พ.ศ. 2553