ผู้เขียน หัวข้อ: 3G แค่ประดาบก็เลือดสาด !!!  (อ่าน 1224 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1382
    • อีเมล์
3G แค่ประดาบก็เลือดสาด !!!
« เมื่อ: กันยายน 11, 2011, 04:23:39 am »
หลังปลุกกระแส 'คนไทยควรมี 3G' มานานแรมปี ในที่สุดคนไทยก็มี 3G พันธุ์ทางใช้แล้ว เมื่อ 3 โอเปอเรเตอร์มือถือทั้งเอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟ เอช ต่างเปิดตัวให้บริการ 3G กันทั่วหน้า ภายใต้ความถี่เดิมทั้ง 900 MHz และ 850 MHz ไม่ใช่ใบอนุญาติใหม่ ความถี่มาตรฐาน 2.1 GHz อย่างที่โอเปอเรเตอร์ปรารถนา
       
       ในเมื่อผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายเพิ่งเริ่มให้บริการ 3G อย่างจริงๆ จังๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ช่องว่างในเรื่องระยะเวลา ใครทำก่อน ใครทำหลังไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบเหมือนเมื่อครั้งที่ให้บริการ 2G ที่ 'ศุภชัย เจียรวนนท์' เจ้าสัวน้อยของกลุ่มทรู มักจะหยิบยกขึ้นมาตัดพ้อเสมอๆ ว่า 'ทรูมูฟ เข้ามาทำตลาดช้ากว่าใครเพื่อน ก็ทำให้อะไรอะไรดูเป็นรองคนอื่นไปหมด'
       
       กรณี 3G พันธุ์ทาง จากตัวเลขของการติดตั้งเครือข่าย 3G ของ เอไอเอส ดีแทคและทรูมูฟ เอช ถือว่า ยัง 'สูสี' กันมาก โดยมุ่งขยายพื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก แล้วค่อยขยายออกไปตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่งเอไอเอสดูจะได้เปรียบเล็กน้อยตรงที่มีพื้นที่ให้บริการ 3G นอกกรุงเทพฯ แล้ว
       
       ตามมาด้วย ทรูมูฟ เอช แบรนด์ใหม่ในร่างเก่า 'ฮัทช์' ที่กลุ่มทรูวิ่งเต้นซื้อมาเพื่อแก้ปัญหาจุดบอดในเรื่องอายุสัญญาสัมปทานทรูมูฟกับกสท ที่จะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า (พร้อมสิทธิใช้ความถี่ 850 MHz ที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งว่ากันว่าหากเปิดประมูลความถี่ย่านนี้ต้องได้เงินนับหมื่นล้านบาท แต่กลุ่มทรูใช้เงินซื้อฮัทช์ไม่กี่พันล้านก็ได้ครอบครองความถี่แล้ว ต้องถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรมว.ไอซีทีคนก่อน)
       
       โดยใช้ลูกเล่นทางเทคนิคด้วยการรับซื้อเหมาแอร์ไทม์เครือข่าย 3G ของกสท หรือที่เรียกว่า 'ยี่ปั้ว' นำมาให้บริการลูกค้า ภายในระยะเวลา 14 ปีครึ่ง ส่วนดีแทค ก็เพิ่งเปิดบริการ 3G อย่างเป็นทางการช่วงกลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมโปรโมทการเป็น Life Network ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของลูกค้า
       
       ถ้ามองว่าใครเป็นผู้ที่ได้เปรียบเฉพาะการให้บริการ 3G พันธุ์ทางในช่วงแรกนี้ ต้องมองแยกกันเป็น 2 ส่วน คือ 1.ใครเป็นผู้ที่มีช่วงคลื่นความถี่เพื่อให้บริการมากที่สุด ซึ่งข้อได้เปรียบนี้จะตกไปอยู่กับดีแทคซึ่งถือทั้งคลื่นจากสัมปทานเดิมอย่าง 1800 MHz และ 850 MHz โดยมีแบนด์วิธให้บริการ 3G อยู่ที่ 10 MHz พูดง่ายๆคือมีถนนกว้างมากๆสำหรับให้บริการด้านเสียง และ บริการ 3G แยกจากกันเด็ดขาด
       
       2.ถ้ามองกันที่พื้นที่ครอบคลุม รายที่ได้เปรียบคงหนีไม่พ้น ทรูมูฟ เอช ซึ่งสามารถนำโครงข่ายเดิมของฮัทช์ มาเปลี่ยนอุปกรณ์เป็น HSPA เพื่อให้บริการได้ทันที และมีแบนด์วิธให้บริการถึง 10 MHz โดยศุภชัย เจียรวนนท์ ก็บอกเองในงานเปิดตัวทรูมูฟ เอชอย่างเป็นทางการว่า 'โครงข่าย 3G ของทรูมูฟ เอช จะครอบคลุมเทียบเท่า 2G ของโอเปอเรเตอร์รายใหญ่สุดภายในสิ้นปีหน้า' ซึ่งหากเป็นจริงทรูมูฟ เอช จะดูดีมากๆในแง่พื้นที่ให้บริการ ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ต้องรอดูว่าจะเป็นแค่ราคาคุยหรือไม่
       
       รายที่เสียเปรียบในเกม 3G พันธุ์ทางช่วงแรกมากที่สุดคงหนีไม่พ้น เอไอเอส ที่ตัดใจเฉือนช่วงคลื่น 900 MHz มาให้บริการ 3Gแค่ 5 MHz เท่านั้น ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่น่าหนักใจที่สุดในการบริหารช่วงคลื่นจากข้อจำกัดดังกล่าว
       
       ถึงแม้จะไม่มีตัวเลขยืนยันชัดเจนว่า จะต้องลงทุนติดตั้งเครือข่าย 3G เท่าไรถึงจะมีพื้นที่ให้บริการเท่ากับ 2G ในปัจจุบัน แต่ด้วยตัวเลขที่กลุ่มทรูระบุว่า ได้กู้เงิน 25,000 ล้านบาทเพื่อขยายเครือข่าย 3G ให้กับทรูมูฟ เอช ให้ได้ทั่วประเทศภายในปีหน้านั้น น่าจะเป็นตัวเลขที่ทั้ง เอไอเอส และดีแทค คิดหนักพอสมควรกับอายุสัญญาสัมปทานที่เหลือ เพียง 4 ปีกว่าๆกับ 6 ปีกว่าๆ ว่าจะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
บรรยากาศผู้มาเข้าคิวซื้อเครื่องลด 50% ของดีแทค
   
แต่เพื่อแก้ปัญหาในการลงทุนเครือข่ายระหว่าง 'รอ' การประมูลความถี่ 2.1 GHz และใบอนุญาต 3G จากกสทช. ที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกจากวุฒิสภามาหมาดๆ ซึ่งถือว่า เป็นทางออกของผู้ให้บริการมือถือที่จะปลด 'พันธนาการ' จากความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องความถี่ให้บริการ 3G
       
       ไว-ไฟ คือ เทคโนโลยีข้อกลางที่ถูกนำมาใช้เสริมจุดบอดในเรื่องของช่วงคลื่นความถี่หรือ 'แบนด์วิธ' ที่ผู้ให้บริการแต่ละรายมีอยู่อย่างเอไอเอส มีประมาณ 5 MHz ดีแทคกับทรูมูฟ เอช มีฝ่ายละ 10 MHzจึงทำให้เกิดโมเดล โทเทิล โซลูชัน ขึ้นมาเห็นได้จากการโปรโมทของผู้ให้บริการ 2 ราย คือ ทรูมูฟ เอช กับ เอไอเอส ที่โหมการทำตลาดภายใต้ 3G + Wi-Fi + EDGE
       
       รูปแบบการนำ ไว-ไฟ มาใช้ก็เพื่อลดภาระการใช้งานข้อมูลบนเครือข่าย 3G หรือที่ทางเทคนิคเรียกว่าทราฟิกของผู้ใช้งาน 3G ให้มาใช้งานบนจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi Hotspot) ตามสถานที่ต่างๆ เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานของคนกทม.จะกระจุกตัวหนาแน่นในบางพื้นที่ หากพึ่งพาเฉพาะเครือข่าย 3G อาจทำให้การใช้งานไม่สะดวกและไม่ได้ความเร็วตามที่โปรโมต ไว้จำเป็นต้องโหลดทราฟิกบางส่วนมาใช้งานบนไว-ไฟ
       
       จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ให้ความเห็นว่า ตลาดการสื่อสารในประเทศไทยค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งพฤติกรรมการใช้งาน ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักอยู่ร่วมกันทำให้เครือข่าย 3G ไม่เพียงพอรองรับทราฟิกการใช้งานอินเทอร์เน็ต
       
       'อย่างในนอร์เวย์ หรือ สวีเดน ผู้ใช้งานเครือข่าย 3G จะกระจายอยู่ทั่วประเทศ หรืออยู่ในพื้นที่ใดรวมกันก็ไม่เกิน 1,000 คน จึงไม่ต้องมีรูปแบบการออฟโหลดเน็ตเวิร์กให้มาใช้งานบนไว-ไฟ'
       
       จอน มองว่าอย่างในกรุงเทพฯ จะมีจุดที่ผู้ใช้งานเข้าไปอยู่บริเวณเดียวกันหลายแห่ง จึงต้องเกิดการออฟโหลดเน็ตเวิร์กมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน และทำให้ลูกค้าพอใจในความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับ แม้ไม่ได้ใช้งานบนเครือข่าย 3G ก็ตาม
       
       ดีแทคให้ข้อมูลว่าในช่วงไตรมาส 4 จะมีการเปิดจุดให้บริการไว-ไฟ สำหรับลูกค้าดีแทคซึ่งดีแทควางงบลงทุนไว้หลักร้อยล้านบาท สำหรับเปิดให้บริการเองในพื้นที่สำคัญ ส่วนพื้นที่อื่นจะเป็นการให้บริการร่วมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งอาจจะเป็น 'โวดาโฟน' พาร์ทเนอร์ที่เคยมีข่าวว่าจะเข้ามาร่วมมือในประเทศไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว
       
       ทางกลุ่มทรู ซึ่งถือเป็นผู้นำจุดให้บริการไว-ไฟ ที่เริ่มลงทุนขยายจุดให้บริการออกไปตามต่างจังหวัด มีแผนว่าจะขยายให้ครบ 1 แสนจุดภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ ซึ่ง ศุภชัย มองไปในทิศทางเดียวกันว่า ช่วงคลื่นความถี่แค่ 10-15 MHz บนเครือข่าย 850 MHz ของกสทที่ให้ ทรูมูฟ เอช เปิดใหบ้ริการ 3G นั้นไม่เพียงพอต่อการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงทั่วประเทศ ทำให้ต้องใช้ควบคู่ไปกับระบบมีสาย และถือเป็นเป้าหมายหลักของ กลุ่มทรู ทรูมูฟเอช กับ กสท ในการกระจายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
       
       ส่วนเอไอเอสนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากเปิดตัวร่วมกับพาร์ตเนอร์หลักในการให้บริการไว-ไฟอย่าง 3BB ที่ตั้งเป้าขยายจุดให้บริการเป็น 5 หมื่นจุดภายในสิ้นปีนี้ ก็มีการประชาสัมพันธ์ถึงรูปแบบการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
       
       ปัญหาเรื่องเครือข่าย 3G พันธุ์ทางดูเหมือนไม่น่าจะเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเข้าตลาดของ ดีแทค กับ ทรูมูฟ เอช คงเหลือแต่จำนวนผู้ใช้บริการที่ทั้งดีแทคกับทรูมูฟ เอช ถือเป็นโจทย์สำคัญที่จะต้องรีบเร่งโกยเข้าสู่ระบบ เพราะเกม 3G พันธุ์ทางในทางเทคนิคพิสูจน์ได้ชัดแล้วว่าพี่ใหญ่เอไอเอส อยู่ในสถานการณ์ลำบากกว่าเพื่อน
       
       ไม่แปลกที่ดีแทคและทรูมูฟ เอช จึงออกแคมเปญแรงเพื่อกระตุ้นยอดผู้ใช้บริการด้วยโปรโมชันถล่มราคาสมาร์ทโฟนโดนใจอย่างไอโฟน ประเภทซื้อหนึ่งแถมหนึ่งหรือ ลดราคา 50% ออกมายั่วน้ำลาย
       
       เมื่อโปรโมชันจัดเต็มสะขนาดนี้ คงหนีไม่พ้นความวุ่นวายของกลุ่มคนที่ไม่พอใจในกระบวนการเข้าคิว แต่ยังดีที่การจัดคิวของ ทรูมูฟ เอช เกิดขึ้นบนโปรโมชันแบบปิด ที่มีเฉพาะผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นถึงทราบว่าจะมีโปรโมชันซื้อ หนึ่งแถมหนึ่ง ในงานที่จัดขึ้นหลังเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ
       
       และจากข้อกำหนดที่รัดกุมของทรูมูฟ เอช ที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยก่อนหน้านี้ อย่างการที่กำหนดชัดเจนว่า สำหรับลูกค้าทรูมูฟแบบรายเดือนที่จดทะเบียนก่อน 31 ก.ค. 54 และกำหนดให้สมัครใช้งานแพกเกจ 899 บาทไปด้วยกัน และการที่ไม่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหลัก ประกอบกับเป็นวันกลางสัปดาห์ กลายเป็นปัจจัยที่ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายจนควบคุมไม่ได้
       
       ขณะที่ฟาก ดีแทค ที่มีการประชาสัมพันธ์งาน Dtac 3G Expoผ่านสื่อที่หลากหลายทั่วประเทศ ในการทำโปรโมชัน ผู้ที่รับบัตรคิว 100 คนแรก ได้รับส่วนลด 50% ในการซื้อสมาร์ทโฟนที่รองรับ 3G และมีข้อกำหนดที่เปิดช่องว่างอย่าง เริ่มรับบัตรคิวเวลา 10.00 น. ที่ประตูฝั่ง South สยามพารากอน ในวันเสาร์ที่ 3 ก.ย. 54 ทำให้มีกลุ่มคนซึ่งไม่ยอมรับกติกาการเข้าคิวสากล หรือ 'First come First Serve มาก่อนได้ก่อน' ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น
       
       เมื่อกลุ่มที่มาต่อคิวล่วงหน้า 1-2 วัน ยืนยันในสิทธิ์ของตน แต่กลุ่มคนที่มีพวกมากกว่าที่ตามมาทีหลังและเกิดการจับกลุ่มกันสร้างคิวขึ้นมาใหม่ เพื่อต่อรองแย่งชิงสิทธิ์ 100 คนแรก รวมถึงไม่ยอมรับข้อตัดสินใจเบื้องต้นของผู้บริหารดีแทค ที่ออกมาให้ข้อมูลในช่วงเช้าว่า ให้ยึดตามที่ประกาศออกไปก่อนหน้านี้
       
       จุดนี้ เป็นชนวนที่ทำให้เกิดความวุ่นวายจนดีแทค ต้องออกมาแก้ไขสถานการณ์ด้วยการควักเนื้อตัวเองกว่า 12 ล้านบาท (เพิ่มจำนวนเครื่องที่ลดราคาอีก 1 พันเครื่อง)เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่จะส่งผลถึงการบาดเจ็บ และเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวไทย จากการใช้กฎหมู่เหนือกติกาที่ผู้จัดกำหนดขึ้น เพราะถึงแม้ดีแทคจะประสบความสำเร็จด้านการตลาด ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสี หรือเป็นข่าวตามทีวีเกือบทุกช่อง แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย อกสั่นขวัญแขวนเกรงว่าจะเกิดการปะทะกันจนคุมไม่ได้ ซึ่งความสูญเสียหากเกิดขึ้นเทียบกันไม่ได้กับภาพลักษณ์บริษัทกับส่วนลดไอโฟน 50% เลย
       
       แต่กิจกรรมการตลาดดังกล่าวของ ดีแทคและทรูมูฟ เอช ต่างตอบโจทย์การเพิ่มฐานผู้ใช้เข้าในระบบแบบด่วน เพราะดีแทคได้ภาพว่ามีลูกค้าใช้ 3G ภายใน 2 วันถึง 2,300 ราย ขณะที่ทรูมูฟ เอชก็ได้ฐานลูกค้าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อย่างน้อยก็เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกค้าที่ต้องการใช้ 3G ยังมีอีกจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงโอกาสทางการตลาดของระบบนิเวศน์ 3G เปิดกว้างไม่ว่าจะเป็นโอเปอเรเตอร์ ผู้ค้าเครื่องลูกข่าย ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น คนขายอุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์ต่อพ่วง
       
       แค่เปิดตัว 3G พันธุ์ทาง ก็ดุเดือดเสียขนาดนี้แล้ว !!!

ASTVผู้จัดการออนไลน์    10 กันยายน 2554 16:25 น.